ReadyPlanet.com


ขอวีซ่าไม่ผ่านทำไงดี เศร้า และ เครียดมากคะ
avatar
เป้ย


วันนี้ไปสัมภาษณ์วีซ่ามา ทางสถานทูตให้เหตุผลว่า จบปริญญาตรี วิศวะ แล้วหางานเมืองไทยก็ง่าย ทำไมต้องไปเมกา และ ภาษาอังกฤษก็ดีอยู่แล้ว ไม่สมควรเข้าร่วมโครงการ

เราเศร้ามาก ๆ ก็เห็นเพื่อน ๆ ทุกคนก็จบป.ตรีกันหมด ภาษาอังกฤษเราก็ไมได้ดีเด่อะไร เราเครียดมาก และก็เจอเพื่อน ออแพร์คนละเอเจนซี่กัน ก็ขอไม่ผ่านเหมือนกัน วันนี้มีใคนขอไม่ผ่านบ้าง แล้วเราจะทำไงดี เราไปของเอเจนซี่ออแพร์แคร์ นะคะ มีใครเคยขอไม่ผ่าน แล้วขอใหม่ได้บ้างคะ ? ต้องทำไงดี เราเครียดมากเลย



ผู้ตั้งกระทู้ เป้ย โพสต์และแสดงความเห็นเฉพาะสมาชิกเท่านั้น :: วันที่ลงประกาศ 2006-08-28 13:28:21 IP : 58.8.120.116


[1] 2 ถัดไป >>

ความคิดเห็นที่ 1 (594671)
avatar
Pinky
เราเอาใจช่วยนะ สู้สู้ เราก็กำลังจะไปขออยู๋เหมือนกัน (หากสอบผ่าน)
ผู้แสดงความคิดเห็น Pinky วันที่ตอบ 2006-08-28 15:34:00 IP : 203.130.143.243


ความคิดเห็นที่ 2 (594824)
avatar
แพร

เป้ย .... อย่าเครียด ทุกคนให้กำลังใจเด้อ ว่าง ๆ มาหากันอีกนะ ถ้าขอวีซ่าไม่ผ่านแล้ว เปลี่ยนเอเจนซี่ได้ไหม ? มันจะช่วยให้วีซ่าผ่านไหมคะ ? ผู้รู้ตอบด้วย สงสารเพื่อนจังงง

ผู้แสดงความคิดเห็น แพร วันที่ตอบ 2006-08-28 17:24:02 IP : 58.8.120.116


ความคิดเห็นที่ 3 (594997)
avatar
ปอ

เราไปใช้ผู้รู้นะ แต่อยากจะเอาใจช่วย ไม่เป็นไรนะ ทุกปัญหามีทางออกเสมอ..

ผู้แสดงความคิดเห็น ปอ วันที่ตอบ 2006-08-28 19:45:09 IP : 125.24.223.115


ความคิดเห็นที่ 4 (595353)
avatar
ธัญญ่า

 

คือว่าถ้าแบบนี้เขาก็คือคิดว่าเราไม่เหมาะสม เพราะตามเหตุผลที่เขาบอกค่ะ

เรามีสิทธิ์ขอวีซ่าใหม่ได้ค่ะ ก็จองวันใหม่และก็จ่ายค่าธรรมเนียม สีพันบาทใหม่

แต่ว่าเราก็ต้องตอบข้อกังขาเดิมให้ได้นะคะ ทีเขาไม่ให้เราเพราะอะไร ปิดจุดอ่อนตรงนั้นให้ได้นะคะ ถ้าทุกอย่างเหมือนเดิม ผลการขอก็คงไม่ต่างไปจากเดิมค่ะ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-08-29 04:56:41 IP : 74.12.43.52


ความคิดเห็นที่ 5 (595354)
avatar
neenaa
ธัญญ่าคะ
ตรง Topic เรื่อง Statement เหมือนกับบอกว่าถ้าจบดีดี โอกาสจะกลับมาทำงาน ได้งานที่ไทยสูง โอกาสได้วีซ่าก็ง่ายขึ้นแต่ของเป้ย เนี่ย ก็ถือว่าเรียนจบมาในสาขาที่ดี  แบบนี้ ดูเหมือนมันขึ้นอยู่กับคนสัมภาษณ์ แต่ละคนเลยนะเนี่ย แล้วทำไมคนสัมภาษณ์ถึงไม่คิดอะไรไปในแนวทางเดียวกัน เพราะมันเรื่องเดียวกันแท้ๆ
ผู้แสดงความคิดเห็น neenaa วันที่ตอบ 2006-08-29 05:06:27 IP : 203.118.72.35


ความคิดเห็นที่ 6 (595440)
avatar
ธัญญ่า

 

จริงๆ มันก้ขึ้นอยู่กะคนสัมภาษณ์แหละ ก็ถ้าเจ้าหน้าที่เขาคิดว่าคุณจบวิศวะ หางานทำในไทยได้ ภาษาดีแล้วจะไปทำไม ก็จบอะเถียงไม่ออก

ต้องแบบว่ามีหลักฐานว่าหนูภาษาไม่ดีคะ นี้ไปสมัครงานเขาก็ไม่เอา เขาว่าภาษาแย่

หรือไม่ก็บอกว่าต้องการจะทำงานกะต่างชาติในไทย ภาษาอังกฤษแค่นี้ไม่พอ สู้คนจบนอกไม่ได้ คิดว่าออแพร์จะช่วยเรื่องภาษาและการอยู๋กะคนต่างชาติ เวลาทำงานกะต่างชาติที่เมืองไทยก็จะรู้วัฒนธรรมเขา ปรับตัวง่ายกว่าเยอะ อะนะ ตอนนั้นคงไม่มีใครเถียงออก เขาว่างัยเราก็เดินตัวลีบออกมาแล้วอะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-08-29 08:29:23 IP : 74.12.43.52


ความคิดเห็นที่ 7 (596070)
avatar
ororn

ทำไมไม่ผ่านละคะ คนอื่นที่เก่งภาษาเค้าก็ไปกันได้นี่นา

เป้ย สัมพาดช่องที่เท่าไหร่ จำได้รึเปล่าคะ (เพราะได้ยินมาว่าบางช่องโหด) แล้วสัมพาดตอนกี่โมงคะ

แต่ว่าน่าจะลองไปปรึกษาเอเจนซี่นะคะ ว่าเค้าจะช่วยอะไรได้บ้าง(แล้วที่เป้ยบอกว่ามีคนไม่ผ่านเหมือนกันนี่สัมพาดช่องเดียวกันรึเปล่าคะ)

แล้วเป้ยอยู่ เอเจนซี่ ไหนหรอคะ

อรก็กำลังจะไปสัมพาดเหมือนกัน วันที่ 31 นี้แล้ว พออ่านของเป้ยแล้วกลัวมากกกกกกกกกกก

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ororn วันที่ตอบ 2006-08-29 17:13:53 IP : 203.55.213.22


ความคิดเห็นที่ 8 (596111)
avatar
ธัญญ่า

 

มีน้องจากออแพร์ไทยแลนด์คนหนึ่งก้โดนปฏิเสธวีซ่า

แบบว่าจบปีนี้แหละ เอกอังกฤษ เขาก็บอกภาษาคุณดีอยู่แล้ว ถามว่าใครสปอนเซอร์ก็บอกพี่สาว พักที่ไหนก็บอกอพาทเม็นท์ เขาก็คืนพาสปอรต์มาเลยนะคะ

ช่องแปดหรืองัยนี้ละ แต่ช่องี้ไม่สำคัญ เพราะว่าช่องเดียวกันแต่อาจจะเจอคนละคนได้ แล้วแต่เวลากะของเจ้าหน้าที่แต่ละคน

ช่วงนี้ต้องระวัง ผลที่ออแพร์รันๆ หนีโครงการ ไม่กลับไทย เปลี่ยนวีซ่ามันก็เป็นแบบนี้ คนทำเขาไม่ได้รับ คนที่รับนะคนข้างหลังนะค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-08-29 17:52:04 IP : 70.50.191.233


ความคิดเห็นที่ 9 (596385)
avatar
แป๋ม

มีไม่ปผ่านด้วยเหรอเนี่ย เราจะไปสัมภษณ์เหมือนกัน วันที่5 กันยาอ่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น แป๋ม วันที่ตอบ 2006-08-29 21:21:21 IP : 210.203.181.10


ความคิดเห็นที่ 10 (596597)
avatar
iamvi

เราเคยไปสัมภาษณ์ของ work and travel คนที่สัมภาษณ์ก่อนเราเขาก็ไม่ผ่านแต่อันนั้นบอกว่าผลการเรียนไม่ค่อยดีแล้ว พี่ๆเอเจนซี่ก็เขาไปช่วยพูดแต่ไม่ได้ผลค่ะ ซึ่งเห็นเขาบอกว่าสัมภาษณืกับคนไทยจะเขี้ยวกว่าหน่อยนะค่ะ ส่วนใหญ่ช่องที่สัมภาษณ์กับคนไทยจะยากกว่าค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น iamvi วันที่ตอบ 2006-08-30 05:25:55 IP : 203.146.147.13


ความคิดเห็นที่ 11 (596902)
avatar
เป็นห่วงชาวออแพร์ไทยคลับ จะช่วยกันอย่างไรดี

ตอนนี้ออแพร์สัมภาษณ์ไม่ผ่านเยอะมากเลยคะ ล่าสุดที่รู้มา น้องรหัส ไปกับไท-เมกัน และ เด็กไท-เมกัน รวม 4 คน ไม่ผ่านเลย คงจะเริ่มโหดขึ้น

ผู้แสดงความคิดเห็น เป็นห่วงชาวออแพร์ไทยคลับ จะช่วยกันอย่างไรดี วันที่ตอบ 2006-08-30 11:40:18 IP : 58.8.121.4


ความคิดเห็นที่ 12 (599723)
avatar
ตุ๊กตา

หวัดดีค่ะตุ๊กตานะ..ไปสัมภาษณ์มาเมื่อ30 ส.ค นี้ ผ่านแล้วด้วย ขอแสดงความเห็นหน่อยนะเพราะของเราเค้าสัมภาษณ์ไม่ถึงนาทีเลยก็ผ่านแล้ว..ตอนไปถึงเราเห็นคนสัมภาษณ์หน้าตาดุๆเค้าทักเราก่อนเป็นภาษาอังกฤษแต่เรายิ้มให้เค้ายกมือไหว้แล้วพูดสวัสดีค่ะ..เค้าก็ยิ้มให้แล้วก็ถามเราประมาณ 5 คำถามแล้วก็บอกว่าขอให้เราโชคดี ..เราไม่รู้ว่าจะช่วยเพื่ออนๆที่กำลังจะไปขอวีซ่าได้หรือเปล่า..มีอะไรก็ถามมาได้นะจ๊ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ตุ๊กตา วันที่ตอบ 2006-09-01 17:31:59 IP : 202.149.126.99


ความคิดเห็นที่ 13 (602750)
avatar
มิล

เราชื่อมิลนะ เคยไปฝรั่งเศสมาแล้ว เมื่อกันยา-ตุลา 2005 แต่ไปเที่ยวนะคะ แค่ 2 เดือน ไปพักกับคนรู้จัก ซึ่งเค้าเป็นคนฝรั่งเศสและช่วยทำเรื่องขอวีซ่าให้ ตัวเค้าเองก็มีหน้าที่การงานที่ดี เมื่อปีที่แล้ว ตอนที่เราขอวีซ่า ผ่านง่ายมากเลย ไม่ได้สัมภาษณ์ด้วยซ้ำไป แค่เอาตั๋วเครื่องบินไปรับพาสปอร์ต แล้วก็ได้บินเลย พอมิลกลับมาจากฝรั่งเศสก็อยากจะกลับไปอีก เพราะประทับใจมากในหลายๆเรื่อง และถ้าหากว่าโครงการออแพร์เนี่ยช่วยให้มิลสามารถได้กลับไปเหยียบประเทศฝรั่งเศสอีกครั้ง ก็จะขอเข้าร่วมโครงการด้วยคนค่ะ แต่ เอ...การขอวีซ่าไปฝรั่งเศสเนี่ย ต้องสัมภาษณ์มั้ยคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น มิล วันที่ตอบ 2006-09-04 12:59:10 IP : 203.156.46.170


ความคิดเห็นที่ 14 (606403)
avatar
neenaa
ธัญญ่าคะ รบกวนถามคำถามนึงนะคะ แบบว่าเพิ่งนึกขึ้นได้ ตามข้อตกลงของเอเจนซี่ ถ้าเราสัมภาษณ์วีซ่าไม่ผ่าน เอเจนซี่จะคืนเงินส่วนนึงให้  แล้วเราจะมีโอกาสยื่นเรื่องขอวีซ่าใหม่ได้กี่ครั้ง หรือมีระยะเวลานานประมาณไหน ก่อนที่จะหมดโอกาส
ผู้แสดงความคิดเห็น neenaa วันที่ตอบ 2006-09-07 03:56:43 IP : 203.118.73.26


ความคิดเห็นที่ 15 (607275)
avatar
Tanya

neenaa

เราสามารถขอวีซ่าได้ใหม่ค่ะ ตราบเท่าที่เราจะลองค่ะ เพราะว่าขอวีซ่าใหม่ก็เสียอีก สี่พันเหรียญ กะค่าจองคิวอีกสี่ร้อยบาท เราก้ตั้องเสียใหม่ บางคนรอสองครังไาม่ผ่านก็ไม่อยากลงอครังทีสามแล้วเพราะว่าก็ต้องจ่ายอีกสี่พัน รวมเป็นหมื่นกว่า บางคนหมดตัว กลัวไม่ผ่าน

แต่แนะนำว่าถ้าไม่ผ่านรอบแรกควรขออีกรอบ ถ้าไม่ผ่านรอบสองนี้อาจะต้องเว้นระยะนานหน่อยแล้วอะค่ะ

ส่วนเรื่องการคืนเงินของเอเจนซี่ ส่วนใหญ่จะคืนหมดหรือแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของเงินที่จ่ายไปตอนแม็ทช์นะค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Tanya วันที่ตอบ 2006-09-07 18:08:50 IP : 74.12.41.164


ความคิดเห็นที่ 16 (607284)
avatar
Tanya

หวัดดีจ้ามิล

การขอวีซ่าออแพร์ไปฝรั่งเศสนี้ ยังไม่มีใครมาเล่าเลยนะว่าเป็นงัย  ตอนนี้มีเอเจนซี่ทำไปฝรั่งเศส ของไทยเมกัน แต่ว่าก็ยังไม่มีใครไปสัมภาษณื visa แล้วเล่าให้ฟังนะจ๊ะ แต่เขาก็คงมีสัมภาษณ์เหมือนกันหมดแหละค่ะ


 อย่างน้อยเขาก็ต้องคุยแหละค่ะ แค่ว่าจะสั้นจะเร็วแค่ไหน ในการสัมภาษณ์ จะยืนเป็ฯช่องๆ เหมือนเมกาหรือว่าเขานั่งกันเป็นห้องเหมือนแคนาดา แล้วตอนขอวีซ่าไปทอ่งเที่ยวละค่ะ สัมภาษณ์แบบไหนเอ่อย วีซ๋าออแพร์ที่ฝรังเศสอาจจะต้องรอนานกว่าวีซ๋านักท่องเที่ยวมั้ง

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Tanya วันที่ตอบ 2006-09-07 18:16:42 IP : 74.12.41.164


ความคิดเห็นที่ 17 (607417)
avatar
chasha

อืม...เราก็เจอนะ เพราะเราจบเอกภาษาอังกฤษ เขาก็บอกว่าจะไปทำไม ภาษาอังกฤษก็ดีนี้นา เกรดก็ดี ทำไมต้องไปอีก เราก็บอกไปว่า ภาษาอังกฤษเราไม่ดี ยังไม่excellent เราอยากไปพัฒนาภาษาอังกฤษมากกว่านี้อยากไปอยู่กับnative speaker บอกเท่านั้นหล่ะ เชาก็หัวเราะ บางทีเราว่า เขาอาจจะดูเราด้วยนะ กลัวว่าเราจะไปเป็นโรบินหรือปล่าวอ่ะ เพราะจบวิศวะเชียวนะ อะไรประมาณนี้ แต่เราว่าไม่สำคัญหรอก ขนาดบางคนจบเภสัช เขายังให้ไปเลย (จบจุฬาสะด้วย)

อยู่ที่คำตอบ เพราะเราเองตอนเจอคำถามนี้ ยังเสียว ๆ เลย คิดว่าเขาคงไม่ให้วีซ่าแน่ ๆ ๆ ยังไงก็ลองไปขอให้ ตอบคำถามที่เขาข้องใจให้ได้ ว่า ภาษายังไม่ดี เป็นวิศวะคู่แข่งเยอะ ต้องภาษาดี อยากไป เพื่อจะได้ภาษาดี ๆ กลับมาหางานที่ดี ๆ ทำ อะไรประมาณนี้จ๊ะ

เอาใจช่วยนะ อย่าพึ่งท้อ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น chasha วันที่ตอบ 2006-09-07 19:42:01 IP : 133.254.5.52


ความคิดเห็นที่ 18 (621498)
avatar
naten

วีซ่าเมกาเริ่มน่ากลัวอีกแล้ว เราโดนรีเจคสองรอบด้วยวีซ่าออแพร์นี่แหละ ตามที่ธัญญ่าบอกเลยขอกี่ครั้งก็ได้แต่ต้องอุดที่เขาจะถามให้ได้หมดมีคนนึงขอสามครั้งผ่าน โดนปฏิเสธสองครั้งเหมือนเราเลย

ส่วนเรื่องเงินที่โครงการจะคืนถ้าโดนปฏิเสธวีซ่าเนี่ย เขาจะไม่คืนเราจนกว่าเราจะตกลงใจออกจากโครงการ ตอนเราได้คืนโดนหักไปหมื่นกว่าบาท แถมเสียค่าวีซ่าอีก 8000 บาท แค้นมาก ไปกับออแพร์แคร์เหมือนกัน

ผู้แสดงความคิดเห็น naten วันที่ตอบ 2006-09-16 17:46:44 IP : 202.28.121.131


ความคิดเห็นที่ 19 (621609)
avatar
เมย์

ทำไมละ ต้องโดนหักอ่ะ ก็ของเราได้วีซ่าก่อนจ่าย ค่าโครงการนี่นา เราไปกับออแพร์ไทยแลนด์ มันน่าจะได้วีซ่าก่อนแล้ว จ่ายค่าโครงการนะ ลองไปคุยกับเค้าใหม่สิ ว่าทำแบบนี้ มันเอาเปรียบเรานะ ออแพร์แคร์ น่าจะแฟร์กับเรานะ ก็ไม่ได้ความผิดเราที่ไม่ได้วีซ่านี่นา

ผู้แสดงความคิดเห็น เมย์ วันที่ตอบ 2006-09-16 18:49:34 IP : 58.8.122.242


ความคิดเห็นที่ 20 (621931)
avatar
ธัญญ่า

 

มันแล้วแต่ว่า เอเจนซี่แต่ละแห่งเขาให้จ่ายค่าโครงการตอนไหน อย่าง ออแพร์แคร์ โกออแพร์ นี้ เขาจะให้จ่ายก่อน แม็ทช์แล้วจ่าย ดีเอสสองศูนย์หนึ่เก้าถึงมานะคะ แล้วก็ไปขอวีซ่า ทีนี้ถ้าวีซ๋าเราไม่ผ่านเขาจะหักไป ค่ะ แต่โกออแพร์จ่ายคืนหมดค่ะ 

ส่วนไทยเมกัน ออแพร์ไทยแลนด์ คือน่าจะรันเหมือนกัน แม็ทช์แล้วออก ดีเอสให้เลย แล้วพอได้วีซ่าค่อยไปจ่ายเงินค่าโครงการนะค่ะ แต่ว่าสองทีนี้ เขาจะให้ส่งวีซ๋าไปให้ทีสำนักงานเข้ามั้งนะ แต่ว่าโกออแพรืกะ ออแพร์แคร์ให้ส่งไปที่บ้านได้เลย

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-09-16 22:38:29 IP : 74.12.48.191


ความคิดเห็นที่ 21 (622148)
avatar
naten
ใช่แล้ว ของออแพร์แคร์จ่ายก่อนถ้าไม่จ่ายจะไม่ได้ ดีเอส ถ้าไม่ได้ก็ไม่มีสิทธิ์ขอวีซ่า นั่นเองเป็นเหตุผลที่ทำให้คนที่สมัครกับที่นี้ต้องจ่ายเงินก่อนไม่งั้นคงไม่มีใครยอมจ่ายเงินก่อนขอวีซ่าแน่นอนเพราะมันเป็นขั้นตอนที่น่ากลัวที่สุดในการเตรียมเรื่องออแพร์เลยนะ อย่างอื่นเรายังสามารถสู้ได้ แต่เรื่องวีซ่านี่เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ในสถานฑูตซึ่งไม่มีเกณฑ์ในการให้วีซ่าเลย บางครั้งก็งงกับเขาเหมือนกัน
ผู้แสดงความคิดเห็น naten วันที่ตอบ 2006-09-17 08:41:28 IP : 202.28.121.131


ความคิดเห็นที่ 22 (650098)
avatar
neenaa

ธัญญ่าค่ะ เพิ่งไปสัมภาษณ์มาเมื่อวาน ตอนแรกกังวลแทบแย่ แต่พอเอาเข้าจริงก้ไม่มีไรมาก ก็ผ่านมาแบบงงๆ คำถามก็มี  ตอนนี้ทำงานอะไร ทำมานานแค่ไหนแล้ว ทำไมอยากไปเป็นออแพร์ กลับมาจะทำอะไร แค่นี้จริงๆ

--->naten: เราเคยเห็นสัญญาของเอเจนซี่นึงแถวฟอจูน จะมีให้เซ็นสองฉบับ อังกกฤษ กับไทย รู้สึกว่าจะแปลไม่ตรงกันในหลายจุด แล้วถ้าจำไม่ผิดข้อแรกจะเขียนว่าจะไม่คืนเงินจำนวนนี้ (ค่าโครงการ) ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น จริงๆนะ เขียนแบบนี้ อ่านแล้วน่ากลัว แต่ถ้าเค้าคืนบางส่วนจริงก้ดีแล้วล่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น neenaa วันที่ตอบ 2006-10-06 10:52:03 IP : 58.8.46.200


ความคิดเห็นที่ 23 (655760)
avatar
แอน
จะบอกว่าเราไปสัมภาษณ์มา ถามแค่คำถามเดียวว่าจะไปอยู่กับใคร แล้วก้อจบเลย เดวนี้มันยากกันแล้วหรือสนี่
ผู้แสดงความคิดเห็น แอน วันที่ตอบ 2006-10-11 04:58:34 IP : 204.210.133.86


ความคิดเห็นที่ 24 (655840)
avatar
ธัญญ่า

 

ถ้าบทคนจะได้มันก็ไม่ยากส์ไรเลย ไม่ถามมาก แต่ถ้าบทคนจะไม่ด้ ก็ไม่ได้เอาดื้อ ๆ เหตุผลก็ฟังทะแม่งๆ ด้วยที่ไม่ให้นะค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2006-10-11 08:25:03 IP : 74.12.56.2


ความคิดเห็นที่ 25 (678276)
avatar
ฮิฮิ
เราว่าช่วงนี้ขอวีซ่ายากขึ้นนะ มันก็คงต้องไปวัดดวงกันแล้วละนะ ถ้าดวงดีก็คงได้ไป ยังไงจะเอาใขช่วยทุกคนที่จะเข้าโครงการนะคะ ขอให้โชคดีทุกคนคะ 
ผู้แสดงความคิดเห็น ฮิฮิ วันที่ตอบ 2006-10-30 07:06:25 IP : 67.82.119.167


ความคิดเห็นที่ 26 (766963)
avatar
Nim

VISA ไม่ผ่าน แย่มากเลย..เฮ้อ!!!!! Help me..

หวัดดีค่ะ พี่ธัญญ่า

มีเรื่องรบกวนอยากจะถามหน่อยค่ะ พอดีสมัครออแพร์กะ ไทย-เมกัน ค่ะ แล้วไปสัมภาษณ์วีซ่ากับสถานทูตมาแล้วค่ะเมื่อวันที่ 2 กับ 8 พฤศจิกายน 49 ไปขอมา 2 รอบค่ะ แต่ถูกปฏิเสธค่ะ เค้าบอกเราว่าภาษาอังกฤษเราไม่ดีพอค่ะ แต่ตอบคำถามเค้าได้ทุกข้อเลยนะค่ะยังไม่ให้ผ่านอีก งง มาก ๆ เลยค่ะ เครียดมากเลยค่ะ แล้วตอนนี้อายุ 25 ปีแล้วค่ะ ย่าง 26 ปี ค่ะจะทำไงดีค่ะอยากเป็น Au pair ค่ะอยากไปต่างประเทศค่ะ อยากไปหาประสบการณ์ค่ะพี่ ตอนนี้ค่อยยังชั่วขึ้นเยอะแล้ว หายเครียดบ้างแล้วค่ะ อยากได้คำแนะนำว่าควรจะทำอะไรต่อไปดีค่ะ ควรจะไปสมัครอะไร กับเอเจนซี่ไหนต่อดีค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น Nim วันที่ตอบ 2007-01-05 15:54:02 IP : 203.150.117.99


ความคิดเห็นที่ 27 (768121)
avatar
ธัญญ่า

 

หวัดดี Nim

ตอนนี้ใจคงดีขึ้นอะนะ อืม ตลกนีนะคะ แบบว่าเคยมีคนบอกว่าไม่ผ่านเพราะเขาบอกว่าภาษาอีงกฤษดีแล้ว เอิกๆ เลย งงๆ ดีก็ไม่ให้ ไม่ดีก็ไม่ให้

อยากจะถามว่า ตอนรอบสองที่ไปขอวีซ่าได้เอาหลักฐาน ความสามารถทางภาษาไปด้วยหรือเปล่าค่ะ แบบว่าถ้าเขาบอกว่าเราตกเพราะอะไร รอบต่อไปเราต้องเอาไปสู้ค่ะ เป็นหลักฐานว่าเราได้สอบมา คะแนนก็เท่านี้ มันก็ไม่ได้แย่อะไรเกณท์ดีออกด้วยซ้ำ แฮ่ๆ แบบว่าตอ้งมีสู้เล็ก ๆนะค่ะ

ถ้ายังไม่ทำรอทำดูก้ได้คะ ถ้าเขาไม่ให้เรื่องแค่ภาษาเรื่องเดียวจริงๆ มันน่าไฟท์อะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2007-01-06 08:54:50 IP : 74.12.53.237


ความคิดเห็นที่ 28 (789324)
avatar
siries

เราก็เป็นห่วงคนที่จะไปสัมภาษณ์ แต่อยากให้แต่ละคนทำใจให้สบายนะ และทำตัวแบบให้น่าเชือถือเวลาตอบ แต่งกายสุภาพมาก ๆ นะ ถ้าเค้าถามว่ามีญาติหรือคนรู้จักมั้ยก็บอกไม่มีอ่ะ เราคิดว่าเค้าดูจากบุคลิกภาพและการแต่งกายอย่างมากเลย เราพยายามแต่งแบบป้ามาก สีสุภาพ และวางตัวเรียบร้อยอ่ะ แบบดูแล้วอีนี่คงไปเสิร์ฟไม่ไหวหรอก หรือคงไม่มีพิษมีภัยอะไรประมาณนั้น  ก็โชคดีละกันนะจ้ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น siries วันที่ตอบ 2007-01-21 13:24:50 IP : 203.113.67.36


ความคิดเห็นที่ 29 (848860)
avatar
Pam

ของเรานะ เสื้อยืดกางเกงยีนส์

ตอบคำถามให้มั่นใจไม่ต้องเกรง

ภาษาไม่แข็งแรงก็ไม่เป็นไร

ไม่มีใครเก่งมาแต่เกิดหรอก

แค่เตรียมตัวให้ดีเป็นพอ

ผู้แสดงความคิดเห็น Pam วันที่ตอบ 2007-03-07 10:42:36 IP : 222.123.78.68


ความคิดเห็นที่ 30 (884222)
avatar
123

เราโดนเหตุผลเดียว กับเจ้าของกระทู้เลย เซงมาก

ผู้แสดงความคิดเห็น 123 วันที่ตอบ 2007-04-03 19:51:08 IP : 58.8.153.128


ความคิดเห็นที่ 31 (1186732)
avatar
admin

Visa denied

มีใครเคยถูกวีซ่า denied บ้าง สำหรับ USA นะ เราขอเป็น F1 หลังจากกลับมาจากการเป็น aupair 1 ปีหน่ะ และเคยได้ยินว่าถ้าถูก denied เป็นครั้งที่ 2 จะไม่ให้ขออีก 5 ปี ใช่หรือไม่ใครทราบช่วย share ทีนะคะ



ผู้ตั้งกระทู้ zero :: วันที่ลงประกาศ 23-08-2007 20:52:19 IP : 125.27.79.129

ความเห็นที่ 1 (1123514)

 

เท่าที่ทราบไม่มีว่าถ้าวีซ่าถูกปฏิเสธแล้วมาขอใหม่ต้องรอห้าปีสิบปีนะคะ จะมาขอเมือ่ไหร่ก้ได้ เพียงแค่ว่า ถ้าเอกสารเหมือนเดิม ทุกอย่างเหมือนเดิม คำตอบมันก็คือคงได้มาเหมือนเดิมนะค่ะ

เหตุผลทีไม่ได้คืออะไร เขาสงสัยเรื่องอะไร ควรไปตีจุดนั้นดีกว่า ถ้าคิดว่าทำให้เขาหายข้องใจจุดนั้นได้ ก็มาขอใหม่ได้ สถานทูตต้องการค่าธรรมเนียมขอวีซ่า ของคุณเสมอ แป่ว

 



ผู้แสดงความคิดเห็น Admin วันที่ลงประกาศ 24-08-2007 06:27:52 IP : 74.120.221.206
ความเห็นที่ 2 (1158894)

 If I got denied J1 visa 2 times can I apply for the 3 times? The problem is they knew I have the relative in USA!



ผู้แสดงความคิดเห็น Mari วันที่ลงประกาศ 18-09-2007 11:12:40 IP : 71.189.131.68
ความเห็นที่ 3 (1158897)

Is the agency from Aupair in America let the aupair reapply for the third times? They said if I didn"t pass the 3 times I can"t apply us visa for 5 yrs. This is my second times that I got denied, can I change the agency? Is that help me pass the visa. Thanks.



ผู้แสดงความคิดเห็น Mari วันที่ลงประกาศ 18-09-2007 11:15:49 IP : 71.189.131.68
ความเห็นที่ 4 (1186696)

Agency can"t hlep you about getting visa. To get visa  is about you ka.

Even you change agency,but you are the same person with the saem information ,nothing will be change ka. The reasult should be the same.

Because most of the time when they know you have relatives in u.s, and some of them live in u.s. illegally  so that why it effect you.



ผู้แสดงความคิดเห็น Admin วันที่ลงประกาศ 30-09-2007 03:54:39 IP : 99.231.0.111

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2007-09-30 04:51:27 IP : 99.231.0.111


ความคิดเห็นที่ 32 (1187735)
avatar
Mari

I have a family member(sister) there but she lives there legally and got a greencard. Do you think the Embassy will know she"s there even I didn"t tell them. I want to be aupair only 1 year and will be back to be an English teacher in Thailand. Do you think I have hope???

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Mari วันที่ตอบ 2007-10-01 06:43:45 IP : 71.189.131.68


ความคิดเห็นที่ 33 (1187736)
avatar
Mari

I got denied J1 visa in BKK 2 times and I will apply again the 3 times in Chiangmai. Do you think I have hope?

ผู้แสดงความคิดเห็น Mari วันที่ตอบ 2007-10-01 06:45:00 IP : 71.189.131.68


ความคิดเห็นที่ 34 (1188983)
avatar
mari

Shuld I tell the US Embassy that I have a sister who lives in USA legally if they ask me? I want to be aupair very bad I"m so scare if I can"t pass the J1 visa. Help me!!

ผู้แสดงความคิดเห็น mari วันที่ตอบ 2007-10-02 01:26:17 IP : 71.189.131.68


ความคิดเห็นที่ 35 (1198457)
avatar
ธัญญ่า

 

Mari

คือว่าถ้าเขาไม่ให้ผ่านในสองรอบ เขาต้องบอกว่าเพราะอะไร

แล้วในใบสมัครมันจะให้กรอกว่าพี่น้องเรามีไหม แล้วอยู่ที่ไหน ถาเป็นพีน้องร่วมสายโลหิตกันมา ม้นก้ต้องต้องกรอกเพราะว่าเขาถามอยู่ในใบสมัครอยู่แล้วนะ ถ้าจำไม่ผิด

ส่วนถ้าเป็นประมาณญาติพีร้อง ลูกพี่ลูกน้องไรงี้ เราก็ไม่ต้องพูดอะไร รอให้เขาถามอย่างเดียว ถ้าเขาถามมาว่าเรารู้จักคนนี้ไหม เราก็บอกว่าไม่รู้จัก เพราะไม่ใช่รวมสายโลหิตกะเรา

แล้วสองรอบเขาไม่ให้ผ่านเพราะว่าอะไรเหรอค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2007-10-10 07:42:59 IP : 74.120.221.206


ความคิดเห็นที่ 36 (1198694)
avatar
Mari

For the first time when I apply for a visa, he asked me many questions I answered him all except for the last question he asked about the childcare experience but I gave him the wrong answer. For the second times, my host family sent me the letter to the Embassador and they let me read it but as my English is not very good so they gave me back my passport! They didn"t even tell me what"s wrong. After that I report to the Aupair in Thailand agency in BKK and they asked me me many questions. They asked me if I have any family in USA and I thought it might help me to get visa next time so I told them YES and then they cut my profile!! They told me the Embassador might know I have a family member there but that"s just what the agency guessing(I don"t know the truth) and they told me if I apply the visa for the 3rd times and I didn"t pass, I can"t go USA in 5 yrs and I"ll be in the blacklist! I have a sister married and lives legally in USA and I"m not try to live there after the program. My sister is married to a US Army and they move them around and they don"t allow other people to live in the base housing. I went to BKK to apply for the visa both first and second times and now I"m thinking to go another agency and they again. I"m not sure for the next time when I aske for a visa should I go BKK again or go Chiangmai? I live in Chiangmai. I heard in Chaingmai it"s very very difficult to get J1 visa, is that true? For the last 2 times for visa in BKK. I got 2 different person. To be aupair is my dream, I want to learn more English and they came back to be an English teacher in CM. Do you think I have a chance? Should I say yes or no when they ask me about my family in USA.

ผู้แสดงความคิดเห็น Mari วันที่ตอบ 2007-10-10 11:12:01 IP : 71.189.131.68


ความคิดเห็นที่ 37 (2211727)
avatar
alex

พี่ ธัญญ่า

ถึงกระทู้นี้จะนานมาแล้วแต่ก็น่าคิดนะ เพราะ เราก็มีพี่สาวอยู่ที่ อเมกาเหมือนและ สถานทูตก็ต้องรู้อยู่ดี และนี่ เรายังจะไป รัฐเดียวกันอีก สงสัย โอกาศเป็น 0 แน่เลย ทำไงดี ควรจะ ถอนตัวดีไหม ค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น alex วันที่ตอบ 2008-04-21 22:43:01 IP : 58.9.197.119


ความคิดเห็นที่ 38 (2215765)
avatar
ธัญญ่า

วีซ่ากระทู้คนไม่ผ่าน

เรื่องทีว่ามีญาติแล้วจะไม่ได้ไป จริงๆนะ แล้วแต่บุคคล แต่เห็นรายบุคคลเลย ก็โดด ไม่ได้ว่านะคะ แต่ว่าเอาเข้าจริงๆ จะเป็นรูปนี้สะเยอะ ก็ไม่ผิดอะไรที่สถานทูตเขาจะคิดอย่างน้น ก็ขนาดทำไทยออแพร์คลับมายังรู้จักแต่ละเคสก็เป็ฯแบบนี้ แต่หลายๆ เคสก็ไม่มีอะไรนะ

ถ้าญาติเราอยู่อย่างถูก กฏหมายทีเมกาเราก็ไม่น่าจะเกียว เพราะถ้าเขาไม่โดดเราจะไปโดดทำไม

ถ้าใครอยากตอบว่าไม่รู้จักไม่มีญาติก็ตามใจ บางคนมีลุงรู้จักนะ ก็กรอกไปว่าไม่มีคนรู้จัก อิๆ เขาก็ถามนะนามสกุลเหมือนกัน เขาก็ปฏิเสธเสียงแข็งนะว่าไม่รุ้จัก ก็แหมคนเรานามสกุลเหมือนกันญาติข้างไหนก็ไม่รู้ได้ใช่ไหมละ

แต่แล้วเป็นงัยมาไม่ถึงเดือนไม่เป็นออแพร์สะแล้ว ไปทำร้านอาหารลุง บอกทำออแพร์ไม่ไหว โอต์ไม่ดีไม่มีไรเลย  เลี้ยงเด็กไม่ได้เด็กไม่ติด ทำอะไรกับเด็กดี  เหงาไม่มีเพือนไปไหนก็ไม่รู้จะไปอย่างไร โอ๊ยสารพัด ไปอยู่กับลุงเสริฟอาหารดีกว่า เอิกๆ 

ธัญญ๋าไม่ได้ว่าทุกคน อันนี้เราถือว่าเราเล่าให้ฟัง และไม่ได้ว่าให้ท้อกับคนที่ตั้งใจดี แต่การที่มันมีคนทำมันส่งผลคนรุ่นๆหลัง บางทีความผิดไม่ได้เกิดจากเราหรอก แต่เขาอะ กลัวจากสิ่งทีไปแล้วทำเอาไว้ มันจะมาเกิดกัเรา ว่าเราจะทำนะค่ะ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2008-04-22 06:23:21 IP : 99.250.117.21


ความคิดเห็นที่ 39 (2238150)
avatar
alex

ขอบคุณที่ไขข้อข้องใจนะค่ะ แต่ หนูควรถอนตัวดีไหมค่ะ คือ หนูคิดจะโดด แต่อย่างใด หากแต่มีความตั้งใจจะไปเรียนรู้ชีวิตจริงๆ  พี่ธัญญ่าพอจะแนะนำแนวทางในการตอบ คำถามเขาได้ไหมค่ะ คือพี่สาวหนูอย่างถูกกฏหมาย และ ก็กลับมาเยี่ยมครอบครัวที่เมืองไทย ค่อนข้างบ่อยเหมือนกัน

ผู้แสดงความคิดเห็น alex วันที่ตอบ 2008-04-23 19:33:54 IP : 58.9.197.173


ความคิดเห็นที่ 40 (2238449)
avatar
alex

ขอแก้ไขนิดนึง ว่า ไม่เคยคิดที่จะโดดโครงการเลย และไม่อยากอยู่กับพี่สาวด้วยเพราะ นอกจากจะไม่ได้ฝึกภาษาแล้ว (เพราะคงพูดไทยกันตลอดแน่เลย) ยังไม่ได้เรียนรู้วัฒนธรรมอะไร  ว่าจิงๆแล้ว คนบ้านเขากินฮยู่อย่างไร นิสัยยังไง (เพราะคงทำอาหารไทยกินกันตลอดหรือไม่ก็เข้าแต่ร้านอาหารไทย)

สรุปอยู่กับพี่สาวแท้ (พ่อแม่เดียวกัน) ก็คงไม่เกิดประโยชน์อะไรมากนัก  เราสามารถอธิบายเค้าแบบนี้ได้ไหมค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น alex วันที่ตอบ 2008-04-23 19:59:43 IP : 58.9.197.173


ความคิดเห็นที่ 41 (2243650)
avatar
ธัญญ่า

ใช่ๆ ตอบและคิดอย่าง Alex ก็ถูกต้อง คือในใบขอวีซ่าเขาจะถามเลยว่ามีญาติพีน้องอยู่ทีเมกา หรือว่าต่างประเทศที่ไนห อันนี้พี่สาวเราแท้ๆ พ่อแม่เดียวกัน เราก็ต้องระบุ เขาเห็นว่ามีพี่สาวอยูเมกา เขาก็อาจจะคิดว่า เอานั้นแหน่มาอีกรายเ จากที่ฟังก็โอเคนะคือ มีพี่สาวอยู๋จริง แต่ว่าไปอยู๋ด้วยก็คงไม่ได้เกิดการเรียนรู้วัฒนธรรมของคนอเมริกาอย่างแน่อน เพราะเป็นครอบคครัวไทยกินอยู่ดูหนังพูดภาษาก็ไทยทั้หงดม แล้วจะมีมุมมองความคิดใหม่ๆ ได้งัย แค่ถือว่าไปนั่งอยู่ต่างประเทศแต่ก็ทั้งหมดคือไทยหมดเลย คิดงี้ก็ดีนะ ให้เรได้เกิดการเรียนรู้กับชีวิตอีกรูปแบบของคนทีต่างวัฒนธรรมกับเรา พูดภาษาต่างกับเรา

มันบอกไม่ได้หรอกว่ามีญาตินะร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ผ่าน เพราะคนผ่านมันมีเลยไม่รู้จะต้องแนะนให้ถอนตัวทำไม ถ้าจะทำอะไรก็ต้องลุ้นให้สุดๆ ไปก่อนนะ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2008-04-24 04:55:28 IP : 99.250.117.21


ความคิดเห็นที่ 42 (2790868)
avatar
Tatar

กำลังกลัวๆๆกล้าๆๆอยู่เลยคะ จะไปสัมภาษณ์ต้นเดือนหน้า ดีทีได้เปิดเจอกระทู้นีเพราะจะได้เตรียมตัวให้ดีๆ ฝากถึงพี่ธัญญ่า จำได้ไหมค่ะ วันนี้เรากำลังจะทามตามฝัน ส่งเมล์ถึงพี่แล้วนะ ไม่แน่ใจว่าพี่เชคหรือยังไงก้อยังรอคำแนะนำนะคะ ขอบคุณค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น Tatar วันที่ตอบ 2008-05-24 00:00:59 IP : 202.149.24.129


ความคิดเห็นที่ 43 (2798244)
avatar
ธัญญ่า

แล้ว Tatar จะไปขอวีซ่า ธัญญ่าก็ขอให้ผ่านนะจ๊ะ แต่แหม มาโพสต์ในกระทู้ ขอวีซ่าไม่ผ่าน เศร้าและเครียส เอิกๆ น่าตีจัง

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2008-05-27 04:22:10 IP : 99.250.117.21


ความคิดเห็นที่ 44 (2868557)
avatar
ทฟทฟ

Tanya เราไม่ผ่านหละด้วยเหตุผลว่า เราเลี้ยงหลานแล้วให้มันกินกล้วยบดหนะ แล้วไอ้คนสัมภาษณ์มันดันมีลูกอายุเท่าๆกะเด็กที่เราไปเลี้ยง

มันบอกบ้านมันไม่ใช้กล้วย ใช้ซีเรียล...

..........จบ................................

ผู้แสดงความคิดเห็น ทฟทฟ (caramel_1200-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2008-07-01 18:16:34 IP : 124.121.208.33


ความคิดเห็นที่ 45 (2868736)
avatar
ธัญญ่า

โฮ้จบเลย มั่วมากคนสัมภาษณ์ กสุดยอดเลยอะ เหตุผลเขาที่ไม่ให้วีซ่า ลองขอใหม่นะ เพราะเราเชื่อว่าเหตุผลนี้ไร้สาระมาก กล้วยบดนะ จริงๆมันก็มีในขวดขายที่เมกานะ อาหารเด็ก มีกลัวยบด องุ่น แอ้ปเปิ้ล ผักต่างๆ เช่นถั่ว แครอท บด อยู่ในขวดในกระปุกมีหมด แล้วซีเรียลก็คือ เป็นผงๆ ใส่นมเลยใส่น้ำอุ่นกินได้ แต่ขอโทษถ้าคนไทยจะมาซื้อซีเรียลตลอดทำเมืองฝรั่งมันไมได้หรอก แต่เรารู้ว่าฝรั่งเขามีแบบนั้นเขามีเงินซื้อได้ ลองขอใหม่แล้วกัน

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2008-07-02 06:35:33 IP : 99.231.0.111


ความคิดเห็นที่ 46 (2881123)
avatar
BB

ชื่อบีบีค่ะ  จะบินวันที่ 11 สิงหานี้   เราขอวีซ่า 2 ครั้งจ้า เลยมีเรื่องมาเล่าให้ฟัง

ขอครั้งแรกวันที่ 11 ก.ค. ได้คิว 7.30 น. เขาให้ไปถึงสถานทูตอย่างช้าก่อนเวลานัดครึ่ง ชม.ค่ะ  เราไปถึงเกือบ 7 โมง โอ้แม่เจ้า  คนเข้าคิวยาวมาก ประมาณ 20 กว่าคน  ระหว่างยืนเข้าแถวจะมีเจ้เสื้อแดงคนหนึ่งเดินมาดูใบนัดของเราว่าเรามีคิวสัมภาษณ์วันนี้หรือไม่  แล้วก้อจะมีรปภ. กิตติมศักดิ์เดินพูดด้วยเสียงอันดังว่า ใครที่มีเครื่องมือสื่อสาร เช่น มือถือ เอมพี3 กุญแจรีโมท เกม ร่ม ให้เตรียมไว้ฝากพร้อมกับบัตรประชาชน  พอผ่านประตูรั้วก้อจะมีเจ้เสื้อแดงอีกคนตรวจเอกสารให้  แล้วก้อให้เดินผ่านเครื่องสแกนตัว ส่วนมือถือให้ฝากไว้ที่ยามค่ะ  เข้าไปถึงข้างในก้อต้องเข้าแถวตรวจเอกสารอีก จะมีเจ้เสื้อแดงนั่งอยู่ 3 คน เพื่อความรวดเร็วให้เตรียมเอกสารดังนี้ค่ะ ใบ พาสปอร์ตตัวจริง+ใบเสร็จค่าธรรมเนียมวีซ่า (ใบเสร็จที่เป็นสีขาวนะคะ ส่วนใบที่เป็นกอป***สีเขียวให้เก็บไว้ค่ะ) DS156 , DS157 , DS158 , DS2019 , หนังสือรับรองจากเอเจนซี่ , ทรานสคริปตัวจริง    เจ้เสื้อแดงก้อจะถามว่าเคยได้วีซ่าเมกามาก่อนรึป่าว แล้วเค้าก้อจะเอาเอกสารเราใส่แฟ้มใส แล้วก้อให้แบบฟอร์มซื้อซองไปรษณีย์  พร้อมกับบอกว่าให้ซื้อซองตรงนี้นะคะ  เสร็จแล้วเดินไปที่หน้าต่างช่อง 3-5 ค่ะ

เราก้อกรอกแบบฟอร์มโดยกรอกชื่อนามสกุลและหมายเลขพาสปอร์ต(กรอกภาษาอังกฤษค่ะ) และที่อยู่ที่เราต้องการให้จัดส่งวีซ่าไปให้ค่ะ (โดยทั่วไปเราจะส่งไปที่เอเจนซี่ค่ะ- ที่อยู่กรอกภาษาไทยค่ะ)  เสร็จแล้วก้อไปยื่นแบบฟอร์มพร้อมกันเงิน 75 บาท ที่ห้องไปรษณีย์ค่ะ ได้ซองมาแล้วให้กรอกชื่อที่อยู่ที่จะให้จัดส่งวีซ่าที่ซองค่ะ เพราะถ้าไม่กรอก ข้างในจะไล่ออกมากรอกใหม่ค่ะ  เอาซองจดหมายสีเหลืองไว้หลังสุดในซองใสที่ใส่เอกสารนะคะ แล้วเอาไปยื่นที่หน้าต่างช่อง 3-5

 

ไปถึงหน้าต่าง เค้าจะถามว่า เคยได้วีซ่าเมกามาก่อนมั้ย แล้วเคยโดนปฎิเสธวีซ่ามาก่อนรึป่าว เคยเปลี่ยนชื่อนามสกุลมาก่อนมะ แล้วเค้าจะให้แสกนนิ้ว3ครั้งค่ะ ครั้งแรกข้างซ้าย นิ้วชิ้-นิ้วก้อย ให้วางนิ้วตั้งแต่โคนนิ้วจะสุดปลายนิ้วเลยนะคะ ครั้งที่2 แสกนนิ้วเหมือนครั้งแรกแต่เปลี่ยนเป็นมือขวาค่ะ  ครั้งที่ 3 แสกนนิ้วโป้ ทั้ง 2 ข้างพร้อมกันค่ะ  ถ้าเรียบร้อยเค้าจะเก็บเอกสารเราไว้ค่ะแล้วให้บัตรคิวเรามาค่ะ  ได้บัตรคิวมาแล้ว  เดินเข้าไปนั่งรอข้างในเลยคะ  แต่เค้าจะไม่เรียกตามคิวที่เราได้รับนะคะ (ไม่รุเหมือนกันว่าจะให้มาทำไม)

 

พอถึงคิวสัมภาษณ์เราช่อง 8ค่ะ กงสุลอ้วนค่ะ  พูดไวมากกกก

กงสุลอ้วน...สบายดีป่ะ                                                            บีบี...ค่ะ

กงสุลอ้วน....จะไปอยู่กะฮัชชิ่งแฟมิรีเหรอ                             บีบี...ค่ะ กะฮัชชิ่งแฟมิรี เป็นโฮสแฟมิลี หนูที่เมกาค่ะ

กงสุลอ้วน....เขามีลูกกี่คน                                                       บีบี....2ค่ะ ชื่อ......

กงสุลอ้วน....ลูกเขาอายุเท่าไหร่                                              บีบี...ตอบไป

กงสุลอ้วน....ถามอะไรไม่รุ ฟังไม่รุเรื่อง เลยให้ถามใหม่ ก้อยังฟังไม่ทันอีก แบบว่าฟังทันแต่คำว่า what do u do อ่ะ  แล้วเค้าก้อให้แสกนนิ้ว แล้วก้อบอกเป็นภาษาไทยดังๆว่า ผมให้วีซ่าคุณ 3 ครั้ง  แล้วก้อพูดเป็นภาษาอังกฤษไฟแลบจับใจความได้ว่าภาษาอังกฤษคุณไม่ดี แล้วก้อคืนวีซ่าเรามา  เราก้อเดินออกมาจนจะถึงรั้วเลยนึกได้ ยังไม่คืนทรานสคริปตัวจริงเราเลยนิ  เลยเดินกลับเข้าไปทวง ระหว่างที่ยื่นรอทวง คนที่สัทภาษณ์วีซ่าหลังเราก้อไม่ผ่านเหมือนกัน เราเข้าไปบอกกงสุลอ้วนว่าขอทรานสคริปตัวจริงคืนได้มะ เขาก้อเลยถามชื่อแล้วหยิบให้  แล้วเค้าก้อพูดเป็นภาษาอังกฤษที่เร็วมาก จับใจความได้ว่า เค้าเชื่อว่าเราเป็นเด็กดีนะ แต่เราควรฝึกภาษาอังกฤษที่ไทยให้ดีก่อนค่อยไปนะ ฝึกภาษาอังกฤษดีแล้วค่อยกลับมาขอวีซ่าใหม่ (คิดในใจว่า แค่ฟังแกพูดประโยคเดียวไม่รุ้เรื่องนี่ถึงกะไม่ให้วีซ่าชั้นเลยเหรอวะ แล้วนี่จะมาพุดอะไรมากมายวะ ไม่ให้ก้อไม่ง้อเว้ย ชิ) 

 

ความรู้สึกตอนนั้นยังงงอยู่ เพราะไม่คิดมาก่อนว่าจะโดนปฏิเสธด้วยข้อหาที่ว่าภาษาอังกฤษไม่ดี  แบบเสียความมั่นใจไปเลยอ่ะ  ก้อยอมรับว่าฟังประโยคนั้นไม่รุ้เรื่องจริงๆ  แต่ภาษาเราก้อไม่น่าจะถึงกับแย่อ่ะ  เลยแจ้งไปที่เอเจนซี่ว่าวีซ่าไม่ผ่าน พี่เค้าก้อจองคิวให้ใหม่ ออกหนังสือรับรองให้ใหม่ 2 ฉบับ แล้วโฮสเราก้อส่งหนังสือรับรองมาให้ด้วยอีก 1 ฉบับ

 

สัมภาษณ์รอบ 2 วันที่ 22 ก.ค. เวลานัด 8.00  เราไปถึงสถานทูต 7 โมงเศษๆอ่ะ วันนี้แปลกใจมาก เพราะไม่มีคนยืนเข้าคิวเลย คนน้อยอ่ะ แล้วก้อขั้นตอนเดิมทุกอย่าง จนกระทั่งถึงคิวสัมภาษณ์  มันไม่เรียกคิวนะ แต่เราเห็นหมายเลขคิวเราที่ช่อง 10 อ่ะ เลยเดินไป  วันนี้เป็นกลสุลหนุ่มล่ะ หล่อ ผอมด้วย  เรายืนอยู่หน้าเขานะ  มันก้อไม่สนใจเราอ่ะ เอาแต่คุยกะคนข้างๆอ่ะ  สักพักใหญ่ๆเลยมันถึงจะรับรู้ว่ามีคนยื่นอยู่ เฮ้อ

กงสุลหนุ่ม....วัลยา

บีบี...ใช่ (ไม่ใช่แล้วชั้นจะมายืนทำด๋อยอะไรที่นี่ยะ)

กงสุลหนุ่ม....พูดอะไรไม่รุ รุแต่ให้แสกนนิ้ว เลยถามเขาว่านิ้วชี้เหรอ เขาบอกว่านิ้วกลาง เราก้อทวนคำนิ้วกลางเหรอ เขาก้อบอกใช่ (ระหว่างที่ถามอ่ะ เราก้อชูนิ้วชี้ กะนิ้วกลางประกอบการถามไปด้วย ไม่ได้ตั้งด่านะ  แต่อยากบอกเพื่อนๆว่า กงสุลแต่ละคนจะให้แกนนิ้วแตกต่างกันไปอ่ะ ฉะนั้น ไปท่องไว้ชื่อนิ้วภาษาอังกฤษไว้ด้วยก้อดีนะจ๊ะ)

กงสุลหนุ่ม....ทำไมอยากไปเป็นออแพร์

บีบี...อยากฝึกภาษาและเรียนรู้วัฒนธรรมอเมริกา  พูดยังไม่จบเลยมันถามคำถามใหม่ล่ะ สงสัยจะฟังประโยคนี้จนเบื่อ

กงสุลหนุ่ม....ไปอยู่ที่ไหน

บีบี...วอชิงตัน

กงสุลหนุ่ม....เมืองไหน what’s city

บีบี...ไม่ใช่ดีซี ไปวอชิงตันสเตทค่ะ  (แบบว่าหูดีอ่ะ)

กงสุลหนุ่ม....ไม่ใช่ หมายถึงชื่อเมือง จะไปอยู่ที่ไหน

บีบี...อ๋อ ซีแอทเทิล ค่ะ

กงสุลหนุ่ม....ไปอยู่กะครอบครัวอะไร

บีบี...ตอบไป

กงสุลหนุ่ม....ครอบครัวที่จะไปอยู่มีกี่คน

บีบี...4คน แล้วก้อไล่ไปทีละคน

กงสุลหนุ่ม....เค้ามีลูกกี่คน

บีบี...2 หน่อ

กงสุลหนุ่ม....อายุเด็กเท่าไหร่

บีบี...ตัวพี่ 1ปี 7 เดือน   ตัวเล็ก 8 เดือน

กงสุลหนุ่ม....วันหนึ่งเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็กกี่ครั้ง

บีบี...4 ครั้ง (พร้อมกับโชว์นิ้ว 4 นิ้ว)

กงสุลหนุ่ม....ถ้าเด็กเป็นไข้จะทำยังไง

บีบี...ตายละกูจะอธิบายยังไงวะ ก้อเลยบอกไปด้วยภาษาอังกฤษที่กระท่อนกระแท่นว่า put a towel in water the put on children skin ด้วยความที่กระท่อนกระแท่นมาก ก้อเลยบอกว่าทำให้ อุณภูมิร่างกายลดลง (decrease temperature)  เฮ้อ เขาคงเข้าใจล่ะมั้ง

กงสุลหนุ่ม....ถ้าเด็กตกบันไดจะทำไง

บีบี...ชั้นจะระวังไม่ให้เด็กตกบันไดค่ะ

กงสุลหนุ่ม....ถ้าระวังแล้วแต่มันเป็นอุบัตเหตุ รึอีเมอเจนซี่ล่ะ

บีบี...โทรบอกโฮสมัมค่ะ  (ก้อมันเป็นอย่างแรกที่นึกออกนิ)

กงสุลหนุ่ม....คุณจะโทรบอกโฮสมัมเหรอ  ถ้ามันเป็นเรื่องเร่งด่วน แล้วโฮสมัมติดงานมาไม่ได้ล่ะ

บีบี...เอาละกูจะอธิบายยังไงน้อ คือกะจะบอกว่าถ้าตกบันไดลงมามีแผลเล็กน้อย จะใช้ยาแดงทาให้ แต่ก้อคำว่าแผลกะยาแดงภาษาอังกฤษเรียกว่าไงวะ เลยบอกกงสุลไปว่าถ้าเด็กมีแผลเป็น (Scar) ชั้นจะใช้ เอ่อ  ชั้นไม่รู้ว่าภาษาอังกฤษเรียกว่าไง แต่ภาษาไทยเรียกว่ายาแดง ทาที่แผลของเด็ก 

กงสุลหนุ่ม....ผมไม่เข้าใจภาษาไทย ไม่รุจักยาแดง   (ชิ ชั้นไม่เชื่อหรอกยะ)

บีบี...โอเค งั้นชั้นจะพาเด็กไปโรงบาล

กงสุลหนุ่ม....ไปยังไง

บีบี...ขับรถไป

กงสุลหนุ่ม....ขับรถเป็นเหรอ

บีบี...เออ (yes)

กงสุลหนุ่ม....มีใบขับขี่สากลเหรอ

บีบี...ไม่มีอ่ะ แต่มี driving certificate อ่ะ

กงสุลหนุ่ม....แล้วจะขับรถได้เหรอ  รุรึป่าวที่นั่นขับรถไม่เหมือนที่ไทยนะ

บีบี...(เริ่งหงุดหงิดแระ) เออ งั้นชั้นพาเด็กขึ้นรถบัสไปก้อได้วะ

กงสุลหนุ่ม....จะไปถูกเหรอ  แล้วถ้าหน้าบ้านไม่มีรถบัสล่ะ

บีบี...(นี่เอ็งกะจะต้อนชั้นให้จนมุมเลยใช่มั้ยยะ)  งั้นชั้นจะเรียกเพื่อนบ้านให้ไปส่งที่โรงบาลรึคลีนิคที่ใกล้ที่สุดอ่ะ 

กงสุลหนุ่ม....มีประสบการณ์เลี้ยงเด็กมาป่าว

บีบี...มีสิ มีที่เนิสเซอรรี่ที่หนึ่ง  แล้วชั้นเคยเป็นครูอาสาของมูลนิธิกระจกเงามาด้วยนะ

แค่นั้นแหล่ะ  เค้าก้อค่อยๆ บรรจงเซ็นชื่อใน DS2019 แต่โดยดี โล่งละ แล้วเค้าก้อพูดอะไรอีกไม่รุ้ยาวเยียดเลยไม่ได้ฟังอ่ะ ฟังทันแต่คำสุดท้ายว่า forever 555

 

*เอกสารอื่นที่เตรียมไป เขาไม่เรียกดูเลย (พวกบัตรประชาชน ทรานสคริป  บุ๊คแบงค์  หนังสือรับรองต่างๆ )

** ขอวีซ่ารอบแรก เอเจนซี่เราไป 3 คน ไม่ผ่านสักคน ด้วยเหตุผลเหมือนกันหมด คือ ภาษาอังกฤษไม่ดี แต่ขอใหม่รอบ 2 ก้อผ่านกันหมดนะ  ไปกันคนละวันค่ะ

***เป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ เราต้องทำอะไรตั้งหลายอย่างกว่าจะได้ไปไปเมกา  แค่เรื่องวีซ่าไม่ผ่าน อย่ายอมแพ้นะคะ  สู้ๆๆ 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น BB (lastest_empire-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2008-07-23 16:57:17 IP : 210.86.146.213


ความคิดเห็นที่ 47 (2883682)
avatar
พาย

เอกสารที่ใช้ในการขอ visa จริงๆ มีอะไรบ้าง

ทำไมออแพร์ไทยแลนด์บอกเราว่าต้องมีแปลสำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน ใบสูติบัตร เอกสารของพ่อแม่ ช่วยตอบเราทีเพราะเราต้องบินวันที่ 24 สิงหาคม ถ้าเราให้ agency ทำให้เราต้องจ่ายค่าดำเนินการตั้ง 7000 บาทแน่ะ

รออ่านคำตอบนะ pigpine@hotmail.com

ผู้แสดงความคิดเห็น พาย (pigpine-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2008-07-28 19:45:02 IP : 58.9.31.74


ความคิดเห็นที่ 48 (2883991)
avatar
เอ็กซ์ออแพร์

พาย ต้องไปดูในกระทู้เก่า ๆ เค้าเขียนไว้หมดเลย เรื่องนี้ ว่าทำไมถึงแตกต่าง แต่อย่างน้อยพายสบายใจเรื่องวีซ่าผ่านได้ง่าย ๆ นะ เราคิดว่า แต่เรื่องวีซ่านี่ก็บอกยากเหมือนกัน ได้ยินมาเหมือนกันว่า ถ้ามีญาติอยู่จะขอยากมาก

ผู้แสดงความคิดเห็น เอ็กซ์ออแพร์ วันที่ตอบ 2008-07-29 12:07:13 IP : 125.24.205.224


ความคิดเห็นที่ 49 (2885093)
avatar
คนผิดหวัง
สวัสดีค่ะ

ก่อนอื่นขอบอกไว้ก่อนว่าคนที่จะไปสัมภาษณ์วีซ่าแล้ว ไม่เคยมีประวัติการปฏิเสธการขอวีซ่าของอเมริกามาก่อนไม่ต้องกังวลหรือสนใจกับสิ่งเหล่านี่ที่เราจะบอกต่อไป

ประวัติคือเราเคยขอวีซ่ามาสองครั้งแล้ว โดยที่ครั้งแรกขอเป็นวีซ่า visiter ครั้งที่สองขอเป็นวีซ่านักเรียน (F-1) โดยที่ตัวเราเองก็ยังเรียนไม่จบปริญญาตรี และเคยเรียนมาแล้วหลายที่ ตอนนี้ก็เรียนอยู่ และยังไม่จบ

โดยที่เรามาเข้าโครงการนี้เพราะเราเพอ่งรู้จักและเห็นว่าน่าสนในที่เราจะได้ไปอยู่กัยครอบครัวชาวอเมริกันและอย่างน้อยเราจะต้องได้พูดและใช้ภาษาอังกฤษกับเค้าทุกวัน ภาษาเราคงดีขึ้น กล้าพูดกล้าคุยกับเค้ามากขึ้น นั่นคือสิ่งที่เราคาดหวังจากการที่เราอยากไปอเมริกา ถามว่าทำไมต้องเป็นอเมริกา บอกได้อย่างเดียวว่าเราก็ไม่รู้ แต่อาจเป็นเพราะเรามีพี่สาวอยู่ที่นั่น เค้าอาจช่วยเราได้หากเรามีปัญหากับ hostที่ไปอยู่ด้วย นั่นคือสิ่งที่เราคิดเผื่อไว้

แต่ก่อนที่จะเข้ากับโครงการนี้ หลายคนก็เตือนเราไว้แล้วว่า วีซ่าจะผ่านหรอ มันยากนะ คงไม่ได้หรอก เราเองก็กลัวมากเหมือนกัน แต่คิดว่ายังไงก็จะลองซักตั้ง แถมเผื่ใจไว้แล้ว และเตรียมตัวกับการตอบคำถามมาเป็นอย่างดี คืนก่อนวันไปสัมภาษณ์เราศึกษาและทบทวนเกี่ยวกับโครงการ และ ครอบครัวที่เราจะไปอยู่ด้วยเป็นอย่างดี แม้แต่คำถามที่เค้าอาจจะถามเราได้ว่าทำไมถึงอยากไปอเมริกานักหนา ทำไมถึงยังเรียนไม่จบ

เราได้เวลานัดสัมภาษณ์ตอน 8.00 น. เราไม่ได้นอนอยู่แล้วเมื่อคืน เราไปถึงสถานฑูตประมาณหกโมงกว่า ไปถึงเราก็เข้าไปยื่นให้เค้าตรวจเอกสารจัดเอกสารแล้วก็รับบัตรคิว โดยที่เราต้องสแกนนอ้วมือทั้งสี่นิ้ว และนิ้วโป้งทั้งสองข้าง

หลังจากนั้นเราก็เข้าไปนั่งคอย รอเค้าเรียก พอ 8 โมงเค้าก็เริ่มเรียกคนเข้าไปสัมภาษณ์ เรียกไปเรื่อย ๆ เราก็สังเกตุเอาทุกหน้าต่างว่าแต่ละหน้าต่างเป็นยังไงบ้าง เราก็เห็นว่าหน้าต่างเบอร์ 9 เค้าโดนคนต่อว่าหลาย คนที่ไม่ให้เค้าผ่าน คนเหล่านั้นเดินออกไปแล้วก็เดินกลับมาถามเค้าหลายครั้งว่าทำไมเหตุผลเพราะอะไร หลักฐานทุกอย่าง เรามีครบ และเชื่อถือได้หมด เค้าก็ตอบแค่ว่าหลักฐานไม่พอออกวีซ่าให้คุณไม่ได้ ส่วนช่องที่ 10 เป็นฝรั่งผู้หญิง ถามคำถามเยอะมาก แต่นั่นดีกว่าคนที่ไม่ถาม หรือถามแค่ไม่กี่คำถาม เราภาวนาขอให้ได้หน้าต่างนี้ ส่วนอีกหน้าต่างนึง หน้าต่าง 10 เค้าก็ดูกลาง ๆ ไม่ถามมากหรือน้อยเกินไป เป็น ผู้ชาย shaveหัว อ้อลืมบอกไปคนหน้าต่าง 9 อ่ะ อ้วน ๆ พูดเร็วเสียงไม่ดัง

เราก็รอจนคนจะหมดแล้ว เหลือแค่สามคน แต่เรามีลางสังหรณ์ว่าเราต้องได้ไอ้อ้วนนี่แน่ ๆ และแล้วมันก็เป็นจริง

เราเข้าไปถึงก็สวัสดีเค้า ทักทายไป Good morning ไป แต่เค้าก็ไม่ได้ตอบไรกลับมา มัวแต่ดูเอกสาร หรือไม่เค้าอาจไม่ได้ยิน เราไม่ได้สนใจ
เค้าก็ดูประวัติในคอม ถามว่าตอนนี้ อายุเท่าไหร่นะ เราก็ตอบ 26
คุณเคยมาขอวีซ่าแล้วใช่มั้ย กี่ครั้ง เราก็ตอบว่า ใช่ 2ครั้ง
คุณมีพี่สาวอยู่ที่โน่นรึเปล่า บอกว่ามีพี่สาว ทำงาน ได้วีซ่าทำงาน แล้วเค้าก็ดูแต่ประวัติในคอมพิวเตอร์เพราะเค้ามี ประวัติทุกอย่างอยู่ในนั้น แล้วเค้าถามว่าพี่ทำงานเป็น web design หรอ เราก็บอกว่าใช่ (เค้ารู้เพราะเค้ามีประวัติอยู่ อย่าโกหกเชียว)
แล้วคุณเคยเรียนมาแล้วกี่ที่ เราก็ตอยว่าสองที่ แล้วเค้านั่งจ้องคอมพิวเตอร์ พิมพ์ ไรไม่รู้
แล้วก็เงยหน้ามาบอกว่าให้เอานิ้วมือข้างซ้ายสแกน โดยที่เค้าพูดเรียกนิ้ว...ข้างซ้าย เราขอสารภาพตรง ๆ ว่าเราไม่รู้ศัพท์ตัวนี้จริง ๆ ไม่เข้าใจ เราก็เลยถามเค้าอีกว่า อันไหน นอ้วไหน เค้าก็เริ่มทำหน้าหงุดหงิด และเสียงก็เริ่มไม่พอใตก็พูดยิ้มาอีกว่านิ้ว... พร้อมส่ายหัว แล้วก็พูดมาเป็นภาษาไทย นิ้วชี้ แล้วเค้าก็ยื่น passport คืนมาแล้วบอกว่าเสียใจด้วย วีซ่าคุณไม่ผ่าน เราก็อึ้งไปเลย แล้วเราก็เลยถามเค้าว่าเพราะอะไร เค้าก็บอกว่าคุณก็ยอมรับไปแล้วว่าวีซ่าคุณไม่ผ่านโดยการเอานิ้วสแกนไปแล้วไง โดยที่คุณยังไม่ทราบแม้แต่ศัพท์พื้น ๆ

เค้าบอกว่าเหตุผลที่วีซ่าไม่ผ่านเพราะ
1. คุณ อายุ 26 แล้ว ยังเรียนไม่จบเลย แล้วอย่างนี้นะหรอ ที่คุณจะต้องไปดูแลเด็กชาวอเมริกันของเค้าโดยที่ตัวคุณเองก็ยังเรียนไม่จบ และเรามีเหตุผลที่เชื่อได้ว่าถ้าคุณไปแล้วคุณจะไม่กลับมาที่เมืองไทยอีก เพราะที่โน่นคุณสามารถที่จะทำงานและไดรับเงินเดือนมากกว่าที่ทำในประเทศไทยมากนัก แล้วส่งกลับมาให้ครอบครัวคุณ เรากลัวว่าคุณจะไปแล้วไปกอบโกยผลประโยชน์จากประเทศของเรา นั่นคือเหตุผลข้อนึงของเค้าที่เราพอรับได้ที่เค้าจะคิดแบบนี้ แต่เราก็เป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง เราจะมีความสารถอะไรไปกอบโกบเอาผลประโยชน์จากประเทศเค้า ถ้าเรามีความสามารถขนาดนั้น เราคงเรียนจบ ไปแล้วและไม่จำเป็นต้องมายืนให้เค้าว่าอย่างนี้หรอก
2. แค่ศัพท์นิ้วชี้ ซึ่งเป็นคำพืน ๆ ง่าย ๆ แค่นี้คุณยังไม่รู้แล้ว ประสาอะไรกับที่คุณต้องไปเลี้ยงลูกของชาวอเมริกันของเค้า เพราะแค่นิ้วชี้คุณก็ยังไม่รู คุณจะไปดูแลเค้าได้ยังไง เราไม่รู้ว่าเราผิดมากมายถึงขนาดนั้นเลยหรอ กับการที่เราไม่รู้ศัพท์ตัวนี้ ถ้าเรารู้ดีทุกอย่างเราก็ไม่จำเป็นต้องมาเข้าโครงการนี้เพื่อไปหาความรู้ภาษาอังกฤษเพิ่มเติมหรอก และด้วยเหตุผลขเอนี้คุณเอามาเป็นข้อตัดสินว่า เราไม่สามารถที่จะเป็นau pair ที่ดีได้เลยหรอ เราไม่รู้ว่าเค้าใช้ใจเค้าคิด สมอง หรือว่าใช่แค่จากการที่เค้าได้รับการฝึกอบรมมาเท่านั้น

หลังจากนั้นเราก็เดินออกมาทำใจซักพักแต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าเหตุผลที่แท้จริงคืออะไรก็เลยเดินเข้าไปถามเค้า ก็คงเหมือนคนอื่น ๆ ที่เราเห็นมาแล้ว
เราเข้าไปแล้วไปยืนที่หน้าต่างของเค้า ซึ่งตอนนั้นเค้าไม่อยู่แล้ว เพราะคนที่มาสัมภาษณ์หมดแล้ว แล้วเค้าก็เดินกลับมาถามว่า มีอะไรหรอ เราก็ว่ามีคำถามที่ไม่เค้าใจ เค้าก็ยืนท้าวเอวแล้วพูดว่า อืม มีไรก็พูดมา อยากท้วงไรก็ท้วงมา เพราะยังไงเราก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้แล้วเพราะคุณได้ยอมรับในการตัดสินของเราไปแล้วโดยการสแกนนิ้ว(ถ้าเรารู้ว่าสแกนแล้วเป็นการยอมรับว่าวีซ่าไม่ผ่านเราจะไม่ทำเป็นแน่ ๆ แต่เค้าไม่ได้บอกเราก่อนเลยว่าเราจะต้องให้คุณสแกนนอ้วยอมรับว่าการยื่นขอวีซ่าของคุณได้รับการปฏิเสธ)

เราก็ถามเค้าเหมือนเดินว่า ขอทราบเหตุผลที่แท้จริงที่ไม่สามารถออกวีซ่าให้เราได้ เค้าก็พูดเหมือนเดิม กับข้อ1และข้อ2 แต่จะเน้นหนักไปในข้อสองมากกว่า แล้วพอเค้าพูดจบเค้าก็มองหน้า และยังท้าวเอวอยู่ว่ามีอะไรที่ไม่เข้าใจอีกมั้ย เราก็บอกว่าไม่เข้าใจอยู่ดี คุณไม่สนใจเลยหรอที่เหตุผลว่าทำไมเรายังเรียนไม่จบ เค้าก็บอกว่า ได้ถ้าคุณอยากบอกก็พูดมาสิ แต่มันก็เท่านั้นนะ แล้วเราก็บอกว่าเพราะต้องทำงานไปด้วย เค้าก็บอกว่าแล้วไงอ่ะ คนอื่นที่เค้าเรียนจบแล้วทำงานไปด้วยมีถมไป แล้วยังไงอีกมีไรอยากถามอีกมั้ย ถ้าไม่มีงั้นเชิญ แล้วก็พูดเป็นภาษาไทยแบบแกน ๆ สวัสดีครับ พร้อมยกมือไหว้อย่างสวยงาม แล้วเรายังจะหน้าทนยืนอยู่มั้ย เราก็ไหว้เค้าตอบ เพราะมารยาท ในฐานะที่เค้าเป็นผู้ใหญ๋กว่าแล้วเราก็เดินออกไปด้วยความเจ็บช้ำ พร้อมน้ำตา

เรากลับมาร้องไห้เป็นบ้าไปเลยเกือนทั้งวัน พอตกดึกก็เริ่มดีขึ้น แต่ก็ยังไม่ดีพอ เพราะมีความรู้สุกไม่อยากเจอผู้คน ไม่อยากคุย ยิ่งถ้าเป็นฝรั่งด้วยแล้วไม่อยากเข้าไปใหญ่

เรื่องที่เราเล่ามานี้หลายคนอาจจะเห็นว่าสมน้ำหน้าเรากับเหตุผลที่เค้าปฏิเสธเรา หรือบางคนอาจจะเป็นกังวลเรื่องการไปสัมภาษณ์เหมือนกัยเพื่อนเราหลาย ๆ คนที่กำลังจะไปสัมภาษณ์ ขอบอกไว้อย่างเดียวเท่านั้น

ไม่ต้องกังวล หากคุณไม่เคยขอวีซ่าที่สถานฑูตนี้ และคุณเรียนจบแล้ว หรือแม้แต่คนที่ยังเรียนไม่จบ แต่ไม่เคยขอวีซ่าก็ไม่ต้องกังวล เพราะมันเป็น case ของเราคนเดียวเท่านั้น

ขอแค่คุณเตรียมตัวไปตอบคำถามเค้าเรื่องโครงการกับเรื่องครอบครัวแล้วที่บ้านไปก็เพียงพอแล้ว

ส่วนตัวเราจะขออีกครั้งมั้ย ถ้าไปขอแล้วต้องมาคอยรองรับอารมณ์ของผู้สัมภาษณ์ว่าจะดีหนือไม่ดีอีก เราคงไม่ขอแล้ว เพราะไม่อยากให้คนที่ไม่รุจักกัน หรือไม่ใช่แม้แต่คนของประเทศเรามายืนด่าเราบนผืนแผ่นดินของเราถึงแม้ว่าจะเป็นในพื้นที่ สถานฑูตของอเมริกา ก็เถอะ แต่มันก็คือผืนแผ่นดินเกิดของเรา ที่แม้แต่ประเทศคุณเองก็ยังไม่สามารถแม้แต่จะมีภาษาเป็นของตัวเอง และเป็นประเทศที่ชอบเข้ามาทำความแตกแยกให้กับประเทศอื่นๆ

ขอโทษด้วยสำหรับคนอเมริกันที่อ่านภาษาไทยออก เราเพียงอ้างอิงถึง คน ๆ นั้นไม่ได้หมายถึง คนอื่น ๆ แต่อย่างใด


ขอให้ทุกคนโชคดี
ผู้แสดงความคิดเห็น คนผิดหวัง วันที่ตอบ 2008-07-31 13:56:14 IP : 125.25.149.117


ความคิดเห็นที่ 50 (2888401)
avatar
บีบี
สงสัยได้ตาอ้วนคนเดียวกันแน่ๆเลย
ผู้แสดงความคิดเห็น บีบี วันที่ตอบ 2008-08-07 10:18:50 IP : 58.8.99.30



[1] 2 ถัดไป >>


Copyright © 2010 All Rights Reserved.