ReadyPlanet.com


แนะนำ "หัดพูดดัตช์ ฉบับออแพร์ไทยไม่แพ้เด็กดัตช์" โปรเจ็คท์พิเศษโดยอดีตออแพร์เนเธอร์แลนด์
avatar
CJ.NAN


สวัสดีค่ะ "หัดพูดดัตช์ ฉบับออแพร์ไทยไม่แพ้เด็กดัตช์" เป็นโปรเจ็คท์พิเศษที่แนนตั้งใจทำเพื่อแบ่งปันความรู้และประสบการณ์กับเพื่อน ๆ ออแพร์และว่าที่ออแพร์เนเธอร์แลนด์ทุกคน สำหรับใครที่ได้แมทช์กับโฮสต์แล้วก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ ส่วนใครที่ยังรอลุ้นอยู่ก็ขอให้เจอบ้านที่ใช่ไว ๆ ค่ะ
ส่วนตัวของแนนเคยเป็นออแพร์ที่เนเธอร์แลนด์ช่วงปี 2014 – 2015 โดยสมัครผ่านทาง Beloved THAI Au Pair และไปอยู่ที่เมืองนาร์เดิ้น ไม่ไกลจากอัมสเตอร์ดัมค่ะ ที่จริงอยู่ตรงรอยต่อระหว่างนาร์เดิ้น กับบึซซึ่ม จากบ้านเดินห้านาทีก็ถึงสถานีรถไฟแล้วค่ะ สภาพแวดล้อมที่เมืองนี้ถือว่าดีงามมาก เงียบสงบ เป็นธรรมชาติ ขณะเดียวกันก็ไม่ห่างจากความสะดวกสบายค่ะ ใครได้มาที่นี่รับรองว่าจะติดใจแน่นอน
มาเข้าเรื่องกันดีกว่า ถ้าพูดถึงการเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอย่างออแพร์ ทุกคนคงรู้ว่าจะต้องเตรียมใจรอรับการปรับตัวเข้ากับสังคมและวัฒนธรรมใหม่อย่างแน่นอน และสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยก็คือ เรื่องของภาษา จริงอยู่ที่โฮสต์ส่วนใหญ่ต้องการให้ลูก ๆ ของพวกเขาได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษจากพี่เลี้ยงแบบพวกเรา และเราเองก็มีโอกาสเลือกเรียนภาษาฟรีในระหว่างที่เข้าร่วมโครงการฯ แต่เท่าที่รู้มาจากเพื่อนหลายคน โฮสต์บางบ้านจะส่งเสริมให้ออแพร์ลงเรียนภาษาอังกฤษด้วยเหตุผลที่ว่า ภาษาดัตช์นั้นยากที่จะเรียนรู้ภายในระยะเวลาที่เข้าร่วมโครงการฯ และเราอาจจะไม่ได้ใช้ภาษาดัตช์อีกหลังจบโครงการฯ แต่ภาษาอังกฤษเรียนไว้ยังไงก็มีประโยชน์กว่า (เว้นแต่ว่าเราจะบังเอิญเจอเนื้อคู่ที่นี่ 555) ก็แล้วแต่นะคะ ว่าเราจะเลือกแบบไหน
แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การได้เรียนหรือไม่ได้เรียนนี่สิคะ เพราะในระหว่างที่เราปฏิบัติหน้าที่ออแพร์นั้น ย่อมต้องเกิดเหตุการณ์ในทำนองที่ว่า เด็กดื้อใส่เพราะฟังภาษาอังกฤษของเราไม่รู้เรื่องและไม่อดทนพอที่จะพยายามเข้าใจเรา เด็กโกหก เด็กพูดคำหยาบใส่ หรือแม้แต่การรับมือกับเบบี๋ที่เริ่มพูดและฟังรู้เรื่องแล้ว เป็นต้น (ใครได้เจอเด็กที่ชินกับออแพร์ที่พูดอังกฤษแล้วก็โชคดีไปค่ะ)
จากประสบการณ์ส่วนตัวนะคะ หลังจากที่แมทช์กับโฮสต์แล้ว แนนก็พยายามค้นหาว่ามีใครลงคลิปหรือเขียนบล็อกสอนภาษาดัตช์เบื้องต้น "สำหรับออแพร์โดยเฉพาะ" บ้างหรือไม่ แต่ก็รู้สึกว่าจะหาไม่เจอ ตอนนั้นก็คิดว่าไม่เป็นไรค่ะเพราะแนนพอมีพื้นฐานเยอรมันอยู่บ้าง แล้วพอไปเจอเด็กจริง ๆ ก็ได้ใช้ค่ะ จำได้ว่าช่วงสองสามสัปดาห์แรกคือพูดอังกฤษปนเยอรมันเดี้ยง ๆ ใส่เด็กเยอะมาก เด็กก็ยังเห่อเราอยู่ก็เลยใจดี ยอมฟังเราเต็มที่ เวลาเด็กอาอารมณ์ดี ๆ คือช่วงที่สอนภาษาอังกฤษได้สนุกที่สุดค่ะ แต่ผ่านไปสักพักปรากฏว่าหมดโปรจ้า! เด็กเริ่มออกฤทธิ์ เราเองพอเห็นว่าสื่อสารกับเด็กไม่ได้ คุมเด็กไม่อยู่ เราก็เครียดก็มีหงุดหงิดกับตัวเองบ้าง และยิ่งถ้าไปเจอบ้านที่มีเด็กเยอะ ๆ นี่ยิ่งไปกันใหญ่เลย เพราะฉะนั้นเมื่อแนนผ่านจุดนั้นมาแล้วและเข้าใจดีว่ามันกดดันแค่ไหน แนนก็เลยรวบรวมคำศัพท์และตัวอย่างประโยคที่น่าจะเป็นประโยชน์กับออแพร์เนเธอร์แลนด์มือใหม่ทุกคน ให้ได้ลองฝึกพูดและจำให้ขึ้นใจ เพื่อนำไปใช้รับมือกับจอมแสบทั้งหลายก่อนจะได้เรียนรู้จากคอร์สภาษาของจริงค่ะ
โดยความรู้ของเราจะแบ่งออกตามช่วงเวลาของวัน คือ เช้า สาย เที่ยง บ่าย เย็น ค่ำ สุดสัปดาห์ และเทศกาลวันสำคัญค่ะ เราจะได้เห็นว่าในแต่ละช่วงเวลาอาจมีสถานการณ์ใดเกิดขึ้นได้บ้าง ถ้าใครมีข้อสงสัย หรืออยากชวนคุยเรื่องอื่น ๆ ก็มาเจอกันได้ที่เพจ "บันทึกดอกทิวลิป" นะคะ ตอบทุกเรื่องที่รู้แน่นอน
 ***ต้องออกตัวก่อนว่าภาษาดัตช์ของแนนก็ยังไม่ได้ดีเด่อะไร ยังจัดอยู่ในระดับเบสิคเหมือนกัน งานนี้ตั้งใจทำเพื่ออยากแบ่งปันความรู้ที่น่าจะเป็นประโยชน์ล้วนๆค่ะ โดยในส่วนของคำอ่านภาษาดัตช์นั้น แนนพยายามถอดให้ใกล้เคียงกับที่แนนได้ยินมากที่สุดค่ะ อาจจะผิดหลักการบ้าง แต่รับรองว่าเด็กฟังรู้เรื่องค่ะ 555 (ถ้ามีผู้รู้อยากแนะแนวตรงส่วนไหนก็ยินดีรับฟังเพื่อนำไปแก้ไขค่ะ)***


ผู้ตั้งกระทู้ CJ.NAN กระทู้ตั้งโดยสมาชิก โพสต์และแสดงความเห็นเฉพาะสมาชิกเท่านั้น :: วันที่ลงประกาศ 2016-09-24 10:30:24 IP : 1.20.22.209


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (4075126)
avatar
CJ.NAN

*ไม่ค่อยได้แวะเข้ามาในนี้เลย งั้นขอเล่าประสบการณ์แบบรวบยอดทีเดียวเลยละกันนะคะ*

แนนเดินทางถึงเนเธอร์แลนด์และเริ่มต้นชีวิตออแพร์เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2014 ค่ะ บิน KLM 11 ชั่วโมงยาวๆเมื่อยดี TvT 

ครอบครัวโฮสต์มีลูกทั้งหมด 3 คน คนโตผู้ชายอายุ 5 ขวบ คนกลางผู้หญิงอายุ 4 ขวบ และคนเล็กผู้หญิงอายุ 1 ขวบ

พอแนนไปถึงไม่กี่วัน โฮสต์แม่ก็กลับไปทำงานเต็มวัน หลังจากที่เธอหยุดพักจากการทำงานประจำมาเป็นปี!

ที่สำคัญนะคะ แนนยังเป็นออแพร์คนแรกของบ้านนี้ ซึ่งนั่นแปลว่า เด็กๆไม่ชินกับการมีผู้ปกครองคนที่ 3 ซึ่งก็คือแนน และยังมีเรื่องภาษามาเป็นกำแพงเพิ่มอีกเพราะเด็กไม่เคยมีพี่เลี้ยงที่พูดดัตช์ไม่ได้ค่ะ เหนื่อยกันเลยทีนี้ บางคนอาจบอกว่าให้พูดอังกฤษใส่อย่างเดียวแล้วให้เด็กปรับตัว ค่ะ สำหรับบ้านที่มีเด็ก 1-2 คนก็อาจทำได้ แต่น้องๆบ้านแนนกำลังอยู่ในวัยซน แถมสองคนโตยังเก๊กันเอง คนเล็กก็ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แนนก็แยกร่างไม่ได้ค่ะ การพยายามพูดดัตช์ให้ได้ไวที่สุดจึงเป็นทางออกของแนน ณ ตอนนั้น

โดยในช่วงแรกที่ไปถึงแนนก็อาศัยพื้นฐานเยอรมันอันน้อยนิดพอถูไถไปได้ (เยอรมันกับดัตช์มีส่วนคล้ายคลึงกันค่ะ) ส่วนคอร์สเรียนแนนเลือกเรียนคอร์ส A1 ที่ Volksuniversiteit หรือประมาณศึกษาผู้ใหญ่สาขาใกล้บ้านที่สุดค่ะ เรียนอาทิตย์ละครั้งๆละ 1 ชั่วโมงครึ่ง แต่นอกเหนือจากนั้นแนนก็พยายาม "ถ่าง" หูฟังเวลาโฮสต์พ่อคุยกับโฮสต์แม่ โฮสต์คุยกับลูก เพื่อนบ้าน และญาติๆที่มาบ้าน เพื่อจดจำจังหวะการพูด น้ำเสียง และสำเนียง แล้วก็นำมาพูดกับเด็กๆค่ะ

เอาจริงๆตอนนั้นก็ไม่ได้ตั้งใจเรียนที่โรงเรียนเท่าไหร่ โดดก็บ่อย เพราะตอนนั้นตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไปที่นอร์เวย์ และก็เริ่มหาคุยกับโฮสต์ไว้บ้างแล้วด้วย ภาษาดัตช์ของแนนตอนนั้นเลยอยู่ในระดับแค่พอสู้รบกับเด็กๆได้ค่ะ จนกระทั่งผ่านไปครึ่งปี จบคอร์สที่ศึกษาผู้ใหญ่แบบไม่ค่อยสนใจ แต่ที่ไหนได้ พอผ่านไป 1 อาทิตย์ดันมีแฟน 5555555555555 แล้วพอมีแฟนได้ 1 อาทิตย์ก็ดันได้แมทช์กับบ้านโฮสต์ที่นอร์เวย์ 5555555555555555

แต่ด้วยความติ่ง Ylvis ที่แรงกล้าและความอยากมีรายได้มั่นคงไปอีก 2 ปี แนนก็เลยตัดสินใจเดินหน้ายื่นเรื่องขอวีซ่าออแพร์นอร์เวย์ค่ะ โดยตกลงกับแฟนว่าจะใช้วิธีบินกลับมาช่วงวันหยุดยาว แฟนก็เข้าใจความติ่งและยอมตามใจค่ะ

กลับมาที่เรื่องภาษาดัตช์ค่ะ กว่าจะผ่านช่วงจูนเข้ากับสองคนโตได้ก็เล่นเอาเหนื่อย ในที่สุดเด็กๆก็ชินกับดัตช์สำเนียงแแปลกๆของแนนและรับฟังแนนมากขึ้น ความดื้อไม่มีลดลงหรอกค่ะ แต่พวกเขาจะรู้จักเกรงใจไม่พูดอะไรร้ายๆ เพราะรู้ว่าเราฟังออก และเราฟ้องพ่อแม่จริง แต่อีกหนึ่งสถานการณ์ที่ภาษาดัตช์ของแนนเข้ามามีบทบาทก็คือการดูแลคนเล็กของบ้าน 

ย้อนกลับตอนที่แนนไปถึงบ้านโฮสต์ น้องคนเล็กยังเดินไม่ได้และพูดไม่ได้ค่ะ แต่พอเวลาผ่านไป น้องเดินได้ เริ่มหัดพูดและเรียนรู้ภาษาดัตช์จากคนในบ้านอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ตามมาก็คือ น้องจะถามและขอให้เราทำนู่นทำนี่ ซึ่งถ้าเราตอบสนองน้องได้มันก็จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการให้เด็กถูกมั้ยคะ สิ่งที่แนนชอบทำก็คืออ่านหนังสือให้น้องฟัง พาน้องเที่ยวฟาร์มสัตว์เปิดแล้วชวนคุยเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เพิ่มคำศัพท์และสอนกฎระเบียบต่างๆให้กับน้อง (จริงจังไปมั้ย 555)

แต่แนนก็ไม่ได้ทิ้งหน้าที่สอนภาษาอังกฤษให้น้องนะคะ แนนจะสอนผ่านการร้องเพลง ให้เด็กค่อยๆชินกับการออกเสียงก่อน แล้วเวลาจะสอนประโยคหรือคำศัพท์ จะใช้วิธีพูดดัตช์ก่อนแล้วค่อยตามด้วยอังกฤษค่ะ หรือบางทีเราจะถามนำเด็กก่อนว่า อันนี้ภาษาดัตช์คืออะไร แล้วพอเด็กตอบเรา เราก็พูดให้เด็กฟังว่า "ส่วนในภาษาอังกฤษมันคือ..." เทคนิคนี้เอาไปลองใช้ดูได้ค่ะ 

กลับมาที่ภาษาดัตช์ของแนน... หลังจากจบโครงการที่เนเธอร์แลนด์ วีซ่านอร์เวย์ก็ยังไม่ผ่านซะทีค่ะ ผิดคาดมาก เพราะแผนเดิมคือบินต่อจากเนเธอร์แลนด์ไปนอร์เวย์เลย แต่ในเมื่อวีซ่ายังไม่ผ่านก็เลยบินกลับมารอที่ไทยค่ะ รออยู่นาน 7 เดือนนับจากวันที่ยื่นเรื่อง สุดท้ายก็บ๊ายบายโฮสต์นอร์เวย์ เพราะอนาคตอีกซีกหนึ่งของแนนกำลังรออยู่ที่เนเธอร์แลนด์เหมือนกัน (มารู้ทีหลังว่าปัญหาเกิดจากโฮสต์กับออแพร์ฟิลิปินส์คนเก่าของโฮสต์ ทำให้วีซ่าแนนไม่ผ่านค่ะ!) หลังจากแยกทางกับโฮสต์นอร์เวย์ด้วยดีแล้ว ก็ทำเรื่องกลับไปเที่ยวเนเธอร์แลนด์ 3 เดือนทันที รอบนี้ไปคือตั้งใจไปฟิตภาษาดัตช์ และก็กลับมาสอบยื่นวีซ่า mvv เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พอเดือนสิงหาคมก็ได้รับผลว่าผ่านค่ะ ตอนนี้กำลังรอวีซ่ายาวเพื่อกลับไปอยู่ที่เนเธอร์แลนด์กับคุณแฟนค่ะ ^^

อยากจะบอกว่าการเป็นออแพร์ไม่ได้ให้แค่โอกาสในการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมใหม่ๆ แต่มันยังทำให้เรามีวิสัยทัศที่กว้างขึ้น มองเห็นโอกาสต่างๆ และความเป็นไปได้ใหม่ๆในชีวิตของเรา เรื่องการเที่ยวนี่แน่นอนอยู่แล้วค่ะ แต่แนนออกจะแปลกคนซักหน่อย เพราะแนนไม่ได้ตระเวนออกเที่ยวทุกสุดสัปดาห์ แต่ว่าแนนเก็บเงินครึ่งปีแล้วออกไปตะลุยยุโรปกับเพื่อนซี้สมัยอนุบาลที่บินมาเยี่ยมจากอังกฤษ โดยจัดทริปกันเอง 10 วัน ฟันไป 8 เมือง 5 ประเทศ ชนิดที่กลับถึงบ้านโฮสต์คือกินแกลบไปหลายเดือน 555 แต่คุ้มค่ะ! มีแถมบินไปดูคอนเสิร์ต Ylvis ที่สวีเดนด้วย อันนั้นโฮสต์สปอนเซอร์ :D

ตอนนี้แนนก็เรียนภาษาดัตช์เองอยู่เรื่อยๆค่ะ และก็ตั้งใจว่าจะหาทาง หาวิธีนำความรู้มาแบ่งปันคนที่สนใจต่อไป 

ชีวิตออแพร์ใช้ให้คุ้มค่ะ อยากทำอะไรก็ทำให้เต็มที่!

ผู้แสดงความคิดเห็น CJ.NAN ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2016-09-24 11:49:04 IP : 1.20.41.224



[1]


Copyright © 2010 All Rights Reserved.