ReadyPlanet.com


กังวลเรื่องวีซ่าจังเลย
avatar
ธัญญ่า


 

สำหรับกระทู้นี้ เอาไว้ เม้าท์กันเฉพาะเรื่องวีซ่า ทุกรูปแบบ ทั้งความข้องใจ วิตกกังวลใจ ข้อสงสัยต่างๆ เกี่ยวกับวีซ่า เพื่อน ๆมาร่วมถาม ตอบ ได้ที่กระทู้นี้เลยนะคะ

 



ผู้ตั้งกระทู้ ธัญญ่า โพสต์และแสดงความเห็นเฉพาะสมาชิกเท่านั้น :: วันที่ลงประกาศ 2006-01-21 10:23:57 IP : 203.156.61.6


[1] 2 3 4 5 6 7 ถัดไป >>

ความคิดเห็นที่ 1 (364770)
avatar
ธัญญา

 

จริงรึเปล่าคะว่าถ้าไปกับโครงการจะทำให้ขอวีซ่าเมกาง่ายขึ้น?

สวัสดีคะพี่ธัญญ่าและเพื่อนๆ น้องอยากจะถามความคิดเห็นพี่คะ พอดีน้องได้ยินมาว่าการที่เราสมัครไปกับโครงการต่างๆไม่ว่าจะเป็น Work and travel Or Aupair เวลาตอนไปขอวีซ่ามันจะง่ายกกว่าการที่เราขอวีซ่าแบบไปเที่ยวหรือแม้แต่ขอ วีซ่าไปเรียนต่อเอง อันนี้จริงรึเปล่าคะและเพราะอะไร?

ผู้ตั้งกระทู้ แอนนา ( Sanook_99th@hotmail.com ) ::วันที่ 19-01-2006 17:00:10 IP : 58.136.74.105

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญา วันที่ตอบ 2006-01-21 10:24:56 IP : 203.156.61.6


ความคิดเห็นที่ 2 (364772)
avatar
ธัญญ่า

 

จริงไม๊คะที่ว่า...คนที่เคยถูกปฏิเสธวีซ่าไม่มีสิทธิสมัครเป็นออแพร์

พี่ธัญญ่าคะคือหนูเคยไปขอวีซ่าท่องเที่ยว  แต่ไม่ผ่านก็เลยไม่ได้ไป  แล้วอย่างนี้จะมีผลกับการขอวีซ่าเป็นออแพร์ไม๊คะ แล้วตอนนี้ก็สมัครเข้าโครงการแล้วด้วยคะ   กังวลมากคะแบบว่าต้องใจอยากไปจริงๆๆนะคะ  รบกวนด้วยนะคะ



ผู้ตั้งกระทู้ mail ( ) ::วันที่ 17-01-2006 18:28:04 IP : 58.10.115.163

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-01-21 10:26:12 IP : 203.156.61.6


ความคิดเห็นที่ 3 (364774)
avatar
ธัญญ่า

 

ความเห็นที่ 1 (360339)

คิดว่าจริงนะคะ เพราะเพื่อนที่ม. ก็ไม่ไปได้ เพราะเคยโดยปฏิเสธวีซ่านักเรียนมาเหมือนกัน เค้าถามว่า ทำไมหาหนทางพยายามจะไปจัง ? เค้าบอกว่า สงสัย แล้วทำไมไม่สมัครโปรแกรมนี้แต่แรก เค้าบอกว่าพึ่งรู้จัก สถานทูตบอกเป็นไปไมได้ที่เพิ่งรู้จัก โดนรีเจคเลย ลองสอบถามกับเอเจนซี่ดูนะ เพื่อเค้าจะช่วยเหลือได้ ตอนนี้เพื่อนคนนี้ไปออสเตรเลียแล้ว


ผู้แสดงความคิดเห็น ปลา ( ) วันที่ 17-01-2006 19:14:44 IP : 61.91.171.75

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-01-21 10:26:46 IP : 203.156.61.6


ความคิดเห็นที่ 4 (364775)
avatar
ธัญญ่า

 

เท่าที่ทราบมา ถ้าไปขอที่สถานกงศุลที่เมกา ประจำเชียงใหม่ เพื่อมาเมกาในโครงการออแพร์ ร้อยละเก้าสิบเก้าจะไม่ผ่าน และจะโดนพูดในเชิงว่า ทำไมเราถึงอยากไปมากนัก แบบว่าเหมือนคำที่คุณปลาเล่าเลยนะค่ะ

 ที่เชียงใหม่ถึงจะขอสองรอบ สามรอบก็ไม่ผ่า แต่พอคนเดิมที่ขอสองสามรอบที่เชียบงใหม่ ลงมาขอที่กรุงเทพ รอบเดียวก็ผ่านเลยค่ะ

ที่กรุงเทพ ไม่ผ่านรอบแรก หากขอใหม่ ร้อยละหกสิบก็จะได้ผ่านกันนะค่ะ อันนี้ดูจากจำนวนทั่วไปๆค่ะที่เขาไปขอวีซ่าซึ่งปัจจุบันจะผ่านกันเป็นเสียส่วนใหญ่ค่ะ  เรียกว่าร้อยละเก้าสิบที่ผ่านกันเลยทีเดียวค่ะ

ซึ่งถ้าเราเตรียมตัวเรื่องเอกสารทางการเงินให้พร้อมตามคำแนะนำขอเอเจนซี่ คิดว่าต้องผ่านวีซ่าแน่นอนๆ  


ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า ( ) วันที่ 18-01-2006 11:42:12 IP : 203.188.52.19

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-01-21 10:27:12 IP : 203.156.61.6


ความคิดเห็นที่ 5 (364776)
avatar
ธัญญ่า

 

ถึงแพร์นะค่ะ

สำหรับการขอวีซ่านักท่องเที่ยวไม่ผ่านนั้นก็กรณีวีซ่านักท่องเที่ยวนะค่ะ อันนี้จะไปขอวีซ่าออแพร์ เงินที่จะใช้ไม่จำเป็นต้องเยอะโชว์กันมากมายเหมือนขอวีซ่าไปเทียวนะคะ แค่แสนกว่าๆ ก็ได้แล้วคะ วีซ่าไปเที่ยวเงินไม่เยอะเขาไม่ให้หรอกค่ะ เขาว่าไปเทียวไม่มีเงินเขาจะให้ไปทำไม ไปก็ไปหลบหรอืทำงานที่ประเทศเขา ไม่กลับเอานะสิ  คิดว่าถ้าสมัครโครงการออแพร์จริงๆ แล้วดำเนินการทางเอกสารขอวีซ่า พวกเงินบัญชีตามที่เอเจนซี่แนะนำจริงๆ แล้วคิดว่าไม่น่ามีปัญหาค่ะ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-01-21 10:27:44 IP : 203.156.61.6


ความคิดเห็นที่ 6 (364777)
avatar
ธัญญ่า

 

ถ้าหากว่าเพื่อนๆ คนใดไปขอวีซ่ามาแล้ว และเป็นประเภทเคยขอวีซ่าไม่ผ่านมาก่อนแต่พอมาขอออแพร์ก็ไม่มีปัญหาอะไร ยังงัยก้ช่วยมาเล่าในกระทู้นี้ด้วยนะค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-01-21 10:28:21 IP : 203.156.61.6


ความคิดเห็นที่ 7 (364778)
avatar
admin

 

อ่านแล้วตกใจเลยคะ  แบบว่าตรงกับเราเลย  ก็เลยโทรไปหาพี่ที่เอเจนซี่  คือจริงก็ไม่ควรสมัครตั้งแต่แรกแล้วคะ  เค้าก็แนะนำว่าให้พยายามทำเอกสาร  ตอนขอวีซ่าให้แน่นกว่าคนอื่นๆๆ  แบบว่าต้องปรึกษาพี่เอเจนซี่ เค้าบอกว่าทุกๆๆคนมีความเสี่ยงในการขอวีซ่าที่แตกต่างกันออกไป  ไม่มีใครสามารถยืนยันการผ่านหรือไม่ผ่านวีซ่าของใครได้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสถานฑูตเท่านั้น  ต้องตอบคำถามให้ดี  เอกสารต้องใช้เค้ามั่นใจว่าเราจะกลับมาเมืองไทย  แล้วก็เคยมีคนที่ถูกปฎิเสธแต่ก็ผ่าน  บางทีอาจจะต้องขอ1-2ครั้ง  จะพยายามคะ  เอาใจช่วยคะทุกๆๆคน  ลุ้นตัวเองด้วย....เสียวๆๆเหมือนกัน


ผู้แสดงความคิดเห็น ......... ( ) วันที่ 18-01-2006 20:19:19 IP : 61.91.177.231

 

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2006-01-21 10:28:49 IP : 203.156.61.6


ความคิดเห็นที่ 8 (364790)
avatar
ธัญญ่า

 

ตอบแอนนา ความคิดเห็นที่หนึ่งนะค่ะ เรือ่งทีว่า จะได้วีซ่าง่ายหากว่าขอไปในโครงการ ออแพร์ หรือ ว่า work and travel

จริง ๆแล้วที่มันได้ง่ายกว่าเพราะว่าโครงการเหล่านี้เป็นของการรัฐบาล มีการดำเนินงานผ่านเอเจนซี่ มีองค์กรมารองรับคุณ เขามั่นใจได้ว่า ถ้ามากับโครงการพวกนี้ คุณเข้ามาแล้วจะทำอะไร และจะอยุ่ทีไหนกับใคร มีสถานอย่างไร

แต่วีซ่าอื่นๆ นั้นคือการทำเพื่อตัวคุณเอง มาขอวีซ่านักเรียนก็มาเรียน นั้นคือเขารู้ แต่ว่าไม่ใช่โครงการของรัฐ อยางน้อยเขารุ้ว่าเรียนทีไหน พักทีไหน แต่ว่าวีซ่านักท่องเที่ยวยิ่งหนักเลย มาแล้วจะเที่ยวพักที่ไหน แล้วจะเที่ยวจริงไหม มันก็เลยต้องมีเปอร์เซ็นต์ที่ได้ยากกว่าพวกไปกับโครงการของรัฐนะคะ

แต่ในทีนี้ก็ไม่ได้หมายความว่า ร้อยคนไปออแพร์ได้วีซ่าทั้งร้อยคน แต่เปอร์เซ้นต์ทีจะได้ได้ไปมันเยอะกว่า ถ้าวีซ่านักท่องเที่ยวยไปขอร้อยคนอาจได้แค่หกสิบเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ของออแพรืมันได้เกินแปดสิบเก้าสิบเปอร์เซ้นต์แน่นอนค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-01-21 10:34:28 IP : 203.156.61.6


ความคิดเห็นที่ 9 (370403)
avatar
Ple

I think if for au pair program is much easiler than others. Everyone who applied same day with me got visa.They asked only few questions like where i"m gonna go,have i ever been in America,Am I excited, will family miss me? that"s all. Au pair friends, please don"t worry. I was very worried too.Once they saw our documents, they don"t ask much.Oh wait, If the window No.9 it"s very easy going guy.Others are scary.

Good Luck,

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Ple วันที่ตอบ 2006-01-26 14:48:30 IP : 203.152.48.253


ความคิดเห็นที่ 10 (374115)
avatar
admin

 

เพิ่งได้ match แต่ว่ากลัวมีปัญหาเรื่องขอวีซ่าอะ ! O_o"

แบบว่าเราเพิ่งได้ match ตอนปลายเดือนมกราอะ ตอนนี้ก็เหลือแค่ว่าจะทำวีซ่า โอสอยากให้เราไปเมกาตอนช่วงต้นเดือนมีนา (เราก็อยากไปเร็วๆนะ) แต่ปัญหาก็คือว่า สถานฑูตเพิ่งเปลี่ยนระบบการขอวีซ่าใหม่อะดิ ทำไงหล่ะทีนี้ ละตอนนี้คิวสัมภาษณ์กถึงเดือนเมษา แล้วเราจะไปทันตามที่โฮสเค้าบอกหรอ...เฮ้อ..ปวดหมอง! ใครเป็นแบบเราบ้างเนี๊ยะ !



ผู้ตั้งกระทู้ P! ( ) ::วันที่ 29-01-2006 19:31:20 IP : 58.147.84.72

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2006-01-30 15:45:49 IP : 58.136.196.161


ความคิดเห็นที่ 11 (374116)
avatar
admin

 

เพิ่งได้ match แต่ว่ากลัวมีปัญหาเรื่องขอวีซ่าอะ ! O_o"

แบบว่าเราเพิ่งได้ match ตอนปลายเดือนมกราอะ ตอนนี้ก็เหลือแค่ว่าจะทำวีซ่า โอสอยากให้เราไปเมกาตอนช่วงต้นเดือนมีนา (เราก็อยากไปเร็วๆนะ) แต่ปัญหาก็คือว่า สถานฑูตเพิ่งเปลี่ยนระบบการขอวีซ่าใหม่อะดิ ทำไงหล่ะทีนี้ ละตอนนี้คิวสัมภาษณ์กถึงเดือนเมษา แล้วเราจะไปทันตามที่โฮสเค้าบอกหรอ...เฮ้อ..ปวดหมอง! ใครเป็นแบบเราบ้างเนี๊ยะ !



ผู้ตั้งกระทู้ P! ( ) ::วันที่ 29-01-2006 19:31:20 IP : 58.147.84.72

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2006-01-30 15:47:23 IP : 58.136.196.161


ความคิดเห็นที่ 12 (375289)
avatar
aiemhuang

admin

ไม่ต้องกลัวหรอก เพราะเอเจนซี่จะช่วยเราเอง ลองปรึกษาเค้าดู เค้าจะติดต่อกับสถานฑูตเพื่อช่วยให้เราสัมภาษณ์ได้เร็วขึ้น เพราะมีกรณีนี้ที่เอเจนซี่เรา เค้าต้องเดินทางวันที่ 20 ก.พ.นี้แต่ได้สัมภาษณ์วันที่ 27 ก.พ.ซึ่งไม่ทัน แต่พี่ที่เอเจนซี่ก็จัดการให้เรียบร้อยได้ส้มภาษณ์ก่อนวันที่ 20 ยังไงลองปรึกษาพี่ที่เอเจนซี่ดูนะ

ผู้แสดงความคิดเห็น aiemhuang วันที่ตอบ 2006-01-31 16:50:28 IP : 203.113.33.8


ความคิดเห็นที่ 13 (376046)
avatar
ธัญญ่า

 

สำหรับตอนนี้ ธัญญ่าบอกได้เลยว่า การขอระบบใหม่ไม่ได้ทำให้การพิจาณาวีซ่ายากส์ไปกว่าเดิมอะไรเลย เพิ่มความสะดวกสบาย

แต่ข้อเสียคือ วันจองนั้นจะนานเป็นเดือนทีเดียว หากไม่ทำเรื่อง ขอร้องให้พิจารณาไวๆ นะค่ะ

เอาว่า ติดต่อเอเจนซี่คุณ เขาต้องติดต่อร้องขอให้อยู่แล้ว และคนอื่นนะค่ะ ทำด้วยตัว่คุณเองก็ได้ ส่งอีเมลลืไปหา ตามที่อยู่ทีสให้ไว้ที่หน้าเว็บของสถานทูตเมกานะคะ  ตรงหัวเรือ่ง เขียนเป็นว่า ต้องการเลื่อนวันสัมภาษณ์ เขียนเป็นภาษษอังกฤษนะคะ และก็บอกเขาไปว่าเราทำไม ถึงอยกาเลื่อนห้เร็ว และก็ได้วันนัดวันไหนอย่างไร มีหลักฐานอะไร สแกนไว้ แล้วส่งแนบอีเมลล์ไปให้เขาดูก็ได้ แล้วถ้าเขาพิจารณาได้ หรือไม่ได้อย่างไร เขาจะตอบมาค่ะ

ก็เป็นอีกทางที่ทุกคน ช่วยตัวเองก่อนได้ และก็แน่นอนๆ เอเจนซี่ต้องช่วยคุณด้วย เพื่อส่งสินค้าให้ถึงมือ ตามกำหนดจ้า

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-02-01 15:30:19 IP : 203.188.29.58


ความคิดเห็นที่ 14 (383219)
avatar
admin

 


การขอวีซ่าไปเมกา

การขอวีซ่าไปเป็น Aupair ต้องใช้ statement เท่าไหร่เหรอคะ

ผู้ตั้งกระทู้ tan_un ( tan_un@hotmail.com ) ::วันที่ลงประกาศ 07-02-2006 15:38:24 IP : 202.12.97.111

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2006-02-08 12:36:09 IP : 203.188.35.13


ความคิดเห็นที่ 15 (383226)
avatar
ธัญญ่า

 

การใช้ เงินรับรองในตอนขอวีซ่า แนะนำว่าควรมีไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนบาทนะค่ะ และควรเป็นบัญชีของคุณพ่อคุณแม่

ถ้าหากว่ามีมากกว่านี้ก็ยิ่งดีค่ะ และส่วนเป็นคนอื่น หรือตัวเองได้ไหม นอกจากของพ่อแม่ อันนี้แล้วแต่ว่าแต่ละเอเจนซี่เขาจะว่าอย่างไรค่ะ

เพราะบางเอเจนซี่เอาไม่ต่ำกว่าแสน แต่ว่าขอเป็นบัญชีพ่อแม่เท่านั้น

บางเอเจนซี่เอาไม่ต่ำกว่าแสนห้า จะเป็นบัญชีใครก็ได้

บางเอเจนซี่อาจต้องแสดงหลักฐานเงินเดือน ย้อนหลังหกเดือน หรือ บัญชีเงินของตนเองรวมด้วยค่ะ

เพราะแต่ละเอเจนซีก็จะมีมาตราการที่ต้องการให้เข้มงวดในรูปแบบของเขา เพื่อให้การขอวีซ่าไม่มีปัญหาค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-02-08 12:44:31 IP : 203.188.35.13


ความคิดเห็นที่ 16 (384018)
avatar
tan_un

การใช้ เงินรับรองในตอนขอวีซ่า แนะนำว่าควรมีไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนบาทนะค่ะ และควรเป็นบัญชีของคุณพ่อคุณแม่

ถ้าหากว่ามีมากกว่านี้ก็ยิ่งดีค่ะ และส่วนเป็นคนอื่น หรือตัวเองได้ไหม นอกจากของพ่อแม่ อันนี้แล้วแต่ว่าแต่ละเอเจนซี่เขาจะว่าอย่างไรค่ะ

เพราะบางเอเจนซี่เอาไม่ต่ำกว่าแสน แต่ว่าขอเป็นบัญชีพ่อแม่เท่านั้น

บางเอเจนซี่เอาไม่ต่ำกว่าแสนห้า จะเป็นบัญชีใครก็ได้

บางเอเจนซี่อาจต้องแสดงหลักฐานเงินเดือน ย้อนหลังหกเดือน หรือ บัญชีเงินของตนเองรวมด้วยค่ะ

เพราะแต่ละเอเจนซีก็จะมีมาตราการที่ต้องการให้เข้มงวดในรูปแบบของเขา เพื่อให้การขอวีซ่าไม่มีปัญหาค่ะ

 

ขอบคุณพี่ธัญญ่านะคะที่ตอบคำถาม คือว่า สนใจโครงกากรนี้มากเลย เพราะอยากไปได้ประสบการณ์ และภาษาเพิ่มมากขึ้นจากที่นั้น พอดีมีญาติอยู่เมกาด้วยค่ะ แล้วความฝันของแทนคือ อยากไปเรียน โท ที่เมกาอ่ะค่ะ แล้วพอดีเปิดหาโครงการไปมาก็เลยมาเจอโครงการนี้ ก้อพึ่งรุอ่ะค่ะว่ามีโครงการแบบนี้ด้วย(เชยเนอะ) ชอบมากเลยเพราะว่าไม่ต้องขอเงินพ่อแม่ 

ตอนนี้ก้อกำลังจะไปซื้อหนังสือของพี่มาอ่านนะคะ

ขอถามพี่อีกข้อนะคะ

ที่รัฐ kansas รับ aupair หรือเปล่า เพราะว่าลุงอยู่รัฐนั้นน้านะคะ

ขอบคุณล่วงห

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น tan_un วันที่ตอบ 2006-02-09 00:45:37 IP : 203.144.141.36


ความคิดเห็นที่ 17 (384319)
avatar
ธัญญ่า

 

ทุกรัฐตอนนี้ ก็รับออแพร์หมดแล้วคะ ไม่ทราบว่าญาติอยู่เมืองใดค่ะ เพราะว่าธัญญ่าอยู่ที่แคนสัสตอนเป็นออแพร์ค่ะ

ที่แคนสัสก็มีออแพร์จากโกออแพร์ ไทยเมกัน และก็ออแพร์แคร์ด้วยค่ะ แต่ว่าส่วนใหญ่ไม่ใช่ชาติไทยคะ และก็จะอยู่เมืองใหญ่กัน ธัญญ่าอยู๋แม็กเฟอร์สันคะถามญาติคงรู้ว่าเมืองเล็กๆจ้า

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-02-09 12:00:17 IP : 203.188.34.245


ความคิดเห็นที่ 18 (439737)
avatar
แนตจัง

  พี่ธัญญ่าคะ คือหนูขอถามเรื่อง statement นะคะ ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับออร์แพร์หรอกค่ะ แต่มีพี่คนนึงที่เค้าเป็นออร์แพร์อยู่ NY ตอนนี้ เค้าแนะนำให้มาถามพี่ธัญญ่าค่ะ คือหนูจะไปฝึกงานตอนซัมเมอร์ปีหน้าค่ะ ต้องเก็บ 500 ชม. เป็นอย่างน้อย ต้องฝึกทุกปีค่ะเพราะหนูเรียนการโรงแรม  ค่ากินอยู่+ที่พัก+ตั๋วเครื่องบิน ไม่มีปัญหา เพราะหนูไปฝึกแค่ 2 เดือนในแต่ละปีค่ะ จะเริ่มปีหน้า หนูอยากไปฝึกที่ Buffalo, NY ค่ะ เพราะมีเพื่อนอยู่ที่นั่นค่ะ ไม่ทราบว่าหนูต้องทำวีซ่าประเภทไหนคะ? ถ้าทำวีซ่าท่องเที่ยว จะได้แค่เดือนเดียว แต่หนูฝึกงาน 2 เดือนจะทำยังไงดีคะ? แล้วอีกอย่างคือ statement ของคนที่รับรองให้หนู ไม่ใช่บัญชีของพ่อแม่หนูนะคะ แต่เป็นเพื่อนสนิทของแม่น่ะค่ะ เค้าสนิทกับหนูมาตั้งแต่เล็กๆ ยินดีจะรับรองให้ เงินในบัญชีของป้าเค้าก็เยอะค่ะ เป็นหลักล้านเลย ไม่ทราบแบบนี้จะขอวีซ่าผ่านมั้ยคะ? คือหนูต้องการความมั่นใจอ่ะค่ะเพราะว่าเดือนหน้าหนูก้อจะไปเรียนที่มหาลัยแล้ว และจะได้ติดต่อโรงแรมที่จะไปฝึกงานเลยเพราะว่าจะต้องใช้เอกสารรับรองจากทางโรงแรมในการขอวีซ่าด้วย อีกอย่างคือหนูไปทุกส่วนตัวค่ะ คือไปเองไม่ได้เข้าโครงการอะไรเลยนะคะ พี่ธัญญ่าช่วยแนะนำด้วยนะคะ ว่าจะขอวีซ่าผ่านมั้ย แล้วควรจะทำยังไงบ้างค่ะ หลายคำถามไปหน่อย ยังไงก็ขอรบกวนหน่อยนะคะ ขอบคุณค่า

ผู้แสดงความคิดเห็น แนตจัง วันที่ตอบ 2006-04-09 00:02:44 IP : 203.188.63.39


ความคิดเห็นที่ 19 (439884)
avatar
winnie
แอบมาช่วยธัญญ่าแนะนำค่ะ พี่ว่าน้องควรขอจดหมายส่งตัวจากมหาวิทยาลัย แล้วเอาจดหมายนี้ไปโชว์พร้อมจดหมายตอบรับจากโรงแรมที่จะรับไปฝึกน่ะค่ะ รวมทั้งจดหมายรับรองจากมหาลัยว่าเราเรียนอยู่ปีนี้ๆ และจะไปเมกาเพื่อไร จะกลับมาเรียนต่อเมื่อไหร่ อะไรแบบนี้น่ะค่ะ คืออะไรที่แสดงให้เขาแน่ใจว่าเราจะกลับมาเมืองไทยแน่ๆ ไม่ไปเป็นโรบินฮู้ดที่เมืองเขา ส่วนประเภทวีซ่า พี่คิดว่า B1/B2 น่าจะโอเคนะคะ วีซ่าท่องเที่ยวและธุรกิจนี่ นานสุดที่เขาให้คือ valid 10 ปี แต่อยู่ในเมกาได้ครั้งละไม่เกิน 6 เดือนค่ะ ถ้าน้องจะฝึก 2 เดือนน่าจะโอเคนะคะ
ผู้แสดงความคิดเห็น winnie วันที่ตอบ 2006-04-09 11:01:17 IP : 161.200.42.220


ความคิดเห็นที่ 20 (440325)
avatar
ธัญญ่า

 

หวัดดีค่ะ แนต

อย่างที่ได้เล่ามานี้ ประมวลเรื่องแล้ว คือ ว่าเป็นการไปเก็บประสบการณ์การฝึกงานเอาเองนะคะ ซึ่งจริง ๆมีนักเรียนหลายๆ คนทำมาก เพื่อนน้องธัญญ่าก็ไปออสเอง ตอนธัญญ่าไปเอล เอ เด็กจากราชัฏอยุธยาก็มาฝึกงาน ทุนตัวเองเช่นกัน

ก็จริงให้ครบนี้ต้องฝึกกันสามเดือนนะค่ะ ตามที่เห็นเขาฝึกๆ นะคะ แล้วสามเดือนนี้ก็เห็นเป็นระยะเวลาทั่วๆ ไปที่เขาให้นะค่ะ

ทำตามที่พี่ winnie แนะนำนะค่ะเอาจดหมายจากโรงเรียนค่ะ แล้วก็เอาจดหมายจากสถานที่ที่จะรับเราที่เมกา ว่าจะรับเราฝึกงาน ให้ห้องพักอาหารอะไรก็เอาอกสารที่ออกจากโรงเรียนของเรา กะที่ที่เราจะฝึก วันเดือนปี สถานที่พักให้ชัดเจนจ๊ะ ส่วนหลักฐานการเงินก็เอาคนที่เล่ามาก็ได้นะค่ะ ต้องลองดู

ขอวีซ่าก็นักท่องเที่ยว B1/B2 อย่างพี่เขาว่าเลยค่ะ ต่ำๆ ได้มานักท่องเที่ยวก็ขอไปว่าจะอยู่สองเดือน คงได้สามเดือนแหละค่ะ ทันสำหรับการฝึกนะค่ะ

ส่วนสถานที่ฝึกก็ต้องหาเอาเองนะค่ะ เพราะว่าน้องไม่ได้หาผ่านเอเจนซี่นายหน้า ก็ต้องหาเอาเองแล้วกันจ้า ถ้าทำได้ก็ดี เพราะประยัดเงินไม่ต้องไปจ่ายกะเอเจนซี่จ้า เพระเพือนที่มาฝึกที่แอลเอ เขาก็ขอวีซ่านักท่องเที่ยวได้มาสามเดือนนะค่ะ แล้วก็ใช้เงินส่วนตัวมาทุนส่วนตัว แต่มีจดหมายรับรองจากสถาบันยืนยันส่งตัวว่าไปฝึกเพื่อเก็บประสบการณืเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนนะคะ

ยังงัยเป็นงัยก็มาเล่าต่อนะค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-04-09 21:41:19 IP : 61.19.170.230


ความคิดเห็นที่ 21 (441252)
avatar
แนต

ขอบคุณพี่ winnie แล้วก้อ พี่ ธัญญ่า มากๆค่ะ หนูจะทำอย่างที่พี่ๆบอกนะค้า แล้วได้ผลยังไงจะมาเล่าให้ฟังเรื่อยๆค่ะ ถ้าหนูมีปัญหาก้อขอมาปรึกษากะพวกพี่ๆอีกนะคะ ขอบคุณค่า */*

   อ้อ ! พี่ๆคะ แล้วไม่ทราบว่าพวกโรงแรมที่เค้าจะรับฝึกเราเนี่ย เค้าจะมีเกณฑ์ประเมินยังไงถึงจะรับเราคะ ถ้าแค่เราส่งจดหมายไปขอฝึกงาน แล้วก้อส่งเอกสารต่างๆไป แค่นั้นเค้าก้อรับฝึกแล้วหรอคะ อีกอย่างคือ ส่วนมากเค้าจะไปฝึกงานเมืองนอกกันตอนปี3ขึ้นไป แต่นี่หนูจบแค่ปี 1 ก้อจะไปแล้วค่ะ หนูกลัวว่าเค้าจะไม่รับอ่ะค่ะ คือหนูจะไปอยู่ที่ เมือง Buffalo, NY ค่ะ ยังไงขอรบกวนพี่ๆช่วยตอบคำถามหนูอีกครั้งนะคะ ขอบคุณค่า

ผู้แสดงความคิดเห็น แนต วันที่ตอบ 2006-04-10 19:30:21 IP : 203.114.105.127


ความคิดเห็นที่ 22 (448368)
avatar
ธัญญ่า

 

แนต

โทดทีที่หายไปนะค่ะ ไม่รู้ว่าตอนนี้ได้ดำเนินเรื่องไปถึงไหนแล้ว สำหรับการฝึกงาน ถ้าเรามีเอกสารครบถ้วน อย่างเป้นทางการ เราสามารถฝึกงานได้อยู่แล้วค่ะ การฝึกงานเขามีบอกไม่ใช่เหรอค่ะ ว่าจะต้องเก็บให้ได้ไม่ต่ำกว่ากี่ชั่วโมง ถ้าหากเราเก็บทุกปีไปเลย เริ่มตังแต่ปีหนึ่ง ปีสอง ปีสามเราก็อาจไม่ต้องเก็บด้วยซ้ำไปค่ะ

ส่วนใหญ่มหาลัยจะจัดภาคการศึกษาให้นักเรียนได้ไปฝึกงานนะคะ เป็นช่วงปีสาม แต่สำหรับจะฝึกทุกปี ถ้ามีทุน ก็สามารถทำได้แน่นอนค่ะ

ขอให้โชคดี ได้ไม่ได้อย่างไหร่ เอามาเล่านะค่ะ 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-04-19 20:56:41 IP : 61.19.170.54


ความคิดเห็นที่ 23 (448373)
avatar
ธัญญ่า

 

ความเห็นที่ 16 (418871)

การขอวีซ่า น่ะ บอกได้เลยว่าอาจขึ้นอยู่กับว่าเราสามารถตอบคำถามเค้าได้หรือเปล่า ตอบตรงจุดมั้ย อย่างกบ อ่ะโดนไป 20 คำถามซะงั้น แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี บางคนก็โดนแค่ 2 - 3 คำถามเองค่ะ อย่างของเราเค้าไม่มาขอดู booking  เลย แต่ทุกอย่างต้องเตรียมไปให้พร้อมนะ เค้าถามอะไรก็ตอบไปตามนั้น อย่าชะงักในการตอบคำถาม และอย่าตอบวกไปวนมา เราจะไม่มีเวลามานั่งนึกเป็นภาษาไทยหรอกว่าเค้าถามอะไร ตอบไปตามความรู้สึกของเรา ตามความเป็นจริง แล้วอย่าพยามยาม make เรื่องล่ะ อีก อย่างเราต้องศึกษาข้อมูลของ host รวมถึงเรื่องของตัวเราเอง เราไม่สามรถเดาได้เลยว่าเค้าจะถามอะไร อย่างคนที่กบรู้จักน่ะ เค้าโดน reject visa ไปเลยทั้งๆ ที่คนสัมภาษณ์เราเป็นคนเดียวกับเค้า ก็เนื่องมาจากเค้าตอบไม่ตรงคำถาม คือประมาณว่าอาจตอบคำถามไปแล้ว มันไม่ make sense นั่นเอง เพราะฉะนั้น ไม่ต้องประหม่านะ ตั้งใจทำให้ดีที่สุดนะจ๊ะ 



ผู้แสดงความคิดเห็นgob ( blueberry_k83@yahoo.com ) วันที่ลงประกาศ 16-03-2006 20:56:06 IP : 158.108.210.160

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-04-19 21:00:47 IP : 61.19.170.54


ความคิดเห็นที่ 24 (457088)
avatar
ธัญญ่า
cutesine


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 5
Rank :
สิงห์บอร์ด 1

Postความคิดเห็นที่ 563 || โพสต์เมื่อ : 28 เม.ย. 2549 เวลา 16:09 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 203.147.3.220  [ 203.147.3.220 ] อ้างถึงความเห็นที่ 563 แก้ไขความคิดเห็นที่ 563 กระทู้ที่ 108 ลบความเห็นที่ 563

ใครที่กังวลเรื่อง วีซ่าไม่ต้องกังวลเลยน่ะจ๊ะ, เมื่อวานเราไปสัมภาษณ์มา มันง่ายจนแบบว่าเราเองอึ้งไปเลยไม่นึกว่าจะง่าย ขนาดนี้ เขาถามแค่ 2 คำถามเอง ไม่ถึง 1 นาที ก็เสร็จ อยากมีเพื่อน แช่ร์ประสบการณ์ต่าง ๆ จังเลย email me naja.... "love is all raound ja" ^_^

I will fly on May 10 , 2006 ja I will live in TN, Nashville

sine_chonnicha_yahoo.com

Back to top
ส่งข้อความส่วนตัวถึง cutesine
ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-04-28 23:08:14 IP : 61.19.170.55


ความคิดเห็นที่ 25 (460330)
avatar
ธัญญ่า

 


เรื่อง statement ค่ะ

อยากทราบว่าถ้าstatementของเรามีเงินไม่ถึงที่เค้ากำหนดเค้าจะไม่ออกวีซ่าให้เลยเหรอค่ะ มีใครเคยไม่ถึงแล้วผ่านไหมค่ะ (ไม่ถึงนี่ขาดสักเท่าไหร่ค่ะ)

ผู้ตั้งกระทู้แอน ( ) ::วันที่ลงประกาศ 03-05-2006 11:21:09 IP : 61.7.129.110

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-05-03 12:14:01 IP : 61.19.170.124


ความคิดเห็นที่ 26 (460355)
avatar
ธัญญ่า

 

เรื่องหลักฐานทางการเงิน ก็เป็นสิ่งที่เขาพิจารณาควบคุ่ไปด้วยกับอีกหลายๆ อย่าง เช่น ตอนสัมภาษณ์ การตอบคำถาม บุคลิก ประวัติที่อ่านจากเอกสารที่ให้ เรื่องเงินก็เป็นส่วนหนึ่งด้วยในนั้น 

แล้วคุณแอนมีในบัญชีเท่าไหร่ละค่ะ จะได้รู้ว่าที่ขาดนะจริงๆ ขาดหรือเปล่า เพราะว่าแค่แสนกว่าบาทก็ได้แล้วอะค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-05-03 12:29:43 IP : 61.19.170.124


ความคิดเห็นที่ 27 (460398)
avatar
FON

แล้ว***แสนกว่าบาทนี่ของตัวเองหรือของสปอนเซอร์ค่ะ ธัญญา

ผู้แสดงความคิดเห็น FON วันที่ตอบ 2006-05-03 13:05:28 IP : 61.90.194.165


ความคิดเห็นที่ 28 (460769)
avatar
แนน

ถ้ามีสองแสนกว่าแต่ว่าหลายๆบัญชีรวมกันได้ไหมค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น แนน วันที่ตอบ 2006-05-03 21:06:42 IP : 61.7.143.178


ความคิดเห็นที่ 29 (460776)
avatar
ธัญญ่า

 

ตอบ Fon นะจ๊ะ

ถ้ามีแสนกว่าบาทจะเป็นของตัวเองหรือว่าของสปอนเซอร์ก็ได้ค่ะ ไปของพ่อแม่ หรือญาติที่สกุลเดียวกับเราก็ยิ่งดีค่ะ ถ้าเป็นคนอื่นๆ แบบเพื่อนพ่อ เพื่อนแม่ เพื่อนพี่ เพื่อนลุง ไม่ใช่ญาติ ก็ควรมีเยอะๆ นะคะ แต่แนะนำว่าเอาของพ่อแม่ ตนเอง ไว้เป็นหลักค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-05-03 21:15:45 IP : 61.19.170.103


ความคิดเห็นที่ 30 (460798)
avatar
ธัญญ่า

 

ตอบแนนนะค่ะ

แนะนำว่าควรใช้บัญชีใดบัญชีหนึ่ง เพื่อลดความยุ่งยาก และมากเรื่องนะคะ

แนะนำอย่างที่ได้บอก fon ไปนะคะ ควรเป็นของพ่อแม่เรา สักแสนกว่าๆ ก็คือได้แล้วละคะ คนอื่นไม่ต้องเอา แล้วเอาของตัวเราก้ได้ ถ้ามีค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-05-03 21:44:14 IP : 61.19.170.103


ความคิดเห็นที่ 31 (469063)
avatar
TANJUNG

คำถามที่สถานทูตถามเป็นแบบไหนค่ะ แล้วตอบกันว่ายังไงบ้างเอ่ย เผื่อจะได้เตรียมไว้

 

ผู้แสดงความคิดเห็น TANJUNG วันที่ตอบ 2006-05-13 13:28:13 IP : 203.146.81.198


ความคิดเห็นที่ 32 (482116)
avatar
ธัญญ่า

 

คำถามทีสถานทูต ที่ได้ถาม

ก็จะมีคุณจบอะไรมา

คุณจะไปอยู่ที่ไหน

มีเด็กกี่คน พ่อแม่เขาทำอะไร

ทำไมคุณอยากไปโครงการนี้

ที่เห้นถามบ่อย ๆ ก้พวกนี้นะคะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-05-27 21:50:15 IP : 61.19.170.141


ความคิดเห็นที่ 33 (482121)
avatar
admin


อยากทราบว่า statement ที่ใช้ขอวีซ่า ค่ะ...

 

ดีค่ะ...เพื่อนๆๆชาวออแพร์

มีปัญหาอยากรบกวนถามหน่อยนะค่ะ

คือเวลาที่เราขอวีซ่ามันต้องมีststement

มันต้องใช้เงินเท่าไหร่เหรอค่ะ  แล้วบัญชีนี้ต้องเปิดนานเท่าไหร่

แล้วมันต้องมีการเบิกเข้า-ออก ยังไงบ้างค่ะ

ใครทราบรบกวนตอบด้วยนะค่ะอีกนิดนะค่ะ

มันต้องเป็นชื่อเราหรือว่าพ่อแม่ก็ได้ค่ะ



ผู้ตั้งกระทู้kib ( ) ::วันที่ลงประกาศ 27-05-2006 18:54:06 IP : 210.86.214.50

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2006-05-27 21:52:52 IP : 61.19.170.141


ความคิดเห็นที่ 34 (482126)
avatar
ธัญญ่า

 

kib

ผู้สปอนเซอร์ควรเป็นคุณพ่อคุณแม่ของเรา สำหรับบางเอเจนซี่ก็อาจจะให้คนอื่นมาสปอนเซอร์ให้ได้นะคะ แต่บางเอเจนซี่จะให้พ่อแม่ และตัวเราเองก้ต้องมีบัญชี อันนี้ต้องแล้วแต่นโยบายของแต่ละเอเจนซี่

แต่โดยทั่วไปคือ อยากให้มีเงินสักหนึ่งแสนบาทขึ้นไปในบัญชีนะค่ะ ควรเป็นของผุ้ปกครองหรือตัวเราจะดีที่สุดค่ะ

ส่วนเรื่องการเบิกเงินเข้าออก คือว่า จะอธิบายงัยดี คือบางคนอะไม่มีเงินเลย แต่ว่าอยู่ดีๆ ก้ไปเอาเงินมาใส่แสนสองแสน ทั้งที่ไม่เคยมีเลยมีแค่หมืนกว่าบาท พอใกล้จะขอวีซ่าสักทิตย์หรือสักเดือน แล้วไปหามาใส่บัญชี อย่างนี้คิดว่าสมเหตุผลไหม ดูงัยก็รู้อะว่าไปเอาเงินมาเข้าเพื่อการนี้โดยเฉพาะ คือถ้าเขาจะบอกดูบัญชีเขาก็จะเห้นแน่ๆ

เอาว่าให้บัญชีของคุณมีเงินไม่ต่ำกว่าแสนก็สบายใจได้ จะถอนเข้าหรือถอนออก แต่ไม่ให้เงินคงเหลือในบัญชีต่ำกว่าแสนคือโอเคค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-05-27 22:00:27 IP : 61.19.170.141


ความคิดเห็นที่ 35 (484083)
avatar
admin

วีซ่าเนี่ย สัมภาษณ์อะไรกันบ้างคะ

เรามีนัดสัมภาษณ์ดือนหน้าค่ะ

ตื่นเต้นมากว่าจะโดนสัมภาษณ์ไรบาง วานเพื่อนๆๆที่มี

ประสบการณ์ช่วยหน่อยนะคะ



ผู้ตั้งกระทู้พลอย ( ) ::วันที่ลงประกาศ 29-05-2006 10:10:52 IP : 202.133.176.71

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2006-05-29 13:21:18 IP : 61.19.170.142


ความคิดเห็นที่ 36 (484088)
avatar
admin
ความเห็นที่ 27 (483953)

สวัสดีค่ะพี่ธัญญ่า

ขอสมัครเป็นสมาชิกด้วยคนนะค่ะ ชื่อปิ๊กนะค่ะ

อยากถามเรื่อเงินในบัญชีที่จะขอวีซ่านะค่ะ

ถ้าบัญชีเรามี 5 - 6 หมื่น แล้ว เอาบัญชีคนอื่นโชว์อีก ประมาณแสน แล้วไม่เอาบัญชีพ่อแม่ได้ไหมค่ะ

ช่วยตอบด้วยนะค่ะ

ปล. น้องไปซื้อหนังสือพี่มาอ่านแล้วให้ประโยชน์ดีมาก ๆ เลยค่ะ



ผู้แสดงความคิดเห็นปิ๊ก ( ) วันที่ลงประกาศ 29-05-2006 11:17:14 IP : 133.254.5.52

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2006-05-29 13:26:44 IP : 61.19.170.142


ความคิดเห็นที่ 37 (484121)
avatar
ธัญญ่า

หวัดดีค่ะปิ๊ก

ถ้าตัวเราเองมีเงินในบัญชีห้าหกหมื่นก็ดีค่ะ

ส่วนบัญชีคนอื่นก้สามารถใช้ได้ แต่ขึ้นอยู่กะนโยบายของเอเจนซี่ที่ปิ๊กสมัครด้วยนะคะ ว่าเขาจะให้ใช้ของคนอื่นได้ไหม เพราะบางเอเจนซี่เน้นว่าต้องเป็นของคุณพ่อคุณแม่เท่านั้น แต่อีกหลายๆ เอเจนซี่ก็ไม่เน้น เอาของใครก็ได้ค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-05-29 13:35:49 IP : 61.19.170.142


ความคิดเห็นที่ 38 (490130)
avatar
admin

 


sportgy


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 15
Rank :
สิงห์บอร์ด 1

Postความคิดเห็นที่ 616 || โพสต์เมื่อ : 1 มิ.ย. 2549 เวลา 00:13 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 203.170.228.172  [ 203.170.228.172 ] อ้างถึงความเห็นที่ 616 แก้ไขความคิดเห็นที่ 616 กระทู้ที่ 108 ลบความเห็นที่ 616

ของเราผ่านแบบงงๆ หน่อยอะ   เตรียมเอกสารแบ่งเป็น 2 ชุด ตามที่เอเจนซี่จัดให้ ชุดแรกเป็นพวก DS ต่างๆ+ application + ประวัติ host+หนังสือผ่านงานกะเงินเดือน+transcript+ passport (พวกสำคัญนะ) ใช้อันนี้ตอนยื่นสัมภาษณ์ อีกชุดเป็น accessory อันนี้เรียกเองอะ เป็นพวก bookbank ,เอกสารหนังสือรับรองของสปอนเซอร์ , mail ที่ใช้คุยกะ host สำเนาบัตรและเอกสารต่างๆ ,passport เล่มเก่า  และอื่นๆ เอาไปเป็นตัวแถม

พอถึงเวลาสัมภาษณ์ ไม่ดูตัวแถมเลยอะ....ตัวจริงก็ไม่ค่อยด้วยมั้ง(อันนี้คิดเอง) เพราะตอนเรียกสัมภาษณ์ถามว่า

ทำไมอยากไปอเมกา?....ตอบไปแบบ basic มากๆ คือ อยากไปใช้ชีวิต ในอีกมุมมองหนึ่ง อยากไปเรียนรู้โลกกว้าง หาประสบการณ์ต่างแดน และเรียนภาษา คุณฝรั่งช่อง 10 (สาวๆออแปร์ที่สัมภาดวันเดียวกะเราบอกว่าคนนี้หน้าตาดีมาก) ฟังเสร็จแล้วเขาก็ขำ แล้วถามว่าเราท่องมาป่าว?.......อันนี้ก็อึ้ง เค้าก็เลยแกล้งต่อเลย ประมาณว่าถามเองตอบเอง หรือว่าเค้าคงฟังอะไรแบบนี้มามากแล้วก็เป็นได้.......เค้าก็พูดประมาณ......ทำไมอยากไปเมกา....อยากเรียนภาษา.....ทำไมมาเป็นออแปร์.....เพราะรักเด็ก......ค่ะ เค้าก็หัวเราะเลยอะ ในใจคิดว่าจะให้ตอบว่ากะไรได้หล่ะ เราก็ว่ามันเป็นคำพูดที่ดูดีสุดแล้วนะ เห็นเราอึ้งๆ เค้าก็เลยถามอีก 1 ประโยค ว่ากลับมา จะทำไร?......... เราก็บอกว่าอาจจะเรียนต่อโท....ที่ไหน? อาจเป็นมหาลัยที่ไทยนี่แหล่ะ(CU/TU)..... ทำไมถึงอยากเรียนที่นี่?........สนใจในหลักสูตรและชื่อเสียงของมหาลัย...... แล้วเค้าก็บอกว่า....ขอบคุณครับ ด้วยภาษาไทยชัดแจ๋วเลยอะ

เท่านั่นแหล่ะ ประสบการณ์สัมภาดของเรา....ไม่ต้องกังวลหรอก ใช้เวลาไม่นานด้วยค่ะ

Back to top
ส่งข้อความส่วนตัวถึง sportgy เบอร์ msn sportgy@hotmail.com

 

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2006-06-03 13:50:03 IP : 61.19.170.79


ความคิดเห็นที่ 39 (491689)
avatar
admin

noopoy


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 13
Rank :
สิงห์บอร์ด 1

Postความคิดเห็นที่ 621 || โพสต์เมื่อ : 4 มิ.ย. 2549 เวลา 21:17 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 58.8.83.170  [ 58.8.83.170 ] อ้างถึงความเห็นที่ 621 แก้ไขความคิดเห็นที่ 621 กระทู้ที่ 108 ลบความเห็นที่ 621

เพิ่งไปสัมภาษณ์วีซ่ามาสดๆ ร้อนๆ วันที่ 31 พค จ้า ตอนแรกตื่นเต้นมากๆ ยิ่งใกล้วันยิ่งตื่นเต้น กินไม่ได้นอนไม่หลับ (จริงๆ นะ เพราะว่าเป็นครั้งแรก แล้วได้ข่าวมาว่ามันยากอย่างโง้นอย่างงี๊ เลยวิตกมากๆ) แต่สุดท้ายก็ผ่านมาด้วยดี เลยอยากจะมาร่วมแบ่งปันเรื่องราวให้เพื่อนๆ ฟังจ้า เผื่อว่าจะช่วยให้หายกังวลกันได้บ้าง

ที่ปอยกังวลมากๆ คือเรื่องเงินในบัญชี เพราะใช้คุณพ่อเป็นสปอนเซอร์ แต่บัญชีมีเงินคงเหลืออยู่แสนต้นๆ แล้วทางเอเจนซี่ก็บอกว่ามันน้อยไป เลยเอาของคุณแม่ที่มีอยู่เกือบๆ แสนมาเพิ่ม แล้วก็มาแก้ใบสมัครกับ statement of propose ในวันสุดท้ายก่อนสัมภาษณ์ว่าให้ทั้งพ่อและแม่เป็นสปอนเซอร์ รวมแล้วมีเงินของสปอนเซอร์ประมาณ 2 แสนจ้า

ปอยได้คิวสัมภาษณ์ 9.30 น. แต่คืนก่อนหน้านั้นนอนไม่หลับเลย ตื่นแล้วตื่นอีก สุดท้ายได้ไปยืนต่อแถวหน้าสถานฑูตตอน 7 โมงเช้า ยืนอยู่ไม่ถึง 10 นาทีก็ได้เข้าไปแล้วค่ะ เพื่อความรวดเร็วควรเตรียมเอกสารในด่านแรกดังนี้นะคะ *ใบนัด + ใบเสร็จค่าวีซ่าสีขาว + พาสปอร์ต + ใบสมัครวีซ่าและพวกแบบฟอร์ม DS ต่างๆ เอาเอกสารทั้งหมดที่กล่าวมาใส่ไว้ในเล่มพาสปอร์ตเลยค่ะ* พอเจ้าหน้าที่เสื้อแดงดูเอกสารแล้วเค้าจะเขียนเวลานัดไว้ที่มุมใบสมัครของเราค่ะ **ต้องแน่ใจว่าเค้าเขียนแล้วนะคะ ไม่งั้นเข้าไปข้างในโดยที่ยังไม่ได้เขียน เค้าจะไล่กลับมาให้เจ้าหน้าที่เสื้อแดงหน้าประตูเขียนใหม่ เสียเวลามากๆ ค่ะ --เห็นมีคนโดนไล่ออกมาแล้วค่ะ **

เข้าไปด้านในเค้าให้แลกบัตรประชาชนเพื่อฝากของและตรวจกระเป๋า พวกมือถือหรืออุปกรณ์อิเลกโทรนิกส์ทั้งหลายห้ามเอาเข้า (ด้านในมีโทรศัพท์สาธารณะให้จ้า) ต่อจากนั้นให้เดินไปเขียนฟอร์มส่งไปรษณีย์ และซื้อซองจ่ายตัง 50 บาทจ้า **ของปอยทางเอเจนซี่ให้เขียนตั้งแต่แรกแล้ว เลยเร็วมากๆ ถ้าทางเอเจนซี่มีฟอร์มมาให้แล้วเขียนไปเลยนะจ๊ะ**

เสร็จแล้วถึงตอนสำคัณคือตรวจเอกสาร ให้เตรียมใส่เล่มพาสปอร์ตไว้ดังนี้เลยจ้า

- พาสปอร์ต

-ใบเสร็จรับเงิน 4000 บาท สีขาว

- ใบสมัครวีซ่าและแบบฟอร์ม DS ต่างๆ และใบขอวีซ่า J-1 ที่ทางเอเจนซี่ทำมาให้ กรอกให้เรียบร้อยครบถ้วนนะคะ

- จม.คอนเฟิร์มการ Placement ของเอเจนซี่

- Transcrip และใบรับรองปริญญาตัวจริงพร้อมสำเนา (ถ้าเรามีสำเนาไป ตอนสัมภาษณ์เค้าจะคืนตัวจริงให้จ้า)

- จดหมาย Statement of Propose ที่ทำถึงสภานฑูตว่าเราเป็นใคร จะไปอเมริกาทำไม ใครเป็นสปอนเซอร์ มีเงินใบบัญชีของสปอนเซอร์เท่าไหร่ ไปกี่ปี กลับมาจะทำอะไร ทำไมถึงอยากเป็นออแพร์ เขียนให้ละเอียดนะคะ

- จดหมายรับรองการทำงานของที่ทำงานสุดท้ายของเรา (ถ้ามี)

ที่จริงเค้าให้ส่งเอกสารเท่านี้(มีเจ้าหน้าที่ยืนบอกตอนต่อแถวค่ะ) ถ้าใส่เกินไปเค้าก็จะส่งคืน แล้วบางทีมีดุด้วยค่ะ เพราะมีคนบอกแล้วไม่ฟัง จะใส่มาทำไม  แต่ของปอยใส่จดหมาย recommendation ของทางมหาวิทยาลัยไปด้วย เป็นหนังสือแนะนำจากอาจารย์ เพราะเราเคยทำกิจกรรมตอนเรียนมหาลัยค่ะ ซึ่งถ้าใครมีจดหมายแนะนำตัว รับรองจากที่ทำงาน หรืออาจารย์ออกให้ ให้แนบไปด้วยค่ะ ขอบอกว่ามีประโยชน์มากๆ

**พวกเอกสารของสปอนเซอร์ไม่ต้องแนบไปนะคะ ***ยิ่งใครกลัวเรื่องเงินน้อยหรือไม่ปึ้ก อย่าแนบไปนะ*** พวกบุ๊คแบงค์ต่างๆ ก็ไม่ต้องแนบไปค่ะ แนบไปเค้าก็ดึงออกอยู่ดีตรวจเสร็จแล้วเค้าจะออกบัตรคิวให้จ้า แล้วเค้าจะถามว่าจะสัมภาษณ์เป็นภาษาไทยหรืออังกฤษ เลือกอังกฤษนะจ๊ะ

บังเอิญว่าปอยไปเร็ว ขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้ไม่ถึง 1 ชม. เลยจ้า แล้วคิวตั้ง 9.30 น. เดินเข้าไปนั่งรอข้างในห้องก็เต็ม เลยนั่งรออยุ่ด้านนอกหน้าไปรษณีย์นั่นแหละ เค้าจะมีแป้นบอกคิวให้ พอดูเวลาซักเกือบ ๆ 9 โมงค่อยเดินเข้าไปยืนรอในห้อง รอแป๊บเดียว ได้สัมภาษณ์จริงๆ 9.10 น. จ้า

ได้สัมภาษณ์ช่อง 11 ฝรั่งวัยกลางคน ผอมๆ หัวเหม่ง เดินเข้าไปยิ้มสวยๆ ยกมือไหว้พร้อมกล่าวสวัสดี 1 ทีงามๆ จ้า ฝรั่งยิ้มแป้นเลย อิ อิ แล้วท่านจะใรสแกนลายนิ้วมือ นิ้วชี้ ซ้าย - ขวาจ้า

กงสุลท่านก็เปิดดูใบสมัครแล้วทวนชื่อ ตอนตอบคำถามให้พูดใกล้ๆ ไมค์นะคะ พูดช้าๆ ชัดๆ คำถามที่ถูกถามมามีดังนี้

- จะไปเป็นออแพร์ที่อเมริกาใช่ไหม

- ทำไมถึงอยากเป็นออแพร์ **ตอบให้เน้นรักเด็กเข้าไว้ค่ะ เป็นนางงาม ยิ้มหวาน ใจดีสุดฤทธิ์ หุหุ**

- จะอยู่กับเด็กถึง12 เดือนได้เหรอ **ตอนนี้ก็เล่าประสบการณ์เลี้ยงเด็กต่างๆ ที่เราเคยทำมาค่ะ พร้อมย้ำว่าได้ชัวร์ พูดเยอะๆๆ เกี่ยวกับเด็ก ของปอยเล่าไปยาวเหยียดเลย แล้วก็ยำรักเด็ก รักเด็กม๊ากกก ค่ะ หุหุ**

- จะไปอยู่กี่ปี จบโครงการแล้วจะทำอะไร **ระวังท่านกงสุลถามลวง ให้เน้นว่าจะกลับมาเมืองไทย ไม่ว่าเราจะบอกว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ เน้นๆๆๆ ไปเลยว่าที่เมืองไทยค่ะ ของปอยย้ำ in Thailand in Thailand หลายรอบจนท่านหัวเราะแล้วบอก โอเคๆๆ  i see เอิ๊กกก

ระหว่างที่ฟังเราฝอยท่านก็เปิดเอกสารเราไปด้วยค่ะ(ดูผ่านๆ -- แต่ท่านคงรู้แหละว่าต้องดูจุดสำคัญที่ตรงไหน) แล้วส่งเอกสารตัวจริงทั้งหลายคืนมา จนมาถึงจดหมายรับรองจากอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย ท่านอ่านละเอียดทุกบรรทัด (เอานิ้วไล่ทีละบรรทัดเลย) แล้วก็อุทาน โอว้ อู้ อ้าอืมๆ พึมพัมๆ ถามเราไปเรื่อยตามเนื้อหาจดหมาย เราก็ เยสๆ ไปตามนั้นค่ะ เสร็จแล้วส่งคืนพร้อมยิ้มแป้น เราก็ใจชื้นแล้วล่ะ

สุดท้ายดู statement of propose แล้วถามว่าคุณพ่อทำงานอะไร ก็ตอบไปค่ะ **แนะนำว่าถ้าในจดหมายเราเขียนละเอียด ว่าสปอนเซอร์ทำงานอะไร มีความสัมพันธ์อะไรกับเรา เค้าจะไม่ถามเยอะค่ะ เวลาท่านถามให้ตอบทุกอย่างตรงตามจดหมายนะ**

สุดท้ายหยุดส่งเอกสารคืนเราแล้วค่ะ  โล่งอก กลัวส่งพาสปอร์ตคืนเรามา เหอๆ แล้วก็พูดอะไรยาวเหยียด จับคำได้ว่าจะส่งคืนให้ทางจดหมายเร็วๆ นี้นะ แล้วพูดภาษาไทยว่า โชคดีครับ ปอยก็ขอบคุณค่ะ ท่านก็พูดอีกว่า Good luck in America ปอยก็ แต๊งกิ้ว ยิ้มแป้นเลยทีนี้ ยกมือไหว้งามๆ อีก 1 ที แล้วเดินตัวปลิวออกมาเลยจ้า

พวกเอกสารของสปอนเซอร์และบุ๊คแบงค์ท่านไม่ได้เรียกดูเลยค่ะ

สรุปว่าทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยในเวลา9.18 น. (เวลานัดจริงคือ 9.30 น.)

***แนะนำ***

- ไปก่อนเวลานัดล่วงหน้าซัก 1.30 ชม กำลังดีจ้า ใครได้คิวซัก 10 โมงหรือหลังจากนั้นไม่ต้องไปเช้ามาก เสียเวลานั่งคอยค่ะ แต่ใครได้ช่วง 8.00 - 9.30 น. ไปซัก 7 โมงกว่าๆ หน้าตากำลังสดใส เจ้าหน้าที่ยังอารมณ์ดี อากาศไม่ร้อนจ้า **แนะนำพิเศษว่าให้จองคิวเช้าค่ะ เจ้าหน้าที่ยังไม่เหนื่อย ไม่หงุดหงิด ท่านกงสุลยังอารมณ์ดีอยู่ด้วยจ้า**

- หากไปเร็ว เตรียมน้ำดื่ม หรือขนมเล็กๆ น้อยๆ ใส่กระเป๋าไปด้วยก็ดีค่ะ ช่วงเช้าที่ไปรอยังไม่ได้ทานอะไร เห็นคนอื่นควักขนมออกมาทานแล้วหิวมั่ง อิ อิ แต่น้ำดื่มสำคัญค่ะ เวลาตื่นเต้นหิวน้ำจะได้มีพร้อมเลยจ้า

- เตรียมเอกสารไปตามที่บอก รวดเร็ว ไม่เสียเวลา ไม่โดนดุ

- จดหมายรับรองของอาจารย์หรือที่ทำงาน กับ statement of propose มีประโยชน์มากๆ นะ ย้ำๆๆ เลยว่าให้เขียนดีๆ เน้นจุดดีของเรามากๆ และเน้นจุดประสงค์ของการไปโครงการนี้ให้ชัดเจน รวมถึงเรื่องสปอนเซอร์ ปอยคิดว่าที่ท่านไม่ถามเยอะ เพราะท่านอ่านในจดหมายแล้ว เราเขียนไว้ละเอียดมากๆ ค่ะ ท่านถามพอเป็นพิธีว่าเรายืนยันตรงตามจดหมายรึเปล่า ไม่ใช่ให้คนอื่นเขียนให้แล้วมั่วมานะ

- ช่วงที่นั่งรอปอยได้คุยกับหนุ่มน้อยแต่ตัวโต มาขอวีซ่าไปเรียน เลยกระชุ่มกระชวยหายตื่นเต้น  แล้วก็ได้คุยกับคุณป้า น้าอาแถวๆ นั้นระหว่างนั่งคอย ช่วยได้เยอะเลยนะคะ เพราะพอถึงคิวเราก็โดยไม่รู้ตัวเพราะกำลังเม้าท์อยู่ เลยไม่ต้องนั่งนับเวลา วิตกอยู่คนเดียวจ้า

- เอกสารต่างๆ เตรียมให้ครบถูกต้อง และ*เป็นจริง* ถึงเงินเราน้อยก็ใส่ไปเท่าที่มีค่ะ ให้ตรงตามบุ๊คแบงค์ ของพ่อน้อยก็เอาของแม่มารวม หรือญาติๆ เอามาซัก 2 คนเป็นสปอนเซอร์ร่วมได้ค่ะ ไม่ต้องกลัวตรงนี้ ถ้าท่านถามว่ามันยังน้อยอยู่ ก็บอกว่าเราจะได้ค่าขนมจากโฮส พร้อมทุนเรียนจำนวนหนึ่ง แล้วก็อยู่กับโฮสตลอดเวลาของโครงการ ดังนั้นเราคิดว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องการเงินค่ะ  แล้วถึงหลายๆ คนท่านจะไม่ได้ขอดูตรงนี้ แต่ยังไงเราก็ต้องเตรียมไปให้ครบ เพราะถ้าเกิดโชคดี ท่านขอดูขึ้นมาแล้วเราอึกอัก ท่านจะสงสัยใจเจตนาแล้วจะไม่ให้เราผ่านได้นะจ๊ะ

- การแต่งกายแต่งหน้า ให้เรียบร้อยเข้าไว้ เราไปเลี้ยงเด็กจ้า ไม่ได้ไปประกวดนางงาม แต่จะหน้ามันหัวฟูไปก็ไม่ดีนะจ๊ะ  เน้นสุภาพไว้ก่อนค่ะ นุ่งกางเกงไปได้จ้า (แต่เห็นคนนุ่งกางเกง 4-5 ส่วน หรือกระโปรงสั้นจุ๊ดไปเหมือนกัน อาจจะไม่มีผลอะไร(หรือเปล่า) แต่ปอยว่ามันก็ดูไม่เหมาะสมกับสถานที่นะ)

****สิ่งสำคัญคือ มั่นใจในจุดประสงค์ของโครงการ พูดภาษาอังกฤษให้ชัดเจน ไม่ต้องกลัวไม่ถูกต้อง พูดให้ท่านเข้าใจก็ใช้ได้แล้วจ้า แล้วเวลาท่านถามให้ตอบมั่นใจเลยนะ แล้วก็เล่ารายละเอียดให้เยอะ ครอบคลุม ถูกต้องกับที่ท่านถาม พยายามปิดคำถามของท่านให้ได้ ไม่ให้ท่านต้องถามต่อ เยอะแยะ ถ้าท่านสงสัยท่านจะถาม ดังนั้นเราต้องขจัดความสงสัยของท่าตั้งแต่คำถามแรกๆ เลยจ้า แล้วท่สำคัญค่อ ให้ท่านมั่นใจว่าเราจะกลับมาเมืองไทยหลังจบโครงการ ไม่โดดโครงการแน่นอนจ้า***

ขอให้เพื่อนๆ ที่เตรียมสัมภาษณ์วีซ่าโชคดี  หากสงสัยอะไรเมล์มาถามได้จ้า

Back to top
ส่งข้อความส่วนตัวถึง noopoy
ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2006-06-05 13:58:02 IP : 203.156.71.240


ความคิดเห็นที่ 40 (512385)
avatar
admin

 


เป็นไวรัสตับอักเสบบีขอวีซ่าได้ไหม

เป็นไวรัสตับอักเสบบีขอวีซ่าไปโครงการออร์แพร์ได้ไหมค๊ะ

ผู้ตั้งกระทู้กังวล ( Jeab_tai@Hotmail.com ) ::วันที่ลงประกาศ 22-06-2006 11:35:14 IP : 203.150.234.62

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2006-06-22 22:05:46 IP : 61.19.170.167


ความคิดเห็นที่ 41 (512396)
avatar
ธัญญ่า

 

สวัสดีค่ะ คุณ Jeab_tai

ถ้าว่าเป็นไวรัสตับอักเสบบีนี้ ทางเอเจนซี่จะไม่รับสมัครแล้วค่ะ เพราะว่าจะทำให้ไม่สามารถหาโฮสตืได้ และก็เป็นโรคที่เอเจนซี่ส่วนใหญ่จะไม่รับนะค่ะ ต้องรักษาให้หายก่อนนะค่ะ ถึงจะรับ ถ้าหายแล้วเอเจนซี่รับ เรื่องวีซ่าก็ไม่มีปัญหาค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-06-22 22:10:26 IP : 61.19.170.167


ความคิดเห็นที่ 42 (515021)
avatar
ธัญญ่า



ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 14
Rank :
สิงห์บอร์ด 1

Postความคิดเห็นที่ 630 || โพสต์เมื่อ : 21 มิ.ย. 2549 เวลา 23:29 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 10.90.5.5  [ 10.90.5.5 ] อ้างถึงความเห็นที่ 630 แก้ไขความคิดเห็นที่ 630 กระทู้ที่ 108 ลบความเห็นที่ 630

Hi.....

  จะมาเล่ารายละเอียดที่เราไปขอวีซ่าให้ฟัง  เราได้นัดตอน 8.00 น. เราไปถึงสถานทูตตอน6 โมงเกือบครึ่ง ก็ไปยืนต่อแถวหน้าสถานทูต  แล้วก็จะมีพี่เสื้อแดงที่ noopoy บอกอ่ะ มาตรวจใบนัดและเอกสารแบบ คร่าว ๆ แล้วก็เขียนเวลานัดให้บน หัวใบสมัครวีซ่า แล้วก็ปล่อยให้เข้าไป  .... ไปฝากมือถือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์  จากนั้นก็ตรงไปที่ไปรษณีย์ จะมีใบให้เขียนว่า ชื่ออะไร และจะให้ส่ง passport ให้ที่ไหน ของเรา เอเจนซี่เขียนให้เรียบร้อยแล้วก็ไปยืนต่อแถวได้เลย  เขาจะเปิดประมาณ 7 โมงกว่า ๆ ก็ยืนรอหน่อยแล้วกัน พอเสณ้จแล้วก็ไปตรวจเอกสารตรงช่องหน้าทางเข้า  เขาคืนเอกสารพวก statement ของ sponsor คืนมาให้เรา วุฒิการศึกษาด้วย เขาบอกไว้ค่อยยื่นให้เจ้าหน้าที่ข้างในดู แล้วก็ได้เบอร์มา  พอเข้าไปข้างในก็นั่งรอไปเรื่อย ๆ เขาจะเริ่มเรียกก็ตอน 8.00 ตรงเลยนะ แล้วก็ไม่เรียงตามคิวหรอก เพราะขึ้นอยู่กับว่า เจ้าหน้าที่ช่องไหนมาก่อนกัน  เราได้เบอร์ 201 ทั้ง ๆ ที่เข้าไปอันดับต้น ๆ ของพวกที่ขอวีซ่านักเรียน ในขณะที่พี่อีกคน (เพิ่งรู้จักกันข้างในนี่ล่ะ) เขาได้เบอร์002 ..... สักพักเราก็ถูกเรียก เราเจอกับฝรั่งช่อง 11 ล่ะ ไม่รู้ว่าเขี้ยวเป่า แต่น่ารักดี เขาก็สวัสดีเป็นภาษาไทย  แล้วก็ถามชื่อ จากนั้นก็พูดไรก็ไม่รู้ ฟังไม่ทัน (มัวแต่จ้องหน้าอยู่ อิ..อิ) ก็เลยให้เขาถามอีกที เขาเลยถามเป็นภาษาไทย จากนั้นก็ถามเป็นภาษาอังกฤษเหมือนเดิม...แต่ยังไง เราก้ควรตอบเป็นภาษาอังกฤษนะคะ  เราก้เจอคำถาม ทั่ว ๆ ไป ที่เพื่อน ๆ เจอกันล่ะ คือ ทำไมถึงอยากไปเป็น au pair --ไปอยู่กับ host ที่ไหน--เล่าถึงครอบครัวสิ อยู่ที่ไหน--คุณป้าเป็นสปอนเซอร์เหรอ(ของเราให้คุณป้าเป็นสปอนเซอร์ให้น่ะ) แล้วก็ขอดู ทรานสคริป  แค่นี้ล่ะ จบแล้ว เอกสารอื่น ไม่เห็นขอดูเลย โดย เฉพาะ statement....

..ส่วนเราก็จบปริญญาตรี จากราชภัฏสวนสุนันทา กำลังเรียนปริญญาโทอยู่ที่มหิดล แล้วก็ทำงานไปด้วย คุณพ่อ เกษียณแล้ว คุณแม่เราก็เป็นแม่บ้านแม่เรือน....เราเลยเอาคุณป้าเป็นสปอนเซอร์  แต่ก็คนละนามสกุลด้วยนะ  ในบัญชีก็มีประมาณ 4 แสนห้า.....เพื่อน ๆ ก้อไม่ต้องกังวลมากนะ เพราะ เขาไม่ดูไรมากเลย จริง ๆ แต่ก็ให้ตอบแบบ มั่นใจ เราคิดว่า ควรตอบเป็นภาษาอังกฤษตลอดนะ แม้ว่าบางทีเขาจะถามเป็นไทย  แต่ถึงเราจะบอกว่าเขาไม่ดู แต่เราว่าก็เตรียมไปให้พร้อมนะ เผื่อเขาดูขึ้นมาน่ะ.....

เรารอดล๊ะ ... เพราะงั้นก็ขอเป็นกำลังใจให้คนที่จะไปสัมภาษณ์วันพรุ่งนี้และวันต่อ ๆ ไปด้วยนะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-06-24 22:00:08 IP : 61.19.170.173


ความคิดเห็นที่ 43 (537605)
avatar
Cakey

ถามธัญญ่า หรือใครๆก็ได้นะคะที่รู้ คือ หลังจากกลับจากออแพร์แล้วเราอยากกลับไปอีกแบบเรียนต่อ ปเอก น่ะค่ะ คือถ้าได้ทุนจากมหาลัยที่โน่นก็ต้องนำใบรับรองจากที่โน่นมายื่นให้ที่สถานฑูตดูตอนขอวีซ่าใช่ไหมคะ แล้วถ้าจะเป็นวีซ่าแบบทำงานทีร้านอาหารล่ะคะ ก็ต้องให้ทางร้านที่โน่นออก work permit ให้ใช่ไหม แล้วสถานฑูตเขาจะยอมเหรอ

ผู้แสดงความคิดเห็น Cakey วันที่ตอบ 2006-07-13 09:56:48 IP : 161.200.146.22


ความคิดเห็นที่ 44 (538044)
avatar
ธัญญ่า

 

คือว่าถ้าไปเรียนต่อ ไม่ว่าจะระดับ โท หรือ เอก หากมีเอกสารตอบรับจากโรงเรียนก็เอามาขอวีซ่ากันที่เมอืงไทยได้เลย หลายๆ คนก็ทำกันคะ และก็ได้อย่างไม่มีปัญหา

ส่วนใบทำงานนี้คิดว่าไม่มีโอกาสเป็นไปได้ค่ะ เพราะว่าการจะได้ใบทำงานมาต้องเป็นงานที่มีทักษะยากส์ ขาดคนในท้องถิ่นเขาทำได้นะคะ แค่เด็กเสริฟ์ร้านอาหาร พลเมืองเขาเยอะแยะทำได้ค่ะ การจะได้ ใบอนุญาตทำงานคงเป็นไปไม่ได้คะ แต่ถ้าเป็นโรงเรียนออกเอกสารให้นี้ทำได้แน่นอนค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-07-13 15:50:00 IP : 125.25.52.164


ความคิดเห็นที่ 45 (538059)
avatar
ธัญญ่า

 

เมือวันจันทร์ที่ผ่านมา ธัญญ่าไปขอวีซ่าเมกา ฐานะนักท่องเทียยวมาจ้า

ได้คิวแบบฟลุค ๆ จองวันที่ 5 ได้คิว วันที่ 10 กรกฏาคม

ให้ไปก่อนเวลาอยร่งน้อยหนึ่งชั่วโมงนะจ๊ะ แล้วไปถึงก็ต้องเช็คเอกสารก่อนเข้าไปตรวจกระเป๋านะคะ ปิดเครื่องมือถือฝากเขาไว้ แล้วพอเข้าไปก็มีกาวให้ทารูปกับใบคำร้อง ถ้าใครทามาแล้วก็แล้วไป แล้วก็ไปซื้อซองที่ตู้ไปรษณีย์ในนั้นได้เลย เพื่อที่จะได้วีซ่าส่งทางไปรณ๊ย์มาให้ ราคาห้าสิบบาท แล้วเจ้าหน้าที่จะเรียกเองว่า ใครรอบ 10.30 ให้มาค่ะ ตอนที่เรียกนั้น 9.00 ค่ะ แล้วก็เข้าไปยื่นเอกสาร  ตรงนี้แหละอะไรทีเขาเอาไม่เอาเขาก็จะจัดการกะเราตรงนี้ แล้วเขาจะให้บัตรคิวมา

แล้วเราก็เข้าไปด้านใน นั่งรอเรียกตามบัตรคิว

เลขทีเรียกไม่ได้เรียงตามลำดับ เรียก 66 แล้วอาจไป 180 แล้วกลับมา 30 ได้จ๊ะ

โชดคีไปขอวีซ่าเจอหม่อน ออแพร์ไปขอวีซ่า เพื่อนบนเว็บทักกันเลยนั่งเม้าท์รอเวลา รอไป12.30 ค่ะ ถึงได้สัมภาษณ์ ถามหนึ่งนาที บอกโอเค ไปได้

เฮ้อๆ ไม่ดูอาไรเลยแม้แต่บัญชีเงิน เอิกๆ ธัญญ่าลุ้นๆ ว่าจะได้วีซ่านานเท่าไหร่ สาธุ 10 ปีนะ เวลาไปอยู่แคนาดาจะได้ไม่ต้องขอบ่อยๆ อิๆๆ^^

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-07-13 15:59:16 IP : 125.25.52.164


ความคิดเห็นที่ 46 (538067)
avatar
ธัญญ่า

 

สาวหม่อนที่ไปสัมภาษณ์ก็รอ 3 ชั่วโมงเหมือนกัน ไปถามไม่ถึงหนึงนาที ก็โอเค ผ่าน โฮ้ รอนานมาก ถามนิดเดียวไม่สมกับทีรอมานานเลยเนอะ ฮ่าๆๆ อะนะ ถามมากเดี๋ยยวไม่ผ่าน ซวยเลย

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-07-13 16:06:30 IP : 125.25.52.164


ความคิดเห็นที่ 47 (540664)
avatar
เกี้ยว
ธัญญ่าค่ะ พอดีไปอ่านอันหนึ่งในเวปนี้ที่ ธัญญ่าบอกว่า "วีซ่าไม่ผ่านอาจเพราะอายุใกล้จะเกิน"  เรื่องนี้เจอกันบ่อยแค่ไหนค่ะ กลัวจังเพราะจะสมัครปีนี้แต่ไปปีหน้า ซึ่งอายุใกล้จะเกินค่ะ เขาจะยอมออกวีซ่าให้ไม๊ค่ะ  แล้วถ้าวีซ่าไม่ผ่านทางเอเจนซี่จะคืนเงินให้ป่ะค่ะ
ผู้แสดงความคิดเห็น เกี้ยว วันที่ตอบ 2006-07-16 21:34:38 IP : 203.188.11.79


ความคิดเห็นที่ 48 (546762)
avatar
หม่อน

หวัดดีธัญญ่า ดีจายด้วยเด้อ...วีซ่าผ่านฉลุยอย่างงี้ ถือเป็นฤกษ์ดีของเราสองคนว่าอนาคตน่าจะไปโลด (รึป่าว)  อิอิ

อย่างงี้ก็แวะมาเที่ยวเมกาได้สบายเลย ดีจังงงง..ว่าแต่ว่าได้วีซ่ากี่ปีจ้ะ

ส่วนเราก้อจาเดินทางวันที่24 นี้แล้ว ไปคนเดียวอ่ะ แอบตื่นเต้นเล็กน้อยแต่คิดว่าน่าจะไม่มีปัญหาไร..ถ้าถึงแล้วจารายงานความคืบหน้าต่อไปจ้า...

 

 

 

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น หม่อน วันที่ตอบ 2006-07-21 21:45:49 IP : 203.148.136.67


ความคิดเห็นที่ 49 (550008)
avatar
123

วันนี้ไปสัมภาษณ์ VIsa USA มาค่ะ

สำหรับคนที่กังวลเรื่องการสัมภาษณ์...บอกเลยว่า ไม่ต้องกังวล

เอกสารที่ทางสถานทูตต้องการ

1. DS-2018 ( ทาง Agent เตรียมให้ )

2. SEVIS FEE ( ทาง Agent เตรียมให้ )

3. DS-156

4. DS-157

5. DS-158

6. Transcipt ตัวจริงเท่านั้น

7. Passport ของเรา

***ทางสถานทูตจะขอดูเอกสารตามที่กล่าวมาเท่านี้ แต่ทาง Au Pair ควรเตรียมเอกสารให้ครบตามที่ Agent บอก เผื่อว่า ทางสถานทูตขอดูเพิ่มเติม

โดยวันนี้เราถือว่าเป็นคนที่โดนสัมภาษณ์หลายคำถามมากๆ ประมาณเกือบ 5 นาที ( แต่เป็นคำถามที่เราตอบได้อย่างแน่นอน และ ควรตอบแบบไม่โกหกด้วย )

โดยสรุปคำถามดังนี้ ( ซึ่งคาดว่าหลายๆคนที่นัดสัมภาษณ์ จะได้รู้สึกไม่ประหม่า )

1. ทำไมคุณถึงอยากไปเป็น Au Pair

2. ถามถึงข้อมูลของ Host เช่น เมืองที่เราไปอยู่ , Host ทำงานอะไร , มีเด็กๆที่เราต้องรับผิดชอบกี่คน

3. ***สำหรับคนที่ทำงานแล้ว ทางสถานทูตจะถามเรื่องของการทำงาน - ว่าคุณเคยทำงานอะไร - และทำไมถึงออกจากงานไปเป็น Au Pair

Reamark : สำหรับน้องๆที่ยังไม่เคยทำงาน จะมีโอกาสของการไปเป็น Au Pair ง่ายกว่าคนที่ทำงานแล้วนิดหน่อย ( ไม่ต้องกังวลเลย ) แต่เราควรจะตอบคำถามแบบชัดเจน โปร่งใส ไม่โกหก

ขอให้ทุกคนโชคดีนะค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น 123 วันที่ตอบ 2006-07-24 23:51:56 IP : 125.25.141.219


ความคิดเห็นที่ 50 (550079)
avatar
ธัญญ่า

หวัดดีค่ะ เกี้ยว

ธัญญ่าก็ไม่ทราบว่ามีกี่คนที่ถูกปฏิเสธวีซ่าเพราะว่าอายุใกล้เกินยีสิบเจ็ดปีนะคะ เพราะว่าเท่าที่ทราบรู้จักกันนี้ ก็แค่คนเดียวค่ะ

เจ้าหน้าที่เขาบอกว่าคุณจะอายุยี่สิบเจ็ดแล้วนี้ก็เลยไม่ให้นะค่ะ

แต่ก็ยังแปลกใจอยู่เพราะว่าหลายๆ คนที่อายุใกล้เกินยี่สิบเจ็ดก็ได้วีซ่ากันมาตลอดจ้า

อย่างว่านะ ดวงใครดวงมันด้วยละจ๊ะ อย่ากลัวไปเลย ถึงตาเราเราก็ต้องลองค่ะ

สำหรับเอเจนซี่ไม่คืนอะไรนะค่ะ ถ้าขอวีซ่าไม่ผ่านนี้ถือว่าเป็นความผิดของเราค่ะ

หวัดดีจ้าสาวหม่อนสุดสวย

ธัญญ่าได้วีซ่าเมกาแล้วค่ะ ส่งมาถึงบ้าน แกะซองใจระทึก อิๆ ได้วีซ่ามาสิบปีจ้า

หม่อนถึงแล้วก็ส่งข่าวด้วยนะ โชคดีจ้า

ถึงคุณ 123

ขอบคุณมากค่ะ สำหรับเรื่องที่เอามาเล่าให้ฟัง การขอวีซ่าไม่น่ากลัวเลย จริงๆ ค่ะ มายืนยันด้วยคนค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-07-25 06:17:09 IP : 74.12.52.110



[1] 2 3 4 5 6 7 ถัดไป >>


Copyright © 2010 All Rights Reserved.