ReadyPlanet.com


ธัญญ่าขอเป็นพลเมืองแคนาดา
avatar
Tanya


ในทีสุดก็มีวันนี้กับเขา วันที่มีสิทธิ์ขอเป็นพลเมืองประเทศแคนาดา หกปีกว่าที่อยู่ในแคนาดามา เร็วมาก เวลาผ่านไป ไวเหมือนโกหกจริงๆ

ตามกฏการอพยพ คนที่ได้ถือพีอาร์ หรือเป็นผู้อยู่าถวรของแคนาดา จะต้องถือพีอาร์การ์ดอย่างน้อยสองปี และจะต้องมีร่างกายอยู่ในแคนาดาอย่างน้อยสามปีในสี่ปีที่ได้ถือการ์ด

ธัญญ่าก็ถือการ์ดมาได้ สามปีแหละค่ะ วันนี้ก็จะไปส่งคำร้องขอเป็นพลเมืองแคนาดานะจ๊ะ เสียเงินค่าธรรมเนียมด้วย นึกว่าให้ฟรี เอิกๆ แต่ไม่แพง $200 เหรียญ (ตอนขอพีอาร์นี้เป็นพันเหรียญเลย)

แต่ที่อ่านๆ ดูเห็นว่ากว่าจะได้เรียกไปสอบเป็นพลเมืองรอคิวหนึ่งปี เอิกๆ  เอาน่า รอนานแค่ไหนฉันก็จะรอ

และวันนี้ ก็เป็นวันที่ดีอีกวันหนึ่ง เพราะเป็นวันที่ธัญญ่าซื้อบ้านที่โทรอนโท บ้านหลังแรกในชีวิต หมดตูดหมดตัวค่าาาาาาาาาาา   (กำลังยุเพื่อนๆ แนนนี่ให้ซื้อบ้านบ้างแล้วทำแบ่งเช่า เห็นคนไทยทำที่นี้รายได้ดี เงินสดล้วนๆ :)



ผู้ตั้งกระทู้ Tanya กระทู้ตั้งโดยสมาชิก โพสต์และแสดงความเห็นเฉพาะสมาชิกเท่านั้น :: วันที่ลงประกาศ 2012-09-13 00:20:35 IP : 99.231.223.82


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3298652)
avatar
Ajjima

 ยินดีด้วยคะธัญญ่า บ้านคือของขวัญของชีวิต 

ขอบคุณมากที่ธัญญ่าทำเวบดีๆแบบนี้เพื่อใช้เป็นข้อมูลต่างๆในการเป็นออแพร์ เราจบโครงการแล้วก็ยังแวะเวียนมาอ่านเสมอๆ นะ

ผู้แสดงความคิดเห็น Ajjima ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-15 09:28:03 IP : 115.67.193.111


ความคิดเห็นที่ 2 (3298674)
avatar
sweetzrose

เข้ามาแสดงความดีใจกับพี่ธัญญ่าค่ะ 

ผู้แสดงความคิดเห็น sweetzrose (rose_kwa_i-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-15 22:46:34 IP : 171.7.132.167


ความคิดเห็นที่ 3 (3298680)
avatar
Puii Oraphan

ดีใจด้วยค่ะพี่ธัญญ่า

^_________^

ฝันไว้ว่าซักวันคงจะได้ไปแคนาดาบ้าง

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Puii Oraphan ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-16 00:24:41 IP : 58.9.88.51


ความคิดเห็นที่ 4 (3299040)
avatar
ธัญญ่า

Ajjima ยังอ่านกันอยู่อีกเหรอนี้ สุดยอด แฟนพันธ์แท้ได้เลยนะนี้นึกว่าลืมกันไปสะแล้ววววววว 

ขอบใจโรสกับปุ้ยนะ  โรสพี่ขอให้ได้แม็ทช์ไวๆ วีดีโอเราดีมากๆเลย ส่วนปุ้ยจะได้เป็นสาวออแพร์เบลเยียมเร็วๆ นี้ เดี๋ยวพี่ก็จะขอจับมาสัมภาาณ์หน่อยนะ

บ้านใหม่ของธัญญ่าจะมีอินเตอร์วันที่ 26 อะจ๊ะ ตอนนี้ก็เลย เล่นเน็ทแบบจำกัดบนมือถือไปก่อน เลยปล่อยอะไรๆ ไม่ได้เต็มที่ แต่วันนี้ได้ปล่อย สองคลิปวีดีโอแล้ว

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-09-21 04:11:58 IP : 99.253.244.223


ความคิดเห็นที่ 5 (3299061)
avatar
Ajjima

 ไม่ลืมธัญญ่ามายไอดอลหรอกกกก อยากไปแคนาดาบ้าง แต่ไปไม่ได้แล้วววว ก็ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆแทนล่ะกัน

ผู้แสดงความคิดเห็น Ajjima (atchara-ple-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-21 12:14:09 IP : 115.67.227.68


ความคิดเห็นที่ 6 (3299210)
avatar
iamkatob

พี่ธัญญ่าแต่งงานแล้วไม่ได้เป็นพลเมืองเลยหรอกเหรอคะ??

ยังไงก็ขอยินดีด้วยกับพี่ธัญญ่า ติดตามมาตั้งแต่ 6 ปีก่อนตอนหนังสือพี่เพิ่งออกได้ไม่นาน พี่เปนไอดอลของออแพร์และแนนนี่ wanna be อย่างพวกเราจริงๆ ขอให้ได้เป็นพลเมืองเร็วๆ นะคะ

ส่วนตัวเองชีวิตผกผันมั่วตั้วทำให้ไม่ได้เปนออแพร์อย่างที่อยากซักกะที ผ่านไปหลายปีจนเมื่อเดือนที่แล้วนี่แหละก็ได้เปนออแพร์ ได้บินมาใช้ชีวิตนอกประเทศกับเขาสักที ขอเก็บประสบการณ์ปีนึงแล้วปีหน้าจะไปแคนาดานะคะ รอนู๋ด้วยน๊า

ผู้แสดงความคิดเห็น iamkatob (iamkatob-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-23 10:21:57 IP : 211.27.238.233


ความคิดเห็นที่ 7 (3299240)
avatar
Puii Oraphan

ยินดีค่ะพี่ธัญญ่า

อยากแชร์ประสบการณ์ให้เพื่อนๆฟังค่ะ

^__________^

พรุ่งนี้ยื่นวีซ่าแล้ว...ลุ้นๆๆๆค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น Puii Oraphan ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-23 21:41:17 IP : 110.49.232.220


ความคิดเห็นที่ 8 (3299649)
avatar
Tanya

Ajjima ถ้าเราได้กลับไทย เรามาเจอกันนะ แบบว่าเราคุยผ่านเว็บกันนานมาก สมาชิกท่านอื่นหายหมดแล้วหรือว่าทีมาแคนาดาก็ได้ใบทำงานอิสระกันแล้วนี้ั อิๆ ขอบใจนะที่ยังติดตามกัน ธัญญ่าต้องขอเจอตัวนะ ถ้าไปไทยนี้ จองคิวตัวเองนะ

Iamkatob ธัญญ่าขออวยพรให้ชีวิตออแพร์ของน้องตอนนี้มีแต่ความสุข นะค่ะ และก็พี่คงรออยู่แคนาดานี้ไม่ได้ไปไหนแล้ว
ตอนนี้ออแพร์ไทยในแคนดาาเยอะเลย น่ารักๆ กันทุกคน นึกถึงแต่่ก่อนตอนธัญญ่ามาแคนาดาหกปีก่อนนั้นนะ หาเพื่อนไทยแแนนี่ยากส์มาก ตอนนี้มีแนนนี่ไทยในแคนาดาทั่วค่ะ หลายคนอยู่เมืองเดียวกัน บ้านใกล้ๆ กันก็มีเยอะจ๊ะ มาเพิ่มประชากรในแคนาดานะจ๊ะ ถ้ามีอะไรเกียวกับแคนาดาธัญญ่ายินดีแนะนำอย่างยิ่ง

สำหรับปุ้ย พี่อวยพรให้ได้วีซ่าจ้า

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Tanya ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-28 01:36:53 IP : 99.253.244.223


ความคิดเห็นที่ 9 (3299650)
avatar
Tanya

เรื่องเป็นพลเมืองของแคนาดา เสต็ปของพวกต่างด้าว เอ๊ย สเต๊ปอพยพเข้าประเทศจะมีดังนี้ อันนี้ยกตัวอย่างสองประเทศไปเลย เป็นความรู้

ถ้าเราไม่ได้เกิดในแคนาดาหรือ เมกา หรือ พ่อแม่เราไม่ใช่แคนาเดียน หรือ อเมริกัน ตัวอย่างธัญญ่า เกิดไทย พ่อแม่ก็ไทย ถ้าจะอพยพมาแคนาดาหรือเมกา ก็ต้องมีการอพยพผ่านกระบวนการใดกระบวนารหนึ่ง

กระบวนการอพยพทีว่า มีตัวอย่างเช่น 
แต่งงงานกับคนของประเทศนั้น 
โดนรับเป็นบุตรบุญถัมน์โดยคนประเทศนั้น หรือ
ทำงานและใช้สิทธิ์ทำงานขออพยพ - อันนี้ก็คือพวก ลิฟอินแคร์ำกิฟเวอร์ของแคนาดาที่ขออพยพผ่านกระบวนการนี้

การอพยพก็จะมีสองสเต็ปนะค่ะ

1. คนที่อพยพมา เริ่มแรกก็จะได้ป็นผู้อยู่ถาวรก่อนค่ะ  เมกาก็จะเรียกว่าได้กรีนการ์ด แคนาดาก็จะเรียกว่าพีอาร์การด์ แต่มันเหมือนกันคืออนุญาตให้เราอยู่ถาวร ถาวรก็คือ อยากจะเข้ามาแคนาดาเมื่อไหร่ก็ได้ วีซ่าไม่ต้องขอ อยู่นานแค่ไหนก็ได้ (ตามที่กรีนการ์ด หรือ พีอาร์การ์ดมีอายุนั้นนะค่ะ ถ้าบัตรมันออกมาห้าปีก็อยู่ได้ยาวมตามนั้น )อยากทำอะไรในแคนดาา จะเรียนอะไร จะทำงานอะไรที่ไหน กับใคร ได้หมด ถ้าเรียนก็เรียนในราคาพลเมืองด้วย ขอทุนเรียนจากรัฐบาลได้อีก หรือกู้ยืมเรียนจากรัฐบาลได้อีก  ถ้าอย่างแคนาดาก็รับสิทธิ์ประกันสุขภาพฟรีเหมือนที่พลเมืองแคนาดาได้รับ คนประเทศอเมริกาจะต้องซื้อประกันสุขภาพดูแลตัวเองเอาเอง คลิกนิก โรงพยาบาลไม่ฟรีเหมือนแคนาดา

2. หลังจากได้เป็นผู้อยู่ถาวรแล้วและปฏิบัตตามกฏที่เขากำหนด เราก็สามมรถขอสอบเป็นพลเมืองได้ค่ะ กฏที่กำหนดก็คือจะต้องถือครองพีอาร์การ์ด หรือ กรีนการ์ด อย่างน้อยช่วงเวลาหนึ่ง และร่างกายก็ต้องอยู่ในประเทศแคนาดา หรือ เมกาด้วย แบบว่าได้พีอาร์มาแต่ตัวไปนอนอยู่ไทยตลอดสามปีอย่างนี้ก็ไม่มีสิทธิ์ขอเป็นพลเมืองได้จ้า

ของแคนาดาต้องถือพีอาร์การ์ดอย่างน้อยสองปีและร่างกายต้องยู่ในแคนาดไม่น้อยกว่าสามปีบ้างคนก็ต่อใบพีอาร์การ์ดนะค่ะ คือไม่ขอสอบพลเมืองต่อพีอาร์การ์ดก่อน พอมันจะหมดอายุ และคิดว่าตัวเราเองอยู่ในแคนาดาอย่างน้อยสองปี ก็ขอต่อพีอาร์การ์ดได้ค่ะ หวังว่าคงไม่งงกันเนอะ

อย่างคนทีอยากมาทำงานเป็นแนนนี่ีที่แคนดา ทำสองปีจะสามารถขอเป็นผู้อยู่ถาวรของแคนาดาได้ คือได้พีอาร์การ์ด แต่กว่าจะได้พีอาร์การ์ด มันก็จะต้องรอ  แต่ถ้าได้มาแล้วมันก็ไม่ได้ต่างจากการเป็นพลเมืองสะเท่าไหร่ เพราะทุกอย่างที่เราอยากได้ก็ครอบคุ้มหมดแล้ว เรียน อยู่อาศัย ทำงาน จะมีข้อดีเพิ่มเติมคือ สามารถลงเลือกตั้งได้ หรือสามารถเสนอตัวเองเป็น สส สว ได้ แหมแล้วพวกเราจะหวังใช้ของนี้กันหรือเปล่านี้ ธัญญ่าไม่หวังอะจ๊ะ แต่ที่ดีอย่างของการเป็นพลเมืองของประเทศนั้นๆ ก้คือเราถือพาสปอรต์ของประเทศนั้นๆ อีกเล่ม ถ้าเกิดเวลาเราจะไปประเทศอื่นก็ไม่ต้องขอวีซ่าเข้าประเทศอื่น เพราะวีซ่าเมกา แคนาดานี้ เขามีสิทธิ์ใช้ไปยุโรปได้เลยโดยไม่ต้องขอวีซ่า มันก็จะสะดวกขึ้นหากจะเดินทางไปประเทศทีสามสี่ห้า ก็ไม่ต้องขอวีซ่าประเทศเหล่านั้น ใช้พาสปอรต์แคนาเดียนหรือ ของเมกันไปเลย  แต่จรงิๆ แล้วสำหรับธัญญ่านะไม่ได้แค่เลยว่าจะต้องได้พลเมืองเพราะทีได้พีอาร์อยู่ก็มีความสุขดีทุกอย่าง ได้รบการคุ้มครองสิทธิ์เหมือนคนพลเมือง ส่วนเรื่องจะเดินทางไปเทียวยุโรปก็ขอวีซ่าเอาเวลาจะไป ซึ่งก็ไม่ได้ไปบ่อยอะไรอยู่แคนาดามาหกปีก็ได้ไปยุโรปแค่หนเดียวเอง (เน้นเทียวเมกามากกว่าแต่ว่าเมกาธัญญ่ามีวีซ่าท่องเที่ยวได้มาสิบปี สิบ***นี้เข้าออกเมกาได้ตลอดค่ะ แต่เข้าเมกาแล้วอยู่ได้คร้้งหนึ่งไม่เกินหกเดือนค่ะ )

ไปเป็นออแพร์ประเทศเมกาหนึ่งปี หรือ ยุโรปหนึ่งปีทำคุณสมบัติให้มาแคนาดาได้

ทำงานแคนาดาสองปี กับหนึ่งบ้าน กัดฟันทน ทำไม่เปลียนบ้าน  ครบสองปีขอพีอาร์

ทำเรื่องขอพีอาร์ หรือขออยู่ถาวร เต็มที่ไม่เกินสองปีหลังจากขอคุณได้เป็นผู้อยู่ถาวรแคาดา

รวมห้าปีคุณก็สามารถอพยพสู่ประเทศใหม่ และถ้าอยากจะกลับไทยก็ทำได้ เงินเก็บคงเยอะเลยเพราะทำงานเก็ํบเงินต่างแดน

คิดดังนี ธัญญ่าก็เลยต้องผันตัวเองมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กนี้ละค่ะ เพราะมันให้โอกาสในระยะยาวทื่ดี

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Tanya ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-28 01:54:02 IP : 99.253.244.223


ความคิดเห็นที่ 10 (3300272)
avatar
Tanya

ช่วงนี้ก็ถือว่าเป็นฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้ ใบไม้ เริ่มเปลี่ยนสี ถือว่าเป็นช่วงที่สวยโรแมนติกตอนใบไม้ผลัดใบนี้ค่ะ พอมันร่วงหมดแล้วจะยืนโกร๋นเหมือนต้นไม้ตาย อันนีั้จะดูเศร้าๆ ซึมๆ ไปอีกแบบ

ถ้าพูดถึงฤดูใบไม้ร่วงของแคนาดา ก็จะมีสองเทศกาลในฤดูนี้ คือ เทศกาลขอบคุณพระเจ้า thanksgiving ซึ่งทางแคนาดาเขาจะจัดเทศกาลนี้ก่อนทางเมกา ประหนึ่งว่า แคนาดาเลี้ยงขอบคุณก่อนการเก็บเกี่ยวแต่ของทางเมกาเขาเก็บเกียวพืชผลเสร็จแล้วค่อยเลี้ยงขอบคุณ ก็อยากที่ทราบ แทงค์กิฟวิ่งไม่ได้แค่ขอบคุณพระเจ้าแต่มันมาจากการขอบคุณคนที่มาช่วยทำเกษตรกรรม เก็บเกี่ยวพืชผล ก่อนเข้าฤดูหนาว แต่ปัจจุบันก็ถือว่าเป็นวันหยุดให้ครอบครัวได้มารวมตัวเจอกัน อาหารหลักไม่พ้นก็ไก่งวง เทศกาลนี้ถือเป็นวันหยุดราชการด้วย แนนนี่ได้หยุดวันจันทร์ อิๆ

สำหรับธัญญ่าย้ายเข้าบานใหม่ก็เลยเชิญเพื่อนๆ มาทานไก่วงงที่บ้าน ก็เลยหัวใส คิดทำข้าวมัน น้ำจิ้มข้าวมันไก่  เอามากินกับไก่งวง เป็น ข้าวมันไกงวง และ หนมจีนแกงเขียวหวานหมู และส้มตำ สรุปอาหารไทยเราเข้าได้ทุกเทศกาลฝรั่งสะงั้น

อีกเทศกาลก็คือ ฮาโลวีน ที่ปัจจุบันนี้ ก็กลายเป็นแต่งกายผี และแต่งบ้่านผี กันไป เอิก ก็เป็นเทศกาลทีสนุก แต่ไม่ใช่วันหยุดราชการแต่อย่างไร

อากาศเริ่มเย็น ก็เอากางเกงยีนส์ขายาวมาใส่ ใส่แล้วก็แน่นพุง แน่นก้น แน่นขา คุณผู้ชาย เอ๊ย คุณสามีก็เลยแซวว่าผ้าหดอีกแหละ รู้ทันมุขเรา ฮ่าๆๆๆๆ

ทุกคนก็ต้องรับมือกับอากาศที่เริ่มเปลี่ยน ลมเย็นขึ้น ฝนตกพร่ำๆ ต้องระวังอย่าให้เป็นหวัดไม่ดีกันนะจ๊ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Tanya ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-10-06 01:09:10 IP : 99.253.244.223


ความคิดเห็นที่ 11 (3300368)
avatar
Ajjima

 ได้เลยค่ะ ธัญญ่า  แล้วเจอกันนะ

ผู้แสดงความคิดเห็น Ajjima (atchara-ple-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-10-07 15:39:48 IP : 115.67.6.114


ความคิดเห็นที่ 12 (3300408)
avatar
Puii Oraphan

ขอบคุณค่ะพี่ธัญญ่า

ปุ๋ยมาถึงเบลเยี่ยมแล้วค่ะ

ตอนนี้อากาศประมาณ 5 องศา

ไว้วันหลังจะส่งรูปมาให้ดูนะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น Puii Oraphan ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-10-08 14:27:31 IP : 91.177.60.221


ความคิดเห็นที่ 13 (3300444)
avatar
ธัญญ่า

ปุ๋ยไปถึงคงกำลังวิวสวยปะจ๊ะ เพราะตอนนีที่แคนาดากำลังใบไม้ร่วง ต้นไม้มีใบเหลืองๆ ส้มๆ ใกล้จะผลัดใบ สวย แปลกตาดี

ส่วนงาน Thanksgiving ของธัญญ่าก็มีเพื่อนๆ มากินข้าวมันไก่งวง หนมจีนกันสิบหกคน เป็นที่อาเหร็ดอาหร่อย ไก่งวงสองตัวเลยปีนี เลยเอาภาพมาฝากจ้า เพื่อนๆ แนนนี่และน้องๆ ที่มาเรียนแคร์กิฟเวอร์ที่โทรอนโทจ้า

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-10-09 08:05:27 IP : 209.195.64.24


ความคิดเห็นที่ 14 (3300743)
avatar
Puii Oraphan
image

ใกล้ๆบ้าน กำลังจะเป็นสีส้มค่ะพี่ธัญญ่า

แต่บางที่เริ่มผลัดใบแล้ว สวยมากๆๆค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น Puii Oraphan ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-10-10 14:39:52 IP : 91.177.54.88


ความคิดเห็นที่ 15 (3300880)
avatar
SweetieDew

พี่ธัญญ่าค่ะ ที่บอกว่าถ้าทำครบ2ปีไม่เปลี่ยนบ้านถึงจะขอพีอาร์ได้ แล้วถ้าเรามีความจำเป็นต้องเปลี่ยนบ้านล่ะค่ะ เช่นเราทำ2บ้านแต่ทำครบ2ปี แบบนี้เราจะขอพีอาร์ได้มั้ยค่ะ หรือต้องทำบ้านเดียวไปตลอด2ปี ถ้าเปลี่ยนก็หมดโอกาสขอพีอาร์? ถามเผื่อไว้ค่ะ กลัวไปถึงแล้วมันจะมีเหตุให้ต้องเปลี่ยนบ้าน กลัวไม่ได้พีอาร์ >_<

ผู้แสดงความคิดเห็น SweetieDew ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-10-11 13:36:12 IP : 124.120.9.92


ความคิดเห็นที่ 16 (3301208)
avatar
Tanya

To SweetieDew

เปลี่ยนบ้านได้คะ 24 ดือนเกิดจากการสะสมจากหลายๆบ้านได้คะ

I collected 24 months from 2 families jaaaaaa.

ผู้แสดงความคิดเห็น Tanya ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-10-17 06:17:18 IP : 99.253.244.223


ความคิดเห็นที่ 17 (3301209)
avatar
Tanya

It is yellow in Toronto too ka Pui. Thanks for sharing picture na ka.

Soon it will be no leafs, and snow comes yeah!!!!!

ผู้แสดงความคิดเห็น Tanya ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-10-17 06:22:22 IP : 99.253.244.223


ความคิดเห็นที่ 18 (3301762)
avatar
ธัญญ่า

ทำงานเมืองนอกเพื่อเรียนเมืองนอก

อันนี้ก็เป็นเรื่องส่วนตัว น้อยใจเล็กๆ ที่คนมองว่าทำไมจบตั้งสูง แล้วาเป็นแนนนี่ มาเป็นแม่บ้านให้ฝรั่ง ก็คงคล้ายๆ กับตอนสมัยเราจะไปเป็นออแพร์ก็ว่าไปทำเลี้ยงเด็กกะโหลกกะลาไปทำไม

จริงๆ แล้วนี้ ตัวเราทุกคนต้องยอมรบก่อนว่า เราไม่มีเงินทุน ทีจะส่งเสียตัวเอง ใหมาเรียนเมืองนอกได้เลย ถ้าที่บ้านมีเงินฝากห้าล้านสิบล้าน ก็คงไม่ต้องมาทำงานอะไรที่ต่างแดน มาถึงก็เรียนโท เรียนตรี เรียนปีสอปีจบก็กลับ เอาเงินสี่ห้าล้านมาใช้ แต่มันไม่มีเงินดังกล่าว ล้านเดียวก็ไม่มี แล้วจะมาเรียนเมืองนอกได้อย่างไร

ครั้นจะให้รอเก็บเงินเมืองไทย มาเรียนโทเมืองนอก แล้วเมื่อไหร่จะเก็บได้ทัน เงินบาทจะสู้เงินดอลไวหรือ จะเก็บนานแค่ไหน

อยากเรียนเมืองนอกก็ต้องทำงานเก็บเงินเมืองนอก นั้นสิ มันสมเหตุสมผลนะ

อยากจะใช้เงินดอลเรียนนอก ก็ต้องทำงานเก็บเงินดอล ดังนั้นจะมาทำงานอะไรกันละ เพื่อเก็บเงิน ธัญญ่ก็ค้นพบว่ามีอาชีพพี่เลี้ยงเด็กแคนาดานี้แหละที่ให้คุณสามารถมาทำงานก็บเงินดอลได้จริงๆ เก็บเงินดอลแล้วจะใช้เรียนต่อหรือจะทำอย่างอื่นก็ได้ ไม่เรียน จะเก็บไว้เฉยๆ เอาไว้ลงทุนอะไรที่ไทย ทำบ้านเช่าที่ไทยเป็นเสือนอนกินยามแก่ก็ได้ เก็บเงินดอลเอาไปใช้เงินบาทก็คุ้มสิค่ะ  ดอลหนึ่งได้สามสิบบาทแหนะ

หลายคนที่เลือกมาแคนาดาเพราะของนี้ มาเริ่มต้นในแคนาาด้วยการเป็นพี่เลี้ยงเด็กมีแต่เก็บเงินได้ ไม่ได้จะหวังเป็นพี่เลี้ยงเด็กตลอดไป (แต่จะบอกว่าเงินเขาดีจริงๆนะหลายคนได้ใบทำงานแล้วยังทำเป็นแนนนี่อยู่ลย แต่ไปทำแบบอาศัยเอง แล้วเรียกต่อชั่วโมงสูงขึ้น)

มีเงินเก็บจากการทำงาน ไม่ใช่แค่ประโยชน์เดียว แต่ประโยชน์ทีสองและทีสำคัญ โอกาสในการเป็นผู้อยู่ถาวรของแคนาดา เป็นคนของประเทศนี้ ทำด้วยตัเราเอง ไม่ต้องแต่งงานกับใคร ไม่ต้องรอหนุ่มที่ไหน (คือถ้ามันมาเจอหนุ่มแล้วมันจะตกลงปลงใจกันนั้นก็ฟ้าลิขิต) แต่แน่นน การทำงานพี่เลี้ยงเด็กแคนาดา ใครทำใครก็ได้ ทำก่อนก็สะสม 24 เดือนก่อน เขาให้อยู่ถาวรจริง ปีๆ เป็นหมื่นคน

อย่างน้อยก็จงยอมรับกับตัวเองว่าเราไม่มีเงินถุงเงินถังส่งตรงให้ตัวเองมาเรียนโท แต่สังคมต้องรับรู้และยอมรับ คนที่ไม่มีเงินแต่ให้โอกาสกับตัวเอง เป็นคนที่น่าชื่นชม การมาทำงานเพื่อเก็บเงินเรียนต่อให้กับตัวเองไม่ว่าจะพี่เลี้ยงเด็ก แม่บ้าน คนใช้ ไม่ควรถือเป็นเรื่องน่าอาย สังคมควรชื่นชมในความมานะบากบั่นพยายามและตัวเราเองควรภูมิใจที่เราได้มีโอกาสทำ ในขณะที่อีกหลายๆคนไม่มีโอกาสค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-10-24 10:10:30 IP : 209.195.64.24


ความคิดเห็นที่ 19 (3302003)
avatar
ธัญญ่า

อีกสองอาทิตย์จะได้ไปหาโฮสต์และเด็ก ๆ ที่ชิคาโก

ไม่ได้เจอกันมานานจะห้าเดือนแล้ว คิดถึงมากมาย หลังๆ นี้ฝันว่าเจ้าสองตัวหัวแดงหัวทองมานอนข้างๆ ที่เตียง เข้ามาหาในห้องนอนเลยอะ คิดดูหลงรักลูกเขาขนาด

ก็พอดี ตั๋วมาลดราคา ของแอร์แคนาดาไปกลับชิคาโก สามร้อยเหรียญ เลยจัดการซื้อเลย โฮสต์กับเด็กก็ดีใจที่จะได้มา

จะเล่าว่า พอธัญญ่ากลับมาจากโฮสต์ที่เมกา ใครดูแลเด็กๆ ต่อ คนนั้นชื่อ เทียค่ะ

 แนนนี่ของโฮสต์ที่ชิคาโกต่อจากธัญญ่าไม่ใช่ ออแพร์  เขาเป็นคนโคลัมเบียแต่อพยพมาอยู่เมกานานแล้วค่ะ เรียกว่าลูกเต้าโตจบปริญญาตรีที่เมกาเกิดเมกา

เทียก็มาทำงานต่อจากธัญญ่าตั้งแต่ธัญญ่ากลับไทย โฮสต์นะเขาไม่อยากเอาออแพร์แล้ว เขาบอกว่าต้องมาจากลากัทุกๆ สองปีไม่ไหว ทำใจไม่ได้  ก็เลยจ้างแนนนี่ท้องถิ่นไปเลยเอาแบบเช้าไปเย็นกลับ

เทียเก่งมากเลยค่ะ ทำได้ทุกอย่าง ทำคามสะอาดบ้าน ซักผ้าทั้งบ้าน รีดผ้า ล้างห้องน้ำ ทำกับข้าว ไปรับไปส่งเด็กไป รร     เทียคือรุ่นแม่ธัญญ่า เทียนิสัยดี ก่อนธัญญ่าจะกลับไทยก็เจอเทีย เพราะเทียมาทำงานควบกับธัญญ่าก่อนกลับอยู่สองสามอาทิตย์ ก็คือ โฮสต์เขาบอกว่าเขาไม่อยากให้ธัญญ่าไปแล้วเทียมาทำต่อเพราะเด็กจะคิดว่าเป็นการสูญหายธัญญ่าแล้วมีเทียมาแทน แต่เขาจะให้เทียๆ ค่อยๆ เข้ามาอยู่กับเด็ก ล้วธัญญ่ามีเวลาหยุดมากขขึ้น เรียกว่าก่อนกลับทำแค่วันสองวันเอง เทียก็ทำไปเรือ่ยๆ จากอาทิตย์ละวันสองวัน เป็นสามวัน แล้วพออาทิตย์สุดท่้าย เทียทำทุกวันธัญญ่าคืออยู่รอบๆ เด็กเท่านั้นไม่ต้องทำอะไรแล้ว เด็กก็เคยชินว่ามีทั้งธัญญ่าและเทีย

แต่ถึงวันที่ธัญญ่าต้องกลับเขาก็รู้ว่ามีเทียที่พวกเขาก็รัก และเทียก็รักพวกเขามาก

ทุกคร้งที่ธัญญ่าไปบ้านก็จะเทีย เด็กๆ ก็จะเรียกขานชื่อเทียธัญญ่าสับสนไปมา แต่เทียเป็นแนนนี่มหัศจรรย์ทำได้ทุกอย่างทีน่าชื่นชมจริงๆ แนนนี่อย่างนี้แหละที่โฮสต์แคนาดาเขาต้องการ ตอนก่อนจะกลับไทยมาแคนาดาก็ดูเทียเขานะเขาทำอะไรอย่างไร เพราะรู้ว่ามาแคนาดาเราคงไม่พ้นต้องทำแบบเทียให้นายจ้าง ทุกครั้งเวลาไปเยียมโฮสต์ที่เมกากก็จะดูเทีย เทียสอนทำความสะอาดห้องน้ำ จัดผ้าปูที่นอน เวลาธัญญ่าไปไทยและไปเยี่ยมโฮสต์เมกา ก็จะม่ของฝากติดไมม้ติดมือให้เทียทุกครั้ง

ธัญญ่าเจอเทียในแคนาดาอาทิตย์ก่อน เทียติดรถเพื่อนมาเที่ยวหาญาติที่โทรอนโท แล้วเทียก็พาพี่สาวจากโคลัมเบียมาโทรอนโท ขับรถจากชิคาโกมาทางนิวยอร์ก พาพี่สาวเที่ยวและก็มาดูน้ำตกไนแองการาแวะมาสุดที่โทรอนโท เทียโทรมาหาธัญญ่า ธัญญ่าก็ดีใจอ้าวมาได้อย่างไร ตกค่ำๆ ก็เลยไปหา ดีใจมากเลย แล้วก็ตอนอยุ่กับเทีย ก็ถ่ายรูป แล้วก็ส่งไปให้โฮสต์ที่เมกาดูว่านี้เจอเทีย โฮสต์ก็โทรกลัยมา อ้าวไปเจอกันได้งัยนี้ เห็นเทียบอกไปดูน้ำตกนิวยอร์กไปถึงโทรอนโทเลยเหรอ เด็กๆ ก็เจี๊ยวจ๊าว อ้าวเทียไปอยู่ไปเจอธัญญ่าได้งัยไม่แฟร์เลย วันหลังไปเอาฉันไปด้วยสิ กริๆ

ไม่รู้ป่านนี้ลูกสาวธัญญ่าจะสูงแค่ไหนแล้ว โตขึ้นทุกวันเลยนี้เป็นวัยรุ่นแล้วอะสิบสองแล้วค่ะคนโต  แต่สำหรับธัญญ่านะ เขาก็คือเด็กน้อยๆ ของธัญญ่าที่ยังเล่นร้องเพลงเต่า อุ้มกระเตงจูงกันไปไหนๆ

เคยคิดว่าไม่ต้องมีลูกหรอก เพราะว่างัยเราก็มีเขาแล้ว ฮ่าๆ

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-10-28 04:25:58 IP : 209.195.64.24


ความคิดเห็นที่ 20 (3302208)
avatar
ธัญญ่า

 

ธัญญ่า ได้ไปดู Gangnam Style
โชคดีที่ลูกค้าของสะมี เขาเอาตั๋วเข้างาน Gangnam Style มาให้ Psy คือนักร้อง มาโทรอนโทมาแสดงเป็นครั้งแรก โดยการสปอนเซอร์ของซํมซุง ซัมซุงก็มาจากเกาหลี ไซก็มาจากเกาหลี อิๆ แล้วก็ ซํมซุงมีการตั้งชื่อรุ่นมือถือด้วยนะ รุ่น แก๊งค์นัมสไตล์ โฮ้ เอาใจแฟนแก๊งค์นัมกันน่าดู
ใครจะเชิญมาเราไม่สน เราได้ตั๋วเราไปดูฟรี เราชอบ งานมีที่คลับ ไม่ค่อยได้ไปคลับเคลิบหรอกค่ะ นานๆได้ไป โอ๊ยดีใจ แต่งหน้าทาปาก รีดผม ใหญ่เลย ชุดก็ไม่มีไปยืมน้องสาวมาใส่ 
ฝนก็ตกพร่ำๆ รอต่อแถวเข้างาน แต่ไม่นานก็ได้เข้าไป คนเยอะค่ะ มารอดูไซ คงจะกังนัมสไตล์กันคึกคักคืนนี้
ตั๋วบอก 8.30 – 10.30 มาต้งแต่ 8.30 ค่ะ แต่ 9.00 pm ไซก็ยังไม่ออกมา แต่ว่าคลับก็เปิดเพลงเต้นๆ มันส์ ๆเอาไว้ ดีเจก็สลับมาพูดไป เสียงดังๆ ไซอยู่ในกล่องซัมซุง ไม่ดังไม่ออก เอ้าแหละ สงสัยจะได้โชว์ตัวแหละ ออกมานี้คนกร๊ดค่ะ ไม่น่าเชื่อคนทีไม่หล่อเลยยยยย หน้ากลมๆ จมูกนิดปากหน่อย พุงป่อง ดังได้ขนาดนี้ ฟังสัมภาษณ์ตอนเช้าของวันนี้ ก็ขำนะ เขาบอกว่าเขาเองก็เต้นมันส์ ทำอะไรแหวกๆ อย่างนี้ มาเป็นสิบปีแล้ว แต่ว่าก็มีอันนี้แหละอยู่ๆ มันก็ดังยั้งไม่อยู่ ก็ไม่ได้ทำอะไรนะ เพราะทำอย่างนี้มาปรกติสิบปีแล้ว ก็ขำ กับไซด้วย ใช่นะ บทจะดังก็ดังอะกับสิ่งที่ทำมาประจำ อิๆ งัยก็ดีใจ ภูมิใจแทนเขาอะ
กว่าไซจะออกมาก็ปาไป 9.10 PM ออกมาคนกรี๊ด แล้วก็ออกมาขอเสียงหน่อย นี้เป็นคอนเสิจแรกในชีวิตธัญญ่าเลยนะนี้ อิๆ  ฝั่งซ้ายหน่อย ฝั่งขวาหน่อย เสียงผู้ชาย เสียงผู้หญิง เสียงเกาหลี เสียงแคนาเดียน กรี๊ดกัน แล้วไซก็ร้องเพลงแรก เพลงเกาหลี โฮ้ กระโดดกันน่าดู เกาหลีทั้งนั้น  ดีใจนะครับเป็นครั้งแรกมาโทรอนโทมาแสดงให้คนดู เป็นความทรงจำนะนี้ พูดเสร็จ คนดูกรี๊ดไซอีกรอบ แหม คนดังพูดอะไรก็ถูกกรี๊ด
เพลงจบ ไซบอกว่า จะให้น้ำคุณผู้ฟัง จะเอาแบบหนึ่ง แบบอเมริกันโยนน้ำขวดให้ หรือว่า แบบทีสอง แบบเกาหลี พ่นน้ำออกจากปากพรมผู้ชม คนฟังกรี๊ดค่ะ เอาแบบสอง เอาแบบสอง นิ้วมือของทุกคนชูเลขสอง หมดเลย ไซก็บอกว่า อย่างคิดว่านี้คือ เล่นสกปรกนะ มันเป็นธรรมเนียมเกาหลี แล้วไซก็ดื่มน้ำไปอึกใหญ่ แล้วก็พ่นออกมามุมซ้ายที มุมขวาที แหม อย่างกะเจ้าของให้น้ำไก่เวลาตีไก่ ฮ่าๆ แต่ก็น่ารักมันเป็นธรรมเนียมเขาดิ  เราไม่คิดมาก แล้วก็มาต่อเพลงทีสองก็เพลงเกาหลี แต่อันนี้ มีเนื้ออังกฤษปนๆ ด้วย แต่จำไม่ได้แล้ว ฟังครั้งแรกอะ แต่แนวเพลงก็มันส์ตามสไตล์เขาละค่ะ
พอเพลงจบ คนก็เริ่มแหละ กังนัมสไตล์ ตะโกนขึ้นเวที ไซก็บอกว่า  เอาแว่นตาดำมาสิ เท่านั้นแหละ เฮ้กันใหญ่ แต่ปรากฏว่า พอเพลงขึ้นจริง ทุกคนกลับเอากล้องถ่ายรูปมาถ่ายมาอัดวีดีโอใหญ่เลย ไม่มีคนเต้นอะ คือมันได้เห็นเขาแต้น สดๆ งัย เคยแต่ดูยูทูป พอได้เห็นสดๆ ก็อัดกันทุกคน มองไปทางไหนมือถือหน้าจอโชว์กันสว่างไสวสะล่อนเลยอะ
พอจบเพลงเท่าน้นแหละ ไซตัดบทง่ายมาก ขอบคุณทุกคนมากเลยนะ ประทับใจครับ แล้วหายเข้าหลังเวที เราก็แบบ อ้าวจบแล้วเหรอนี้ ไซออกมาแค่ยีสิบนาทีเองอะ ทางผู้จัดงานก็ให้เราออก คือถ้าอยากออกก็ออก ไม่ออกก็อยู่ดื่มกินในคลับกันต่อไป ธัญญ่ากับสามีก็ออก  ป้ากับลุงมาดูไซ หมดธุระกลับบ้านนอน ฮ่าๆ ตอนออกจากงานได้ช๊อกโกแลตเขาแจกด้วย มีรูปไซก็ไปคู่สะหน่อย ถ่ายคู่กับรูปนะพอแล้วกลับบ้านได้
งานนี้ ไม่ใช่แค่ได้เห็นไซนะ แต่ว่าได้รู้ว่าประสิททธิภาพกล้องของซํมซุงจากมือถือของคนที่เขาเอาขึ้นมาถ่ายรุปหรือบันทึกวีดีโอนะค่ะ จากจอภาพธัญญ่านี้เห็นชัดเจน คมเลิศมากๆ อะ เห็นหน้าไซบนเวทีเป็นหน้าไซอะ  ไอโฟนสี่อิฉันต้องขอหลบค่ะไซออกมาหน้าเป็นถั่วแปป เอิ๊กๆ
 
ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-10-31 12:44:46 IP : 209.195.64.24


ความคิดเห็นที่ 21 (3302344)
avatar
ธัญญ่า

พายุเข้าที่อเมริกา ทางฝั่งตะวันออก แถวๆ นิวยอร์ก แล้วหางๆ มาโดนโทรอนโท ทำให้ลมแรง แต่ก็ไม่แรงมาก แรงแค่คืนเดียววันที่พายุเข้าที่นิวยอร์ก แต่ฝนตกปรอยๆทั้งวันมาตลอดสามสี่วันแล้วค่ะ

ลมแรงมาก โค่นต้นไม้ล้มหลายต้นเลย ดูจากในข่าว ไฟในบ้างเมื้องดับไปเลย ไม่มีไฟใช้กันเป็นวันๆ คืนๆ รถไฟฟ้าหรือรถรางที่ใช้บระบบไฟฟ้าก็เลยใช้ไม่ได้ คนไปไหนมาไหนก็

หวังว่าเพื่อนๆ ในอเมริกาฝั่งตะวันออก นิวยอร์ก คงปลอดภัยดีนะจ๊ะ  หรือถ้ามีอะไรตื่นเต้นก็มาเล่าเกันบ้างนะค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-11-02 06:15:08 IP : 99.253.244.223


ความคิดเห็นที่ 22 (3302618)
avatar
ธัญญ่า

เอาวีดีโอมาฝากค่ะ เล็กๆ น้อยๆ ตามอัตภาพค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-11-06 00:44:06 IP : 99.253.244.223


ความคิดเห็นที่ 23 (3302851)
avatar
Tanya

มะวานนั้น ทำกับข้าวกินเอง ยำวุ้นเส้น ด้วยความตะกละกินยอะไปหน่อย เลย เกิดอาหารเป็นพิษ กินนอนแล้วย่อยไม่ทัน เลยไม่หบายไปเลย

นอนก็ไม่ได้นอนหลับดี เพราะนอนพะอืดพะอมอยู่

จะอ๊วก น้ำลายไหลยืดๆ ย่อยไม่ทัน แก่แล้วอะ กินอะไรก็ต้องระวัง ย่อยลำบากแม้แต่วุ้นเส้น

มีโทรศํพท์จากอิมมิเกรชชั่น ไม่ได้รับอะ เพราะปวดหัวเลยนอนไม่หลับสายใคร   

ไม่รู้โทรมาเรื่องที่ขอ เป็นพลเมืองแคนาดาหรือเปล่า ส่งเอกสารไปได้สองเดือนแล้วดิ

วันนี้ที่โทรอนโท 15 องศา แต่รู้ว่าทีอื่นหิมะตกแล้ว

ผู้แสดงความคิดเห็น Tanya ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-11-10 01:31:57 IP : 99.253.244.223


ความคิดเห็นที่ 24 (3303335)
avatar
Tanya

ไปเยี่ยมโฮสตับเด็กๆ ทีชิคาโกมาหนึ่งอาทิตย์เพิ่งกลับมา ไปถุึงคอมพังเลย ส่วนไอแพดนั้น ก็พังเพราะเหยีบหน้าจอ ต้องซ่อมหน้าจอแต่ยังไม่ได้ซ่อมสะทีเพราะเจอแต่ละร้านแพง แต่ตอนนี้เจอซ่อมถูกแหะ $125 

 แล้วก็ไอโฟนโทรศพท์ไม่ได้เอาไปทิ้งให้สามีใช้รับสายแทน ไม่อยากเอาไปเมกาเพราะเวลาเรารับสาย คนนั้นที่โทรมาเขาก็จะต้องโดนเรทโทรนอกประเทศเพราะเราอยู่เมกา เลยไม่เอาไปดีกว่า แต่คุณเธอไม่รับให้ฉันเลย ทีหลังจะเอาไปแต่ไม่รับสายยังดีกว่าแล้วใช้สไกป์ของเราโทรกลับเอาก็ได้ สไกป์นี้ดีนะ มันโทรได้ทั่วโลก ไม่จำกัดนาที เดือนละ 13 เหรียญเอง คุณภาพสัญญานก็อยู่ในเกณท์ใช้ได้ถึงดี เต็มสิบก็ให้แปดจุดห้า

โชคดีที่เด็กมีไอแพดก็ยืมมาใช้ เช็คอีเมลล์ โทรสไกป์ แต่เด็กสมัยนี้เอาไอแพดไป โรงรียนเราเลย อดใช้ตอนกลางวัน โฮสต์เลยเห็นดังนั้น แกไปขุ้ยเอาไอแพด 1 มาให้เราใช้  ไอแพดหนึ่งช้ามากๆ แต่ดีกว่าไม่มีใช้ จริงๆ สามีให้ playbook ไปมันเป็น tablet ของแบ็คเบอร์รี่ แต่ด้วยความที่เราชินกับการใช้งานกับแอ้ปเปิ้ลงัย มันเลย ใช้ไม่ถนัด ก็บอกแฟนว่า เพย์บุ๊คคุณนี้ไม่ user friendly เลยนะ  (ใช้งานยากส์ ไม่เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน) สะมีแซวกลับ ฉันว่าฉันก็ใช้ปรกติดี ทำอะไรก็ได้เข้าใจหลักการใช้ก็ง่ายๆ นะ ฉันว่าผู้ใช้มีปัญหา ไม่ใช่เครื่องเพยบุ๊คฉันหรอก สรุปธัญญ่าเป็น user ที่ไม่ friendly สะเอง ฮ่าๆ

ระบายเรื่องคอมเสียแล้ว แต่ตอนนี้กลับมาบ้านแล้ว คุณสามีซ่อมให็ก็ใช้ได้อีกครั้ง เฮ้อ โล่งไปนึกว่าจะต้องไปเสียเงินซื้อใหม่แล้ว โดนไวรัสทำเอาเครื่องดับเปิดไม่ได้ กะว่าถ้จะซื้อใหม่จะซื้อ tablet laptop อะ อิๆ เห็นว่าช่วงคริสมาสนี้จะออกกันมา เพราะตอนนี้ไปท่ไหนก็ sold out แล้วก็ให้รอคริสมาส ไอแพดดีหมด คาดแต่ว่า มันไม่มีช่องให้เสียสาย USB กรณีเราทำอะไรเราอยากเซฟลงเครื่องไอแพดเลยมันทำไม่ได้เหมือน PC อะ ถ้ามันเป็น laptop แล้ว tablet ด้วยมนได้ครบที่ต้องการ จอแบบสัมผัส พิมพ์งาเซฟได้ ไม่ต้อเอาไปใส่ box or cloud โปรแกรมอะไรใอากาศอีกแล้ว

หมดบ่นเรื่องคอมแล้ว ก็ต้องขอเล่าเรื่องทีเจอกับเด็กและโฮศต์ ซึ่งก็มีความประทำใจทุกครั้ง เหมือนกับไปเยี่ยมพี่ เยี่ยมหลาน พอก่อนจะกลับคืนนั้น เจ้าตัวโตซึ่งตอนนี้ก็สิบเอ็ดขวบ ร้องไห้ไม่อยากให้เรากลับ อยากให้ต่อเวลาอยู่ต่อ อย่างนี้ทุกที ร้องไห้ตลอด ก็แซวว่า นึกว่าโตแล้วจะไม่ร้องนะ นี้วัย จะเข้าวัยรุ่นแล้วนะ แจ็คกี้ก็ไม่ฟังร้องไห้ ตาแดง ส่วนคนเเล็กนั้นเจ้าแมดดี้หัวทอง ก็รักธัญญ่าแต่เขาบอกว่าเขาไมร้องหรอก เดี๋ยวเราก็ได้เจอกันอีก เจ้าตัวเล็กนี้เขาออกจะทอมบอยหน่อยๆ   เจ้าคนโตเขาจะเป็นเจ้าหญิงเต็มที่

กลับมาถึงบ้านแล้วก็ซึม เพราะคิดถึง อยากอยู่ต่อ แต่ก็ต้องกลับมาทำงาน บอกเขาไว้ว่า หลังปีใหม่จะไปหา พวกเขาเองก็จะไปลงเรื่อท่องไปบาฮามาสด้วย ช่วงคริสมาสปีใหม่นี้ ว่าแล้วก็คิดถึงจะร้องไห้คิดถึงลูก ต้องไปส่องตั๋ว โฮสต์ก็แสนประเสริฐให้เงินตั๋วแถมเงินทิปไปหาอีก แกบอกว่าจะได้มาบ่อยๆ ถ้ามาบ่อยก็จะให้ทิปเยอะๆ นี้ถ้าไม่ติดสามีนะ จะไปอยู่สักสองอาทิตย์ช่วงหน้าหนาว

พอกลับมาวันเสาร์ดึก วันอาทิตย์ก็ต้องประชุมงานสมาคมไทยในออนตาริโอ เพระมีกรรมการท่านหนึ่งจะย้ายไปต่างเมือง กลับมาเลยได้กินอาหารไทย และก็ประชุมเรื่องการจัดงานวันพ่อที่โทรอนโทน้ด้วย  แต่เน้นกินมากกว่าประชุมนะทีไป ที่ดีใจได้กินก็คือ ข้าวขาหมู ไม่ได้คิดว่าจะได้กิน เพราะอยากกินก่อนไปเมกาก็ยังบอกกับเพื่อนลยว่า ถ้ากลับมา นัดมาทำกินกัน แต่กลายเป็นว่าลาภปากกลับมาก็ได้กินสะแล้ว

ผู้แสดงความคิดเห็น Tanya (tanya_aupair-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-11-19 11:09:53 IP : 209.195.64.24


ความคิดเห็นที่ 25 (3303676)
avatar
Bank

 พี่ธัญญา หลังจบออแพร์ 2 ปี ผมจะไปเป็นออแพร์แคนดามั่ง อยากเป็ฯพลเมืองแคนาดา

แล้วแมชยากไหมครับแล้วเห็นเพื่อนบอกว่าออแพร์ที่แคนาดาต้องจ่ายค่าบ้านเองเหรอครับ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Bank (kazuma_bank-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-11-27 00:57:12 IP : 76.103.57.64


ความคิดเห็นที่ 26 (3303763)
avatar
ธัญญ่า

หวัดดีจ้าแบงค์

มาแคนาดาเลยถ้าชอบทำงานเลี้ยงเด็กต่อนะ ไม่เบื่อก็มาเลย มาทำงานเลี้ยงเด็กต่อที่แคนาดา ทำสองปีก็ขออยู่ถาวรที่แคนาดาได้

ส่วนแม็ทช์ยากไหม ทีผ่านมาผู้ชายไม่ค่อยมีแม็ทช์อะจ๊ะ เรียกว่าศูนย์ แต่ถ้าเราเคยเป็นอดีตออแพร์สองปีมาก่อนก็ไม่แน่ค่ะ อาจจะได้งานก็ได้ ส่วนใหญ่ผู้หญิงได้งานง่ายกว่าผู้ชายเยอะจ้า

ที่แคนาดา พี่เลี้ยงเด็กได้รับเงินเดือนและต้องจ่ายภาษี ค่าบำนาญ ค่าประกันสังคม และค่าที่พักที่กิน จากรายได้ค่ะ แต่รับรองว่าให้จ่ายอย่างไรก็เหลือมากกว่าพี่เลี้ยงเด็กทุกประเทศค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-11-29 06:34:17 IP : 209.195.64.24


ความคิดเห็นที่ 27 (3303764)
avatar
ธัญญ่า

เลี้ยงส่งพี่ต๋อย คณะกรรมการอาวุโส สมาคมไทยแห่งออนตาริโอ แคนาดา

ธัญญ่าได้มาอยู่แคนาดาก็ปาไปเกือบเจ็ดปีแล้ว ตอนมาอยู่แคนาดาแรกๆ ก็ไม่ค่อยมีคนไทยมากนัก เวลาสมาคมไทยที่โทรอนโทเขามีงานอะไร ก็จะพยายามไปรวมกับเขา (ในยุคนั้นสมาคมก็ไม่มีออฟฟิศ คุยกันเฉพาะผ่านเว็บบอร์ด คือๆประมาณ ไทยออแพร์คลับประมาณนั้น)  แล้วพอเขาจัดงาน ปีใหม่ เลี้ยงฤดูฝน ร้อน หนาว อ่านติดตามข่าวเรารู้ ก็ไปรวม ไปรวมก็ได้รู้จักคนไทย ได้เพื่อนกลับมา ต้องบอกเลยว่า เพื่อนกลุ่มแรกคนไทยที่ได้  และเรียกกันว่า ไทยแกงค์ ก็มาจากการไปงานของสมาคมไทย ออนตาริโอนี้แหละจ๊ะ มาแรกๆ ไม่มมีแนนนี่ไทยให้คบนะ คบกับพวกนักเรียน หรือ คนที่อพยพมาแคนาดาด้วย skilled worker program นะจ๊ะ

วันหนึ่งธัญญ่ามีความพร้อม ก็เลย ได้อาสาเป็นกรรมการท่านหนึ่งในสมาคมบ้าง ภารกิจก็คอยจัดงานกิจกรรมต่างๆ บ้าง ให้โอกาสคนไทยในแคนาดาได้มามีโอกาสเจอคนไทยคนอื่นๆ ส่วนเจอแล้วจะเจอคนที่ถูกชะตาต้องใจ เป็นเพื่อน เป็นกัลญามิตรกันไปก็แล้วแต่บุคคล

ตัวธัญญ่าถือว่าได้กัลญามิตรทีดี จากที่ได้ไปรวมงานสมาคมมาโดยตลอด และพี่คนหนึ่งในสมาคมที่ธัญญ่านับถือ ชื่อว่า พี่ต๋อย ซึ่งเป็นคนทีตรงในการทำงาน และ ทำงานจริงจัง ถูกผิดก็ว่าไปตามถูกผิด ซึ่งแน่นอน เวลาทำงานกันเป้นลุ่มก็ต้องมี ที่ถูกใจและไม่ถูกใจกัน แต่อย่างไรแล้วนี้ ธัญญ่าก็นับถือพี่ต๋อยมากๆ ในการทำงาเพื่อส่วนรวม การทำงานสมาคมเป็นงานอาสา ไม่มีรายได้ (ส่วนใหญ่อะไรไม่พอก็ควักท้งแรงกายและแรงทรัพย์ก็กรรมการนี้แหละ)

พี่ต๋อยได้ย้ายไปอยู่เมืองแอดมันตัน จังหวัดอัลเบอร์ต้า บินจากโทรอนโทไป ก็ไม่น่าจะน้อยกว่าสี่ชั่วโมง  แฮ่กๆ พวกเราชาวกรรมการสมาคมไทยเลยรวมกันจัดงานเลี้ยงส่งให้พี่ต๋อย 

และในวันที่ 1 ธันวาคม 2012 นี้ ทางสมาคมก้จัดงานวันพ่อด้วย ซึ่งการจัดงานให้กับชุมชนไทยแต่ละครั้งนี้ เหนื่อยแต่สนุก ใครมาแคนาดาแล้วอยากมาหาเพื่อนคนไทย ก็มาคอยรวมงานสมาคมไทยนะค่ะ  หรือมาทำงานอาสาให้กับชุมชนไทยก็ยินดีต้อนรับกันค่ะ อย่าลืมมาทักทายกันทีสมาคมไทย ออนตาริโอ www.thaiontario.com กันนะค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-11-29 06:42:54 IP : 209.195.64.24


ความคิดเห็นที่ 28 (3303775)
avatar
ธัญญ่า

ได้รับข่าว จากอิมมิเกรชชั่นเรื่องที่ขอพลเมืองแคนาเดี้ยนวันนี้จ้า

จดหมายที่แนบมาบอกว่า ธัญญ่าจำเป็นจะต้องสอบภาษาหากอายุ อยู่ระหว่าง 18-54 ปี ซึ่งเป็นบทสนทนาง่ายๆ และ ต้องมีความรู้เกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์แคนาดา สภาพทางสังคม การเมือง ภูมิศาสตร์ ของแคนาดา ตลอดจนหน้าที่และความรับผิดชอบของพลเมืองแคนาเดี้ยน  ซึ่งสิ่งที่จะถามทั้งหมด อยู่ในคู่มือ study guide ที่ได้แนบมานี้ โปรดศึกษา และทางเราจะติดต่อท่านมาอีกทีว่าจะให้ไปสอบ สัมภาษณ์ และ พิธีปฏิญาณวันไหน ต่อไป

มาไวนะนี้ เห็นคนบอกกันว่า กว่จะได้ไปสอบรอเป็นปี ขนาดคนที่ถ่ายรูปให้เรา ยังบอกเลยว่า รออีกนานคุณ รอเป็นปี ส่งแล้วเงียบคุณ ธัญญ่านะไม่อะไร เมื่อไหร่เมื่อนั้น

ส่วนหนังสือนี้ ไม่ใช่ว่าส่งมาให้เราเร็ว อ่านวันนี้ อีกหกเดือนเรียกให้ไปสอบ ฉันลืมนะจ๊ะนายจ้า

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-11-29 09:20:13 IP : 209.195.64.24


ความคิดเห็นที่ 29 (3304452)
avatar
Tanya
image

งานวันพ่อ กับสมาคมไทย วันพ่อ ก็คิดถึงพ่อ

ตัวธัญญ่าทำงานให้กับสมาคมไทย ที่ออนตาริโอ มาก็เป็นเวลาสามปีกว่าแล้วคณะกรรมการของสมาคมมีประมาณสิบท่าน (ทุกท่าน ล้วนเป็นอาสา และ มีงานประจำทำเลี้ยงปากเลี้ยงท้องกันทุกคน) ด้วยจิตอาสาของเหล่าๆ พี่ๆ ก็มาจัดตั้งสมาคมไทย หวังเป็นศูนย์รวม นำทำกิจกรรมต่างๆ ให้ชุมชนคนไทยในละแวกนี้ได้มารวมกัน


แล้ว ส่วนใหญ่คนถามว่าสมาคมไทยทำอะไรกันเหรอ ฮ่าๆ
จริง ๆ แล้วสมาคมไทยนี้ จะเน้นไปด้าน สังสรรค์ การสังคม มากกว่าทีจะมาช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยากส์อะไร เพราะสมาคมไม่มีทีมทนายประจำดำเนินการด้านเอกสาร ไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำออฟฟิศรับโทรศัพท์ ส่วนใหญ่ใครต้องการอะไรก็โทรหาติดต่อคณะกรรมการแต่ละท่านตามเบอร์หน้าเว็บสมาคามได้เลย คณะกรรมการทุกท่านมีประสบการณ์ในประเทศแคนาดา เน้น เพี๊ยบ อยู่กันมานาน เกิด แก่ เจ็บ ตาย ผ่านมาหมด ฮ่าๆ เรียกว่าปรึกษากันได้ทุกเรื่อง แนะนำกันได้ทุกอย่างเลยทีเดียว

ย้อนไปเกือบเจ็ดปีก่อน ธัญญ่ามาแคนาดาใหม่ ๆ คนไทยนี้น้อยมากๆ แนนนี่ไทยนี้ น้อยมากๆ มีสะคนก็มาอยู่ห่างกันไกลโคตรๆ (ตอนนี้แนนนี่ไทยเต็มไปหมด เลือกคบได้ตามอัธยาศัย) ตอนนั้นสมาคมไทยมี แต่ไม่มีทีอยู่ พวกเราๆ ก็คุยกันผ่านเว็บบอร์ดอย่างเดียว เวลาสมาคมจัดงาน ธัญญ่าอ่านตามเจอในเว็บบอร์ด ก็ไปรวมงานตลอด ได้เจอเพื่อนๆ พี่ๆ คนไทยมากมาย และได้กลายเป็นไทยแก๊งค์ อันประกอบด้วย ธัญญ่าแนนนี่ พี่กฤษกิ๊กธัญญ่า (ทรอยเขาเรียกอย่างนั้น) ขวัญนักเรียน และ พี่อุ้ยนักบัญชี และไทยแก๊งค์นี้แหละที่ช่วยธัญญ่าพิจารณาทรอย ตอนนั้นเดทกับทรอยใหม่ๆ เวลาธัญญ่ากับทรอยไปไหน ก็ได้ไทยแก๊งค์ห้อยตามกันไปเป็นขบวนทุกที ก็หวนทำให้คิดถึงตอนเดทกับทรอยใหม่ๆ ทุกคร้งที่เราทำงานให้สมาคม เป็นจุดที่ทำให้่เจอเพื่อนๆ และทรอย ธัญญ่าดีใจและขอบคุณที่สมาคมไทยจัดงานอย่างนี้ให้ธัญญ่าได้มีโอกาสได้เจอ กัลญานมิตรอีกมากมาย และธัญญ่าก็อยากให้คนไทยคนอื่นๆ ได้มาเจอกัลญามิตรจากงานสมาคมบ้างค่ะ

กิจกรรมอย่างหนึ่งที่ สมาคมไทยดูแล นอกเหนือไปจากงาน Taste of Thailand ฤดูร้อน ก็คือการจัดงานวันพ่อ หรือ วันชาติไทย ซึ่งถือว่าจัดเป็นการส่งท้ายปีเก่า ไปในตัว เพราะเราจัดต้นเดือนธันวาคม หลังจากนั้นก็จะเป็นช่วงหยุดยาวเทศกาลคิรสมาส ปีใหม่ หลายๆ คนก็อาจจะกลับประเทศไทยหรือว่าไม่สะดวกมารวมกิจกรรมเพราะมีกิจกรรมกับครอบครัวที่ต้องทำ ก็ถือว่าจัดงานต้นเดือนธันวาคมนี้เหมาะสมที่สุด ในงานก้จะมีการประกวดนางงาม สมาคมไทย ออนตาริโอ เป็นกิจกรรมที่สนุนกสนานครึกครื้น สิ่งที่ได้ไม่ใช่แค่ว่าใครสวยกว่าใคร แต่สิ่งที่ได้คือ ความรวมใจใน “การอย่างมีส่วนรวมให้กับกิจกรรมของชุมชนตัวเอง” มากกว่า ซึ่งทุกคนที่มาประกวด ล้วนต้องการให้งานมีสีสรร มีความสนุก โดยส่วนตัวแล้ว ต้องขอบคุณผู้เข้าประกวดทุกท่าน และอาสาสมัครท่านอื่น ๆ ทุกคน (กรรมการอย่างธัญญ่าก็อาสาเหมือนกัน) ที่มาช่วยจัดงาน ฝ่ายจัดตั้ง สถานที่ ฝ่ายพีธีกรพิธีการ ฝ่ายดูแลอาหาร ฝ่ายดูแลเครื่องดื่ม ฝ่ายการแสดง ฝ่ายเครื่องเสียง ฝ่ายต้อนรับหน้างาน(จำหน่ายตั๋ว) และที่สำคัญต้องขอบคุณคนมารวมงานทุกคน ไม่มีคนรวมงาน งานที่จัดก็ไม่มีประโยชน์

สุดท้ายวันพ่อ ก็ทำให้คิดถึงพ่อม๊ากๆ เดี๋ยวจะได้กลับไทยปีใหม่นี้ ไปหอมแก้ตอมๆ หลายๆ ฟอด แล้วจ้า

ผู้แสดงความคิดเห็น Tanya ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-13 05:46:17 IP : 209.195.64.24


ความคิดเห็นที่ 30 (3304471)
avatar
Tanya
image

พ่อของฉัน ตอนที่ 1

 

ยังมีอารมณ์วันพ่อติดค้างอยู่ อยากเขียนมานานแล้ว เรื่องพระคุณพ่อนี้
 เป็นเด็กโขอย่างเขียนเรียงความ เรื่อง พ่อของฉัน ไม่ได้เขียนส่งประกวดหรอก เขียนเพราะรักพ่อ
ถ้าให้หาคำหนึ่งค่ำ มาจำกัดความ พ่อของฉัน นึกก่อน นึกได้แหละ คำนั้นคือ ประเสริฐ แต่พ่อฉันไม่ได้ชื่อประเสริฐนะ พ่อฉันชื่อสมพงษ์ ฮ่าๆ
พ่อของฉันแสนประเสริฐ นั้นคือ คำจำกัดความและความรักที่ฉันมีต่อพ่อและอยากจะบอกให้พ่อรู้
พ่อของฉันเป็นคนลพบุรี เป็นลูกคนสุดท้ายมีพี่น้องอยู่ สี่คน  อยู่บ้านติดริมแม่น้ำลพบุรี ปู่ย่าทำอาชีพทำสวนกะท้อนและก็ขายชากาแกฟน้ำดื่มตามงานวัด 
พ่อบอกว่าชีวิตเด็กยามเด็กก็อยู่จนๆ ทั่วไป เรียนโรงเรียนวัด ฝั่งตรงข้ามของบ้าน ช่วยพ่อแม่ขายของทำสวน เล่นน้ำว่ายน้ำ ปีนต้นไปไปตามประสาเด็ก พ่อรักเรียน เรียนดีได้ที่หนึ่ง ลายมือสวย เลขนี้เก่งคิดได้ไม่ต้องมีเครื่องคิดเลขเลย แต่ด้วยฐานะลูกหลายคนประกอบกับพ่อเป็นลูกคนสุดท้อง ปู่ไม่มีเงินส่งเรียนมัธยมได้ พอเคยบอกแบบน้อยใจว่า พี่ชายคนโตได้เรียนต่อมัธยม แต่พ่ออด พ่อจึงจบแค่ปอสี่ ที่รัฐให้เรียนฟรีนั้นแหละ
จบมาก็ออกทำงานไปกับปู่ขายของตามงานวัดเป็นพ่อค้า และพอเป็นหนุ่มทำงานได้ก็ย้ายมาทำงานโรงงาน ที่ดอนเมือง ซึ่งพี่สาวของพ่อได้มาทำก่อนหน้าอยู่แล้ว พ่อบอกฉันว่า ทุกเสาร์อาทิตย์หรือวันหยุดต้องกลับบ้านโดยตลอด เอาเงินเดือนที่ได้ไปให้ปู่กับย่า สิ่งหนึ่งที่พ่อบอกว่าพ่อดีใจทีสุด คือพ่อถูกหวยรางวัลที่ห้า เงินไม่เยอะหรอกสำหรับรางวัลทีห้า พ่อบอกว่าตอนเอาเงินไปให้ย่า ย่าถามว่า “พงษ์เอ็งไปปล้นธนาคารมาเหรอ” ย่าทำหน้าตึงใส่พ่อ พ่อบอกว่าเปล่าแม่ผมถูกหวย ผมให้พ่อแม่หมดเลย มาซ่อมบ้านกัน นี้คือความภูมิใจของพ่ออย่างหนึ่งที่ได้ทำบ้านให้พ่อกับแม่ เรารู้ว่าพ่อพยายามจะสอนให้เรารู้จักคำว่ากตัญญู ควรเอาเงินให้พ่อแม่และภูมิใจที่ได้ให้เงินพ่อแม่
อีกเรื่องทีพ่อจะเล่าประจำคือ เรื่องการเก็บออม รู้จักประหยัด พ่อจะเล่าเรื่องสมัยตอนเป็นทหารเกณท์อยู่ตลอด เมืองลพบุรีก็เป็นเมืองทหาอยู่แล้ว พ่อถูกเกณท์ประจำการที่ลพบุรี พ่อบอกว่านายรักพ่อ เลยให้พ่อไปทำงานเดินเอกสารเพราะลายมือสวย และหัวไวดี แล้วสุดท้ายพ่อได้มาดูแลร้านค้าสหกรณ์ทหาร พ่อบอกว่าพ่อต้องทำบัญชีให้ร้านสหกรณ์ เช็คสินค้าเข้าออกและทำสรุปยอดขายประจำวัน อาทิตย์ เดือน ด้วย พ่อบอกว่าได้มาเป็นความรู้ดีในการทำค้าขาย ถือเป็นความรู้ที่ดีได้ติดตัวออกมา และทุกคร้งที่ได้เงินพ่อบอกว่าจะรีบหมุดลอดรั้วเอาเงินไปฝากธนาคารออมสินใกล้ๆ เก็บเงินเอาไว้ให้พ่อแม่ เคยแซวพ่อว่าแล้วทำไมต้องมุดลอดรั้วด้วย ก็เดินออกไปหน้าค่ายที่ประตูก็ได้ พ่อบอกว่ามันไกล พ่อมีทางลัด อิๆ เรารู้พ่ออยากสอนให้เรารู้จักเก็บเงิน มีบาทมีสิบต้องรีบเอาไปฝาก สอนให้เรา ตื่นเต้นกับการไปฝากเงินและเห็นเงินฝากเติบโตขึ้นตลอดเวลา ถามพ่อว่าเก็บเงินไว้ทำไม พ่อบอกว่าเงินนั้นเก็บไว้เถอะ เดี๋ยวถึงเวลาก็ได้ใช้ ถ้าไม่เก็บไว้พ่อจะใช้ไม่มีเงินให้ใช้นะ
ด้วยความที่พ่อรักเรียนและอยากเรียน หลังจากออกจากเกณท์ทหารก็มาทำงานปรกติที่ดอนเมืองโรงงานทอผ้าและก็ได้ เรียนศึกษาผู้ใหญ่ภาคค่ำที่บางเขน และที่นั้นเองเป็นจุดที่ทำให้มีฉันในวันนี้  อิๆ พ่อกับแม่ฉันเจอกันที่ โรงเรียนศึกษาผู้ใหญ่  หนุ่มโรงงานทอผ้า กับ สาวโรงงานซิปวีนัส
พ่อกับแม่ฉันก็เป็นคนจน มาจากตระกูลทำนา ทำสวน เรียนก็ต้องหาเงินมาเรียนเอง ไม่มีทุนพ่อแม่ใดๆ ซ้ำเงินที่ทำงานได้ก็ต้องให้พ่อแม่โดยตลอด เคยถามแม่ว่าทำไม่แม่เลือกพ่ออะ พ่อหัวหยิกมากๆ หน้าตาสิวเต็มเลยและหน้าเป็นรูรอยสิวเต็มเลยละ ตัวก็ดำ แก้มก็ตอบๆ ผ๊อม ผอม ส่วนแม่ฉันนี้ความสวยไม่เป็นรองใคร และแม่ฉันชอบรักสวยรักงาม แม่ฉันไม่เคยมีผมสีดำ เปรี้ยวตลอดสีผมสีส้มสีแดง แม่ฉัน เคยประกวดนางงาม ได้รางวัลของบริษัทมาแล้วก็เคย ถามแม่ว่าน่าจะมี ผจก มาชอบแม่นะ แม่บอกว่ามีนะมี แต่ว่าเราคนละชั้นกับเขา แม่ไม่อยากไปอยู่กับเขา เขาจะจริงจังกับเราหรือเปล่า แล้วก็ทางบ้านเขาเล่า คนจบตรีมาชอบแม่แม่รู้ตัวแม่ต่างกับเขา เราอยู่กันคนละสังคม แล้วเอาเงินเขามาให้พ่อแม่เรา ทางบ้านเขาก็จะดูถูกเราได้ พูดง่ายๆ แม่ฉันเจียมตัวมากๆ แม่เล่าต่อว่า พ่อเหมือนแม่ที่ชาติตระกูล ชาวนาชาวไร่เหมือนกัน มีความกตัญญูต่อพ่อต่อแม่ และ รักในการอดออมประหยัด แม่จึงเลือกพ่อ ฉันก็ดีใจที่ฉันได้พ่อคนนี้ แม่เลือกไม่ผิดละ
ผู้แสดงความคิดเห็น Tanya (tanya_aupair-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-13 11:30:21 IP : 209.195.64.24


ความคิดเห็นที่ 31 (3304473)
avatar
Tanya
image

 

พ่อของฉันตอนที่ 2
เรื่องตลกที่แม่เล่าให้ฉันฟังตอนพ่อจีบแม่ แม่เล่าว่า พ่ออะประหยัด ชวนแม่มากินก๋วยเตี๋ยว บอกลูกชิ้นใหญ่มากๆ ได้ลูกชิ้นเยอะด้วย จำได้ว่านั่งรถเมลล์ไปนานมากๆ แบบว่าเป็นชั่วโมง ชั่วโมง กับการกินก่วยเตี๋ยวของพ่อนี้ ฉันเลยแซวแม่กลับว่า ก็พ่อเขาอยากนั่งคุยกับแม่ไปเรื่อยๆ บนรถเมลล์ ถ้าไปถึงร้านเร็วๆ ก็อดใช้เวลาด้วยกัน อดคุยนู้นคุยนี้ดิ แม่ก็ชำ เอ้อ หรือมันจะจริง แม่นึกไม่ทันตอนนั้น ฮ่าๆ
พ่อแม่ฉันแต่งงานกันก็มาอยู่บ้านเช่าที่ซอยเอนก ไม่ไกลจากที่ทำงานพ่อ ที่ทำงานแม่ฉันนะอยู่ลาดพร้าวโน้น แต่งงานกันได้มาหนึ่งปี แม่ก็ตั้งท้องฉัน ฉันเป็นลูกคนโตของพ่อ พ่อรักฉันมาก ฉันนะเป็นลูกพ่อ ส่วนน้องฉันนะเป็นลูกแม่ เพราะฉันหน้าตาจะได้มาทางพ่อ ผิวเข้ม หัวหยิก หน้าสิวตรึม รูๆ อะ ใครเห็นฉันก็ดูรู้ว่าลูกพ่อจริงๆ ส่วนน้องสาวฉันมันขาว ผมตรงต้องไปหาคลื่นลอนทำให้หยิก ฉันนี้สิ ต้องไปหาทีรีดมาทำให้ตรง หน้าน้องก็เนียนกว่าฉัน นี้แหละก็เลยเป็นที่มา ฉันนะลูกพ่อ น้องนะลูกแม่ อะไรสวยๆงามๆ น้องฉันนะได้ไปจากแม่โม้ด
แม่เล่าว่า วันที่ฉันเกิด พ่อตื่นเต้นกับการมีฉันมาก และประกอบกับเป็นวันสอบจบ มศ.3  วันสุดท้ายของพ่อ พ่อสอบเสร็จก็มาที่โรงพยาบาล เจอหมอคำแรกที่พ่อถาม ลูกผมยาวเท่าไหร่ครับ แม่ก็งง ทำไมพ่อถามเรื่องความยาว ฮ่าๆ ก็แม่ฉันเตี้ยดิ สูงแค่ 150 เองพ่อฉันสูงเกือบ 180 พ่อคงกลัวฉันจะเตี้ยเหมือนแม่ ฮ่าๆ ฉันตอบแม่อย่างนั้น พ่อรักฉันมากและเห่อฉันมาก แม่บอกว่าลูกคนอื่นนะ พ่อนะว่าเขาจังว่าดื้อ นั่งไม่นิ่งเหรอ เป็นอย่างนี้ ลูกผมไม่ได้หรอก ผมตีแล้ว พอมีลูกตัวเอง ลูกตัวเองดื้อ บอกน่ารัก เด็กฉลาด ฉันไม่หยุดนิ่ง แม่ถามว่างัย ผลั้วเลยไหม พ่อบอกแม่ ตีลูกฉันเธอมีปัญหาแน่ อ้าวสะงั้น นี้ก็เป็นเรื่องราวที่แม่ฉันคอยเล่าให้ฟังตลอด
พ่อฉันก็จบแค่ มศ 3 ใจพ่อนะอยากเรียนต่อ แต่ว่าเนื่องจากมีเมียมีลูก และก็หลังจากแต่งงานก็ไปผ่อนซื้อที่ดินแถว คลองสอง ลำลูกกาเอาไว้ ต้องเก็บเงินผ่อนที่ ปลูกบ้าน พ่อก็เลยไม่ได้เรียนต่อ สมบัติตอนฉันเกิด พ่อกับแม่ฉันมีจักรยานหนึ่งคัน ที่ดินห้าสิบตารางวากำลังผ่อนส่ง ฉันเติบโตทีบ้านเช่าที่ซอยเอนก จนอายุหนึ่งปี พ่อกับแม่ก็มีเงินมากพอที่จะซื้อไม้มาปลูกบ้าน โดยแรงในการปลูกบ้านคือเหล่าบรรดาน้าๆ ของฉัน แม่ฉันมีพีน้องสิบสามคน เป็นชายสิบคน ประหยัดแรงงานปลูกบ้านไปเลย และแล้วพอฉันได้หนึ่งขวบ ฉันก็ได้มาอยู่บ้านไม้สองชั้น ใต้ถุนสูงๆ แบบธรรมดา แต่ความรักของพ่อแม่ฉันทีมีต่อฉันละบ้านหลังนี้ไม่ธรรมดา ณ บ้านนี้หลังนี้ เราอยู่กันมาจนกระทั่งฉันจบมอสาม และ ได้ย้ายมาอยู่ลพบุรี
อันนี้แม่เล่าว่านี้คือหนึ่งในอารมณ์ขันของพ่อ อารมณ์ขันของพ่อฉันจะมีตลอด แม่จะไปทำงาน ฉันก็ร้องตามแม่ แม่ก็ร้อนใจ ใจเสียลูกร้อง บอกพ่อให้หลอกลูก “หลอกลูกสิพงษ์ ลูกจะได้เงียบ” พ่อตอบกลับขำๆ “นี้ฉันไม่ใช่ผีนะจะได้หลอกลูก และก็ไม่มีผีให้หลอกลูกด้วย” แต่แม่มองไปที่พ่อ พ่อหัวหยิกหยุ่ง หัวไม่ได้หวี หน้าดำๆ แก้มตอมๆ ตาโซๆ หน้ามันเพิ่งตื่นนอน น้ำยังไม่ได้อาบ อุ้มลูกไว้ในอก แม่บอกฉัน ดูไปพ่อก็คล้ายๆ ผีอยู่ แต่ไม่ได้ตอบกลับพ่อ ได้แต่ขำๆ แล้วก็ไปทำงาน  อารมณ์ขันของพ่อ บางทีแม่ก็หายเครียสอยู่เหมือนกัน
ที่เล่ามาทั้งหมด เป็นแค่เรื่องราวที่ฉันรับรู้มา ผ่านจากการเล่า แต่ตั้งแต่ฉันเกิดมา และรู้ความ ฉันก็เชื่อว่าสิ่งที่พ่อเล่าให้ฉันฟัง และ แม่เล่าเกียวกับพ่อให้ฉันฟัง ต้องเป็นความจริงทุกประการ เพราะพ่อเป็นอย่างนั้นกับฉันจริงๆ
ผู้แสดงความคิดเห็น Tanya (tanya_aupair-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-13 11:38:21 IP : 209.195.64.24


ความคิดเห็นที่ 32 (3304474)
avatar
Tanya
image

พ่อของฉัน ตอนที่ 3

ฉันรู้ความมา ก็รู้ถึงนิสัยส่วนตัวอันประเสริฐของพ่อฉัน  เหล้าไม่กิน บุหรีไม่สูบ การพนันไม่เล่น หวยมีบ้างตามประสาว่าคึกครื้นเผื่อมันจะโดน ไม่สนใจผู้หญิงอื่น เป็นคนมีอารมณ์ขัน ชอบร้องเพลง และพ่อเป็นนักร้องวงโรงงานด้วย อิๆ พ่อเป่าขลุ่ยเก่งสามารถฟังเพลงต่างๆ และก็เป่าตามโดยไม่ต้องดูโน๊ตได้เลย ฉันเคยเรียนเป่าขลุ่ยต้องท่องโน๊ตเพลงต่างๆ แล้วเป่า พ่อฉันฟังแล้วก็เป่าไล่ๆ เสียงตาม พ่อเขียนลายมือสวยมาก ปักเสื้อนักเรียนชื่อฉันให้ด้วย (ฉันภูมิใจทีจะให้พ่อปักชื่อให้ฉันทีเสื้อนักเรียน ประหยัดเงินไม่ต้องไปจ้างเครื่องปักด้วย) พ่อไม่เคยรักสวยรักงามใดๆ ไม่เคยพิศวาสอยากได้อะไร พ่อสามารถใส่เสื้อแถมต่าง ๆ ได้ โดยไม่อายว่าเสื้อแถม ยาสระผมยี่ห้ออะไรก็ได้ ไม่ต้องมีครีมนวด ผมพ่อไม่เคยโดนครีมนวดอะ  สบู่นกแก้วนั้นแหละทีพ่อใช้ ยาสีฟันไม่มีอะไรเอาเกลือให้พ่อก็ได้ หวีหนึ่งด้ามที่ใช้ กับที่โกนหนวดหนึ่งอัน ฉันเห็นตั้งแต่มอหก ฉันก็เห็นใช้จนฉันสามสิบแล้วนี้ พ่อจะรักษาของไม่ทิ้งของ เสื้อผ้าอาภรณ์จะไม่ถวิลหาซื้อ โลชั่นทาผิวใดๆ ไม่มีหรอก มือเท้าและผิวหยาบกร้านแต่ฉันก็รักมือและผิวนี้  
พ่อมีพรสวรรค์พิเศษหลายอย่างมากๆ ในตัวเอง ที่ฉันเทียบกับพ่อไม่ได้เลย ฉันเคยคิดเสมอว่า ถ้าพ่อได้มีโอกาสในชีวิต ได้เรียนและขัดเกลาพรสวรรค์ของพ่อ พ่อจะต้องได้ทำงานในตำแหน่งใหญ่ๆ ขององค์กรได้เลย แต่ถึงวันนี้ทุกอย่างมันก็พิสูจน์ตัวเองแหละว่าพ่อฉันเก่งจริงๆ กับพรสวรรค์ที่พ่อฉันมี พ่อเป็นเจ้าคนนายคนตัวเองด้วยธุรกิจที่พ่อสร้างขึ้น และเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาก จนฉันคิดเสียดายว่าถ้าหากพ่อหมดแรงทำแล้ว ไม่ฉันหรือน้องคงจะต้องไปรับช่วงทำต่อแทน
พ่อจะแสดงให้เห็นเสมอว่าพ่อเป็นคนที่ซื่อสัตย์และตรงมาก อันนี้พ่อสอนฉันตรงๆ ไม่ได้สอนผ่านเรื่องเล่า พ่อจะบอกเสมอว่า อยากลอกการบ้านใคร และอยากให้ใครลอกการบ้าน จำไว้ อยากลอกข้อสอบใครและไม่ให้ใครลอกข้อสอบ อยากยืมเงินใครและไม่ให้ใครยืมเงินเรา พ่อสอนฉันด้วยคำเหล่านี้เสมอ พูดบอกตรงๆ อยู่เรื่อยๆ ตลอด จนฉันนั้นก็ไม่รู้ว่าทำไมพ่อต้องคอยพูดด้วย แต่เมื่อเราโตขึ้นเรื่อยๆเราก็เข้าใจและก็ยึดถือคติของพ่อเอามาใช้ปฏิบัติมาโดยตลอด  
อีกเรื่องที่แสดงความซื่อสัตย์ของพ่อ ตอนพ่อขี่มอไซต์รับจ้าง พ่อเจอกระเป๋าเงินคนตกเอาไว้ พอรับกลับมาบ้าน แล้วก็มาถามแม่ว่า เราจะทำอย่างไรดี ในนั้นมีเงินอยู่หลายพันบาทด้วย แม่บอกว่าดูสิเขามีบัตรประชาชนไหม พ่อก็ดูก็ตอบว่ามี ดูที่อยู่ก็ไม่ใกล้ๆ แต่ก็ไม่ไกล ไปถามเพื่อน ในวินให้ชัดเจนว่าไปที่อยู่นี้ไปได้อย่างไร เอาให้ชัวร์ พ่อมั่นใจไปถูกไม่พลาดก็รีบขี่มอไ.ซต์ไปคืนเขา พ่อฉันขับไปยังทีอ่ยู่ในบัตรประชาชน เพื่อเอากระเป๋าไปคืนเขา แล้วก็เจอเขาคนนั้นจริงๆ พ่อบอกว่าตอนไปคืนเขา เขาดีใจมาก เขาไหว้ขอบคุณ แล้วให้เงินพ่อมาห้าร้อยบาท เขาไม่คิดจริงๆว่าจะมีคนดีเจอกระเป๋าแล้วเอาไปตามเขาให้ถึงที่บ้านนะ พ่อกลับมาเล่าด้วยความภูมิใจมากมาย ว่าพ่อเห็นเขาดีใจแล้วพ่อดีใจจัง
อีกเรื่องที่เกี่ยวกับการขายของ เวลาลูกค้าพ่อคิดเงินผิด พอมาเจอกัน พ่อก็จะทวงเขาตรงๆ นะว่าวันนั้นคิดเงินไปผิดนะ คิดขาด พอ่ฉันทวงๆตรงๆ และถ้าทอนเงินให้ผิดไปน้อยไปลืมลดหรืออะไรลูกค้ากลับมาพ่อฉันก้จะเอาเงินคืนให้ ลูกค้ารักพ่อฉันมากๆ คนในชุมชนมก็รักพ่อฉันมากๆ ธุรกิจร้านค้าของเราก็เลยเจริญรุ่งเรืองด้วยความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า
พ่อจะสอนให้ฉันใฝ่สูงต้งแต่เล็กๆ อันนี้ฉันมาจับคอนเซ็ปต์พ่อได้ตอนโต เพราะ พ่อจะคอยพูดเสมอว่า ถ้าเราโตขึ้นนะลูกเราจะต้องเป็นเจ้าคนนายคน เราจะต้องเป็นคนทีสูงทีสุดในหน่วยงานทุกหน่วยงานที่เราทำ ถ้าเราเป็นพระ เราก็ต้องเป็น สังมราช ถ้าเป็นทหารก็ต้องเป็บ ผบ ทบ ถ้าเป็นครูก็ต้องเป็นอธบิการบดี ถ้าเป็นข้าราชการก็ต้องเป็นปลัดกระทรวง ตอนนั้นฉันบอกตรงๆ ว่าเด็กมากๆ ไม่เข้าใจอะไร สังมราช ก็พระใช่ปะ ผบทบ ก็ยศทหารใช่ปะ อธิการบดี อธิบดี ก็ข้าราชการตำแหน่งหนึ่งเหนอะ ไม่ได้คิดอะไร แต่ฉันก็จดจำสิ่งเหล่านี้มาโดยตลอดว่า ถ้าจะทำอะไร จะต้องเป็นให้สูงทีสุดกว่าใคร ต้องเป็นผู้นำของทุกๆคน อันนี้พ่อเน้นย้ำมากๆ เวลาพูดกับเรื่องการทำงานหรือการเรียนต่อ ก็จะเรียกว่า กลับมาเป็นครูใหญ่ อธิการบดีที่บ้านเรา อะไรงี้ ฮ่าๆ ฉันเข้าใจคอนเซ็ปต์ว่า พ่อสอนให้ฉันรักเรียน คิดสูงในหน้าที่การงานในอนาคต
พ่อเคยพูดกับคนอื่น ไม่แน่ใจว่าเพื่อนบ้าน เพื่อนพ่อ หรือคนในซอย แล้วฉันได้ยินบทสนทนาโดยบังเอิญ ตอนนั้นฉันอยู่ ปอห้าปอหก ว่า ลูกเราเป็นผู้หญิง เราต้องมีให้เขาเยอะๆ กว่าลูกผู้ชาย เวลาแต่งงานไป ถ้าผัวมันไม่ดู เราจะได้มีจุนเจือลูกเราได้ ถึงเงินเราไม่มี แต่ลูกเรามีการศึกษา ผัวไม่เลี้ยงเขา ก็ไม่ไม่เป็นไร เขาทำมาหากินเลี้ยงตัวเอง หรือเลี้ยงลูกตัวเองต่อไปได้ ถ้าไม่ให้แม้แต่การศึกษากับลูก คิดแต่ว่ามันจะไปมีลูกมีผัวแล้วก็คงไม่มาดูดำดูดีกับเรา หรือผัวมันก็เลี้ยง คิดงี้ลูกก็จะลำบาก ฉันได้ฟังตอนนั้น ฉันเด็ก คิดแต่ว่าพ่อรักฉัน ฉันก็รักพ่อมาก  ฉันได้ยินแล้วก็คิดในใจว่า ฉันไม่รีบมีผัวหรอก เพราะว่าคงไม่มีผู้ชายคนใดประเสริฐอย่างพ่อแล้ว
พ่อเคยถามฉันตอนนั้นตอนฉันอยู่ปอหกว่า “ถ้าวันหนึ่งลูกโตเป็น อธิการบดี หรือ ปลัดกระทรวง จะอายเขาไหมที่มีพ่อขับมอไซต์รับจ้าง” (พ่อทำงานโรงงานด้วยและยามเลิกงานก็ขับมอไซต์รับจ้างที่หน้าปากซอยด้วย) ฉันตอบพ่อว่า หนูไม่อายหรอกพ่อ จะอายทำไม ถ้าไม่มีพ่อขี่มอไซต์รับจ้าง ก็ไม่มีหนูเป็นปลัดกระทรวงนะสิ ตอนนั้นก็ตอบแบบนั้นคิดอย่างนั้นจริงๆ ก็ยังคิดอยู่ว่าพ่อถามทำไม มาตอนนี้ คิดได้ว่า พ่อนะคิดแทนเรา อายแทนลูกด้วย โธ่ พ่อจ้า 

ถึงวันนี้ ฉันไม่ได้เป็นปลัดกระทรวง หรืออธิบดี ฉันก็ไม่อายอยู่ดี เพราะถ้าไม่มีพ่อทำงานหนักหาเลี้ยงฉัน ส่งสียให้ฉันกับน้องเรียน แล้วจะมีฉันเป็นธัญญ่าอยู่วันนี้ได้อย่างไร ฉันภูมิใจทุกอย่างที่พ่อฉันทำ
ผู้แสดงความคิดเห็น Tanya (tanya_aupair-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-13 11:42:48 IP : 209.195.64.24


ความคิดเห็นที่ 33 (3304475)
avatar
Tanya
image

พ่อของฉันตอนที่ 4

ฉันชื่นชมพ่อในนิสัยและความสามารถส่วนตัวของพ่อหลายๆ อย่างที่ฉันไม่มี พ่อฉันฉลาด ใจเย็น และ มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นเลิศ
พ่อฉลาด เรียกว่าพ่อความจำดีดีกว่า จำได้จำไม่ลืม ทำให้พ่อรู้และเข้าใจทุกอย่าง หัวพ่อเป็นคอมพิวเตอร์ที่สินค้าพันอย่างพ่อก็จำได้หมด ไม่ใช้แค่ฉลาดเรื่องของที่ขาย แต่ความรู้รอบตัวทั่วไปพ่อรู้โม้ด ฉันถึงเคยคิดว่าถ้าพ่อได้เรียนสูงๆ พ่อต้องเป็นใหญ่ในองค์กร เพราะความจำของพ่อยอดเยี่ยมมากๆ
พ่อเป็นคนใจเย็นมาก อันนี้ง่ายๆ เลยเวลาแม่พูดมากๆ บ่นมากๆ พ่อจะเงียบ หรือทำให้เป็นตลก ทำหูทวนลม ดูทีวี ขำไป ไม่เคยโวกเวกเสียงดังใส่กลับ ไม่เคยแม้แต่จะทำร้ายร่างกายแม่ใดๆ โมโหมากพ่อก็เดินหนีแยกตัวออกไป บอกไม่คุยแล้ว ไปนั่งเงียบๆ ทำอะไรของพ่อไปร้องเพลงฮึมฮัม อารมณ์ดีของพ่อไปตามประสา ตอนฉันอยู่มัธยมต้น ฉันก็เริ่มเป็นวัยรุ่น แม่ก็บ่นไปทุกเรื่องตั้งแต่เข้ามาบ้าน ยันหลังบ้าน ที่ไม่สะอาด ไม่ได้ทำ ไม่ได้จัด หรือว่า อันนั้นยังไม่เรียบร้อย อันนี้ยังไม่ได้เก็บ ฉันนั้นเคยยุกับพ่อว่า หย่ากับแม่นะพ่อเดี๋ยวหนูไปอยู่กับพ่อ ให้น้องไปอยู่กับแม่ น้องก็บอกว่าไม่อยู่อะ อยู่กับพ่อด้วยได้ปะ ฮ่าๆ  
ความใจเย็นส่งผลให้พ่อมือเย็น (หรือเปล่า) พ่อรักการปลูกต้นไม้ ยามว่างจากงาน จะปลูกต้นไม้ ดอกไม้ต่างๆ รอบบ้าน ที่ดินก็แค่นี้ 50 ตารางแต่เรามีต้น มะม่วง ต้นขนุน ต้นลูกอะไรนะทีกินแล้วลิ้นดำ และอีกมากมายหลายอย่าง พ่อก็สรรหาไปปลูก บอกว่าเดี๋ยวเราจะได้กินผลมัน ถามว่านานไหมพอ คงอีกสักปีสองปี โฮ้ นานดิ แต่พ่อก็ปลูกต้นไม้ดูแลของพ่อไป เป็นความสุขใจของพ่อ เราย้ายมาอยูลพบุรี พ่อก็ปลูกกล้วย ปลูกอ้อย หลากหลายเลย ที่ดินเยอะ จัดไป ซึ่งต่างกับฉันทีปลูกต้นไม้ก็ตาย ให้มาดีๆ ดูไปไม่นานมันก็ตาย >< ฉันคงเป็นคนมือร้อน
พ่อสามารถทำงานที่ใช้ความใจเย็นได้ เช่นงานช่างไม้ พ่อต่อโต๊ะเก้าอี้ต่างๆ ด้วยไม้ที่เขามาทิ้งให้ฉันได้ใช้ พ่อชอบทำมากๆ ทำโต๊ะนั่งหน้าบ้านสวยงาม ตัวใหญ่ ฉันกลับมาจากโรงเรียนฉันก็จะเห็นพ่อทำโปรเจ๊กโต๊ะนี้ ทำทีละนิดละหน่อยเพราะต้องทำงานด้วยกว่าจะเสร็จก็เดือนพ่อนะปลื้มใจ สำหรับฉัน ฉันทำไมได้นะ ถามพ่อเรียกช่างมาเหรอ พ่อบอกเปล่าก็ทำไปเรียนนรู้ไป แล้วเก้าอี้โต๊ะใช้ได้แน่นะ ไม่หักมานะ พ่อบอกใช้ได้สิ โต๊ะมีลิ้นชักด้วย เก้าอี้หมุนได้ด้วย   งานทาสีบ้าน งานทำความสะอาดบ้าน และ งานทำกับข้าว ล้วนแต่เป็นงานถนัดของพ่อที่พ่อทำได้ละเอียด และ สะอาด ถ้าเทียบกับแม่ฉัน พ่อฉันทำดีกว่าเยอะ พ่อของฉันจึงเปรียบเป็นฮีโร่สำหรับฉันเพราะไม่ว่าจะเอาอะไร ส้วมตัน ไฟดับ เก้าอี้ขาหัก หรือว่าหิว ร้องหา พ่อ พ่อทำได้ทุกอย่าง
พ่อมีความคิดสร้างสรรค์ เพราะความคิดสร้างสรรค์ของพ่อ ออกมาเป็นผลงานอย่างงานช่างไม้ที่พ่อทำ พ่อไม่ได้ทำขายหรอก พ่อทำใช้เองในบ้าน เพราะเรามีไม้ที่โรงงานเขาเอามาทิ้งที่ที่ของเรา (ตอนนี้เราอยู่ลพบุรีแล้ว) พ่อก็พยายามคิดสร้างสรรค์ ออกแบบใช้ไม้มาทำสิ่งต่างๆ โดยไม่ได้เคยเรียนมาก่อน ทำเป็นโต๊ะเก้าอี้ให้ฉันวางเครื่องคอม ทำโต๊ะกลมใหญ่เอาวางให้คนนั่งหน้าร้าน เป็นโต๊ะที่แฟนซีมีหลังคา และ นั่งกันได้หลายคนทีเดียว หรือจะทำเป็นขั้นวางของขาย ก็ประหยัดเงินซื้อหิ้งเข้าร้านไปได้ พ่อเคยทำสกูตเตอร์ ที่เป็นด้ามจับมีล้อ เอาขาไถๆ ไปกับถนนแล้วก็วิ่งๆไปน ะเครื่องเล่นตอนนั้นกำลังฮิต พ่อก็ทำให้ฉันกับน้องใส่ล้อวิ่งไปวิ่งมา แต่มันหนักนะพ่อ สกูตเตอร์ที่ขายทำจากพาสติกมันเบา ไถลนิดไปได้ไกล ของพ่อต้องไถลแรง ๆอะ แต่งัยก็ถือว่าพ่อพยายามทำให้ฉันกับน้องเป็นความคิดสร้างสรรค์ที่พ่อไม่เคยเห็นของจริง เพียงดูจากทีวีและโบรชัวร์บิ๊กซีก็ทำตาม
ความสร้างสรรค์ของพ่อที่ฉันประทับใจมากๆ คือ ทำฝนตก ใช่ค่ะ พ่อฉันทำฝนตกให้ที่ร้าน เนื่องจากร้านค้าของเราเป็นร้านชั้นเดียว  ตอนหน้าร้อนก็ร้อนมาก เราคิดกันว่าจะทำอย่างไรให้คลายร้อน โดยไม่ต้องติดแอร์ พ่อก็ได้คอนเซ็ปต์ เวลาฝนตกเราจะรู้สึกเย็น ถ้าเราทำฝนตกได้ใช่ปะ เราก็จะไม่ร้อน พ่อก็เลยทำฝนตกใส่หลังคาร้าน แล้วหลังคาก็เย็นไม่ร้อน เราก็ได้ฝนตกๆ รอบๆ ร้าน ละอองน้ำก็ทำให้เราไม่ร้อนอบอ้าว อยากรู้สิ พ่อทำฝนตกอย่างไร พ่อก็เอาท่อต่อจากก๊อกน้ำข้างบ้าน ลากขึ้นไปไว้บนหลังคา เอาท่อวางบนหลังคายาวเลยนะ แล้วท่อก็เจาะรูไว้ด้วย เพราะตอนนั้นไม่มีหัวสปริงพ่นน้ำอะไรหรอกทำแบบบ้านๆ มาก เวลาจะให้ฝนตก ก็ไปเปิดปุ่มอยู่ข้างๆ ร้าน น้ำก็จะวิ่งตามท่อขึ้นไปบนหลังคา ผ่านรูเล็กๆ ที่ท่อบนหลังคาที่พ่อเจาะไว้  แล้วน้ำก็จะไหลจากหลังคาลงมาเหมือนฝนตกแปะเลย น้ำตกลงมา โจ๊ก โจ๊ก แม่ น้อง และ ฉันอยู่ในร้าน มองออกไปก็เห็นสายน้ำวิ่งตกมาจากหลังคา เห็นละอองน้ำรอบๆ ร้าน ไม่ร้อน ขำตลอดเวลาที่เราเปิดเล่นกัน ฝนตกร้านเราทีอื่นไม่ตก ขำกับลูกค้าก็มี ร้านนี้ฝนตก แต่ฉันก็ภูมิใจนะพ่อคิดได้ สร้างสรรค์จริงๆ ฉันอยากได้สักครึ่งของพ่อ
ผู้แสดงความคิดเห็น Tanya (tanya_aupair-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-13 11:55:03 IP : 209.195.64.24


ความคิดเห็นที่ 34 (3304506)
avatar
Tanya
image

พ่อของฉันตอนที่ 5

มีเหตุการณ์ร้ายแรงที่ทำให้ฉันเกือบเสียพ่อไป อยู่สามครั้ง
แค่คิดฉันก็อยากร้องไห้แล้วว่าถ้าฉันไม่มีพ่อ ชีวิตฉันจะดำเนินไปแบบไหน

ตอนนั้นฉันอยู่ปอหนึ่งปอสองเห็นจะได้คือเล็กมากๆ  พ่อไส้ติ่งแตก พ่อปวดท้อง ก็คิดว่าเป็นโรคกระเพราะ ไปหาหมอคลีนิคน่าปากซอย เอายาธาตุน้ำขาวมากิน เอายาโรคกะเพราะมากิน แต่ปรากฏว่ามันไม่ดีขึ้นก็ปวดหนักเรื่อยๆ ปวดร้องครวญครางไม่หาย เลยไปหาหมอโรงพยาบาลขอฉายเอกซเรย์เพราะปวดมากและปวดมานาน ยาต่างๆ ก็กินแล้วไม่ดีขึ้นเลย โรงพยาบาลก็บอกว่าไม่มีอะไร เป็นโครกระเพราะธรรมดา จนกระทั้งไส้ติ่งมันแตก พ่อปวดท้องมาก และ ไส้ติ่งที่แตกมันเน่าอยู่ในท้องพ่อ พ่อถูกส่งเข้าโรงพยาบาลแบบฉุกเฉินในคืนนั้น แต่ฉันเล็กมากฉันจำไม่ได้ว่าพ่อปวดมากมายแค่ไหน ฉันจำได้แต่ว่าฉันไปหาพ่อที่โรงพยาบาลกับแม่ และแม่คุยกับพี่สาวพ่อว่า  พงษ์มีร่างกายที่แข็งแรงมาก หมอบอกว่า เครื่องในพ่อแข็งแรง เพราะคงเป็นผลมาจากการที่ไม่พอไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี พ่ออยู่โรงพยาบาลอยู่รวมอาทิตย์หลังจากผ่าตัด ฉันดีใจที่พ่อกับมาบ้าน มาพักฟื้นตัวต่อไป แต่ตอนนั้นฉันเล็กมาก ๆ ฉันไม่รู้เลยจริงๆว่ามันเป็นการป่วยที่ร้ายแรง

ต่อมาอีกสามปี ซึ่งพวกเราก็ยังอยู่ปทุมธานีอยู่  พ่อฉันก็ต้องเข้าโรงพยาบาลอีกหน ด้วย ลำไส้อักเสบ เนื่องจากอาหารที่ไปกินมันไปอุดตันตรงรอยต่อของลำไส้ที่หมอเย็บไว้คราวก่อน เห็นว่าใยมะม่วงไปอุดตัน แม่บอกงั้น  มาครั้งนี้ที่พ่อฉันเข้าโรงพยาบาล ฉันเริ่มจำความได้มากขึ้น ฉันไปนอนเฝ้าไข้พ่อด้วย ตอนนั้น มันทำให้ฉันอยากเป็นพยาบาล เพราะว่าฉันเห็นพยาบาลหน้าตาดี พูดจาไพเราะ และก็ดูแลพ่อฉันดี พ่ออยู่โรงพยาบาลไม่กี่วันก็ออกมาอยู่บ้าน พ่อลุกเดินไม่ค่อยสะดวกอยู่ระยะ แต่ไม่นานพ่อก็กลับมาเดินเหินปรกติ แต่พยายามหลีกเหลี่ยงกินอาหารที่ย่อยยากส์ต่อไป ดูแล้วพ่อฉันก้คงไม่เป็นอะไรแล้วละนะกับโรคลำไส้ กระเพราะ ต่างๆ   จนฉันจบมอสาม แล้วพวกเราก็ย้ายมาอยู่ลพบุรี อยู่ลพบุรีตั้งแต่มอสี่ จนปริญญาตี พ่อฉันแข็งแรงไม่มีโรคใดๆ เลย พวกเราก็อยู่ดีมีสุขมาเรื่อยๆจนฉันได้อายุ 21 ปี ตอนนั้น ฉันไปเป็นออแพร์อยู่ประเทศอเมริกา ใครจะรู้ว่ามีคนหวังเอาชีวิตพ่อฉัน เพราะเงินไม่กี่พันบาท ><

ครั้งที่สาม ที่ฉันเกือบสูญเสียพ่อไปแล้วจริงๆ ลูกจ้างในร้านที่พ่อเพิ่งจ้างมาได้อาทิตย์ พ่อถูกมันตีหัวสลบด้วยชแลงเหล็กในร้าน แล้วมันก็เอาเงินไป เงินไม่ถึงหมื่น ทองบาทพระห้อยคอ แค่นี้เองนะเหรอที่มันหวังให้พ่อฉันตายเพราะแค่นี้เอง ฉันเสียใจมาก เกลียดมัน  แม่ของฉันไม่ได้บอกความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเห็นว่าฉันใกล้จะเดินทางกลับไทยอีกสองเดือนข้างหน้า แม่ฉันอยากให้ฉันอยู่จบโครงการออแพร์อย่างสมบูรณ์ แม่มีน้ำใจประเสริฐมากเลย เวลาฉันโทรหาแม่ แม่ก็บอกว่าพ่ออยู่โรงพยาบาลนี้ ฉันถามว่าเป็นอะไร แม่บอกว่ากินอาหารแล้วย่อยลำบากเหมือนครั้งก่อนๆนั้นแหละ ฉันก็ไม่คิดว่าแม่โกหกอะไร ก็เลยคุยกับพ่อแม่บอกว่าพ่อนอนอยู่ไว้คุยพรุ่งนี้  พ่อฉันโทรไปอีกก็มีลุง ป้า น้า อา มาคุย ทุกคนก็บอกว่าไม่ต้องห่วงนะ พ่ออาการดีขึ้นมาก ฉันก็ไม่คิดอะไร ปวดเป็นโรคกะเพราะลำไส้ พี่ๆน้องๆ พ่อก็มาเยี่ยมมาหา ก็ดีด้วย พอพ่อออกมาอยู่บ้าน ฉันโทรคุยกับแม่ ถามพ่อว่าเป็นงัยบ้าง พ่อบอกว่าปวดหัว ยังลุกไม่ค่อยถนัด ฉันก็ไม่ได้เอ๊ะใจอะไร พ่อบอกขอนอนก่อนนะ ปวดหัว ฉันไม่รู้หรอกว่านั้นเพราะพ่อถูกตีหัว เลือดอาบนองสลบไปกับพื้น ทำให้พ่อปวดหัว ไม่ใช่ปวดหัวเพราะพักฟื้นผ่าตัดลำไส้

แม่เล่าว่า แม่เดินไปหาพ่อที่ร้าน ร้านอยู่ติดๆ กัน เพื่อไปคุยเล่นไปถามว่าได้กินข้าวหรือยัง เดินไปหน้าร้าน เจอพ่อนอนอยู่กับพื้นร้าน แม่คิดว่าของบนชั้นหล่นลงมาโดนพ่อทำให้โดนหัว มีเลือดไหลด้วย แต่เอ๊ะ ทำไมสร้อยคอพ่อหายไป และเงินคาดเอวพ่อก็หายไปด้วย ลูกน้องไปไหน แม่ไม่คิดอะไร วินาทีนั้น แม่ต้องเอาพ่อไปโรงพยาบาลให้เร็วทีสุด เรียกร้านข้างๆ ให้มาช่วยเอาพ่อขึ้นรถ แล้วก็ปิดร้านทันที แม่ส่งพ่อเข้าโรงพยาบาลเอกชน แม่บอกว่ารักษาเท่าไหร่ก็ได้ ให้หายให้ฟื้น

หมอบอกว่าฟื้นมาอาจจะเป็นอัมพาต หรือ ความทรงจำ อาจจะสูญหาย อาจจะไม่ฟื้นมาเป็นปรกติเหมือนเดิมนะ หมอบอกให้แม่เตรียมใจไว้  พ่อฟื้น พ่อจำทุกอย่างได้ และพ่อเดินได้แต่พ่อปวดหัวตลอด แค่นี้ก็ดีแล้ว พักฟื้นไปเรื่อยๆ ก็คงจะดีขึ้นเอง หมดกับค่ารักษาพ่อเป็นแสน ไม่รวมยาทีต้องกินย่าต่อเนื้องอีกเดือนละหลายพันในช่วงปีแรกของการรักษาตัว  แต่เชื่อไหมว่า พ่อฉันรู้ตัวคนทำพ่อเกือบตาย แต่มันยังคงลอยนวล กฏหมายไทยทำอะไรมันไม่ได้ !

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Tanya (tanya_aupair-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-14 11:43:43 IP : 209.195.64.24


ความคิดเห็นที่ 35 (3304507)
avatar
Tanya
image

พ่อของฉัน ตอนที่ 6

เรื่องนี้ทำให้ฉันนึกถึงสุภาษิตนี้เลย คนดี ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ถ้าฉันไม่มีลุงผู้ใหญ่ คนที่ทำร้ายพ่อฉัน มันก็คงยังลอยนวลอยู่ทุกวันนี้

เนื่องจากพ่อบอกว่าคนทีตีหัวพ่อตีมาจากข้างหลัง  ตำรวจก็เลยบอกว่าถ้าพ่อไม่เห็นหน้าคนตี แค่คิดว่า ก็จับคนนั้นไม่ได้ แล้วพอไปถามคนนั้นคนนั้นเขาก็ไม่รับสารภาพอยู่แล้ว ก็ใครบ้างละจะบ้ารับสารภาพว่าผมไปตีหัวลุงเขาเองละครับคุณตำรวจ 

ตำรวจบอกว่าได้ลองไปขู่มันแล้วมันก็ไม่รับ ทำอะไรไม่ได้ คดีเหมือนจะล้มกันง่ายๆ จนกระทั้ง ลุงผู้ใหญ่ของอีกหมู่บ้าน มาหาพ่อกับแม่ และ บอกว่า เขาจะไปเป็นพยานในศาลให้ว่าคนนี้คือคนทำร้ายพ่อฉัน  ผู้ใหญ่บอกว่า คนที่ทำร้ายพ่อฉัน สมมติมันชื่อไอ้ชั่ว ไอ้ชั่วมาชวนลูกชายแกไปตีหัวลุงพงษ์ แต่ลูกชายแกบอกไม่เอาอะ และคิดว่าที่ไอ้ชั่วพูดเป็นเรื่องขำๆ ไม่คิดว่ามันทำจริง จนมาพบว่า ลุงพ่อถูกทำร้ายร่างกายจริงๆ ลูกชายแกก็เอามาบอกกับแก แล้วแกก็ให้ลูกชายแกไปสอบถามคุยว่า จริงหรือเปล่าที่ไอ้ชั่วมันเป็นคนทำ ด้วยความที่ไอ้ชั่วก็คือคนชั่ว พออยู่กลุ่มเพื่อนฝูงและต้องการอวดศักดาตัวเอง ก็คุยโม้กับกลุ่มเพื่อนว่า ข้าเองนี้แหละทีตีหัวลุงพงษ์เขา  ซึ่งลูกลุงผู้ใหญ่คอนเฟิมว่ามันทำแน่ และแกเองก็แอบฟังอยู่ด้วย แกบอกว่าแกสามารถเป็นพยานชี้ตัวคนทำได้เลย

ด้วยจนต่อหลักฐานและตำรวจบอกว่าจะลดโทษให้ ไอ้ชั่วก็ยอมรับที่ศาลว่ามันเป็นคนทำ และรับโทษจำคุก 5 ปี แค่ห้าปี ฉันละเชื่อเลยกับกฏหมายประเทศไทย ลดโทษนั้นนู้นนี้ อย่างวันสำคัญต่างๆ   สุดท้ายจะเหลือสามปีอยู่ในคุกเปล่านี้ มันสมควรต้องถูกประหารชีวิต เพราะมีจิตคิดฒ่าคนอื่นให้ถึงตายด้วยความเจตนา

พ่อกับแม่ฉันก็ไม่เคยกลัวหรอกนะว่าถ้ามันออกมาแล้วจะมาทำร้ายอีก มันบอกว่ามันทำไปเพราะต้องการเอาเงินไปซื้อยาบ้า  มันวางแผนว่ามันขอลางานครึ่งวัน พอเที่ยงมันก็ลางาน ปะหนึ่งให้พ่อตายใจว่ามันไม่กลับมา หลังจากมันมาทำงานได้สิบวันมันเริ่มรู้ว่า วันไหน และ ช่วงเวลาไหนทีเป็นช่วงปลอดลูกค้า หรือมีลูกค้า น้อย มันทำว่าออกจากร้านไป โดยพ่อไม่คิดอะไร แล้วมันก็ย้อนเข้ามาทางหลังร้านเงียบๆ ซุ่มตัวรอไว้ จนลูกค้าออก เงียบไป พอเห็นร้านเงียบ ก็เดินไปเอาฉแลงฟาดลงไปที่หัวพ่อที่นั่งทำบัญชีทีโต๊ะทำงน มันเห็นพ่อทรุดลงกับพื้น แล้วมันก็กระชากสร้อย แล้วก็กระเป๋าคาดเอว แล้วก็ออกทางหลังร้านไป มันไม่สนใจว่าพ่อจะเป็นหรือตาย มันสนใจแค่จะเอาเงิน

ฉันบอกแม่ว่าถ้าฉันกลับถึงไทยฉันจะไปไหว้ผู้ใหญ่ เขาใจดีมาก มาเป็นพยานให้พ่อฉัน โดยไม่กลัวภัยอะไรเลย ฉันมีของฝากลุงผู้ใหญ่จากเมกาด้วย แต่น่าเสียดาย วันทีฉันกลับถึงไทย แม่บอกว่าลุงผู้ใหญ่เสียแล้ว แกเป็นมะเร็ง จากที่จะได้ไปไหว้แกเป็นๆ กลับกลาย ฉันไปงานศพแกแทน

 พ่อพูดขำๆ กันฉันตอนนี้ ว่า ตอนนี้ไม่มีเวลาว่างให้คนมาตีหัวแล้ว ถ้าใครคิดจะตีหัวไม่ต้องรอเวลาเงียบๆ หาไม่มีแล้วตอนนี้ เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้พ่อกับแม่ฉันมีความระมัดระวังในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น  และความคิดเรื่องจ้างลูกจ้างก็ไม่มีอีกต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น Tanya (tanya_aupair-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-14 11:48:47 IP : 209.195.64.24


ความคิดเห็นที่ 36 (3304508)
avatar
Tanya
image

 

พ่อของฉัน ตอนที่ 7

พ่อทุกคนก็อยากให้ลูกตังเองได้ดีกว่าตัวพ่อ พ่อฉันก็เช่นกัน

ฉันรู้ว่าพ่อทำงานหนักตั้งแต่ฉันเกิด เพื่อต้องการให้ฉันมีสิ่งที่ดีกว่าในชีวิต สิ่งที่พ่อไม่เคยได้รับตอนเด็กๆ พ่อก็อยากให้ฉันได้รับ โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา เพราะพ่อฉันไม่มีโอกาสที่ได้เรียนสูง ๆ  พ่อจะพูดคำนี้กับฉันเสมอ หยุดความจนไว้ที่พ่อ ฉันก็ไม่รู้ว่าจนหรือรวยคืออะไร ฉันรู้แต่ว่าถ้าเราอยู่กันดีมีความสุข  จะมีเงินมากหรือเงินมี่น้อย ฉันก็มีความสุข  จริงๆ แล้ว แม่สอนเรื่องการใช้เงินมากกว่าพ่อนะ แม่สอนให้ฉันใช้เงินไม่ฟุ่มเฟือยไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ทั้งสิ้น  ฉันเติบโตมา ฉันไม่เคยถวิลหาต้องการความฟุ่มเฟือยใดๆ ในชีวิต ฉันจะใช้ของสิ่งต่างๆ จนมันพังกันไปข้างหรือหายนั้นแหละ ฉันจะไม่ซื้อใหม่ด้วยการเพียงแค่ว่าอันนี้มันเก่าแล้ว หรือว่ามีอันใหม่ออกมา ถึงมันเก่าแต่มันยังไม่พัง ยังใช้ได้ ฉันก็จะไม่ซื้อใหม่  ฉันไม่เคยคิดต้องการของแบนดเนมใดๆ ในโลกมาครอบครอง นอกสะจาก ทอง สังหาริมทรัพย์และ อสังหาริมทรัพย์ ที่ฉันอยากมีครอบครอง เพราะมันมีราคาของตัวมันเองไม่เคยตก นิสัยเหล่านี้ ที่เกิดขึ้น นั้นก็เพราะการขัดเกลาของพ่อแม่ที่ฉันได้รับมาตั้งแต่เกิด

จากการฟังเรื่องเล่าที่พ่อเล่าว่าได้เอาเงินเดือนให้ปู่ย่า และ จากแม่ทีเล่าว่าเอาเงินให้ตากับยายไปทำนา ฉันก็คิดว่าฉันอยากเป็นแบบพ่อแม่ ฉันอยากเอาเงินให้เขาบ้าง เขาคงดีใจ   ฉันก็เด็ก เรียนหนังสือ ฉันก็ไม่รู้จะไปเอาเงินที่ไหนมาให้พ่อแม่ ฉันก็เลยเอาเงินค่าขนมที่พ่อแม่ให้ไปกินโรงเรียน เก็บเงินใส่กระปุกไปเรื่อยๆ เก็บไปเรื่อยๆ พอมันเต็มกระปุก ฉันก็เอาไปให้แม่ ดูหน้าแม่ประหลาดใจและดีใจ ว่าฉันเก็บเงินเอามาให้ นี้คือสิ่งที่ฉันเป็น คนรักการออมเงิน ตั้งแต่เด็กๆ เพราะพ่อและแม่เป็นตัวอย่างให้ฉัน

เวลาที่ฉันอยู่ไกลต่างแดน ฉันจะนึกถึงภาพความสุขของบ้าน ฉันจะนึกถึงภาพของ พ่อ แม่ น้อง และฉัน นั่งกินข้าวเย็นรวมกัน พร้อมหมาอีกเกือบสิบตัวรายล้อมโต๊ะ เรามีบทสนทนาในครอบครัว ขำ หยอก เล่น กันไป กินเสร็จ ฉันกับน้องก็จะเก็บโต๊ะ  นี้แหละคือครอบครัว เพราะเรารักกัน เงินมากหรือเงินน้อย เราก็รักกัน แน่นอน เด็กๆ หลายคนเห็นพ่อแม่ทำงานไม่ค่อยมีเวลามาทำอะไรด้วยกัน พ่อแม่ก็คิดว่าต้องทำงานหาเงินให้ลูก แต่เด็กก็คือเด็ก เขายังไม่เข้าใจว่า เงินที่พ่อแม่หามา ทำงานเหนื่อยยากส์เอามาให้ใช้  คือ ความรักที่พ่อแม่มีให้เขา สำหรับเด็ก เงินคือเงิน และ ความรักคือความรัก  แต่แน่นอน การไม่ขัดสนเรื่องการเงิน สามารถทำให้คนเรา มีทางเลือกในชีวิตมากขึ้น

พอต่อไปฉันโตขึ้น ฉันต้องการความสามารถทางด้านการเงินเอามาใช้จ่ายเพื่อโอกาสที่ดีขึ้นในชีวิต  พ่อรู้ตรงนี้ดี พ่อทำงานหนักเพื่อครอบครัวเตรียมพร้อมไว้แล้ว พ่อบอกเสมอว่า หยุดความจนไว้ที่พ่อ ทุกวันนี้พ่อก็ยังพูดอยู่ ฉันอยากให้พ่อผ่อนคลาย ฉันไม่อยากให้พ่อทำงานหนัก พ่อทำงาน เจ็ดวันต่อสัปดาห์ หกโมงเช้าถึงสองทุ่ม  ไม่เคยลาป่วย ลาเที่ยว ลาพักร้อน ไม่เคยไปเทียวที่ไหน ไม่เคยถวิลต้องการไปที่ไหนๆ ด้วย พ่อฉันติดบ้านมากๆ ปิดร้าน กินข้าว เคลียร์บัญชีประจำวัน  ดูทีวี เล่นกับหมา เข้านอน นอนก็เล่นมือถือกุ๊กกิ๊กไปตามประสา  เวลาฉันกับสามีไปเยี่ยม เราถือโอกาสพาพ่อไปกินร้านอาหารนอกบ้านกัน  ซึ่งบ้างครั้ง พ่อฉันก็ไม่อยากจะไป บอกให้อาหารมาส่งทีบ้านไม่ได้เหรอ สะงั้น สามีฉันแหย่ถามพ่อว่า นี้ออกจากบ้านมาไกลหรือยังในรอบปี  พ่อบอกไกลแล้ว หกเดือนแล้วยังไม่ได้ออกจากบ้านมาไกลถึงตัวเมืองลพบุรีเลย  จริงๆ แล้วพ่อมีความสุขกับการทำงานนะ เวลาฉันไปเยี่ยมพ่อ แล้วดูพ่อทำงาน พ่อยุ่งแต่พ่อมีความสุขและภูมิใจในความยุ่งของพ่อละ

พ่อฉันเป็นคนเรียนรู้ง่าย และชอบเรียนรู้ตลอดเวลา ถึงพ่อไม่ไปไหน แต่พ่อรู้จักเข้าใจทุกสถานที่ อย่างเวลาฉันโทรไปบอกพ่อว่ามีคนซื้อหนังสือที่ฉันเขียน พ่อส่งให้ด้วยที่อยู่นี้ ฉันบอกถึงอำเภอ พ่อพูดจังหวัดขึ้นมาเลย ถามอ้าวพ่อ รู้ได้งัยว่าจังหวัดอะไร พ่อบอก ไม่รู้แล้วจะเป็นพ่อหนูเหรอ อิๆ  พ่อฉันเล่นมือถือส่งข้อความหาฉันได้ ฉันว่าพ่อเก่งจัง เพราะ แม่ฉันมีมือถือก่อนพ่อมานมนานแม่ยังทำไม่ได้เลย แค่ค้นหาเบอร์โทรคนที่ฉันเซฟเอาไว้ก็ยังทำไม่ได้เลย  แต่พ่อฉัน  เซฟเบอร์ ค้นหาเบอร์ เปลียนชื่อคนที่บันทึกไว้ ทำได้ พ่อรู้จักตั้งเสียงเรียกเข้าเอง อัดเสียงตัวเองเวลาเป่าขลุ่ยแล้วทำเป็นเสียงเรียกเข้า ก็มี ตลกดี  ถ่ายรูปหมา แมว ทำเป็นภาพแสดงบนหน้าจอก็ทำเป็น ฉันคิดว่าถ้าพ่อฉันได้มีไอแพดหรือแทบเล็ทที่เล่นเน็ทได้ พ่อคงไม่ได้นอนทั้งคืน คงเป็นของขวัญที่ดีมากให้กับพ่อ

ตัดมาที่ฉัน ฉันทำงานทีร้านกับสามี ฉันทำหกวันต่อสัปดห์ ฉันยังอยากจะบ้าตายเลย งอแงไม่อยากไป ขู่ฟอดๆกับสามี ฉันเหนื่อยฉันไม่อยากไปฉันจะนอน หากสามีพูดผิดหู ถือเป็นเรื่องไม่ไปร้าน แป่ว  บางทีเหนื่อยมากก็ซื้อตั๋วบินไปหาโฮสต์ที่เมกาสะงั้น ไม่สนใจทิ้งสามีไปเลย อาทิตย์สองอาทิตย์ ทำทุกวัน มันเบื่อสิ่งแวดล้อมเดิมๆ  นี้ขนาดฉันทำแค่สิบเดือนต่อปีนะ อีกสองเดือนไปไทย ฉันยังจะบ้า พ่อฉัน ทำมาเป็นสิบกว่าปี ทำงาน 7 วันต่อสัปดาห์ ทำ 365 วันต่อปี ฉันนับถือจริงๆ  ฉันรู้ พ่อทำงานหนักเพื่อใคร ถ้าไม่ใช่ตามที่พ่อตั้งปณิธานไว้ หยุดความจนไว้ที่พ่อ

ผู้แสดงความคิดเห็น Tanya (tanya_aupair-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-14 11:50:50 IP : 209.195.64.24


ความคิดเห็นที่ 37 (3304624)
avatar
Bank

 ขอบคุณครับพี่ธัญญา แล้วผมจะรอดูครับเผื่อมีคนสนใจออแพร์ชาย ^^

ผู้แสดงความคิดเห็น Bank (kazuma_bank-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-17 10:59:43 IP : 76.103.57.64


ความคิดเห็นที่ 38 (3304643)
avatar
Tanya

 

พ่อของฉัน ตอนที่ 8

เติบโตมา พ่อได้กลายมาเป็นฮีโร่ของฉัน และฉ้นต้องการทำทุกอย่างเพื่อให้พ่อภูมิใจ และ ไม่เสียใจในตัวฉัน แต่ฉันก็ทำสิ่งที่ทำให้พ่อผิดหวังในชีวิต

ตอนนั้นฉันจำได้ว่า พ่อไม่คุยกับฉันอยู่สองสามวันเลยทีเดียว ฉันรู้ตัวว่าผิดมากๆ คิดว่าตอนนั้นฉันอยู่ราวๆ มัธยมต้น ยังอยู่ปทุมธานีอยู่ ฉันชอบเล่นโทรศัพท์ อาจจะเป็นเพราะฉันชอบติดต่อ ฉันไม่เคยอาย หรือกลัวทีจะพูดกับใคร ดั่งจะเห็นได้ว่าอาจารย์จับฉันไปแข่งพูดต่อหน้าชุมชนสะงั้น

ฉันก็โทรไปเล่นตามเบอร์ต่างๆ โทรไปสมัครเอวอน มิสทีน เล่นไปเรื่อยเปื่อย เขาให้โทรไปรับของอะไรเวลาดูโมษณาฉันก็โทรไป ที่นี้มันมีเบอร์โทรไปฟังหมอดู ดูดวง พอโทรไปแล้วก็กด หนึ่ง กดสอง กดสาม อะไรนี้ มันแจกใบปลิวมาและก็เห็นผ่านทางทีวี ฉันด้วยความเป็นเด็กไม่ได้คิดอะไรมากนัก ก็กดโทรไปฟังเล่นๆ มันให้กดวันเกิด อะไรก็กดหมายเลขไป ฉันชอบกับการได้ติดต่อกับโลกภายนอก ฉันก็เล่นโทรศัพท์ ปรากฏว่า บิลค่าโทรศัพท์มา เดือนนั้น 3,000 บาท

นี้ย้อนไปเกือบยีสิบปีก่อน สามพันบาท ไม่ใช้เงินน้อยๆ ที่เด็กสิบกว่าขวบจะใช้นะ และลองคิดดูถ้าพ่อแม่คุณทำงานได้เดือนละ หกพันบาท นี้คือครึ่งหนึ่งของเงินเดือนกับการเล่นสะเพร่าฉุยๆ ของฉันเลย พ่อโทรไปคุยกับเจ้าหน้าที่องค์การโทรศัพท์ เพราะฉันยืนยันว่าฉันไม่ได้โทรไปต่างประเทศใดๆ ทั้งสิ้น พ่อก็คิดว่าคงมีคนมาแอบใช้เบอร์เรา หลังจากคุยกับเจ้าหน้าที่องค์กรก็ได้ความว่า เบอร์โทรต่างประเทศนั้น คือหมอพวกหมอดู  พ่อมาถามเราว่าได้โทรไปบ้างไหมกับอะไรแบบนี้ ฉันยอมรับว่าโทรเพราะฉันคิดว่าครั้งละ 3 บาทนะ แต่เปล่า มันนาทีละ 12 บาทมั้งค่ะ ที่โทรไปก็ใช้ว่าฉันอยากจะฟังหมอดู ทำนายทายทักอะไร ฉันก็แค่คิดโทรเล่นตามประสา ฮื่อๆ  พ่อหนูขอโทษ เจ้าหน้าองค์การโทรศัพท์บอกพ่อว่า ไม่ใช่เราบ้านแรกที่โดนอย่างนี้ บ้านอื่นๆ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เองยังเข้าใจผิดโทรมาถามอย่างนี้เหมือนกันเลย เพราะเวลามันโมษณา ตรงราคาค่าโทรนะมันจะเขียนเป็นตัวเล็กๆ ใต้ใบปลิว หรือ ตัวเล็กแสดงหน้าจอทีวี ว่าคิดน่าทีละ 12 บาท คือถ้าสะเพร่า ไม่อ่านให้รอบคอบก็ติดเป็นเหยื่อกันทุกราย  สรุปพ่อก็ต้องทำเรื่องของผ่อนชำระกับเขาไป ตอนนั้นรู้สึกผิดมากเลยอะ  พ่อเงียบไม่คุยกับฉันไปสองสามวัน ฉันทำตัวดี๊ดี เก็บทำบ้านสะอาดเรียบร้อย ตั้งใจเรียนทำการบ้านทุกอย่าง ทีทำประจำก็ทำอยู่แล้ว กะว่าจะต้องสอบเอาทีดีๆ มาให้พ่อให้ได้ ฮื่อๆ  นี้แหละคือความเสียใจที่ฉันทำ และตั้งแต่นั้นมา ฉันบอกกับตัวเองเลยว่า ฉันจะไม่ทำอะไรด้วยความสะเพร่า เพลอเร้อ ฉันต้องพิจารณาให้ดีก่อนทำอะไรทุกครั้ง ต้องรอบคอบ
ฉันจะไม่ทำให้พ่อต้องเสียใจอีกเป็นอันขาด และ ฉันคิดว่าทีผ่านมาตลอด พ่อก็มี่แต่ความภูมิใจในตัวฉันนะ ถือว่าค่าโง่ในวันนั้น ที่พ่อให้ฉัน ทำให้ฉันเป็นธัญญ่าที่ทันคนในวันนี้

ผู้แสดงความคิดเห็น Tanya ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-12-18 03:49:19 IP : 209.195.64.24


ความคิดเห็นที่ 39 (3304644)
avatar
Tanya

 

พ่อของฉัน ตอนที่ 9

ฉันต้องการหาผู้ชายอย่างพ่อมาเป็นคู่ครองชีวิต  เพราะพ่อคือซุปเปอร์แมนของฉัน  ตอนฉันเรียนจบและทำงาน ถึงแม้กระทั่งไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กต่างแดน ฉันก็ไม่เคยคิดอยากจะแต่งงานเลยนะ มีหนุ่มมะกันมาจีบเพื่อนโฮสต์ ฉันยังไม่ต้องการใคร่อยากได้เขาเลย ฮ่าๆ ไม่มีความต้องการจะมีคู่ว่างั้นเฮอะ คิดว่าจะอยู่โสด ฉันเคยคิดว่าฉันจะแต่งงานไปทำไม ฉันก็มีความสุขดีกับสิ่งที่ฉันทำ หน้าที่การงาน หรือว่า ไม่ว่าฉันจะเลือกเรียนต่อ ทำงานต่างประเทศ หรือ ประเทศไทย ฉันก็มีความเป็นอิสระอย่างสูงสุด  อีกทั้งฉันก็มี พ่อ แม่ น้อง และ เพื่อนๆ กัลญาณมิตรทั้งหลาย ชาย หญิง  มีสัตว์เลี้ยง หมา แมว มากมาย ทั้งหมดก็ทำให้ชีวิตฉันมีความหมาย เรียกว่า  เจ็ดวันต่อสัปดาห์ของฉันหมดลงไปอย่างรวดเร็วแล้ว  แม่ถึงกับเคยเปรยเมื่อเห็นฉันพูดจริงว่าคงไม่แต่งงาน มันเป็นธรรมชาติของโลกที่เราต้องแต่งงานแล้วมีลูกเพื่อเป็นทายาท ดูท่าแม่จะห่วงว่าจะไม่มีทายาทมากกว่าห่วงฉันไม่ได้แต่งงานสะอีก ฮ่าๆ ส่วนพ่อนั้นก็คงอยากให้ฉันมีคู่ครอง เป็นไปตามธรรมชาติที่สืบสานเผ่าพันธ์มนุษย์ ฉันคิดว่างั้นนะ

จริงๆ ฉันก็คิด ว่าถ้าฉันแต่งงาน ฉันจะหาคนอย่างพ่อ แต่ขอเอาหน้าตาหล่อหน่อยเฮอะ พระเอกในดวงใจฉันก็ต้อง พี่วิลลี่ ชอบขาวๆ ดูอินเตอร์อะชอบ อิๆ เพราะพ่อฉันนี้ คือ เงาะ ตัวดำหัวหยิก ตอนที่ยังไม่ได้ถอนรูปอะ แล้วนี้ก็ไม่รู้พ่อของฉันจะถอดรูปเมื่อไหร่ สามสิบปีแล้วที่เห็นพ่อมา พ่อยังไม่เคยถอนรูปสักครั้ง อิๆ เนื้อทองของพ่อซ่อนอยู่ข้างในจริงๆ 

พ่อเคยบอกฉันขำๆ ว่าแต่ก่อนพ่อนะหน้าตาดี สมบัติ สรพงศ์ ประมาณนั้น แต่ว่ามีหนี้เยอะ ก็เลยเอาเงินไปทำศัลยกรรมผ่าตัดหน้ามาเป็นอย่างนี้ คนจะได้จำไมได้ อันนี้พ่ออำฉันมาตั้งแต่เด็กๆ แหละ  พ่อจะคุยตลอด พ่อเป็นนายแบบ ถ่ายลงปกนิตยสาร นิตยาสารอะไรละพ่อ โรงพยาบาลโรงปอด เอิกๆ พ่อก็รู้ตัวเองว่าไม่หล่อ ผ๊อม ผอม ก็มีแซวตัวเองเป็นประจำ 

พ่อฉันเก่งทุกอย่าง  หิวก็ทำให้กินอร่อยๆ ทำอะไรพังพ่อก็ตามซ่อมให้ อยากได้อะไรขอพ่อจะง่ายกว่าขอแม่ แฮ่ๆ พ่อมีความฉลาดคุยอะไรก็คุยได้ทุกเรื่อง เข้าใจ ปรึกษาได้ มีหัวคิดพัฒนา เป็นคนมีอารมณ์ขัน แหย่ เล่น หยอกล้อ มีความคิดสร้างสรรค์ เหล้าไม่กิน บุหรี่สูบ ไม่เทียวหญิง ไม่เล่นการพนัน ประหยัด ไม่ติดหรูหราบ้ายี่ห้อใดๆ ทั้งสิ้น ทำงานหนักไม่มีวันหยุด ติดบ้านจัด ห่างบ้านเหมือนจะขาดใจ รักสัตว์ รักครอบครัว แล้วฉันจะไปหา สมพงษ์ สอง ที่ไหนได้นี้

สำหรับพ่อ คือ สิ่งพิเศษ ที่แม่ได้มาครอบครองและฉันดีใจที่ฉันได้เป็นลูกพ่อ  ส่วนตัวฉัน ฉันก็คงต้องหาคนพิเศษของฉันเอามาครอบครองเหมือนอย่างที่แม่โชคดี ที่มีพ่อ ฉันคิดว่าคงไม่มีใครเหมือนพ่อ แต่น้อยๆ ครึ่งหนี่งของคนนั้นขอให้ได้อย่างพ่อฉัน ฉันก็พอใจแล้วละ

ผู้แสดงความคิดเห็น Tanya ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-12-18 03:50:24 IP : 209.195.64.24


ความคิดเห็นที่ 40 (3304645)
avatar
Tanya

 

พ่อของฉัน ตอนที่ 10

พ่อของฉันกว่าที่เขาจะประสบความสำเร็จอย่างวันนี้ได้ ใช่ว่าไม่เคยเจ๊ง เรา เจ๊ง กันมาก่อน  อยากจะให้คนที่ไม่ประสบความสำเร็จได้อ่าน ว่ากว่าคุณจะประสบความสำเร็จได้ มันไม่ใช่แค่หนึ่งวัน หรือ หนึ่งปี การที่คุณล้มเหลว ขาดทุน เจ๊งไม่เป็นท่า  หรือผิดหวัง อาจจะเป็นหนทางให้คุณได้เจอกับสิ่งอื่นที่ทำให้คุณร่ำรวยในอนาคตหรือทางเลือกอื่นๆ ในชีวิตที่เหมาะสมกับคุณที่สุดค่ะ

ตอนนั้นฉันอยู่ปอหกเห็นจะได้ อย่างที่บอก พ่อฉันเป็นคนวางแผนการไกลและ มีเงินก็มีโอกาสทางเลือกที่ดีขึ้นในชีวิต  แน่ๆ ก็เลือกการศึกษาที่เรามีสิทธิ์เลือกได้ ถ้าเรามีเงินว่าจะเราจะเรียนที่ไหน เรียนอะไร พ่อฉันเขาไม่อยากให้ฉันเรียนต่อ ปวส ปวช เทคนิค เทคโน อะไรอย่างนั้น เขาอยากให้ฉันเรียนมัธยมปลายและเข้าเรียนต่อมหาลัย  ก็คงอยากให้ลูกได้ปริญญา  เพราะความอยากให้ลูกได้เรียนต่อมหาลัยเอกชนหรูๆ อยากเห็นลูกได้จบปริญญา สองคนทำงานโรงงานคงจะไม่พอกับลูกสองคนที่เติบโตขึ้นทุกวัน

เป็นจังหวะ พ่อกับแม่ฉัน ได้รู้จักกับเจ้าของตึกที่หน้าปากซอย หมู่บ้านเมืองเอก มีมหาลัยเอกชนดังๆ อยู่ตรงนั้นนะ คิดว่าใครๆ ก็รู้จัก  พ่อบอกฉันว่าจะให้ฉันเข้าเรียนที่นี้แหละ และสุดท้าย พ่อแม่ฉันก็ผันตัวไปทำธุรกิจกับเขา  เปิดร้านอาหาร พ่อกับแม่ หวังใจในการลงทุนครั้งนี้ว่าจะทำให้ฐานะของเราดีขึ้น  โดยเอาบ้านและที่ดิน ที่คลองสองขนาดห้าสิบตารางวาไปเข้าธนาคาร เอาเงินมาลงทุนเปิดร้านอาหาร ซื้อของทุกอย่างหมดในร้าน ตั้งแต่อุปกรณ์ในครัว จาน ชาม หม้อ ไห เตาแก๊ส ตอนนั้นแม่ฉันก็ได้ลาออกจากงานมาแล้ว เพื่อที่ว่าจะได้มาดูแลอย่างเต็มตัว เราจ้างแม่ครัวมาด้วย ผู้ช่วยแม่ครัวคือแม่ฉัน ส่วนเด็กเสริฟและแคชเชียร์ คือลูกสาวของเจ้าของตึก แม่ฉันลาออกงานมาคนเดียว พ่อฉันยังคงทำงานอยู่นะ กะว่าถ้ามันรุ่งเรื่อง ขายดิบขายดี ก็จะออกจากงานมาในภายหลัง  พ่อเคยบอกกับฉันว่า ทุกวันเราจะได้เงินเต็มกระเป๋านี้กลับบ้าน รู้ไหม ฉันฟังแล้วก็คิดดีใจนะ ถ้ามันเป็นได้จริง

แต่ผลปรากฏว่า ไม่มีคนเข้าร้าน ร้านเงียบ มากๆ ร้านอื่นนี้ให้แน่น พวกร้านก่วยเตี๋ยว เกี๋ยว ริมถนนแอร์ธรรมชาตินะแน่น  ร้านเราเป็นแบบติดแอร์ เปิดเพลงเบาๆ อะ มีไสตล์  แต่ร้านเราคนไม่เข้า มันเงียบจริงๆ แม่ครัวเราก็ต้องจ่ายเขาทุกวัน เงินค่าตึกคงไม่ได้จ่ายกระมั้ง เพราะว่าแชร์กับเจ้าของตึก สุดท้ายไม่เกินหกเดือนละมั้งถ้าฉันจำไม่ผิด หมดเงินที่เปิดร้านต่อ ก็เลยปิดร้าน  แม่พ่อก็เอาของที่ซื้อมาเปิดร้าน ขายเอาเงินมาใช้บ้าง พวกตู้แช่ของ เตา แต่พวกจานชามลายครามต่างๆ แม่ฉันก็ยังคงเก็บเอาไว้

หวังใจว่าจะได้เงินเต็มกระเป๋า กลายเป็น เงินลงทุนที่กู้เข้ามาก็หาย ขาดทุนบอกได้คำเดียว แม่ก็ออกจากงานแล้วไม่มีรายได้ เหลือพ่อคนเดียวที่เป็นเสาหลักของบ้าน พ่อก็เลยต้องขี่มอไซตรับจ้างหลังเลิกงาน และก็แม่ด้วยความที่ชอบด้านความสวยความงาม ก็ไปเรียนเสริมสวยกับเพื่อนที่เปิดมานานแล้ว แล้วก็มาเปิดร้านเสริมสวยที่บ้าน  ถามว่ารายได้มันดีไหม มันก็คือได้พอกินพอใช้กันไป  แต่ไม่มีเก็บ แล้วความฝันของพ่อที่จะให้ฉันเรียนต่อมหาลัยเอกชน แค่ตอนนี้ เราก็ต้องผ่อนบ้านด้วยเพราะเงินไปกู้ธนาคารมา เงินมีพอใช้ไปวันๆ

เป็นอย่างนี้จนฉันจบมอสาม พ่อกับแม่เห็นว่า อย่าเอาปริญญาตรีให้ลูกเลยแค่ มอปลายนี้จะให้ลูกต่อที่ไหนอย่างไรดี และนี้ก็เป็นเหตุที่ว่า พ่อแม่ฉันตัดสินใจย้าย  มาอยู่ ลพบุรี คนกรุงย้ายกลับบ้านนอก นั้นสินะ แล้วพ่อฉันจะพาพวกเราไปทำอะไรกันที่ลพบุรี  ไปเสริมสวยลิงมั้ง ฮ่าๆ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Tanya ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-12-18 03:51:22 IP : 209.195.64.24


ความคิดเห็นที่ 41 (3304728)
avatar
Maysaya

พี่ธัญญ่าค่ะ หนูอยากรบกวนสอบถามค่ะ หนูสนใจโครงการไปเลี้ยงเด็กที่แคนาดา แล้วหนูดูของพี่นะคะ หนูอยากทราบว่า ตรงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับวีซ่าที่เป็นราคา 4800 บาท ค่ะ เป็นค่าวีซ่าอะไรบ้างค่ะ แล้ววีซ่าที่หนูจะต้องขอ ต้องขอไปกี่ประเภทค่ะ เพราะว่าบางคนก็บอกว่าต้องขอ 2 ประเภทนะคะ แล้วก็มีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการทำเอกสารส่งตัวฟรีจากแคนาดา 125 $ อันนี้หนูต้องเสียไหมค่ะ รบกวนพี่ธัญญ่าด้วยนะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น Maysaya (mayandbeer2010-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-19 16:45:56 IP : 58.11.101.77


ความคิดเห็นที่ 42 (3305941)
avatar
ธัญญ่า

สวัสดีค่ะน้อง Maysaya

วีซ่า Live-in caregiver คือวีซ๋าทำงาน ค่ะ มีค่าขอวีซ่า 150 เหรียญแคนาดา หรือ 4,800 บาทไทย ณ ขณะนี้ค่ะ ไม่สามารถขอวีซ่าตัวอื่นได้คะและสถานทูตก็ไม่รับหากจ่ายเกิดหรือขาดไปจาก 4,800 บาทค่ะ ได้วีซ่าหรือไม่ได้วีซ่า สถานทูตไม่คืนเงินให้ค่ะ

เอกสารส่งตัวฟรีจากแคนาดาหรืออะไรหรือค่ะ พี่ไม่แน่ใจ $125เหรียญ ถ้าที่หน้าเว็บเบสท์แนนนีไทยแลนด์ เป็นเอกสาร exit permit เอาไว้ใช้รายงานตัวกับกรมแรงงาน ออกโดยสถานทูตไทยประจำเมืองแคนาดาค่ะ ถ้าตามเว็บเบสท์ก็จะไม่เสีย ระบุฟรีตามหน้าเว็บที่เห็น แต่ถ้าไปกับโฮสตืเองโฮสต์ก็ต้องทำให้เรา เพราะเขาอยู่แคนาดาเราก็ไม่เสีย ถ้าเป็นเอเจนซี่อื่นไม่ทราบว่าเขาจะคิดหรือเปล่ากับการทำ exit permit ค่ะ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-01-09 12:40:56 IP : 115.67.162.50


ความคิดเห็นที่ 43 (3305942)
avatar
ธัญญ่า

ตอนนี้กลับมาเยี่ยมพ่อกับแม่ที่ลพบุรี

 

แม่เอาหมาหลงมาเลี้ยง ปีทีแล้วห้าตัว ปีนี้ก็เอามาอีกห้าตัว แล้วก็สองเดือนก่อนไปเอาพุดเดิลมาเลี้ยงอีกตัว แมวมีมาหลายปีแล้วห้าตัว ยังไม่ตาย สรุปตอนนี้ มาหาพ่อกับแม่ที เจอหมา 11 แมว 5 ตัว

แซวพ่อแม่เล่นว่า ปีหน้าถ้ามาอีก คงเพิ่มอีกปีละห้าตัวปะนี้  แม่กับพ่อบอกว่าก็ไม่มีใครอยู่ด้วยเลยเลี้ยงหมา แมว จัดให้สะใจไปเลย

จริงๆ บ้านธัญญ่ารักสัตว์ ตอนธัญญ่าโตมาก็มีหมาสูงสุด เจ็ดตัวหาข้าวให้มันกินหลังจากกลับมาจากเรียนทุกวัน เลี้ยงเจ็ดตัวจนไปเป็นออแพร์ ก็ตอนนั้นก็ว่ามากแล้วนะ อันนี้นี้พ่อกับแม่ ล้มสถิติ 11 ตัวไปเลย แถมแต่ก่อนไม่เคยมีแมว ตอนนี้จัดไป ห้าตัว

แมวมันโชว์ มันไปเอานกมาวางกลางบ้านโชว์ธัญญ่าอะ ตื่นมาขนนกกระจายกลางบ้าน ซากนกน้อย พ่อกับแม่บอกว่า มันอย่างนี้แหละลูก บ้างวันก็ตุ๊กแก หนู งูดิน ลูกไก่ ลูกนก เข้าท่าก็น่าจะเป็นหนู นกสงสารมันอะ บินแล้วไปจับมาได้งัย แมวเก่ง ฮ่าๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-01-09 12:45:27 IP : 115.67.162.50


ความคิดเห็นที่ 44 (4065058)
avatar
Beauviiez

 ขอบคุณ พี่ธัญญ่ามากค่ะ ตอนนี้เพิ่งกลับจากทำงานเรือสำราญ และกำลังอยากต่อโท เพราะเราจบวิทยาศาตร์เครื่องสำอาง จะสมัคร งานราชการ หรืองานอื่นๆๆน้อยนักจะรับสำนักวิชาเรา เราจึงไปเป็น สปาเทอราปิสในเรือสำราญ มาคอนแทคนึงกะอีกเดือนนึง แต่เรามีความฝันอยากเรียนต่อ อยากอยู่เมืองนอก เห็นที่ อย่างที่ธัญญา เล่ามาจะสามารถทำความฝันเราได้จริง เพราะเรา ยากที่จะได้วีซ่า เพราะการแต่งงาน 555  ดีมากๆๆค่ะ My idol

ผู้แสดงความคิดเห็น Beauviiez (su_sutida33-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2016-08-25 23:16:02 IP : 118.173.141.210



[1]


Copyright © 2010 All Rights Reserved.