ReadyPlanet.com


ชีวิตจริงออแพร์
avatar
ธัญญ่า


 

กระทู้นี้ อยากจะขอเปิดเอาไว้ เพื่อเป็นกระทุ้สำหรับเพื่อนๆ ออแพร์ทุกคนที่ต้องการเล่าประสบการณ์ต่างๆ ขณะเป้นออแพร์ หรือก่อนจะได้มาเป้นออแพร์ก็ตาม แต่ที่แน่ๆ คิดว่าหลากหลายประสบการณ์ของเพื่อนที่ได้มาเป็นออแพร์แล้ว ย่อมเป็นบทเรียนที่มีคุณค่า และเป็นเรื่องที่น่าสนใจแก่เพื่อนๆ ออแพร์รุ่นหลังๆค่ะ

 



ผู้ตั้งกระทู้ ธัญญ่า โพสต์และแสดงความเห็นเฉพาะสมาชิกเท่านั้น :: วันที่ลงประกาศ 2006-06-24 00:50:02 IP : 61.19.170.190


[1] 2 ถัดไป >>

ความคิดเห็นที่ 1 (514127)
avatar
Tanya
 

เราอยากเล่าเรื่องประสบการณ์รีแมทช์ของเราให้เพื่อน ๆ ได้รับรู้ เพื่อที่จะได้แชร์ประสบการณ์และบางทีอาจจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนออแพร์ที่กำลังเลือกโฮส เรื่องราวอาจจะยาวสักหน่อย ยังไงก็หาเวลาว่าง ๆ อ่านแล้วกันนะ 

ตอนที่เราตัดสินใจแมทกับครอบครัวนี้ก็เพราะว่าเราชอบschedule ทำงาน 9am-5pm และเท่าที่คุยโทรศัพท์และอีเมลล์ เค้าดู nice มาก เราตัดสินใจแมทกับเค้าโดยที่ไม่แคร์ว่าเค้าเราต้องดูแลเด็ก 4 คน เราคิดว่าเราอยู่ได้ถ้าโฮสดี จนกระทั่งเรามาถึงบ้านโฮสวันพุธที่ 18 พ.ค.2005 ตอนแรก ๆ เค้าก็ดูดี ดูfriendly ชวนเราคุยกับโน่นถามนี่เกี่ยวกับเมืองไทย เราก็รู็้้้้้้สึกดี

แต่พอมาวันเสาร์เค้าชวนเราไปเที่ยว mall ที่ New Jersey (เราลืมบอกไปว่าเราอยู่ Manhattan, Ny) เราก็ไป พอถึงเวลากินข้าวเค้าก็บอกว่าลองเดินดูว่าอยากกินอะไร มันเป็นแบบfood court อ่ะ แต่เค้าไม่ได้ให้้ตังค์เรา หมายความว่าเรา ต้องออกเอง แล้วเวลาเค้าทำdinnerนะน้อยมากกิน 3 คนก็หมด เราก็เลยไม่กล้า ขอเพิ่มก็กินเท่าที่เค้าตักให้ จนประมาณสองอาทิตย์ ยีนส์ที่เราเอาใส่ไม่ได้หลวม มาก ๆ จนเราทนไม่ไหวเราตอนหลังเราก็ไปตักเพิ่ม ไม่สนใจมีน้อยมีมาก ก็ชั้นกินไม่อิ่ม ทำงานเหนื่อยมาทั้งวันจะให้ทำยังไง  เราเห็นว่าเค้าสังเกตตลอดเวลาที่เรา
ตักเพิ่มว่ากินอะไรบ้าง จนทำให้เรารู้สึกอึดอัด จนเราเริ่มไม่แน่ใจว่าของในตู้เย็น เรากินได้มั้ย เราก็เลยถามเค้า เค้าก็บอกว่าได้ ชัวร์กินไปเลย แต่รู้มั้ยถึงเวลาเรา หยิบของออกมากินจริง ๆ เค้าจะสังเกตตลอดและไม่พอใจ

มีอยู่วันนึงเราจะไปหาเพื่อนเราที่ต่างเมืองเราต้องไปขึ้นรถไฟที่ Grand Central แต่เรามีเวลาไม่มาก เพราะLARดันมาเราตอนที่เรากำลังจะไป เราต้องคุยกับเค้า ประมาณ เกือบสองชั่วโมงทำให้เราช้ามีเวลาแค่ครึ่งชั่วโมงต้องไปถึงสถานีรถไฟให้ทัน โฮสเดินไปส่งที่subway ตอนนั้นเรารีบมากไม่มีเวลาซื้อmetro card แต่พอดี เรามีmetro cardที่โฮสแดดให้เราไว้เวลาไปรับลูกเค้ากลับจากโรงเรียน เราก็เลยถามโฮสมัมว่า เราใช้ได้มั้ย เค้าก็ดูไม่ค่อยเต็มใจให้เราใช้ซึ่งมันแค่ สองเหรียญ  จริง ๆ เราอยากลองใจเค้าด้วยแหละว่าจะยังไง  รู้มะพอเรากลับมาและเราต้องไป
รับลูกเค้าที่โรงเรียนเค้าให้เราเิดินไปรับลูกเค้า ไม่ให้ใช้metro card เดินไปประมาณ 14บล็อคได้ เราก็เริ่มเอ๊ะใจแล้วว่าครอบครัวนี้ยังไง หลังจากนั้นเค้าเริ่ม ไม่จ่ายเงินอาทิตย์เรา แต่เรายังไม่กล้าทวงเพราะเห็นว่าแค่อาทิตย์เดียวเค้าอาจจะจ่าย พร้อมกับอาทิตย์หน้าก็ได้ เราก็เลยเฉย พอครบสองอาทิตย์เค้ากลับจ่ายเงินให้เราอาทิตย์เดียว เราก็เลยทวงของอาทิตย์ที่แล้วว่าเรายังไม่ได้ เค้ามองหน้าเราแปลก ๆ เค้าบอกว่าเค้าคิดว่าเค้าให้เราแล้ว แล้วเค้าถามว่า Are you sure? มันทำให้เราโมโหมากเลย ด้วยสีหน้าและท่าทางของเค้า เหมือนเราโกหก เราเลยเดินออกจากบ้านไป ร้องไห้ไป เราทำงานเหนื่อยมาทั้งอาทิตย์ เด็กเราก็ดื้อมาก คน 3 ขวบ ทั้งเต๊ะ ต่อย หยิก ถีบ สารพัด ไม่เคยเชื่อฟังเราเลย บอกเราทุกวันI need you to go home, I don"t need you. I need only my parents. แต่เราเข้าใจนะเพราะว่าเราเพิ่งมาอยู่ เด็กอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับเรา แต่เราเจ็บตัวทุกวันมีรอยช้ำตลอด ทั้ง ๆ ที่เราทำดีกับเค้า มันทำให้เราเหนื่อยใจมาก คิดตลอดว่ามาทำอะไรที่นี่ แต่เราก็ต้องอดทน

ในที่สุดเค้าก็ยอมจ่ายเงินอาทิตย์ที่ค้างอยู่ให้ แต่เรารู้สึกไม่ดีกับเค้ามาก ๆ เราบอกเค้าไปเลยว่า I don"t like when looking me like that, I don"t want to take your money. มันเป็นเงินที่เราควรจะได้ เรารู้สึกว่าเค้าtake advantage จากเราใช้งานเราเต็มที่ โกงเวลาทำงานเราด้วย ให้เราทำงานบ้านทุกอย่าง เค้าแตกต่างจากตอนที่เราคุยกันก่อนที่จะมา มาก ๆ หน้ามือหลังมือเลยล่ะ

ตอนนี้เราอยู่ที่ Mississippi เค้ามา vacation ที่นี่เกือบสองเดือน ซึ่งเราไม่อยากมาเลย เพราะเราคิดอยู่แล้วว่าจะรีแมท แต่เรายังทำไม่ได้เหตุผลยังไม่เพียงพอที่จะรีแมท เราก็เลยต้องมา แต่ก่อนมาเราแพ็คของทุกอย่างของเราไว้ในกระเป๋าเดินทางหมดแล้ว พอมาถึงเค้าให้เราอยู่บ้านหลังเล็ก หลังบ้านญาติเค้า ส่วนเค้าอยู่ที่คอนโดริมทะเล เราต้องเดินไปทำงาน โทรศัพท์ก็ไม่มี เน็ทก็ไม่มี จะเช็คเมลล์ทีต้องมาขอญาติเค้าใช้  แล้วโฮสเราก็ไม่เคยซื้อของให้เรากินเลย ถ้าเราไม่ไปเดินไปหาเค้า เราจะไม่มีอะไรกินเลย ในที่สุดเราก็เลยถามเค้าว่าเราไม่มีอะไรกินเลย
ตอนเย็นกับเสาร์อาทิตย์ เค้าบอกว่าเค้ารับผิดชอบเรื่องอาหาร ของเราแค่เวลาทำงานเท่านั้น หลังจากเวลางานเราต้องรับผิดชอบตัวเอง ซึ่งมันผิดกฎนะ โฮสต้องดูแลเรื่องอาหารให้ออแพร์ทุกมื้อ เสาร์อาทิตย์ ถ้าอยู่บ้านออแพร์ต้องมีอาหารกิน เราเลยรู็สึกทนไม่ไหว และคิดว่าเราอยู่กับครอบครัวนี้ไม่ได้แน่ ๆ เราต้องซื้อ อาหารเย็นกินเองทุกวัน เสาร์อาทิตย์ก็เหมือนกัน เราไม่แฮบ***เลย จนเค้าสังเกตเห็น และเค้าคงรู้ว่าเป็นเพราะอะไร เค้าเลยถามเราว่าอยากจะไปอยู่กับครอบครัวอื่นมั้ย เราเลยว่าโอเค เราอยากไปอยู่กับครอบครัวอื่น เค้าบอกว่าพรุ่งนี้จะโทรไปแจ้ง
ที่ Utah

แล้วสถานการ์ก็กลับกลาย พอศูนย์Utah โทรมาหาเรา เค้าบอกว่าจะส่งเรากลับเมืองไทยเพราะเราไม่ safetyเด็ก เราก็งงเค้าบอกว่า จากเหตุการณ์ที่เด็กโดนมีดบาดมือ และ เราทิ้งเด็กไว้ใน Park เึ้ค้าไม่สามารถส่งเราให้โฮสอื่นได้ เราอธิบายให้เค้าฟังว่า ที่มีดบางมือเด็กเป็นaccident ตอนนั้นเด็กอยากดูดีวีดี เราก็ไม่รู้ว่ามันเปิดยังไง เพราะเค้ามีหลายเครื่องมาก และเราเพิ่งมาถึงใหม่ ระหว่างที่เราดูเครื่องดีวีดีอยู่ เด็กวิ่งไปหยิบมีดในครัวมาแกะพลาสติคที่หุ้มดีวีดี อยู่ แค่เวลาแค่แป๊บเดียว เพราะครัวกับห้องรับแขกใกล้กันมาก ตามสไตล์คอนโดอ่ะนะ พอเราหันกลับมาอีกทีเราตกใจมาก เราเห็นเด็กถือมีดเรารีบบอกให้วางและอย่าหยิบอีกเด็ดขาด แต่สายไปแล้วมีดบาดมือไปแล้ว เราก็เลยทำแผลให้ พอโฮสกลับมาเราก็บอกเค้า เค้าก็เฉย ๆ ไม่เห็นว่าอะไร เราไม่คิดว่ามันจะเป็นปัญหาใหญ่ เพราะเค้าไม่เคยพูดถึง หรือว่าอะไรเราเลย ส่วนเรื่องทิ้งเด็กไว้ในpark เราก็ไม่เคยทำ ที่ศูนย์Utah บอกว่าในparkมี pond ซึ่งอาจทำให้เด็กเป็นอันตรายได้ อันนี้เรางงมาก เพราะส่วนใหญ่parkในนิวยอร์คเปิดสปริงเกอร์ เหมือนสปริงเกอร์รดน้ำสนามหญ้าแบบนั้นน่ะ อาจจะใหญ่กว่า จะเปิดตอนซัมเมอร์ให้เด็ก ๆ เล่นน้ำ มันเป็นพื้นปูนราบ ๆ เลยอ่ะ
อาจจะมีน้ำขังนิดหน่อยไม่ถึงข้อเท้า ไม่มีทางที่เด็กจะจมน้ำได้ เรางงมากเค้าเอาอันนี้มาเป็นเหตุผล เหมือนใส่ร้ายให้เราผิดอ่ะ

เรานะทั้งขอร้อง และ อ้อนวอนให้เค้าช่วยเราไม่ส่งเรากลับ Utah ไม่ฟังอะไรเลย ไม่คิดจะช่วยเราด้วย ซึ่งทั้ง ๆ ที่เราไม่ผิด เราเสียใจมากพอรู้ว่าต้องกลับเมืองไทย เพราะเพิ่งมาอยู่แค่ไม่ถึงสองเดือน เราไม่ได้ทำอะไรผิดร้ายแรงขนาดนั้น จนพี่มี่โทรหาเราถามความจริงจากเราว่าเป็นยังไง เราก็เล่าให้เค้าฟัง เค้าดีมากช่วยเรา ปลอบใจเราให้เราเข้มแข็งยังไงเค้าก็ไม่ยอมเหมือนกัน มันไม่แฟร์สำหรับเรา เค้าบอกแบบนั้นวันต่อมา ที่ศูนย์Utahโทรหาเราบอกว่าจะออนไลน์ไฟล์ของเราอีกที แต่เราต้องหาโฮสให้ได้ ภายใน 10 วัน ถ้าเราหาไม่ได้เราต้องกลับ เค้าไม่ให้เวลาเราสองอาทิตย์เหมือนคนอื่น เราเครียดมากและเราก็ไม่คิดว่าจะหาครอบครัวทัน เวลามันน้อยมาก แต่เราโชคดีที่มีพี่มีและเพื่อน ๆ ช่วยเราหาโฮส ทุกคนดีมาก ให้กำลังใจเราตลอด พี่มีโทรหาเราทุกวันบอกว่ายังไงเค้าก็ช่วยเรา ยังไงก็ไม่ิทิ้งเราแน่ ๆ ให้เราใจเย็น มันทำให้เรารู้สึกดีมาก  เราอยากขอบคุณทุก ๆ คน จริง ๆ ที่ช่วยเรา มันเป็นเวลาที่เรารู้สึกแย่มาก ๆ ในขณะเดียวกันเราก็ไ้ด้รู้ว่าเรายังมีเพื่อนที่ดีคอยช่วยเหลือเราอยู่ P"mee  Kae, Joop, Jo, Jay, Tanya, Ko, Aom, Yui, nimon, Bim และทุก ๆ คนที่ช่วยเรา ขอบคุณจริง ๆ

เราลืมเล่าเรื่องLARของเราให้ฟัง ตอนที่เรามาอยู่ได้สองอาทิตย์ เรามีปัญหากับครอบครัว เราโทรไปหาเค้า เค้าก็บอกว่าไม่ว่างคุยกับเราให้เราเมลล์ไปบอกรายละเอียด เค้าไม่สนใจปัญหาของเรา ไม่เคยคิดจะช่วย ใจจริงเราไม่อยากเมลล์เพราะว่ามันจะเป็นหลักฐาน และเราก็กลัวว่าเค้าจะforward ไปให้โฮสอ่าน แต่ในที่สุดเราก็ต้องเมลล์เพราะเค้าไม่คุยกับเราทางโทรศัพท์ เราเมลล์ไปเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังทุกอย่างว่าเป็นยังไง แล้วก็ใจจดจ่อว่าเค้าจะตอบเมลล์เรายังไง แต่พอเราอ่านเมลล์เค้าแล้วเราอึ้งมาก เค้าเมลล์กลับมาว่าเรา ว่าเราไม่เข้าใจว่าออแพร์คือ
อะไร เราไม่เหมาะสมที่จะเป็นออแพร์ เค้าบอกว่ามันเป็นculture shock ซึ่งเราว่ามันไม่ใช่ เค้าบอกว่าเราถ้าเรารับอะไรที่แตกต่างไม่ได้ อายุก็ขนาดนี้แล้ว ให้กลับบ้านไป พิมพ์เน้นตัวใหญ่ด้วยนะ เราเลยforward เมลล์ให้พี่มี่ และ เพื่อนเราอ่าน ทุกคนมีความเห็นตรงกันว่า เค้าเขียนเมลล์กลับมาหาเราให้แย่มาก และตอนที่เรารีแมท มันก็บอกที่ศูนย์ใหญ่ว่าให้ส่งเรากลับ เราไม่เข้าใจ มันร้ายกับเรามาก ทั้ง ๆ ที่เราไม่เคยทำอะไรให้เลย เราอยากบอกเพื่อน ที่กำลังเลือกแฟมิลี่ ของโกออแพร์อยู่ว่า ถ้าเป็นไปได้อย่ามาอยู่ New York City, Weschester (NY) เพราะจะได้ไม่
ต้องมาเจอLAR แย่ชื่อ Eva Emoroso แล้วพิจารณาให้ดีเวลาเลือกแฟมมิลี่ อย่ารีบร้อนเลือก เพราะรอนาน อย่าเด็ดขาด และระวัง O"Neal family ด้วย เราหวังว่าเพื่อน ๆ จะได้ครอบครัวดี ไม่มาเจออะไรแย่ ๆ เหมือนเรา  หนึ่งปีถ้ามีความสุขอ่ะมันแป๊บเดียว แต่ถ้าไม่มีความสุขมันนานมากเลยนะ

เรื่องของเรายาวมากเลยใช่ม้า ยังไงก็ขอบใจนะที่อ่านมาจนจบ  เฮ้อ สบายใจจัง ได้เล่าเรื่องทั้งหมดแล้ว เราก็แค่คิดว่าบางทีประสบการณ์ของเราอาจจะเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น ตอนนี้เราได้ครอบครัวใหม่ที่ชิคาโก ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นยังไง เพราะเราไม่มีชอยส์ให้เลือก ยังไงก็ลองอีกสักครั้ง ถ้ามีประสบการณ์อะไรแปลก ๆ ใหม่ ๆ จะมาเล่าให้ฟังอีกนะ ถ้าไม่ขี้เกียจอ่านกันซะก่อน อิ อิ

ปล จากเพื่อนออแพร์คนหนึ่ง

ผู้แสดงความคิดเห็น Tanya วันที่ตอบ 2006-06-24 01:03:28 IP : 61.19.170.190


ความคิดเห็นที่ 2 (514132)
avatar
ธัญญ่า
 

คิดมากไปหรือเปล่า

เมื่อวานได้คุยกับรุ่นน้องออแพร์ น้องคนนี้คือคนที่ธัญญ่าเล่าว่ามากับไทยเมกันแล้วรีแม็ทช์มาได้ไม่ถึงสามเดือนเอง แต่ว่าสุดท้ายมีโฮสบ้านแถว ๆ นั้นเขาต้องกาพอดี ( ลูกคลอดพอดี ฮ่าๆ สวมเลย )

แต่ว่า เหตุการณ์ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น เมื่อวันหนึ่งขณะที่ออแพร์กำลังนั่งปล่อยสุขวดี อยากเต็มที่ ห้องน้ำก็ล๊อกอย่างดีค่ะ แต่ว่า ประตูเปิดผ่างออกมาค่ะ หน้าโผล่มาเต็ม ๆ โฮสพ่อจ้า ครานี้ออแพร์ทำงัยละ กางเกงในยังอยู่กับตาตุ่มอยู่เลยอะ แล้วแหมวันนั้นใส่เสื้อเอวลอยเสียด้วย ไม่ม่อะไรปิดอีหมกตามะเลย ก็เลยเห็นไปเต็ม ๆ ๆ ทำอะไรไม่ได้เพื่อนจึงได้ร้องกรี๊ด ๆ ลั่นห้องน้ำ แล้วโฮสพ่อก็บอกว่าขอโทษ ขอโทษ แต่ไม่ยอมพลุบออกไปนั้นละ คงจะตกใจเสียกรี๊ด หรือตกใจของแปลก ฮ่าๆๆๆ สุดท้ายประตูห้องน้ำปิดลง แต่ว่าเพื่อนอายมาก ไม่กล้าเดินออกไปแล้ว ก็นั่งรอในห้องน้ำจนกว่าโฮสแม่จะมาละกัน

รอไปครึ่งชั่วโมง โฮสแม่ก็มา ได้ยินเสียงโฮสแม่ ก็โผล่มารายงานผลว่าลูกเขาเป็นง้ย แล้วก็เข้าห้องนอนไปเลยค่ะ ปกติโฮสพ่อจะกลับบ้านมาก่อนโฮสแม่หนึ่งชั่วโมง แล้วปกติเมื่อกลับมาก็จะคุยกัน ว่าลูกเป็นงัย ทำอะไรมั้ง แต่ว่าหลังจากเหตุการณ์นั้นแล้ว พอพ่อมาก็บอกว่า เดี่ยวดูลูกเอง เพื่อนก็ได้หยุดไปเลย แต่ว่า อาการแปลก ๆ ก็เริ่มเกิดขึ้นนะ

วันหนึ่งออกไปกินพิซซ่าด้วยกันทั้งบ้าน ตอนต่อแถวสั่งิพิซซ่าเพื่อนธัญญ่าก็แหมรัดผมอย่างงาม ใส่ตุ่มหู แต่งหน้าหน่อยๆ (ขอเกิดหน่อยเถอะ อยู่กับบ้านเป็นป้าซิ่มมาตลอด ออกนอกบ้านขอหน่อยนะ ฮ่าๆๆ) โฮสพ่อเห็นนี้ มองเพื่อนตั้งแต่ห้องน้ำเลยนะ แล้วพอมาต่อหลังก้บอกว่า คุณดูดีนะวันนี้ ตุ้มหูสวยนะ เหมาะกับคุณ พูดต่อหน้าเมียเลย เพื่อนทำหน้าไม่ถูก นึกในใจ จะมายุ่งอะไรกับฉัน ความผิดนะมีนะ จำไม่ได้หรืองัย ฮ่าๆๆ

แล้วพอมาถึงบ้าน เมียอุ้มลูกออกจากรถ เพื่อนขนของเด็กออกจากรถ (กระเป๋าพวกผ้าอ้อมเด็ก ขวดนมไรงี้นะจ๊ะ) พ่อมันสิ เปิดประตูให้เพื่อนแทนที่จะเปิดให้เมียที่อุ้มลูก แล้วมาเปิดประตูบ้านให้พร้อมรอปิดอย่างนี้ เพื่อนนี้ คิดว่ามัน เอ ยังงัยกะตูหว๊า

แล้วล่าสุด โฮสพ่อกลับมาบ้านแล้วก็บอกว่าจะดูลูก เพื่อนก็เข้าห้อง แล้วที่นี้โฮศแม่โทรมา แต่ว่าโฮสพ่อไม่รับเขาก็เลยว่า ให้ไปให้โฮสพ่อด้วย จะคุย ธุระด่วน เพื่อนก็วิ่งขึ้นไปในห้อง เคาะประตูนะค่ะ ที่นี้โฮสพ่อออกมาในชุด ผ้าขนหนูพันตัวช่วงล่าง อกนะคะ น้ำพราวค่ะ โฮ้ แล้วเพื่อนก้ไม่มองหน้า (เดี๋ยวระงับอารมณ์ไม่อยู่) ก็ยื่นโทรศสัพท์ให้ โทรศัพท์ก็ยาว ๆ นะ เพื่อนนี้จับปลายสุดของโทรศัพท์นะ แต่ว่าโฮสนี้ก้ยังมารับโทรศัพท์กุมมือเพื่อนกุ้มสี่นิ้ว (ขาดนิ้วโป้งมันหลบอยู่) ฮ่าๆๆ ใจเพื่อนนี้สั่นเลย หวาบหวิว ฮ่าๆๆ

เพื่อนไม่เข้าใจว่าโฮสจะเล่นอะไรกันแน่ เพื่อนบอกว่า โฮสพ่อน่าตาดีมาก หนุ่มมาก ธัญญ่าถามว่าหนุ่มแค่ไหนกันเชียว เพื่อนตอบว่า อายุ 26 จ๊ะ เพื่อนนะ ยี่สิบสี่ กร๊าก โฮ้สุดท้าย ก็ได้แต่บอกเพื่อนว่า เฮ้ย คิดมากไปหรือเปล่า อิๆ ๆ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-06-24 01:07:59 IP : 61.19.170.190


ความคิดเห็นที่ 3 (514133)
avatar
ธัญญ่า

โฮสให้เลิกคบกับแฟน

ออแพร์คนนี้รีแม็ทช์มาอยู่กับบ้านนี้ แล้วที่นี้ เขาก็มีแฟนที่รู้จักกันทางเน้ท เจอกันแล้วก็แลกเบอร์โทรกัน แล้วก็เอ้อไปเดทกันนะ ชายคนนี้เป็นหนุ่มเมกันนะ แล้วที่นี้ โฮสบ้านนี้จะแปลกมาก คือทุกครั้งที่ออกจากบ้านจะถามตลอดว่า ไปไหน ไปกับใคร รู้จักกันได้อย่างไร ทำอาชีพอะไร อยุ่ที่ไหน เรียนจบอะไร คือว่าซักประวัตินะ คืออันนี้มันเกินไปนะ ในความคิดธัญญ่านะ ไปไหนกลับเมือ่ไหร่ และติดต่อได้อย่างงัย หากฉุกเฉินก็พอแล้ว นอกนั้น นี้ส่วนตัวทั้งนั้น แต่เพือ่นตอบหมด จนเขารุ้ว่ามีแฟน ก้เลยห้ามคบให้เลิกคบกับคนนี้ อ้างว่า เธอจะเชือ่ใจเขาได้งัย รุ้จักกันทางเน็ท เขาอาจมาหลอกหลวงหาข้อมุลภายในบ้าน แล้วก็มาลักตัวเด้ก ขโมยของก็ได้ แล้วฉันสืบมาแล้วนะ (คือว่าโฮสพ่อทำงานสืบสวน) เขาบอกว่าเขาเช็คเบอร์โทรนะ ว่าโทรมาจากบริเวณที่เกิดอาชญากรรมบ่อยมาก อันตรายต่อลูก( งง อะ แล้วมันเกี่ยวกับลูกมันตรงไหน) ที่นี้ก็เลยห้ามแฟนของau pair โทรออกโทรเข้าเด็ดขาด ทำก้ไม่ได้เพราะว่าทุกเบอร์ที่เข้าและออกบ้านนี้จะเชื่อมกับคอมของโฮสพ่อหมด แล้ว host มันจะเช็คจะถาม au pair หมดเลยว่าแต่ละเบอร์คือใคร เฮ้อ กรรมของกรรม

เขาบอกว่า ถ้ายังคบต่อเขาก็คงไม่เอาไว้ คงจะรีแม็ทช์เพื่อน เพื่อนกลัวจึงยอมตกลงเลิกกับแฟน เฮ้อ น่าสงสาร ทั้งที่ถูกกระทำเกินสิทธิ์แล้ว แต่ก็ต้องทนเพราะว่าไม่อยากรีแม็ทช์ และรีมาแล้วหนึ่งครั้ง แล้วมากับไทยเมกัน เธอว่า มากันหกคน (มากันหกคือนับตอนบินออกจากไทยด้วยกันนะค่ะ) ตอนนี้โดนไปหนึงเหลือห้า

เธอกลัวเอเจนซี่ไม่รับประกันหาโฮสให้อีก เพราะว่าคราวที่แล้วก็ร้องไห้ทุกคืนกลัวไม่มีโฮสแล้วถูกส่งกลับบานเพิ่งมานะจ๊ะ แล้วก็มีนี้ละบ้านนี้ติดต่อมา ยังงัยก็ต้องเอา แล้วที่นี้ก็ต้องทนไปละนะ แฟนเขาก็บอกว่าไม่แฟร์ที่จะมาตัดสินเขาว่าดีไม่ดี ไม่คบแล้วจะรู้ได้งัย เพื่อนก็เลยแอบคบ เสาร์ทิตย์ออกไปหา ก็ต้องโกหกโฮส แล้วโฮสก็ช่างซักเหลือเกิน ธัญญ่าก็แนะนำว่าซื้อมือถือสิจะได้โทรได้ ของเราเอง แล้วที่นี้เขาบอกว่า กลัวโฮสเจออีก เพราะว่าห้องนี้ล๊อกไม่ได้ โฮสอ้างว่า ห้องฉันไม่เคยล๊อก เธอเข้าได้ ห้องเธอก็ไม่ต้องล๊อค ฉันเขาได้เหมือนกัน เฮ้อ ธัญญ่าก็ได้แต่เศร้าแทน ก็บอกว่า อย่างนี้ต้องบอกที่ปรึกษาท้องถิ่นอย่างเดียว ๆต้องบอกแล้วจ้า ถึงเวลาตอ้งพูด ปล่อยเขาล้ำสิทธิ์ จนไม่มีเหลืออะไรแล้ว แล้วก้อต้องยอมทนเพราะว่ากลัวไม่มีโฮสอะ ก็จริง เป็นธัญญ่า ธัญญ่าก็กลัว


ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-06-24 01:08:35 IP : 61.19.170.190


ความคิดเห็นที่ 4 (514134)
avatar
ธัญญ่า
 

โฮสพ่อ ย่องหากลางดึก ขอให้นวด

เรื่องนี้ก็เกิดกับเพื่อนของธัญญ่าอีกแหละ อนุญาตให้เขียนได้ เว้นแต่ไม่ต้องเอ่ยนาม ฮ่าๆๆ นับวันก็ทำเหมือนข่าวหนังสือพิมพ์เลยวุ้ย ต้องมีชื่อนามสมมุติกันนะนี้

คือว่า เพื่อนธัญญ่ามาอยู่ที่บ้านนี้ ตอนที่มาถึง ออแพร์คนเก่าซึ่งเป็นคนไทย ก็ยังอยู่นะค่ะ คือว่าเขาเอามาให้ทำงานคาบเกี่ยวกัน(overlap) สองอาทิตย์เห็นจะได้ แล้วที่นี้ ออแพร์คนเก่านี้ก็บอกว่า ระวังโฮสพ่อด้วยนะ มันเคยขอฉันมีอะไร(sex)ด้วยละ

แต่ว่าเพื่อนธัญญ่าก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะว่า ประมาณว่า หน้าตาฉ้านเป็นอาวุธ ฮ๋าๆๆ แล้วที่นี้ พอออแพร์คนเดิมกลับไทย โฮสพ่อเขาก็ให้ความสนิทสนมกับเพื่อนธัญญ่า พาไปสอนขับรถ เวลาขับรถก็มีถูกตัวจับมือ อะไรงี้ เพื่อนก็ไม่ได้คิดอะไร แล้วโฮสพ่อก็ยังพาไปเปิดบัญชีธนาคารให้ ขณะที่รอเปิดบัญชี โฮสพ่อถามเพื่อนว่า ออแพร์คนเก่าเคยพูดอะไรถึงเขาบ้างไหม ที่นี้เพื่อนธัญญ่ามันก็ตะหงิดใจ พูดเรื่องไรละ คือก็รุ้แหละว่าเพื่อนบอกให้ระวังตัวกับอีตาโฮสพ่อ แต่แหมจะไปบอกเขาตรงๆ ได้งัย ก็เลยตอบว่า ก็ไม่ได้พูดอะไรนี้ค่ะ

เหตุการณ์ก็ผ่านได้ประมาณสองเดือน ที่อยู่มา ก็มีความสุขดีตามอัตภาพ แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น นั้นคือ วันเกิดเหตุ เป็นวันที่โฮสพ่อและโฮสแม่ไปกินเลี้ยง แฟนซีไรไม่รุ้ แล้วขอให้เพื่อนนี้เฝ้าเด็กที่กำลังนอนหลับให้ด้วย ก็กว่าจะกลับก้ประมาณห้าทุ่มเห็นจะได้ (ตอนที่โฮสนี้กลับมา ืพื่อนก็ยังคุยโทรศัพท์กับธัญญ่าอยู่เลยนะ) แล้วที่นี้ เพื่อนก็เลยขอตัววาง เพราะว่าโฮสมาแล้ว แล้วจะเข้าห้องนอนโทรหาแฟนต่อไปนะจ๊ะ แล้วที่นี้พอเพื่อนลงมาข้างล่างก้โทรคุยกับแฟนที่เมืองไทย ก็แหม คุยกันออกรสออกชาติมาก ตามประสา แล้วพอดีหูเพื่อนไปไดิยินเสียงเคาะประตู คือว่าอารมณ์ตกใจนะค่ะ ไม่รู้ว่ามาเคาะนานหรือยัง เพระาว่ามัวแต่คุย แล้วก็คิดว่ามีอะไรหรือเปล่า เพระาว่า เพิ่งลงมาจากที่ดูเด้กนอกเวลา ก็คิดว่าเขามาเคาะนานแล้ว ก็เลยไปเปิดประตูเลยคะ ใจไม่ได้คิดอะไร แล้วปรากฏเป็นโฮสพ่ออะค่ะ แล้วมันก็เดินเข้ามาในห้องเลยนะ แล้วก็บอกว่า เมือยนี้ อยากจะให้นวดหน่อย เพื่อนก็เลยบอกแฟนว่า เดี๋ยวโทรกลับ

คราวนี้เพื่อนก็แบบว่า เอางัยละนี้ มันมาแล้ว มันมาถึงห้องเลย แต่ยังไม่ตอบอะไร ว่าจะนวดไม่นวดนะค่ะ โฮสพ่อมันถอดเสือ้ แล้วขึ้นไปนอนคว่ำหน้า อยู่บนเตียงเรียบร้อยแล้วอะ แล้วมีการบอกเพื่อนว่า เปิดทีวีดูก้ได้นะ (มันทำตัวตามสบาย คิดว่านี้เป็นห้องมันหรืองัยนี้) เพื่อนธัญญ่าก็กลัวแล้วสิ กลัวว่า ถ้าโฮสแม่ลงมาเห็นแบบนี้ มันตายแน่ ตอนนั้นก็คิดแต่ว่า ทำอย่างงัยก็ได้ ให้โฮสพ่อมันออกจากห้องไป ไว ๆ เป็นดีที่สุด เพื่อนก็เลยเข้าไปนวดมันให้ ประมาณสักสิบนาทีอะ เพื่อนก็บอกเสร็จ ๆ ไปได้แล้ว แล้วมันก็เอ้อ บอกขอบคุณนะ แล้วก็ใส่เสื้อ แล้วเดินออกไปจากห้อง พอมันออกไปจากห้องได้เท่านั้นแหละ เพื่อนธัญญ่านี้วิ่งไปห้องน้ำล้างมือใหญ่เลยค่ะ แล้วก็โทรไปหาแฟนว่า นี้มันมาให้นวด แล้วแฟนว่า ไล่มันออกไปหรือเปล่า เพื่อนก็บอกว่าเปล่า ก็นวดให้มันจะได้จบๆ จะได้ออกไป คราวนี้โดดแฟนเฉ่งเด๊ะ ทำทำไมละ เดี่ยวมันก็มาอีกหรอก ธัญญ่าก็ว่าไปนวดไหมละ เพื่อนก้บอกว่ามันไม่ได้ทันตั้งตัว ก็รุ้ แต่ว่าทำให้มันออกไปไวๆ เป็นดีที่สุด จะด่าลั่นกราดเกรียวเลยก็ใช้ที คนยังต้องยังอยู่บ้านเขาอยู่หน๊า

เราก็มาคิดกันว่า เอ้อ เอานะ ถ้ายังงี้ก้คือว่า ต่อไปนี้เพื่อนต้อง ตั้งแผนรับมันแล้ว คราวนี้เลยว่า ทุกครั้งที่มันถูกตัว เพื่อนจะบอกว่าไม่ชอบให้แตะค่ะ วัฒนธรรมไม่ต้องแตะตัว เป็นการไม่สุภาพ ดูถูกสตรี มันบอกโฮสพ่อ ไปอย่างงี้ โฮสพ่ออึ้ง แต่ว่าก็พูดดีๆอะ เอาวัฒนธรรมมาอ้าง แล้วที่นี้ไม่รู้งัย โฮสพ่อมันคงเข้าใจแล้วอะนะ ว่าเพื่อนคงไม่เล่นด้วย มันก็เลยไม่มาตอแหย ตอแหว อีกเลย

อย่างงี้แหละ คนเมกันนี้มันไม่ปล้ำ ถ้าสมยอม เล่นด้วย มันเอา แต่ว่ามันก็บุกมาดูลาดเลาก่อน ถ้าโอเช ก็จะได้เอโชกันไป

เรื่องโฮสพ่อกับอาการแบบนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นกับเพื่อนธัญญ่าคนเดียวนะ แต่นับว่าคนนี้คือเพื่อนสนิท เลยยินดีที่จะให้เปิดเผย (แค่ละนามจริงๆไว้เป็นอันใช้ได้) แล้วเรื่องทุกอย่างก็คือว่า ธัญญ่ารู้ละเอียดเพราะว่าารายงานสด นาทีต่อนาที เพราะเพื่อนก็ไม่รุ้จะไประบายกับใคร 

สำหรับใครที่มีเรื่องราว แบบนี้ อยากเล่าแลกเปลี่ยนกัน เพื่อสาวๆ ออแพร์จะได้รู้ไว้ เอาไว้ตั้งตัวรับมือได้ อย่าได้อายนะค่ะ ถือว่าทำบุญให้กับทุกคนค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-06-24 01:10:08 IP : 61.19.170.190


ความคิดเห็นที่ 5 (514135)
avatar
ธัญญ่า
Maynie


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 89
Rank :
สิงห์บอร์ด 2

Postความคิดเห็นที่ 26 || โพสต์เมื่อ : 8 ส.ค. 2548 เวลา 11:26 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 61.91.148.167  [ 61.91.148.167 ] อ้างถึงความเห็นที่ 26 แก้ไขความคิดเห็นที่ 26 กระทู้ที่ 139 ลบความเห็นที่ 26

อยากรู้ว่ามีออแพร์คนไหน มีปัญหาเรื่องโฮสพ่อบ้าง   

 เรามีเพื่อนคนหนึ่ง เป็นสาวผิวแทน หุ่นบาดใจฝรั่ง พอไปอยู่ที่โน่น โฮสพ่อใส่ใจเป็นพิเศษ เธอชอบเล่าให้อ้อฟังว่า ไม่เคยได้ขับรถเอง เพราะโฮสพ่อจะขับรถพาไปไหนมาไหนตลอด แล้วก็ชอบแอบให้ตังค์เพิ่มตลอด ไม่ว่าเวลาเธอต้องการจะไปเที่ยว รึว่าช๊อปปิ้ง  ส่วนซักผ้ารีดผ้า เธอก็ไม่ต้องทำ ปล่อยให้โฮสแม่ทำให้ลูกๆเค้าเอง (โดยมีโฮสพ่อคอยหนับหนุน)

 เราฟังทีแรกก็แม่งๆอยู่  แต่ก็ไม่อยากจะคิดอะไรมาก พอหลังจากนั้นมีสี่ห้าเดือน เราก็มารู้อีกทีว่าเพื่อนคนนี้โดดออกจากโปรแกรมแล้ว เค้าบอกเราว่าโฮสพ่อไม่ต้องการให้เธอมีแฟน (แนวหึงหวงง่ะ) ส่วนโฮสแม่ก็หึงเธอ  เธอเบื่อ เธอก็เลยออกมาอยู่กะ bf ซะเลย   เราฟังแล้วไม่รู้จะเข้าข้างใครดี   แต่คิดว่ากรณีโฮสพ่อแบบนี้คงไม่ได้เกิดกับเพื่อนเราคนเดียว  เลยอยากให้เพื่อนๆที่กำลังเจอกับปัญหาแบบนี้ช่วยกันแชร์บ้าง เผื่อคนไปรุ่นหลังๆจะได้มีทางหนีทีไล่ และมีแนวทางในการจัดการกะบางครอบครัวที่มีโฮสหัวงู


Back to top
ส่งข้อความส่วนตัวถึง Maynie เบอร์ msn maynie_singer@hotmail.com
ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-06-24 01:12:26 IP : 61.19.170.190


ความคิดเห็นที่ 6 (514138)
avatar
ธัญญ่า
 

ทำงานไม่ได้เงิน

อันนี้เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดเป็นกรณีปัญหามาได้ แต่ก็เิกิดแล้วจนได้ ทำงานไม่ได้เงิน ไม่อยากเชื่อว่าจะมีขึ้น ก็มีจนได้นะค่ะ เรื่องมันก็มีอยู่ว่า เพื่อนออแพร์ไปทำงานกับโฮสต์ โดยที่มีออแพร์คนเก่าของเขาทำงานอยู่ด้วย เป็นการมาสอนงานกัน ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า ทำ overlap กันคือมาซ้อนกันเืพื่อดูงาน สอนงาน จุดประสงค์คือ โฮสต์จะได้มีออแพร์ไ่ม่ขาดตอน และออแพร์ก็สอนงานกันไปเอง ไม่ต้องให้โฮสต์มายุ่ง

ที่นี้ออแพร์ไทยที่ไปทำงานซ้อนกับออแพร์ชาติอื่นอยู่สองอาทิตย์ แล้วโฮสต์บอกว่าสองอาทิตย์ที่ำทำไม่ได้เงิน ถือว่าเป็นการทดลองงาน  ที่นี้ออแพร์ทำงัยนี้ ทำงานสองทิตย์ไม่ได้เงิน ก็ไปบอกที่ปรึกษาเขาก็ว่าโฮสต์ไม่ต้องให้ก็ได้ เพราะว่าเป็นช่วงลองงาน  แล้วอย่างนี้ออแพร์ทำงัยละนี้ ที่ปรึกษาก็เข้าข้างโฮสต์กันไปเสียแล้ว ออแพร์มีทำทดลองงานด้วยหรือนี้ 

ท้ายทีสุดเอเจนซี่ที่ไทยช่วยโทรไปพูดกับโฮส สรุปว่าโฮสเขาก็บอกว่า เขาถามที่ปรึกษาแล้ว แต่ที่ปรึกษาบอกว่าไม่ต้องให้ เพราะว่าเอามาฝึกงาน เขาก็เลยไม่ให้ แล้วที่นี้คือว่าก็พูดถึงการรักษาน้ำใจ  โฮสต์ก็เลยบอกว่าจะให้ แต่ให้แค่อาทิตย์เดียว เพราะว่าอาทิตย์แรกที่มาไม่ได้ทำอะไร ออแพร์เก่าทำหมดเลย  ก็เอาเป็นว่าได้คนกลางมาช่วยไกล่เกลี่ยให้กับออแพร์ไป ได้เงินมาหนึ่งสัปดาห์

ถ้าเืพื่อน ๆ คนไหนไปทำงานซ้อน ก็ระวังเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้น  เพราะถ้าเกิดขึ้นแล้ว ถ้าไม่มีคนกลางหรือเอเจนซี่ไทยไปช่วยไกล่เกลี่ย แล้วที่ปรึกษากับโฮสต์มันเข้าข้างกัน ออแพร์อย่างเราก็ต้องกินคำว่าขอบใจ แทน เงิน ไปสินะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-06-24 01:20:16 IP : 61.19.170.190


ความคิดเห็นที่ 7 (514139)
avatar
ธัญญ่า
 

หนีเสือปะจระเข้

วันนี้ขอเราถึงเพื่อนคนหนึ่ง ที่มากับเอเจนซี่หนึ่ง แล้วก่อนมานี้ เขากลุ้มอกกลุ้มใจมาก เพราะว่าไม่รู้ว่าจะมาดีไหม ต้องลาออกจากงาน แล้วก็งานที่ทำก็ดีอยู่แล้ว เิงินทองก็โอเคได้รายได้ดี แต่ว่าที่นี้คืออยากมาได้ภาษา อยากมาเรียนต่อ เขาได้แม็ทช์ แล้วเขาัลังเลว่าจะไปขอวีซ่าดีไหม  เขาเริ่มไม่แน่ใจว่า โครงการนี้จะให้ในส่ิงที่เขาต้องการได้จริงหรือเปล่า จะคุ้มไหมกับส่ิงที่ตอ้งแลกกันไป   เพื่อนๆ ทักว่าอย่าไปเลย อายุเยอะัแล้ว ลาออกทำไม อะไรทำนองนี้ ธัญญ่าเห็นแล้วก็บอกว่า ถ้าอยากมาเรียนนะ ก็ขอวีซ่านักเรียนมาเพราะว่ามีเงิน แต่ถ้าอยากมาเที่ยว ชาตินี้ทำงานเก็บเงินก็ได้มาเที่ยวแน่ เที่ยวอิสระอยากไปไหนก็ไป ได้แน่นอน เขาบอกว่าเขาอยากมาเรียนก่อน อยากรู้ว่ามาแล้วได้อยู่สภาพกับฝาหรี่งแล้วเป็นงัย ธัญญ่าเข้าใจ ก็บอกว่า ถ้าคุณมาแล้ว ไม่ได้ทำในสิ่งที่คุณต้องการแล้วนั้นละ คุณจะนึกถึงเพลงพี่เบิรด์ "ฉันมาทำอะไรที่นี้"

เขาบอกว่าเขามั่นใจว่าโฮสต์เขาดี เด็กโตแล้ว ไม่ใช่เด็กเล็ก เป็นอย่างที่เขาต้องการ  พอดีว่าเอกสารดีเอสมาแล้ว ถ้าออแพร์ไม่ไปก็ต้องถูกหักเงินจากค่าประกัน  สุดท้ายเขาก็ตกลงว่ามา ขอวีซ่าผ่านอย่างไม่มีปัญหาใด ๆ แต่เมื่อมาถึงได้ประมาณสองเดือน เขาก็อยากรีแม็ทช์ เพราะว่ามาสองเดือนแล้วไม่ได้ไปไหน อยากเที่ยวแต่ว่ามาอยู่รัฐและเมืองที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยว โรงเรียนก็ไ่ม่ได้ไป เด็กก็เป็นอมนุษย์ เถียงและด่าออแพร์อีกต่างหาก รอจนได้สามเดือน จึงขอรีแม็ทช์ เขาก็ไม่รุ้ว่าเขาทำถูกไหม แต่เขาก็รักโฮสต์เก่าว่าดีมาก แต่ว่าเมื่อคนเรานะ ไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ ก็ต้องหาที่ๆ ที่ตรงใจต่อไป

รอคอลมาสองอาิทิตย์ก้ได้มาหนึ่งคอล ก็ย้ายมาอยู่บ้านใหม่ ไม่ถึงเดือน ก็อยากเปล่ยนบ้าน เพราะว่าโฮสต์พ่อแม่เป็นคนโมโหร้าย ทั้งคู่  แต่เด็กก็โอโอ  ตอนนี้มาก็ได้สี่เดือนแล้ว ก็ยังไม่ได้ไปโรงเรียนหรือออกไปเรียนภาษาที่ไหนเลย ตอนนี้เรากังวลกันว่า ถ้าขอรีแม็ทช์อีกหนจะถูกส่งกลับบ้านหรือเปล่านี้ เพราะว่าเอเจนซี่นี้มีกรณีขอรีแม็ทช์บ่อย แลวส่งกลับบ้านมาหยกๆ ธัญญ่าจึงได้แต่บอกเขาว่า ถ้าม้ันไม่เหลืออดเหลือทนจริงๆ ก็อยากเสียงเลย ไม่อยากให้เป็น หนีเสือปะจระเข้อีก

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-06-24 01:21:38 IP : 61.19.170.190


ความคิดเห็นที่ 8 (515019)
avatar
ธัญญ่า
wlp1721


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 21
Rank :
สิงห์บอร์ด 1

Postความคิดเห็นที่ 127 || โพสต์เมื่อ : 30 เม.ย. 2549 เวลา 03:32 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 69.134.159.212  [ 69.134.159.212 ] อ้างถึงความเห็นที่ 127 แก้ไขความคิดเห็นที่ 127 กระทู้ที่ 139 ลบความเห็นที่ 127

หวัดดีค่ะทุกคน..เราจะมาเล่าเรื่องของเราให้ฟังบ้าง เผื่อจะเป็นประโยชน์บ้าง

เราตัดสินใจไปอยู่กะครอบครัวหนึ่งที่แอลเอ โฮสพ่อเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โฮสแม่เคยเป็นทนายแต่ตอนนี้อยู่บ้านเลี้ยงลูก มีลูกสองคนค่ะ ลูกสาวเืกือบสามขวบแล้ว ส่วนลูกชายก็ประมาณ 8 เดือนค่ะ บ้านเค้าอยู่ในย่านที่ดีเพราะส่วนใหญ่ก็คนรวยๆ อยู่กันค่ะ มีต้นไม้และดอกไม้เยอะแยะ เคยมีออแพร์เป็นคนไทยมาก่อนแล้วจบโครงการ มีมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงอยู่ไม่ไกลจากบ้านมากนัก...แต่ ตอนที่เราอยู่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เรามีความสุขเลย

ก่อนที่เราจะตัดสินใจไปอยู่เราถามคำถามเค้ามากมาย แต่เค้าก็ไม่ได้ตอบเราเคลียร์ทุกข้อ และเค้าก็ให้คุยกะออแพร์คนเก่าของเค้า ออแพร์คนเก่าบอกเราว่าครอบครัวนี้ดี ไนซ์มากๆ เรื่องจ่ายตังค์ก็ไม่มีปัญหา เรื่องเรียนเราก็ไปเรียนได้ที่ ucla เพราะไม่ไกลจากบ้าน และโฮสก็เอามหาลัยมาหลอกล่อเรามากๆ แต่เราก็ไม่ได้ตัดสินใจเพราะมหาลัยอย่างเดียวหรอกนะ แต่มีออแพร์คนไทยมาการันตีว่าดีทุกอย่างนี่สิ ตอนนั้นผิดที่มองโลกในแง่ดีเกินไป คิดแต่ว่าคนไทยด้วยกันต้องช่วยกันอยู่แล้ว ซึ่งมันทำให้เราฝันเฟื่องมากว่าครอบครัวนี้ต้องดี เรื่องคำตอบของเค้าที่ไม่เคลียร์บางข้อเลยช่างมัน

พอเราเข้าไปอยู่บ้านนั้น ในการพูดคุยต่างๆ โฮสก็ดีกับเรา แต่....ทำงานวันแรก..อาทิตย์แรก เรารู้สึกแย่มาก เราไม่มีความสุขเลยซักวัน เค้าตามใจลูกมักมากกก แล้วเด็กคนโตก็ชอบโวยวาย ชักดิ้นชักงอ เล่นอาหาร ซึ่งพ่อแม่เค้าก็ตามใจ แต่เราเครียดเพราะแม่เค้าอยู่บ้านด้วยเราก็ได้แต่ตามใจลูกเค้าทุกอย่างและคอยเก็บ เช็ดถู เวลาน้องเล่นสกปรกๆ(เพราะชอบเล่นของกินอ่ะจ่ะ) เราก็รู้สึกเครียดที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากตามใจ อย่างที่พ่อแม่เค้าต้องการ...ตารางงานเราเริ่มเจ็ดโมงครึ่งถึงเก้าโมงและเริ่มอีกทีตอนที่เด็กคนโตกลับมาจากโรงเรียนประมาณบ่ายโมงจนกระทั่งน้องเข้านอน ซึ่งบางทีก็นอนเร็ว บางทีก็ช้า มีอยู่วันนึงเค้าให้เราดูน้องคนเล็กระหว่างที่คนโตไปโรงเรียน และตอนเย็นเค้าไปปาร์ตี้ข้างนอกเราก็ดูจนประมาณเกือบสี่ทุ่ม สรุปวันนั้นเราทำสิบสองชั่วโมงกว่าๆ และตั้งแต่เราอยู่บ้านนั้นก่อนรีแมทช์ เราอยู่ประมาณห้าอาทิตย์ เราได้หยุดเสาร์-อาทิตย์เต็มวันแค่อาทิตย์เดียว นอกนั้นต้องทำวันอาทิตย์ด้วย ซึ่งที่ตกลงกันไว้คือเราต้องได้หยุดเสาร์อาทิตย์ แต่เค้าให้เหตุผลว่าเพราะสามีเค้าไม่อยู่บ้านเลยต้องให้เราช่วย..จริงๆ ***ช่วยมันก็พอช่วยได้บ้างนะเพราะเราไม่ใช่คนใจดำและก็ช่วยไปแล้วด้วย แต่เค้าไม่ได้มาเห็นใจอะไรเราเลยว่าเราก็เหนื่อยนะ ทำงานทั้งวัน อยู่บ้านทั้งวันตลอดหกวัน เพราะช่วงพักระหว่างวันเราก็ไปไหนไกลไม่ได้เพราะไม่มีรถขับและห่วงเรื่องที่ต้องกลับมาดูน้องด้วย กลัวจะมาไม่ทัน กลัวจะเหนื่อยกลับมา เพราะรถเมล์ก็นานๆๆๆๆๆมาคัน

เรื่องอาหาร ก่อนเราตัดสินใจเลือกเค้า เราถามเค้าอ้อมๆ ว่าเค้าชอบกินอาหารชนิดไหน เพราะเราถามทุกบ้าน บางบ้านที่เค้่ากินมังสะวิรัตเค้าก็จะบอกนะ แต่บ้านนี้บอกเราว่ากินทั่วๆ ไป อาหารจีน อาหารไทย อาหารอินเดีย หลายอย่าง...แต่พอเรามาอยู่บ้านเค้าแล้วรุ้มั้ยอะไรเกิดขึ้น เราอยากซดมาม่าต้มยำกุ้งมากๆ เลยจัดการกินซะ พอวันรุ่งขึ้นโฮสแม่เค้าบอกเราว่าถ้าคุณจะกินมาม่าแบบที่กินเมื่อคืนอีก คุณต้องใส่ถ้วยกระดาษ จะใช้ร่วมกับเราไม่ได้ เพราะเค้าก็แยกจานเนื้อกับจานผัก แต่เค้าไม่กินอาหารทะเลพวกกุ้ง หอย ปู ปลาหมึก หรือเนื้อหมู หรือเนื้อสัตว์ทั่วๆ ไป...สรุปคือ เค้าเป็นยิวและกินเฉพาะเนื้อสัตว์โคเชอร์... แต่เค้าไม่เคยบอกเราก่อนเลย(หรือเพราะเราผิดเองฟระ) ส่วนที่ว่าเค้าชอบกินอาหารไทย อินเดีย อะไรต่างๆ เราถามออแพร์คนเก่าเค้าบอกว่าเวลาครอบครัวนี้ไปกินส่วนใหญ่ก็สั่งเป็นมังสวิรัต

สิ่งต่างๆ เหล่านี้มันก็ทำให้เรารู้สึกแย่ๆๆๆๆๆ ไม่มีความสุขเลยซักวัน ตอนที่เรามาอยู่สองอาทิตย์แรก ออแพร์คนเก่าเค้ายังอยู่ เค้าก็สอนงานเราทุกอย่าง ในความรู้สึกเราตอนนั้นเค้าก็เป็นคนดีนะ แต่บางทีเราก็ไม่เข้าใจระบบความคิดของเค้า บางทีเค้าอาจจะหัวอ่อนเกินไปรึเปล่า เฮ้อออออ....คือเมื่อเรามาอยู่ที่นี่แล้วออแพร์คนเก่าก็บอกเราว่าเค้าก็อดทนเหมือนกัน เค้ารีแมทช์มาครอบครัวนี้เป็นครอบครัวที่สาม เค้าไม่สามารถจะรีแมทช์ได้อีกแล้วเลยต้องอดทน ร้องไห้ก็บ่อย...ส่วนเราช่วงนั้นร้องไห้ทุกวัน ขึ้นห้องปุ๊บ ร้องเลย เศร้าใจตัวเอง  เค้าขอโทษเราที่เค้ามีส่วนทำให้เราตัดสินใจมาที่นี่ ตอนนั้นเราทำอะไรไม่ได้แล้วนี่ เราพูดไม่ออก จุก เหอๆ    ได้แต่บอกเค้าว่ามันเป็นความผิดของเราเอง เราเลยบอกเค้าว่าถ้ามีใครถามอีกก็บอกเค้าทั้งเรื่องดีและไม่ดีด้วยดีกว่านะ เค้าจะได้ตัดสินใจเองว่าควรจะมาดีมั้ย (ตอนนั้นเหมือนมีลางสังหรณ์ หุ หุ)

เวลาผ่านมาประมาณเดือนกว่าๆ เราตัดสินใจบอกเค้าว่าเราไม่มีความสุขเรื่องอาหารและเรื่องเวลา แต่เรื่องเด็กเราไม่ได้พูดไปเพราะถือว่ามันคือสไตล์การเลี้ยงของเค้า และคงไม่ดีถ้าเราไปว่าลูกเค้า(อันนี้ความคิดเราตอนนั้นจ่ะ).... ตอนที่เราบอกโฮสแม่เค้าก็เข้าใจเรามากๆ เค้าบอกเค้าเข้าใจ เค้าเสียใจที่เราไม่มีความสุข..ที่เราบอกโฮสแม่ก่อนเพราะเค้ากำลังพยายามจะจ่ายค่าสมัครเรียนให้เราตอนที่โฮสพ่ออไม่อยู่เราเลยต้องบอกเค้าก่อน พอโฮสพ่อกลับมาเค้าก็เรียกเราไปคุย เราก็คุยกับเค้านิ่งๆ ยิ้มๆ ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา พอพูดถึงเรื่องเวลาที่เค้าเคยใช้เราเกิน เค้าบอกเราว่ามันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ทำท่าประมาณว่าเรามั่วรึเปล่า เพราะเค้าดูแลเรื่องเวลามากๆ เราเลยบอกว่าเราจดไว้ทุกวันและเอามาให้เค้าดูและบอกว่าเค้าไปไหนทำอะไรด้วย ตอนแรกก็ยังไม่ยอมนะ ยังบอกเราว่าเป็นไปไม่ได้ จนเราพูดๆ ละเอียดเลยเค้าถึงบอกว่าโทษทีมันเป็นความผิดของเค้าเอง เมียเค้าไม่ค่อยแม่นเรื่องเวลาเลยเกิดปัญหานี้ขึ้น(โทษเมียอีก) และก็คุยกันถึงปัญหาอื่นๆ เค้าก็ถามเราว่าครอบครัวเค้าก็ดีทุกอย่างแล้วทำไมเราไม่มีความสุข ออแพร์คนเก่าเค้ายังมีความสุขเลยแล้วเราต่างกับออแพร์คนเก่าเค้ายังไง เราเลยบอกเค้าว่าเราไม่ใช่ออแพร์คนเก่าเค้านี่ คนมันไม่เหมือนกันมันต่างกันที่ความคิด(เราก็ไม่อยากจะพูดว่าคนเก่าเค้าก็ไม่ได้สุขซักเท่าไหร่) แล้วโอสพ่อก็พูดถึงเรื่องอาหารว่าแค่นี้เรามีปัญหาอะไร เค้าไปกินอาหารไทยก็ไม่เห็นมีหมูมีกุ้งอะไรเลย ผัดไทย ผัดซีอิ๊ว ก็มีแต่ผักกับเส้น อาหารก็ต้มยำไก่ ต้มข่าไก่ อ้อ แล้วเค้ายังบอกเราด้วยนะว่า บ้านอื่นเค้าก็ไม่ค่อยกินเท่าไหร่หรอกนะ กุ้งมันก็แพง ไม่มีใครซื้อมาให้คุณกินหรอก หมูมันก็ไม่ดีต่อสุขภาพเค้าก็ไม่กินกัน...คิดดูสิคะเพื่อนๆ เค้าพูดมาแบบนี้คิดว่าเราควรจะพูดต่อมั้ย พูดจาข้างๆ คูๆ เจงๆ เราเลยยิ้มๆ และหัวเราะในลำคอ ก็มันไม่ใช่แค่เรื่องหมูกะกุ้งนี่ที่เค้าไม่กิน แล้วเค้ายังต้อนเราเข้ามุมอีกนะ คือถามเราประมาณว่า จริงๆแล้วที่คุณไม่มีความสุขคุณอาจจะเพราะคุณไม่รักเด็กก็ได้ ใช่มั้ยล่ะ หรือไม่คุณก็ไม่ชอบโครงการนี้ แต่เราบอกว่าเรารักเด็ก และชอบโครงการนี้ แต่เราไม่มีความสุขกับครอบครัวเค้าเท่านั้นเอง แล้วเค้าก็ถามว่าอยากได้ครอบครัวใหม่ยังไง จะไปอยู่ที่ไหน เราเลยบอกเค้าว่าเราไม่ได้คิดไว้ว่าจะต้องไปอยู่ที่ใดที่นึง เราคิดไว้แต่ว่าเป็นครอบครัวที่ดี  ตารางานรวดเดียวไม่ต้องเบรคระหว่างวันซึ่งมันไปไหนไม่ได้ และถ้าเป็นครอบครัวมีรถมันก็จะสะดวกดี และไม่จำกัดเรื่องอาหาร เค้าถามเราว่าคุณขับรถเก่งมากเหรอ เราก็บอกเค้าตามตรงว่าก็ไม่ได้เก่งมากเพราะที่เมืองไทยฉันก็ไม่ได้ขับทุกวัน ประสบการณ์ก็อาจจะไม่ได้เยอะเท่ากับคนที่ขับทุกวัน แต่ฉันก็ขับได้.....เค้าทำท่าคว่ำหัวแม่มือให้เราค่ะ แล้วบอกว่าถ้าอย่างงั้นก็ไม่มีครอบครัวไหนให้คุณขับหรอก  เหออ....ฮึ่ม เราไม่ชอบท่าทางนี้มาก แต่ก็ยิ้มๆ ค่ะ แต่ในใจแอบแค้น แล้วเค้าัยังมาถามเราอีกนะว่า คุณเป็นคนมีความสุขรึเปล่า เราก็บอกเค้าไปว่า เราเป็นคนที่มีความสุขแต่เราไม่มีความสุขที่นี่

และก็คุยกันหลายอย่างที่ทำให้เรารู้ว่าที่เค้าพูดอยู่ปาวๆ ว่าตัวเองดี ถ้าดีจริงๆ คงไม่เป็นอย่างงี้หรอกวะ

พอคุยเสร็จเค้าอุ้มลูกคนละคนกับเมียและถามเมียเค้าว่าคุณต้องการ(ชื่อเรา)มั้ย เมียเค้าถามเค้าว่าตอนนี้เหรอ "ไม่" แล้วเค้าก็อุ้มลูกเดินหนีเราไปเลย เราก็ขึ้นห้องด้วยความเจ็บใจ ฮึ่มมมมม...แต่วันต่อมาโฮสแม่ก็ขอให้เราอยู่ช่วยดูลูกเค้าก่อนอย่าเพิ่งไป เราก็คนไทยใจดีเลยอยู่อีกสองอาทิตย์นิดๆ ท่าทีเค้าก็โอเคขึ้นแต่ก็เหมือนว่าไม่สนิทใจเหมือนเดิม แต่เราก็ไม่ได้ใส่ใจ

จากนั้นเพื่อนรุ่นใหญ่(เพราะโตแล้ว)ชาวแคนาดาพยายามโทรมาหาเราแต่เราไม่ได้รับซะทีเค้าเลยโทรมาเบอร์บ้านและฝากข้อความไว้ และโฮสพ่อโทรกลับถามว่าเค้าเป็นใคร เค้าก็บอกว่าเป็นเพื่อนเราอยากจะเมคชัวร์เฉยๆ ว่าเรามีความสุขดีมั้ยเพราะเห็นบ่นๆ ว่าไม่มีความสุข..อิโฮสพ่อนี่ก็ใส่ใหญ่เลยค่ะว่านี่ ฉันก็อัพเซทนะที่เค้าไม่มีความสุขเพราะคนอบครัวฉันเพอร์เฟคทุกอย่าง..ประมาณว่าไม่มีความสุขกับครอบครัวเค้าเราไปอยู่ไหนก็คงไม่มีความสุขหรอก ......นี่เพื่อนเราเล่าให้ฟังหลังจากคุย ฟังแล้วเราก็อึ้ง..ไม่รู้จะว่ายังไง เหอๆ

เค้าก็พยายามหาออแพร์คนใหม่ โดยทำท่าลับลมคมในกับเรามาก เหอๆ ปิดห้องคุย เราก็ขำๆ ไม่ได้อยากรู้ซะหน่อย แต่ก็แอบกังวลใจเหมือนกันว่าต้องเป็นคนไทยอีกแน่ๆ เพราะคงคิดว่าคนไทยไม่ค่อยมีปากมีเสียง

จนมาวันนึงเราได้คุยกะออแพร์คนเก่าทางโทรศัพท์ เค้าเล่าให้ฟังว่าโฮสโทรมาบอกให้คุยกะออแพร์ที่จะมาแทนเรา เป็นคนไทย และรีแมทช์มาจากที่อื่น และโฮสบอกเค้าว่าให้เค้าพูดแต่เรื่องดีๆ ไม่อยากให้พูดเรื่องที่ไม่ดีเกี่ยวกับบ้านเค้า ออแพร์คนเก่าเค้าก็พูดตามนั้น..เราฟังเราก็อึ้ง(อีกแล้ว) ออแพร์คนเก่าเค้าคงรู้ว่าเราคิดยังไง เค้าเลยบอกเราว่าแต่เค้าก็พูดอยู่นะว่าบ้านนี้ตามใจลูกมากๆ....(เหอๆ แค่เนี้ย)      นี่ไงหล่ะ ที่เราไม่เข้าใจระบบความคิดของเค้า....ได้แต่คิดเองว่า ไมไม่บอกไปเลยวะว่าไม่ดียังไง ดียังไง คนจะมาก็จะได้รู้ว่ารับได้หรือไม่ได้

เราพยายามหาเบอร์โทร์ตามโต๊ะที่เค้าใช้คอมพ์ เผื่อจะได้รู้ว่าเป็นใครและบอกเค้า แต่ก็อย่างว่านะเราไม่สามารถ เพราะโฮสคงเก็บดี

จนมาเมื่อวันก่อนเพื่อนเราโทรหาเราผิดโทรไปเบอร์เดิม เลยไปเจอออแพร์คนที่มาแทนเราแล้วให้เบอร์เค้าไป เค้าโทรมาหาและเล่าให้เราฟัง เราอยากจะร้องไห้หว่ะ....แต่ไม่รู้ร้องไปแล้วอะไรจะดีขึ้น....คิดดูสิเค้ารีแมทช์มาบ้านที่ 3 แล้ว แล้วตอนนี้เค้าก็รู้สึกแย่ ขนาดอยู่มาได้แค่ 4 วัน เค้าถามเราว่าเราอยู่ได้ไงเป็นเดือน เหอๆ   และก่อนที่จะมาเค้าเคยขอโฮสคุยกับเรา แต่โฮสบอกเค้าประมาณว่าเราไม่ใช่คนไทย เลยให้คุยกะออแพร์คนเก่าอีกคนเค้าละกัน ...เฮ้อ...ไม่รู้จะช่วยเค้ายังไง

".............................."

เฮ้อ...คิดว่าโฮสบ้านนี้เป็นไงล่ะคะ สำหรับเราถ้าจะให้บอกคนอื่น ขอบอกเลยว่าอย่าไป

^

^ โหววว...เรื่องยาวมากๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-06-24 21:59:53 IP : 61.19.170.173


ความคิดเห็นที่ 9 (515030)
avatar
ธัญญ่า
Author Message
Angel Nursery


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 71
Rank :
สิงห์บอร์ด 2

Postเมื่อ: 21 เม.ย. 2549 เวลา 22:38 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 124.120.201.124  [ 124.120.201.124 ]

[ ปักกระทู้นี้ ] [ ปิดการตอบกระทู้นี้ ] [ ปรับเป็นกระทู้ข่าว ]
แก้ไขกระทู้ที่ 415ลบกระทู้ที่ 415

ก่อนอื่น ต้องขอโทษด้วย  พี่ไม่รู้จะไปลงที่กระทู้ไหน เลยตั้งกระทู้ใหม่ที่นี่

ขอเริ่มเลยนะค่ะ พี่มีเรื่องประทับใจ ที่เก็บไว้ไม่ได้มาบอกน้องๆ ตรงนี้ค่ะ  น้องๆ มาฝึกงานที่บ้านพี่ส่วนใหญ่ มาจากเวปฯ นี้  และเชื่อไม๊ว่า หลายๆ คน  ก็เป็นเพื่อนกันสมัยเด็กๆ ที่มาเจอกันที่บ้านพี่  บางคน ก็เป็นรุ่นพี่ รุ่นน้องกันจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่สำหรับเคสนี้ คือ เพื่อน ที่มารู้จักกันที่บ้านพี่ และต่างก็แยกย้ายกันไป  จนในที่สุด ทั้งสองคน ก็ได้บินตามฝัน  แต่...คนนึง ถึงฝั่งฝัน ส่วนอีกคน ไม่ถึงฝั่งที่ตนเองฝันไว้ ตอนนี้อยู่ระหว่างการ รีแมช ซึ่งขอบอกว่า เอเจนซี่นี้ (ขอใช้คำหยาบนะค่ะ)  เฮงซวยมากๆๆ เชื่อไม๊ค่ะว่า เค้าไม่สนใจชีวิตของเด็กผู้หญิงคนนึง ที่โดนโฮส หลอก หรือ ปกปิดความจริงเลย เค้าเข้าข้างโฮส มากกว่าเด็ก ไม่คิดช่วยเหลือเด็กเลยซักนิดเดียว

พี่ขอเล่าคร่าวๆ นะค่ะ มีน้องคนนึงพี่ขอใช้ชื่อสมมตินะค่ะ  ชื่อว่า น้อง A มาฝึกงานที่บ้านพี่  พร้อมกับได้รู้จัก น้องอีกคนอีกหลายคนมีทั้ง ปอย อิ๊งค์ นิ เก๋ ปันปัน ไกด์ จุง หน่อย ฯลฯ(ทั้งหมดนี้ชื่อจริงค่ะ )   ทั้งหมดรู้จักกัน สนิทบ้าง ไม่สนิทบ้าง แต่ทุกคนเป็น เพื่อน กันค่ะ  จน A  ได้บินไปก่อน  และ หน่อย บินตามไปไล่ๆ กัน  แต่ A ไปได้ครอบครัวที่ไม่จริงใจ มีลูกบุญธรรม 2 คน  ไม่ปกติ 1 คน เป็นโปลิโอ ต้องไปทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาล โดย A  ต้องเป็นคนพาไป แต่ A มีปัญหาเรื่องการขับรถเพราะขับไม่เก่ง บวกกับการไปเจอถนนที่เมืองนอก ไม่เหมือนกับที่เพิ่งไปเรียนขับรถมาก่อนที่จะบินไป  แต่ A ได้บอกกับโฮส ครั้งแรกแล้วว่า ตนเองขับรถได้ แต่ไม่ดี  โฮสบอกว่าไม่เป็นไร  ไม่ต้องขับก็ได้ แต่เอาเข้าจริง  โฮสมัมกลับไม่พอใจ และต่อว่า A   ทำให้ A เครียดตั้งแต่อาทิตย์แรก  หลังจากนั้น ก็แสดงทีท่าไม่ดี เช่น โฮสมัม ไม่คุยด้วยเลยตลอดอาทิตย์  มีแต่โฮสแด๊ด เท่านั้นที่คุยด้วย  A ทนไม่ไหว เลยขอคุยกับโฮสตรงๆ  ว่า อยากจะรีแมช ไม๊ ถ้ารีแมช ก็ได้นะ ไม่เป็นไร เจอมุขนี้โฮส ก็อ่อน  เปลี่ยน กติกากันใหม่  บอกว่าไม่เป็นไร โฮสแด๊ด จะเป็นคนจัดการเรื่องการขับรถเอง A  ไม่ต้องกังวล จนเวลาผ่านไป ได้เกือบเดือน  สิ่งผิดปกติก็เริ่มเกิดขึ้น คือ

1.  โฮส พาเด็กทั้งสองคน ไปโรงพยาบาล ทุกอาทิตย์ บอกว่าไปบำบัด ซึ่งจริงๆ ต้องพาไปคนเดียว คือคนที่เป็นโปลิโอ แต่นี่ไปสองคน และเข้าบำบัดทั้งสองคน 

2.  เด็กๆ โดนคุณครูที่โรงเรียน ทำ Time out บ่อยมาก เนื่องจาก แกล้งเพื่อน ทำร้ายร่างกายเพื่อน

3.  เวลาพาออกไปเล่นนอกบ้าน  เด็กทั้งสอง ชอบทำร้ายคนอื่น

4.  เด็กๆ ชอบกัด ทำร้ายร่างกาย A

5. เด็กๆ ไม่ค่อย อยู่นิ่งๆ วิ่งวนตลอดเวลา

ฯลฯ

จนกระทั่ง A โทร.มาหาพี่ และเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้พี่ฟัง  พี่บอกว่า ผิดปกติ ลองเข้าไป หาข้อมูลดูซิ ว่า เป็น ออทิสติก หรือป่าว   เก๋ คือคนแรก ที่เข้าเวปฯ ไปหารายละเอียดต่างๆ แล้วส่งไปให้โอ๋ เพื่อศึกษา  ในที่สุด  โอ๋ก็บอกว่า ตรงกับที่ เก๋ ส่งให้ทุกอย่างเลย  สรุป ได้ว่า  เด็กๆ เป็นเด็กพิเศษจริงๆ หลังจากนั้น A  ก็เข้าไปคุยกับ โฮส ในเรื่องนี้โดยถามโฮส ตรงๆ โฮสแด๊ด  ยอมรับความจริง  แต่โฮสมัม ไม่ยอมรับ บอกว่า เด็กๆ ตื่นเต้น และ อาย กับ ออร์แพร์คนใหม่มากว่า  ประมาณว่า ลูกชั้นขี้อาย ลูกชั้นปกติทุกอย่าง  แต่เชื่อไม๊ค่ะ โฮสมัม ได้ไปบอกกับเอเจนซี่ของ A ว่า ขอรีแมช เพราะโอ๋ไม่สามารถขับรถให้เด็กๆได้ นี่คือเหตุผลที่ขอ รีแมช  ซึ่งทางเอเจนท์ ก็รีบดำเนินการทันที   A โทร.มาเล่าเหตุการณ์ให้พี่ฟัง พอดีตอนนั้น พี่กำลัง online msn กับน้องๆ ที่ฝึกเสร็จไปแล้วและที่อยู่เมกาด้วย หน่อย คือคนที่อยู่เมกา ถามรายละเอียด ปอย อยู่ทางนี้ ก็รีบหาทางช่วยเพื่อน  เพราะว่าเอเจนฯ นี้ ไม่มีโฮสให้ (มันให้หาโฮสเอง ประมาณว่า ***ทิ้ง***แล้ว ) ทุกคนที่กำลังคุยกัน ก็เลย คิดว่า ควรไปลงใน greataupair เพื่อจะได้โฮสใหม่ไวๆ   เอาละซิ   A ทำไม่เป็น  ปอย  เลยบอกว่า  ส่งรายละเอียดของตัวเองมา ปอย  จะเป็นคนลงให้ทั้งหมด  ในที่สุดก็ทำให้ A  สำเร็จ  แต่ว่า ปัญหาไม่ได้จบแค่นี้   A  ต้องรีบหา โฮสใหม่ ให้ได้ภายใน 2 อาทิตย์ ไม่งั้น จะกลายเป็น โรบินฮูด ทันที  ทำไงดีล่ะทีนี้  ต้องรีบแล้ว  ปอย  บอกว่าเพื่อนที่เมกา เคยรีแมช มาแล้ว 2 ครั้ง  และใช้วิธีสมัคร สมาชิกกับ greataupair  แต่ต้องมี บัญชีธนาคาร  แต่ A  ไม่มีบัญชีธนาคาร  ทำไงดีล่ะคราวนี้  A โทร.หา หน่อย ที่อยู่อีกเมือง เพื่อขอความช่วยเหลือจากเพื่อนที่เจอกันเพียงระยะเวลาไม่กี่วันในการฝึกงานร่วมกัน  หน่อย ไม่รอช้า รีบจัดการทำการลงทะเบียนสมัครสมาชิกให้เพื่อนในเวปของ เกรทออแพร์ทันที เพื่อที่จะให้ A  ได้เห็นข้อมูล โฮส ใน เกรทออร์แพร์ และจะได้แมช ให้ทันในเวลา 2 อาทิตย์  พี่อยากบอกว่าเพิ่งลงทะเบียนเสร็จหมาดๆ เมื่อ 10 นาทีที่ผ่านมานี่เองค่ะ  พี่ซาบซึ้งมาก  มิตรภาพไม่มีวันตาย  อยากบอกว่า พี่ประทับใจ กับคำว่า เพื่อน มากๆๆ ค่ะ เมื่อกี๊นี้ ตอนที่พี่ m คุยกับ หน่อย พี่น้ำตาซึม  อยากบอกว่า รัก น้องทุกคนนะ ขอให้น้องๆ รัก และ ผูกพัน กันอย่างนี้ตลอดไป  อย่าทิ้งกันนะน้อง

สุดท้ายนี้ อยากขอบคุณธันย่า อีกครั้งค่ะ  ที่ทำให้มีพวกเรา มีเพื่อน มีพี่ มีน้อง มีสายใยแห่งความผูกพัน ถึงแม้ว่าเราจะมาจากต่างที่ ต่างถิ่นกัน แต่สิ่งที่มีคือ ความจริงใจ  ขอบคุณมากค่ะ

พี่กุยช่าย



ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-06-24 22:06:20 IP : 61.19.170.173


ความคิดเห็นที่ 10 (520067)
avatar
ธัญญ่า
 

ออแพร์ถูกโฮสต์แจ้งตำรวจ

เรื่องนี้เกิดสด ๆ ร้อน ๆ อยากนำมาเล่ามา เพราะว่าถือเป็น กรณีศึกษา อย่างนี้

เรื่องมีอยู่ว่า ออแพร์หาโฮสต์เองจากเกรทออแพร์ แล้วแม็ทช์กันก็โอสต์ยินดีไปสมัครเอเจ้นที่ออแพร์อยู่ ทุกอย่างโอเค ออแพร์บินไปทำงานกับเขา โฮสต์นี้อยากให้ออแพร์ทำงานปีที่สองด้วย เหมือนประมาณว่าที่แม็ทช์กันมานี้ แม็ทช์มาเพื่อทำสองปีกันเลย แต่ว่าพอออแพร์ไปอยู่ ทุกอย่าไม่เหมือนที่เขาเคยคุยกันไว้ เขาทำงานเกินเวลา และมีเรื่องที่ทำให้ออแพร์ไม่สะดวกใจอีกหลายเรื่อง แต่ออแพร์ก็อดทนมาโดยตลอด และก็ไม่ได้ตัดสินใจต่อปีทีสองกะเขา ที่นี้อาจจะเป็นไปได้ว่าเขาคิดว่าออแพร์ต้องต่อกะเขา แต่ออแพร์นี้ไม่เคยได้ไปตกลงอะไร ก็คิดว่าถ้ามาแล้วอยู่ดีมีสุขก็ต่อปีสองเองแหละ แต่เมื่อมาอยู่ด้วยแล้วเป็นอย่างนี้ เธอก้ไม่เคยคิดรีแม็ทช์แต่อย่างใด ก็ตั้งใจทำหวังจบปีกะบ้านนี้  

อีกเรื่องคือเรื่องเด็ก เด็กมีคนเดียว เขาบอกว่าเด็กนี้เป็นเด็กพิเศษช้า แต่ว่าเด็กยังเล็ก ไม่มีอะไร แต่ว่าพอมาเลี้ยงเด็กนี้เขามีกล้ามเนื้ออ่อนแอนะค่ะ ก็ไม่ได้เป็นอะไรที่ลำบากเกินไป เพราะว่าออแพร์เองก็พร้อมจะรับมืออยู่แล้วและเด็กก็มีคนเดียว

จากปัญหาเขากันไม่ได้ เพราะว่าโอสต์ให้ออแพร์ทำงานเกินมาตลอด และสุดท้ายออแพร์บอกว่าไม่ต่อปีที่สองกะเขา หลังจากนั้นเพียงแค่อาทิตย์จากวันที่บอกกับโฮสต์ว่าจะไม่ต่อปีทีสอง จะกลับบ้าน โฮสต์เลยไปบอกเอเจ้นซี่ว่าเด็กคนนี้ต้องส่งกลับนะ มีการนำภาพวีดีโอที่แอบอัดโดยที่ออแพร์ไม่รู้นะค่ะ มาประกอบข้อกล่าวหาที่ว่าออแพร์ไม่ดูแลเด็ก ปล่อยเด็กร้องเกินกว่าห้านาที แล้วไม่เข้ามาดูเด็ก แต่จากวีดีโอที่ดูน้นะค่ะ เป็นภาพว่าเด็กร้องแต่ออแพร์อยู่ในครัวกะลังเตรียมนม หรือ อาหารให้เด็กอยู่ค่ะ ก็คือว่าพอเสร็จก็เดินไปหาเด็ก คือเอเจนซี่ก็เห็นว่าไม่ได้ปล่อยเด็กตามลำพัง ก็เลยบอกว่ารีได้แต่ว่าไม่ส่งเด็กกลับ แต่โฮสต์ไม่เลิกค่ะ

ไปแจ้งตำรวจ ให้มาจับออแพร์ฐานทำร้ายร่างกายลูกเขา โดยเอาภาพบันทึกวีดีโอที่เขาแอบตั้งไว้ในบ้านให้ตำรวจดูค่ะ เป็นอีกตอนนะค่ะ ไม่ใช่อันเดิม โอ้หลักฐานเยอะมากในการจะจัดการออแพร์ให้ได้  เป็นภาพที่เขาบอกกะตำรวว่า ออแพร์เขย่าลูกเขา ลูกเขาเป็นเด็กพิเศษ กล้ามเนื้ออ่อนแอ เขย่าแรงๆ อย่างนี้ตั้งใจทำร้าย

ตำรวจดูหลักฐานวีดีโอที่โฮสต์อัดเอาไว้ ก่อนที่ตำรวจจะได้ดูนี้ โฮสต์เขาก็เอาวีดีโอให้ที่ปรึกษาท้องถิ่นดูนะค่ะ ซึ่งที่ปรึกษาบอกว่า ดูแล้วไม่คิดว่าเป็นการทำร้ายเด็ก ไม่ได้เขย่าแบบทำร้าย แต่จากที่ดูคือเป็นการเล่นกะเด็ก เด็กร้องและพยายามเล่น เขย่า จับขาแขนดึงเพื่อเล่นให้เด็กหยุด แต่ไม่หยุดก็เลยวางเด็กลง ไม่ใช่อารมณ์เสียแล้วเขามาเขย่าทำร้าย

ด้วยความบริสุทธิ์ใจของออแพร์ ตำรวจดูวีดีโอแล้วก็บอกว่า ไม่เห็นว่าเป็ฯการทำร้ายร่างกาย เห็นเหมือนที่ปรึกษาว่านั้นแหละ คือต้องการเล่นกะเด็ก แล้วโอสต์ก้บอกว่า ออแพร์รู้ว่าเด็กนะกล้ามเนื้ออ่อนแอ เคยบอกแล้วว่าไม่ให้ดึงขาแขนเด็ก แต่เขากล้าทำอีก ก็แสดงว่าเขาต้องการทำร้ายร่างกาย แต่ทางตำรวจก็ไม่คิดว่าสมควรจับออแพร์นะค่ะ ไม่เป็นความผิดแต่อย่างใด

ตอนนี้ออแพร์ก็รีแม็ทช์ รอโฮสต์บ้านใหม่ ตอนนี้พักกะที่ปรึกษาท้องถิ่นค่ะและกำลังรอการติดต่อเพื่อไปอยู่กะครอบครัวใหม่ต่อไปจ้า

ในทางกลับกัน ถ้าออแพร์คนนี้ไม่ได้มีจิตใจรักเด็กจริง เด็กร้องก็โมโหมุ่งตรงไปเขย่าเด็กจริง หรือเด็กร้องแล้วทำร้ายเด็กจริง เรื่องก็คงไม่จบแบบนี้แน่

จากเรื่องนี้ทำให้ธัญญ่าเชื่อได้ว่า คนเราถ้าทำดี คิดดี บริสุทธิ์ใจ ตกน้ำก็ไม่ไหล ตกไฟก็ไม่ไหม้ค่ะ

  

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-06-28 23:40:03 IP : 61.19.170.180


ความคิดเห็นที่ 11 (520068)
avatar
ธัญญ่า
Jedaa..


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 35
Rank :
สิงห์บอร์ด 1

Postความคิดเห็นที่ 144 || โพสต์เมื่อ : 26 มิ.ย. 2549 เวลา 07:15 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 71.243.205.247  [ 71.243.205.247 ] อ้างถึงความเห็นที่ 144 แก้ไขความคิดเห็นที่ 144 กระทู้ที่ 139 ลบความเห็นที่ 144

Hi Guys!! Hi Tanya!!

Thank you for post about my story for others aupair...That"s my story my host call the police want me go to jail.

So about me I never say yes before i came here that i"ll work overtime for them and in my contact they have work schedule for me and said its flexible by my school class. then i came here I had to work 6 days /week and over 60 hours / week for 3-4 months. No schedule for me and have no time to register my class bcos they were travel all the time.

I just think i"ll be patient and got a littlte thing , alittle thing more and when i starting wanna go out with my friend  so they have a problem. I can"t tell u guys all everyting but I know myself that i did my best and never hurt their baby. They have a problem about my class starting by 5.30pm on Mon-Thu and only take time about 1and a half month. bcos i register this summer take just short period but i just went to class only 1 week then they call the police.

Actually i still never saw that video . In that day the agency just called me that keep all my stuffs and my consult "s gonna go pick me up in 2-3 hours, I juat asked what"s happen?  the agency said host family have the video tape about i abuse her baby. I said it"s not truth I never hurt a baby. And that morning I didn"t see my host family bcos they were gone to work place early and call all theraphist, police , my consult and everyone that she wanna them to know , so they show the tape at her work place.

So i had to packing my all stuff in 2 hrs and call to my friend and my sister in TX to told them...I was waiting my consult and when she arrived she siad to me that she didn"t see any problem in the video , she saw me wanna play with him and i still smiling in the video. Only one problem is I"m play up side down with him by i grab his leg , problem is he"s got the low muscle tone and i should not play with him like that... But i told my consult that his parent used to play with him the same thing for show me that their baby love to up side down.

I had to go stay with my consult for 3 days. And i just knew more about this family that they are fake face to me all the lately time. the theraphist who convinced the police that i abuse a baby that she "s my host friend and she said my smile in the tape that"s the evil smiling... Oh mannn!!! how mean they have to me... and a lot of bad stuffs from their mouth...

All the bad thing run in my mind,,,If i have to go to jail la, what i will do... My sister call me and told me made me cry that if I have to go to jail, my  sister will do everything  she can stay here in next year for stay with me and visit me  at the jail , she will extend her next year with her family , she won"t leave me alone in USA. .... That was made me cry... I got alot of support from my sister , my friends , my consult , the agency and P"Mee goaupair....

I pray ask the buddha why this thing happen to me.. I never hurt anybody , why? why? why? ... waiting about 3 days and got the good news from the police that have 4 police looked at my video and have the same opinion that she "s sweet girl, she"s nice girl , she just wanna play with him , nothing wrong in tape and she must not be home.. It"s ridiculious!!! .... so when everything worked out and happy ending...

I just know that the buddha alreadys help me from this family and I don"t need to be patient with them anymore....Now i"m with my friend for waiting the agency"s finding the new family for me... All bad thing just passed me for 5 days...

This just a little part of all my story with this family....I can"t explain all for u aupairs,,, But I will pray for them ( family) bcos i think their mind and heart are so sick....they don"t have religion and they don"t believe in god... They believe that they are so smart bcos they are the genius top 2% of the world in Mensa...

I just wana let u guys know that"s I never told my host before i came here that I will work overtime for them and i don"t wanna get the extra money.. I will flexible for them all the time.. blah blah blah.. I had normal contact same as u guys wanna be.why i have to make a problem before i come la? It"s make no sense.....

If i have time i"ll come to tell more my story about 7 months with this family and what"s they did to me.....I"ll forgive them bcos their baby so cute and poor the litlle thing....

Thank you for read my story and if anyone have something to ask me can email me at jitiwan23@hotmail.com

take care .... Ji

Back to top
ส่งข้อความส่วนตัวถึง Jedaa.. เบอร์ msn jitiwan23@hotmail.com
ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-06-28 23:42:33 IP : 61.19.170.180


ความคิดเห็นที่ 12 (520071)
avatar
ธัญญ่า
Jedaa..


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 35
Rank :
สิงห์บอร์ด 1

Postความคิดเห็นที่ 146 || โพสต์เมื่อ : 27 มิ.ย. 2549 เวลา 03:23 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 71.243.205.247  [ 71.243.205.247 ] อ้างถึงความเห็นที่ 146 แก้ไขความคิดเห็นที่ 146 กระทู้ที่ 139 ลบความเห็นที่ 146

Hi everyone!!! and Tanya !!!

I think u did good ja Tanya don"t be worry..I just told u guys more about my story...I would love that my story can be case study for other aupairs.

For aupair in matching process, u should match with host family in area have another aupair. Bcos I"m in NV and no aupair in my area, so i have no aupair friend and no LAR until last 2 months. My friend only 1 near by me she is 40 years old  married with american guy. I know her from my host "s mom , she brought her to see me bcos we r Thai peoples. Every my time off I always went to hang out with her. when I knew her she"s pragnant and we couldn"t do anything to much , we just spent time together like a went to shopping or hang out at her home.

About me work, first 3-4 months mostly I worked over 10hrs/ day and 6days / week. I "ve got my own car when i alredys here 6 months, but before i came my host told me I would got my own car since i arrived. So over here arround with mountain if u didn"t have car u cann"t go anywhere and no public transportation.. bcos i didn"t have a car and no friend , so I had to stay home and when i was home I worked all the time.

This family love to travel and some they had to travel bcos their business, when they"re travel ,I had to stay the same room with them at the hotel , u know what even at night time some night I had to woke up in the middle night to change diaper...I think u guys should note about ur work time everyday , I did note my work time and I knew how much i worked for them...A LOT!!! but i never ask about the extra money bcos first they were nice to me and i thought i could help if i could...

I used to work for them alot , and when i want more my time bcos i felt too tired and I starting to know my friend that i told u I wanna went to hang out in my day off and i had to go to class, That"was starting the problem...they said I can"t accomodating , I have to more flexible for them if i wanna stay next year, I have to write on the calendar on the fridge everything I "ll do in my day off, If i didn"t have any plan in my day off I have to available for them in case they wanna travel or have activities.... what" do u think? Can u be patient?  first they said to me , I couldn"t accept it.. I just said to them why I have to tell u everything i wanna do in my day off..other aupairs don"t need to do that... But my host said others aupair have to do everything for host , and she said she "s so nice to me.. not same another family.. treat me like a family..have the private room , private bathroom, cellphone, computer and car....I just thought all that stuffs I had to get by auapir contact , it"s not special thing for me...

But I thought Ok i "ll be patient just 6 months left...time flies too fast I think I can....but everything going worse...front of me they did normal but behind me they recored the video, and i have no idea how long they record it.. but i don"t care anymore bcos they don"t have any i did wrong in that tape..

I can"t figure it out why they did that.. I just think they can"t accept about their baby had diagnose from the doctor said he"ll slow all his life just last month , and my host both "re genius and rich peoples, so they can"t accept and wanna blame anyone else that make their baby abnormal...And I said to them the week before they called the police that I won"t be here in next year bcos my mom want me back home... So they help me faster than i want , but Thank you though that" was the great thing in my life , out from their home...

Actually this is just a part of story but i think it"s enough for u guys to know and learn about it... keep it for the lesson teach my life in the future...

Be patient - it"s important , Be nice - it"s important too

Be stable - very important when u r sure u did good, and everyone think u did wrong... don"t run away,,, face it ,,what"s gonna happen let it happen...

Take care everyone... Ji

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-06-28 23:47:19 IP : 61.19.170.180


ความคิดเห็นที่ 13 (641716)
avatar
admin



ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 142
Rank :
ขาประจำอย่างเป็นทางการ

Postความคิดเห็นที่ 217 || โพสต์เมื่อ : 29 ก.ย. 2549 เวลา 10:22 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 70.241.101.249  [ 70.241.101.249 ] อ้างถึงความเห็นที่ 217 แก้ไขความคิดเห็นที่ 217 กระทู้ที่ 373 ลบความเห็นที่ 217

 แล้วชีวิตที่แสนสงบสุขของเราก็มีเรื่องกวนใจ วันนี้มีเรื่องเล่า มาเป็นออแพร์อย่าเป็นคนหัวอ่อนเด็ดขาด แต่ไม่ไ้ด้บอกว่าให้เป็นคนหัวแข็งน่ะ อะไรที่ตกลงกันไว้กับโฮสก็คือยึดตามนั้น  โฮสเราน่ะโคตรดีเลย ทำงานแค่สามสิบชั่วโมงต่อสัปดาห์ตอนนี้ แต่เป็นเบบี้ซิสก็ได้ตังค์พิเศษ แต่ปัญหากวนใจเรานิดหน่อยคือ แนนนี่ ตั้งแต่มาอาทิตย์แรกแล้ว เขาคงไม่รู้มั่งว่าออแพร์ทำไรมั่ง ตอนเรามาอยู่แม่บ้านเขาไม่ได้ทำความสะอาดบ้านมาสามอาทิตย์แล้ว ปกติน่ะสองอาทิตย์ครั้ง แนนนี่เขาก็เลยกวาดพื้นและล้างห้องน้ำ และเลยสั่งเราว่าถ้าบ้านมันเรอะก่อนแม่บ้านมาทำความสะอาด ก็ให้เราทำไปก่อน นี้เลยงงเลยดิ อะไรว่ะ ไม่ได้อยู่ในที่ตกลงไว้ ก็เลยทำหน้างงๆ เขาก็เลยถามว่าโฮสแม่ไม่ไ้ด้บอกหรือ ด้วยความที่พูดภาษาอังกฤษก็ไม่ค่อยได้ตอนแรก แต่ตอนนี้่เจ็ดเดือนแล้วก็ดีขึ้นติ๊ดเดียว ก็ได้ทีโชว์เวลาทำงานของเราและหน้าที่เราว่า แค่ดูแลเด็กอย่างเดียวจริงๆ อย่างอื่นเสื้อผ้าเด็กก็ไม่ต้องซัก เพราะแนนนี่ทำแล้ว หลังจากนั้นเขาก็ไม่กล้าใช้เราอีก โฮสแม่ก็แสนดีเห็นเราเอาผ้าปูที่นอนมาใส่เครื่องซักเอง ก็บอกว่าตอนเขามาทำความสะอาดให้เขาซักได้ เพราะโฮสแม่จ่ายเงินสำหรับทำทั้งบ้าน รวมทั้งห้องเราด้วย  และตอนนี้เราไปเรียนก็ทำงานแค่หกชั่วโมงต่อสัปดาห์ ก็กลายเป็นว่าแนนนี่ต้องเอาเด็กทั้งสามคนไปด้วยกัน  เพื่อขับรถไปส่งสองในสามนั้นไปโรงเรียนและรับกลับ เราน่ะไม่มั่นใจในการขับรถมั่กมาก ตอนมาแรกๆโฮสแม่ก็ถามอยากขับรถป่าว ก็บอกว่า่ไม่ เพราะเห็นมีรถเมล์ผ่าน แต่ไม่คิดว่าโฮสแม่เคยพูดกับแนนนี่ว่าจะหารถเล็กๆ ให้แจงขับสักคัน แต่คิดว่าเขาไม่คาดหวังเรื่องการขับรถกับเรา เพราะตอนคุยกันถามว่ามีรถป่าวโฮสยังบอกว่าไม่มีเลย แต่สามารถไปไหนมาไหนได้ด้วยรถเมล์ พอเขาทำแบบนี้มาได้เดือนหนึ่งก็เริ่มบ่นมากขึ้น ความรับผิดชอบเยอะโง่นงี้ ก็เลยเถียงกัน เออไม่ใช่พูดกับทั้งทีภาษาตูก็ใช่ว่าเก่ง  ยืนยันคำเดียวโฮสไม่ได้คาดหวังเราขับรถ เพราะเขาคงไม่ไว้ใจคนที่ได้ใบขับขี่ก่อนมาแค่เดือนเดียว และอันนี้คิดในใจว่า***ความรับผิดชอบเยอะ คุณเธอก็ได้เงินเยอะกว่าฉันเยอะน่ะยะ ที่ไม่พูด เพราะไม่อยากให้เรื่องมันยาว ไว้พูดกับโฮสพ่อแม่ดีกว่า เวลาคุณเธอมีปัญหา เวลาพูดกับโฮสพ่อแม่ทีไร เขาบอกว่าไม่ต้องกังวลทุกที นี้ล่ะ เรื่องเล็กๆน้อยที่ค่อยกวนใจเรา เพราะถ้าเรายอมเขาตั้งแต่ต้น ก็คงต้องทำความสะอาดบ้านไปด้วยแล้ว ดังนั้นอย่ายอมให้ใครเอาเปรียบเรา
Back to top
ส่งข้อความส่วนตัวถึง lotus

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2006-09-30 04:01:07 IP : 74.12.48.19


ความคิดเห็นที่ 14 (667746)
avatar
ธัญญ่า

สาวขาดประสบการณ์ X

วันนี้ธัญญ่าจะมาเล่าเรื่องของเพื่อนออแพร์คนหนึ่งนะคะ (เจ้าตัวคงไม่ว่าอะไร  เนอะๆ แต่ธัญญ่าก็ไม่ได้เอ่ยชื่อหนา อ่านแล้วขำก็บอกด้วย เข้ามาแจมก็ไม่ว่ากัน ฮ่าๆ  )  เรื่องของสาวขาดประสบการณ์ X น่าสนใจ ก็เลยอยากจะนำมาเป็นตัวอย่างให้กับเพื่อนๆ คนอื่นๆ ที่กำลังจะมาเป็นออแพร์ค่ะ

สาวขาดประสบการณ์ X กว่าจะได้มาเป็นออแพร์ที่ เมกาก็ไม่ใช่ง่ายๆ  ต้องอพยพจากเอเจนซี่หนึ่งมาอีกเอเจนซี่หนึ่ง รอเวลามานานหลายๆๆๆเดือนแต่ก็ไม่เคยท้อใจ สุดท้าย สาวขาดประสบการณ์ X ก็ได้มาเหยียบเมกาสมใจ

สาวเจ้ามาอยู่กะครอบครัวที่มีเด็กโต ตารางการทำงานไม่หนักหนาอะไร คือทำตอนเช้าก่อนเด็กไปเรียน แล้วก็ว่างไปทั้งวัน แล้วก็ทำอีกทีตอนเด็กกลับมาจากโรงเรียนตอนเย็น  สำหรับเรื่องอื่นๆ เช่น ชั่วโมงการทำงานการกินอยู่ การเงินการทอง นิสัยใจคอของโฮสต์ พฤติกรรมของเด็ก ก็อยู่ในเกณท์ดี สาวขาดประสบการณ์ X ไม่มีปัญหาอะไรหนักหนา

แต่มาอย่ได้ไม่ถึงเดือน  เหตุการณ์ที่ไม่เคยมีใครต้องการก็เกิดขึ้น โฮสต์ขอสาวขาดประสบการณ์ X รีแม็ทช์  สาเหตุคือ -ขาดประสบการณ์ขับรถ ขับรถไม่แข็งพอ ไม่แข็งพอที่จะทำให้เด็กๆ มั่นใจได้ ก็อย่างที่เล่าไปข้างต้นนะคะ คือบ้านนี้เป็นเด็กโต ส่วนใหญ่เด็กโตคือ ขับรถไปรับ ไปส่ง โรงเรียน และ หรืไปรับไปส่ง เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ แต่เด็กมีความรู้สึกว่า สาวขาดประสบการณ์มีประสบการณ์ขับรถไม่แข็งพอ โฮสต์รับทราบดังนี้จึงขอรีแม็ทช์

ถ้าว่ากันตามตรง สาวขาดประสบการณ์  X ก็บอกว่า เรื่องขับรถนี้ ก็ไม่ได้ขาดประสบการณ์นะ สาวเจ้าเองก็ขับรถที่เมืองไทย ขับมาเป็นปี มีความชำนาญพอควรแหละ คิดว่าขับเมืองไทยได้ แต่ในเมื่อครอบครัวต้องการรีแม็ทช์ก็ยอมรับ  

และเป็นไปตามสเต็ปของคนอยู่ในช่วงรีแม็ทช์เกือบร้อยละเก้าสิบ ที่จะมานั่งรอให้ที่ปรึกษาท้องถิ่นหาโฮสต์ให้อยางเดียวคงเป้นไปไม่ได้ งัยก็ต้องช่วยตัวเองด้วยอย่างแน่นอน step เดิมๆ คือ ไปสมัครกับเว็บไซต์หาโฮสต์ออนไลน์ชื่อดังที่พวกเรารู้จักกันดี ถึงจะไม่มั่นใจว่าโฮสต์จากเว็บนี้จะมาสมัคเข้าเอเจนซี่รับสาวเจ้าไปอยู๋ด้วยหรือเปล่า แต่สาวขาดประสบการณ์ X ก็ต้องลองช่วยตัวเองถึงที่สุด ผลจะเป็นงัยก็ต้องลุ้นกันต่อไป เวลาทีมีสองอาทิตย์ก็นับถอยหลังกลับเมืองไทย ถ้าไม่มีครอบครัวใหม่รับไปอยู่ด้วย

ผ่านไปไม่กี่วัน จากเว็บที่สาวเจ้าไปสมัครไว้ ก็มีครอบครัวสนใจสาวขาดประสบการณ์ X บ้านนี้มีเด็กคนเดียวนะ (ถ้าจำไม่ผิด) เป็นเด็กอ่อน ซึ่งสาวขาดประสบการณ์ X ก็ได้ชี้แจ้งให้โฮสต์เข้าใจว่า  คุณตอ้งสม้ครเอเจนซี่ของฉันนะ แล้วก็บอกว่าต้องการรับฉันไปอยู่ดูแลลูกคุณ แล้วฉันก็จะไปอยู่ด้วยได้ และสาวขาดประสบการณ์ X ก็ให้เบอร์ติดต่อของที่ปรึกษากับครอบครัวนั้น เพื่อจะได้ประสานงานต่อไป สาวขาดประสบการณ์ X ดีใจล้นเหลือ  ฉ้านมีโอสต์แล้วธัญญ่า ฉ้านไม่ต้องกลับเมืองไทยแล้ว

แต่ครอบครัวลูกอ่อน ได้บอกกะเอเจนซี่ว่า จะไม่สมัครเข้าโครงการจนกว่าจะได้พบเจอสาวขาดประสบการณ์ X ตัวเป็นๆ ก่อน หากพบเจอถูกใจ ถูกชะตา แล้วเขาจะเข้าโครงการต่อไป ดังนั้น ครอบครัวลูกอ่อนจึงขับรถจากรัฐของเขาเพื่อมาหาสาวขาดประสบการณ์ X  1 ชั่วโมงที่ขับรถมา มาเจอสาวขาดประสบการณ์คุยกัน 10 นาที แล้วครอบครัวลูกออ่นก็บอกสาวขาดประสบการณ์ X ว่า........................... โอเค ฉันจะสมัครเข้าโครงการ คุณมาอยู่กะพวกเรา เย้ๆๆๆ

เหตุการณ์ดูเข้าทีเข้าท่า เหมือนจะจบ แม็ทช์แล้วก้ย้ายไปอยู่บ้านนั้น แต่ยัง ยัง สาวขาดประสบการณ์ X ได้รับการติดต่อจากที่ปรึกษา ชี้แจ้งมาว่า เธอไม่สามารถแม็ทช์ไปอยู่บ้านนั้นได้   เนื่องจากเธอขาดประสบการณ์ X ทีสำมะคัญทีสุด  ที่ปรึกษาท้องถิ่นอ่านจากใบสม้ครของสาวเจ้าแล้วพบว่า สาวเจ้าไม่มีประสบการณ์เลี้ยงเด็กกะเด็กต่ำกว่า 2 ขวบอย่างน้อย 200 ชั่วโมง   ( เฉลย X = เลี้ยงเด็กกะเด็กต่ำกว่า 2 ขวบอย่างน้อย 200 ชั่วโมง )

สาวขาดประสบการณ์ชี้แจ้งให้ธัญญ่าฟังว่า เอเจนซี่ที่เธออพยพยไปอยู่ใหม่ด้วยนั้น ไม่ได้ต้องการเลยว่าต้องมี ประสบการณืเลี้ยงเด็กสองร้อยชั่วโมงกะเด็กต่ำกว่าสองขวบ คือแค่มีประสบการณ์แค่สองร้อยชั่วโมงก็เพียงพอ จะเอาวัยใดก็ได้  ไม่ได้มากำหนดว่าต้องมีของเด็กเล็กอย่างน้อยสองร้อยชั่วโมง เหมือนเอเจนซี่ที่เข็มงวดต้องมี  และก็ไม่จำเป้นต้องมีรีเฟอร์เรนซ์สองที่ ที่เดียวก็ได้

จริงๆ เธอก็มีแหละ  แต่ว่าไม่ได้ไปเซ้นต์มา เนื่องจากว่าเป็นการเลี้ยงกะคนข้างบ้าน อีกอย่างเธอได้ฝึกกะศูนย์เลี้ยงเด็กด้วย ฝึกแบบควบอะค่ะ คือ สองร้อยชั่วโมงนี้ ดูเด็กจากวัยออ่อนยันโตเลย แล้วเธอก็แสนขยันแจ้งแจกไว้ด้วยว่า แต่ละวัยนั้น แบ่งเป็นกลุ่มละกี่ชั่วโมง ปรากฏว่า ในกลุมเด็กช่วงต่ำกว่าสองขอบ เธอลงไว้ไม่ถึงร้อยชั่วโมงค่ะ  เธอเลยกลายเป็นสาวขาดประสบการณ์ X ของจริง เอเจนซี่ไม่สามารถให้เธอไปแม็ทช์กะครอบครัวลูกอ่อนได้  อันเป็นไปตามกฏ ใครก็ตามจะดูแลเด้กต่ำกว่าสองขวบ ต้องมีประสบการณืกะเด็กตำกว่าสองขวบ ไม่น้อยกว่าสองร้อยชั่วโมง

ทำงัยละนี้ เอเจนซี่ก็ไม่เห็นมีครอบครัวมาให้เลย เราอุตส่าห์หาได้แล้วนะ เอเจนซี่ไม่ได้ทำไรเลย เราหาโอสต์มาให้เขาแท้ๆ ครอบครัวลูกออ่นก็สมัครเข้าเอเจนซี่แล้วด้วย ลงทุนขับรถมาเป็นชั่วโมงเพื่อเจอตัวเป้นๆ กันแล้วด้วย ทำไมสุดท้ายเป็นงี้ แต่สาวเจ้าก็ได้ติดต่อไปหาโฮสต์นะ ว่าฉันนะมีประสบการณ์จริงๆ แต่ฉันไม่ได้ลงเอาไว้ คุณเชื่อไหม ฉันทำได้นะ ครอบครัวบอกว่า เชื่อว่าทำได้ แต่ว่าทำงัยให้เอเจนซี่เชื่อได้นี้สิ ว่าคุณมีประสบการณ์ X

ที่ปรึกษาของสาวขาดประสบการณ์ ให้เบอร์สาวเจ้ามา เป็นเบอร์ติดต่อกะคุณอีกคนหนึ่งของเอเจนซี่เพราะว่าคุณคนนี้คือคนที่จะหาโฮสต์ใหม่ให้กับสาวขาดประสบการณ์ แต่พอโทรไปติดต่อ คุณเขาก็บอกว่าไม่สามารถปล่อยให้แม็ทช์ได้ เพระว่าขาดประสบการณ์X สาวขาดประสบการณ์ก็เลยบอกว่า ฉันมีประสบการณ์ X นะ แต่ว่าไม่ได้กรอกลงไปตอนส่งเอกสาร ทางคุณเขาก็คงจะเห็นใจ เลยบอกว่าถ้างั้นให้ส่งมา ให้ทางเอเจนซี่ที่ไทยส่งมา คุณไปเอาหลักฐานมาแล้วกัน  ฮึ่ม  สู้เว้ย

แล้วสาวขาดประสบการณ์ก็เลยติดต่อกะเพื่อนที่อยู่ที่ไทยให้ก๊อบเอกสารใบรับรองประสบการณ์ให้หน่อย (พอดีเพื่อนที่ไทยก็สมัครเอเจนซี่เดียวกัน) แล้วสาวขาดประสบการณืก็ได้ติดต่อกะเพื่อนที่เธอได้เลี้ยงลูกเอาไว้ ให้ช่วยเซ็นต์รับรองให้ด้วย ซึ่งก็ตามแผนคือ เซ้นต์รับรองแล้ว ก็จะต้องให้เอเจนซี่ที่ไทยส่งไปให้เอเจนซี่ที่เมกาต่อไป

ตอนนี้ เรื่องยังไม่จบ เพราะว่าเอกสารยังไม่ส่งมาถึงเมกา ไม่รู้ว่าเรื่องราวต่อไปจะเป็นอย่างไร สาวขาดประสบการณ์ X จะเป็นสาวมีประสบการณ์ X ได้หรือไม่ แล้วสุดท้ายเธอจะได้แม็ทช์ไหมนี้ งัยสาวขาดประสบการณ์ X อย่าลืมส่งข่าวด้วยเด้อ 

ปล เพื่อนๆ อ่านแล้วได้ความรู้อะไรเอ่ย  X คือ ประสบการณืเลี้ยงเด็ก บ่ใช่ X เรทอาร์กันนะจ๊ะ อะนะ เข้าสาระ ข้อคิดของธัญญ่าคือ จำไว้ ประสบการณ์เลี้ยงเด็กสองร้อยชั่วโฒงกะเด็กต่ำกว่าสองขวบนะ มันมีค่านะ ใครจะรู้ว่าเราจะโดนรีแม็ทช์เปล่า แล้วรีแม็ทช์จะมีโอสต์แบบไหนเข้ามา เราก็ไม่มีทางเลือกมานักหรอก ถ้าอยากจะอยู่นะ แบบไหนมาก็ต้องเอาไว้ แล้วถ้าเราขาดประสบการณ์กะตรงนี้ เราคงต้องเสียใจมากๆ แน่  เอเจนซี่เขาอาจจะไม่เคร่งครัด (เอเจนซี่นี้ เพราะเห็นเอเจนซี่อื่นเขาสั่งว่าต้องมีกันหมด บางเจ้านู้นเด็กต่ำกว่าสองขวบสองร้อย เด้กสูงกว่าสองขวบสองร้อยเสียด้วยซ้ำ)  แต่สุดท้ายแล้วผลคืออยู่กะตัวเรา จำไว้ ต้องเป้นสาวมีประสบการณ์ X นะจ๊ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-10-20 04:42:39 IP : 74.12.57.197


ความคิดเห็นที่ 15 (667748)
avatar
ธัญญ่า

ออกนอกประเทศหลังวีซ่าหมด

tanya ...

เราไม่รู้จะติดต่อธันย่ายังยังไงนะ พอดีเรากลับเมืองไทยโดยที่ลืมดูวันหมดอายุวีซ่าในพาสปอร์ตเพราะมัวดูแต่ในใบดีเอส ในพาสปอร์ตวีซ่าเรามีแค่ 9 เดือน ไม่รู้ว่าทำไม มันเป็นความสัพเพร่าของเราเต็มฯ และตอนนี้เราเข้าเมกาไม่ได้ อยากได้คำแนะนำมาก ยังไงติดต่อเราหน่อยได้มั้ย หรือใครรู้ว่าเราต้องทำยังไงช่วยรบกวนบอกเราหน่อยนะ XX-XXXXXX

 



ผู้ตั้งกระทู้ต่าย  ::วันที่ลงประกาศ 18-05-2006 11:37:30 IP : 124.120.170.143

นี้คือข้อความที่ธัญญ่าได้รับ แล้วเรื่องราวก็เกิดขึ้น อีกตัวอย่างที่สำคัญของชีวิตจริงออแพร์จ้า รับชมรับฟัง

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-10-20 05:20:39 IP : 74.12.57.197


ความคิดเห็นที่ 16 (667749)
avatar
ธัญญ่า
 วีซ่าออแพร์ปีที่สอง

ธัญญ่ามาเล่าเรื่องต่ายให้เพื่อนๆ ฟัง เพราะถือเป้นตัวอย่างอีกกรณีที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้ แต่ ก็เกิดขึ้นได้ ความไม่น่าจะเป็น คือความน่าจะเป็น

ที่ธัญญ่าต้องออกมาเล่าเรื่องนี้ ต่ายเองก็ยินดี เพราะต้องการให้เป็นเรื่องที่เตื่อนใจ กับทุกๆ คนที่ต้องการจะเดินทางออกนอกประเทศอเมริกาขณะเป้นออแพร์ จะได้ระลึกเอาไว้ เพื่อจะได้ไม่เกิดเป็นกรณีอย่างนี้ได้ และหวังว่าจะไม่มีกรณีอื่น 

ต่ายทำงานมาได้สิบเดือนและก้ได้ตกลงต่อสัญญาทำงานปีที่สอง แล้วต่ายก็มาเยี่ยมเมืองไทยจังหวะคุณแม่เข้าโรงพยาบาลด้วยจึงได้มา แล้วก็มาอยู่เมืองไทย ตามกำหนดที่ได้ขอโฮสต์ไว้ แล้วก็จะกลับเมกา ไปที่หนามบิน ไปเช็คกระเป๋า พอไปเช็คตั๋ว เขาดูวีซ๋า อ้าวน้องจ้า วีซ๋าน้องหมดอายุแล้ว เอิกๆ มันเป็นไปได้อย่างไร พ่อ พี่ก็มาส่ง งก แตก อ้าวลูกฉันขนของกลับกันเถอะ 

มาดูวีซ่าที่สถานทูตให้มา นับไปนับมา เฮ้ย ฉันได้วีซ่าเก้าเดือน ออแพร์เขาได้วีซ่าสิบสองเดือน ฉันได้เก้าเดือน แล้วดันซวย ไม่ได้ระแวงเรื่องวีซ่า ระแวงว่าดีเอสได้เซ็นต์หรือยัง ก็เซ็นต์แล้ว ปีสองเอเจนซี่ส่งดีเอสอันปีที่สองมาให้  ก็ถือมาด้วยกันเหนียวอย่างดี ทำเรื่องไว้หมด แต่ไม่ได้ดูวีซ่าว่าขาดเมื่อไหร่   คือว่า ดีเอสปีแรกบอกว่าขาด 14 มิถุนายน ต่ายเขาก็คิดว่าเอ้อ ถ้าขาด 14 มิถุนายนก็เท่ากับว่า วีซ่าฉันก็ต้องขาดสิบสองเดือนคือ เดือนมิถุนายนวันที่สิบสี่ด้วยเช่นกัน (คือคิดว่า วีซ่ากะดีเอสม้นน่าจะขาดหรือหมดอายุพร้อมกันตามปรกติก หรือว่าถ้าอันไหนจะขาดก่อน ก็น่าจะต่างกันเป็นหลักวัน ไม่ใช่หลักเดือน)

อันนี้เลยเป็นความผิดพลาดของต่ายที่ว่าไม่เคยดูวีซ่าว่าได้มากี่เดือน ไม่ได้ระแวงว่าวีซ่าเราไม่เหมือนชาวบ้าน ได้มาไม่เท่าคนอื่น เพราะคิดว่าเราเหมือนคนอื่น และไม่คิดว่า ใครจะให้วีซ่าเก้าเดือนกะออแพร์ เลยไม่ได้สนใจกะวีซ่าของตนเลย (ดูวีซ่าตัวเองสิ มาแล้วได้กันกี่เดือน )

จริงๆ แล้วต่ายก็คือออแพร์ไทยปกติที่กลับมาเทียวเมืองไทยและกลับไปทำงานต่อในปีที่สองเหมือนอย่างที่หลายๆ คนทำกัน ธัญญ่าเองก็ทำ และเพื่อนๆ หลายๆ คนก็ไม่มีปัญหาและต่ายก้จะไม่มีปัญหา ถ้าวีซ่าเธอได้สิบสองเดือนตามปกติ หรือ ว่าก่อนที่ต่ายจะบินออกเมกา ได้มีอะไรมาให้เธอเอ๊ะใจ สังเกตวีซ่า แล้วจะได้พบว่ามันขาดวันไหน จะได้ไม่ต้องออกมา 

ตอนนี้ต่ายกะลังทำเรื่องเพื่อที่จะขอวีซ่าเจวันออแพร์ปีที่สองจากเมืองไทย ซึ่งอย่างที่ทราบๆ กันมันก็เป็นทฤษฏีที่ว่าทำได้ แต่เปอร์เซ็นต์ว่าจะได้วีซ่าหรือเปล่า อันนี้คือ ยังไม่มีสาวออแพร์ไทยคนไหนเคยต่อวีซ่าปีสองนอกประเทศแบบนี้

ธัญญ่าก็ขอช่วยต่ายเต็มที่ ไม่ต้องเกรงใจ อยากให้ต่ายสู้ถึงที่สุด และ อดทน อย่าท้อใจนะจ๊ะ ตอนนี้เรายังพอมีหวัง เรามีเอกสาร ดีเอสทั้งเก่าใบ สิ่งที่เรากะลังทำกันอยุ่คือ

ต้องจองวันวีซ่าให้ได้เร็วที่สุด แล้วเลือกตั๋วไปบินหลังวันจองวันขอวีซ่า ถ้าผลออกมาได้หรือไม่อย่างไรก็จะได้ไม่ต้องซื้อตั๋วใหม่ (หวังลึกๆ ว่าต่ายจะได้บินกลับเข้าไป) แต่ต่ายก็โดนค่าธรรมเนียมการเลื่อนตั๋ว แต่ถ้าเทียบกะต้อ้งซ์อตั๋วใหม่แล้ว มันเทียบกันไม่ได้

ขั้นต่อมาคือต้องจองวีซ่าให้เร็วที่สุดแล้วทำเอกสารเพิ่มเติม เช่น ใบจบ ใบรับรองการเงิน เหมือนตอนขอวีซ่าปีแรกทุกอย่า พวกจดหมายรับรองจากโอสต์ ก็ต้องขอให้เขาส่งมาเพิ่ม หลังจากนั้นก็ลุ้น รอสวรรค์จะตัดสิน ในวันสัมภาษณ์ค่ะ แต่ที่แน่  ปัญหาคือ ต่ายต้องได้วันสัมถาษณ์ที่เร็วที่สุด เท่าที่โฮสต์จะรอได้ด้วย เพราะอยากที่ทราบคิวสัมภาษณ์วีซ่านานมาก จองเดือนนี้ ได้คิวเดือนหน้า หรือเดือนนู้น เรื่องนี้ต้องมีปาฏิหาริย์

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-10-20 05:21:50 IP : 74.12.57.197


ความคิดเห็นที่ 17 (667752)
avatar
ธัญญ่า
 วีซ่าออแพร์ปีทีสอง ตอน ปาฏิหาริย์จะมีจริงหรือไม่

ตอนนี้ต่ายจองคิววันสัมภาษณ์ได้แล้วค่ะ เป็นวันที่ 25 เดือนนี้แหละค่ะ เร็วมาก แค่อีกสามวันเอง ไม่น่าเชื่อ สามวันก้จะได้สัมภาษณ์วีซ่าแล้ว เข้าแผน

ส่วนเรื่องเอกสาร ทางเอเจนซี่ออกมาว่า เด็กคนนี้ต้องการจะออกเดินทางไปนอกประเทศกับโฮสต์ตอนปีที่สองเลยจำเป็นต้องมาขอวีซ่าปีที่สอง เอเจนซี่ไม่ได้บอกว่าเด็กกลับไม่ได้วีซ่าขาดนะคะ เฮ้อๆๆ เอางัยเอากันเนอะ

ต่ายอาจะเป็นออแพร์ไทยคนแรกที่ได้วีซ่าปีที่สองก็ได้ ภาวนาเอาใจช่วยจริงๆ ต่ายเอ่ยยยย

วันนี้วันสัมภาษณ์ ตัดสินชีวิตต่าย จะได้เข้าเมกาหรือเปล่า

1 มิถุนายน ต้นเดือน พอดี หลังจากที่ได้เตรียมเอกสารของวีซ่าทุกอย่าง ทรานสคริปต์อยู่เมืองนอก ก็ให้โฮสต์ส่งมาให้ เอกสารการรับรองจากเอเจนซี่และโฮสต์ ว่าต้องการให้ออแพร์มาขอวีซ่าปีที่สองเพราะว่าโฮสต์จะพาออแพร์ไปเทียวนอกประเทศด้วย จึงต้องบินกลับมาขอ ก็มาอยุ่ในมือนานแล้ว สมุดบัญชีเงินงฝาก จดหมายรับรองการทำงาน ก็ไปหาบริษัทเก่าให้ออกให้

เอกสารพร้อม แต่คนตื่นเต้น นอนไม่หลับ เริ่มบนไปทั่ว พระพรมก่อนเลย แล้วก็พระพุทธชินราช ที่พิษณุโลก และไม่พอ พ่อบนหมูหนึ่งตัวอยู่ที่กำแพงเพชรแถม ก่อนนอนสวดมนต์ ท่องคาถาทูกวัน (ฮ่าๆ แอบเผาต่าย)

วันสัมภาษณ์ นัดแปดโมงครึ่งไปรอแต่เจ็ดโมงเช้า รอไปก้ไม่มีไรทำ นั่งสวดมนต์ เอิกๆ เพราะตอนนี้ทุกอย่างอยู่ที่ ชะตากรรม เพราะว่า ต่ายไม่มีทางเลือก ประมาณ ไม่สู้ก็ไม่ได้ ต่ายมาเที่ยวเมืองไทย แต่ปรากฏว่าวีซ่าปีแรกออกมาให้เก้าเดือน แต่ DS-2019  นะได้ครบปีปรกติ แต่ต่ายไม่เคยสังเกตหรือดูวีซ่า ดูแต่ดีเอส เพราะคิดว่าถึงจะขาดเกินไป เขาคงไม่ออกขาดเป้นสามเดือน อย่างน้ก้คงออกขาดกันแค่วีค หรือ สองวีค ดังนั้น ต่อไปใครได้วีซ่าแล้วดูก่อนเลยว่า วีซ่าเราออกครบสิบสองเดือนหรือเปล่า

พอเป็นอย่างนี้ ตายไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจกลับเมกาไม่ได้แบบไม่คาดคิด ก็เลยต้องมาขอวีซ่าปีที่สอง ทั้งที่วีซ่าปีแรกก้ขาดแล้ว แต่ดีเอสทั้งปีแรก และปีที่สองเท่านั้นที่เป็นเอกสารช่วยต่าย

จริงๆ ถ้าเป็นคนที่วีซ่าไม่ขาด แล้วมาขอวีซ่าที่ไทย ถึงไม่ได้วีซ่าปีที่สองก็ไม่มีปัญหาหรอก ก็แค่เสี่ยเงินค่าขอ สีพันบาทเล่นๆ เพราะว่าเมื่อวีซ่าไม่ขาด คนๆ นั้นก็สามารถบินกลับเข้าประเทศไปทำงานปีที่สองต่อได้ตามปกติ แต่ว่าปีที่สองนี้ก็คืออกนอกประเทศเมกาไม่ได้ ถ้าออกคือเข้าไมได้แล้ว วีซ่าขาดนั้นเอง

แต่ตายไม่ใช่แบบนี้ ต่ายไม่มีทางเลือก ทางไม่ได้วีซ่าปีที่สอง ก็เข้าเมกาไม่ได้เพราะวีซ่าขาดแล้ว ก็เลยต้องมาเสี่ยงขอเป็นทางเลือกทางเดียว

เคสแรกของไทยที่จะได้วีซ่าออแพร์ปีทีสอง กำลังจะเกิดขึ้นหรือไม่  ลุ้น ๆ กัน

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-10-20 05:29:01 IP : 74.12.57.197


ความคิดเห็นที่ 18 (667754)
avatar
ธัญญ่า
 

วีซ่าอออแพร์ปีทีสอง ตอน แล้วปาฏิหารย์ก็มีจริง

หลังจากไปนั่งรอสัมภาษณ์แต่ไก่โห่ง สวดมนต์ ท่องคาถาอย่างไม่ลดละ ฮ่าๆๆ อะนะเหมือนวาจะลงเจ้า เล่นของ แต่เปล่า ต่ายบอกว่าไม่มีไรทำ เลยทำแก้เครียส

พอถึงตาต่ายสัมภาษณืได้สัมภาษณ์กะเจ้าหน้าที่ผู้ชาย คำถามที่ต่ายได้คือ

ทำไมตอนขอวีซ่าครั้งแรกถูกปฏิเสธ คือว่าตอนคร้งแรกเลยขอวีซ่าถูกปฏิเสธ ต่ายก้บอกว่าตอบคำถามเรื่องที่เรียนไม่ถูกต้องเพราะว่าโฮสต์ให้มาหลายที่ เจ้าหน้าที่หนุ่มฟังก็ อืมๆๆ

แล้วทำงานบ้านนี้เด็กกี่คน น่ารักไหม

เอาละเดี๋ยวผมส่งวีซ่าให้ จบ การสัมภาษณ์

ต่ายตื่นเต้น นิ่งไปเลย เจ้าหน้าที่ถาม คุณเป็นไรเปล่า ต่ายบอกเปล่าค่ะ แค่ดีใจมาก เลยพูดไม่ออกค่ะ เจ้าหน้าที่ก็ยิ้มแย้มดี

และแล้วต่ายก็ได้วีซ่าปีทีสองมาแล้ว

ส่วนตั๋วก็ได้กลับเมกาวันที่ แปด มิถุนายนดีจ้า ตอนแรกบอกต่ายว่าถ้าไม่ได้กลับนะ ก็มาวันเลี้ยงออแพร์ คร้งที่สาม นะ ฮ่าๆๆ งานนี้เลยอดเลย แต่ก้ดีใจกะต่ายมากที่ได้กลับไปนะจ๊ะ

ตอนนี้ต่ายกลับเมกาเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่วันที่แปดที่ผ่านมาแล้วค่ะ

เฮ้อๆ กลับได้จริงๆ ด้วยน๊ะนี้ กิ๊ว ๆ ไม่น่าเชื่อ

ขอให้โชคดี สุขสดใสซาบซ่าน เกิบเงินปีที่สองนี้ให้ได้เยอะๆ ดั่งใจเลยนะจ๊ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-10-20 05:29:59 IP : 74.12.57.197


ความคิดเห็นที่ 19 (667755)
avatar
ธัญญ่า
ซ่าออแพร์ปีทีสอง ตอน ส่งท้าย


กลับมาได้แล้วจ้า แต่ที่ตอบช้านี่เพราะที่บ้านไม่มีคอมอะ ความจริงมีนะ แต่ตอนนี้มันก็เหมือนเดิมยังใช้ไม่ได้ โฮสบอกว่าเน็ตไม่ดี ไม่รู้เมื่อไหร่จะใช้ได้ แต่ทำไมเมื่อคืนฉันเห็นโฮสฉันใช้ได้ก็ไม่รู้ (ไม่อยากคิดเล๊ย สงสัยตูโดนโฮสหรอกแหงเลยวะ) เลยไม่ได้แวะเข้ามาบอก 

จริงอย่างที่ธัญญ่าบอกขืนรอเราเขียนมีหวังคงเ***่่ยวกันน่าดูเลย วันนี้ก็เลยแวะมาบอกว่าฉันสบายดี กลับมาถึงแล้วอย่างสวัีสดิำภาพ ถึงมันจะทุรุกทุเร แต่ก็ได้กลับมา คงเป็นอะไรที่ฉันจำไปอีกนานกับความสัพเพร่าครั้งนี้(แต่แอบถามเพื่อนหลายคนมันก็ยังไม่รู้เลย ว่าวีซ่ามันตรงกันหรือเปล่า   )

อยากบอกคนที่เข้ามาอ่านดูด้วยแล้วกันว่า กรณีเราเป็นตัวอย่างที่ดีเลยกับความระมัดระวัง เพราะถ้ามีอะไรผิดพลาดนิดเดียว มันก็เป็นเรื่องใหญ่ได้เหมือนกัน กรณีเราอาจจะกลับเข้ามาได้ แต่ไม่อยากให้คิดว่านี่เป็นการเปิดทางให้คนบางคนที่อยากออกนอกประเทศกลับไปเปลี่ยนวีซ่าที่เมืองไทยเพราะว่าต่ายยังเปลี่ยนได้เลย ฉะนั้นมันคงจะเปลี่ยนกันได้ง่าย เราไม่คิดว่าอย่างนั้นเลยนะ เพราะทุกคนคงรู้ว่าเวลาขอวีซ่ามันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเอกสารอย่างเดียว แต่มันขึั้นอยู่กับอารมณ์คนสัมภาษณ์ต่างหากเพราะฉะนั้นไม่อยากให้เสี่ยง 

เราอาจจะโชคดี แต่คนต่อไปอาจจะไม่ก็ได้นะ เนื่องจากมีเพื่อนบางคนเห็นเราขอวีซ่าได้ ก็จะกลับไปมั่ง อย่าดีกว่านะ แต่ถ้าอยากลองก็ขนของกลับบ้านบ้างก็ได้นะ ้เพราะถ้าพลาดยังไงก็ยังมีเสื้อผ้า สัมภาระ อยู่ ตอนนั้นต่ายก็เครียดมากเหมือนกันที่จะต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่หมดเลย (ด้วยความเอากลับไปแค่ไม่กี่ชุึด...)ก็ไม่มีตังค์อะคะ

เอกสารอะไรก็ไม่มีซะอย่าง  เผื่อใจไว้บ้างก็ดีนะ ถ้าคิดจะกลัีบไปเปลี่ยนจริง อะไรที่แน่นอน มันก็มักจะมีความไม่แน่นอนแฝงอยู่เสมอแหละนะ

สุดท้าย ท้ายที่สุึด ก็อยากจะขอบใจธัญญ่าอีกครั้งที่อุตสาห์เป็นกำลังใจ และเป็นธุระให้เราหลายเรื่อง(ต้องมานั่งคิดว่าจะให้ต่ายมันไปบนที่ไหนดีนะ  นี่ถ้ารอบแรกฉันไม่ผ่านเนี่ยนะ มีหวังฉันได้ตามธัญญ่าไปบนยาคูล ศาลพระกาลลพบุรี แหงฯเลย ลิงลพบุรีชอบกินยาคูลล์ อ้าวไม่ใช่) 

ขอบใจที่อุึตสาห์เล่าทุกอย่างตั้งแต่ต้น จนจบ ไ้ด้อย่างไม่มีตกบกพร่อง(แกคงคิดในใจ อุตสาห์เปิดกระทู้แต่ไหงเจ้าตัวมันหายไปเลย) ขอบคุณ Goaupair พี่มี่ พี่แจ๊ค พี่ออย ที่เป็นธุึระให้และพี่อีกคนนึงซึ่งรู้ผ่านธัญญ่ามาเหมือนกันว่าเค้าคอยให้คำปรึกษาเรื่องพินที่ซื้อมาแล้วมันดันใช้ไม่ได้ดูซิคนมันดวงไม่ีดี อะไรมันก็ไม่ราบรื่นแต่ดันไม่ได้ถามแหะว่าพี่เค้าชื่ออะไร และคนสุดท้ายที่อยากจะบอกแต่เค้าคงไม่รัีบรู้ก็เจ้าหน้าทีสถานทูตสุึดหล่อ ที่อุตสาห์ให้เรากลับมาได้กับประโยคสามประโยค



ผู้แสดงความคิดเห็นtai  วันที่ลงประกาศ 22-06-2006 01:48:10 IP : 168.12.1.91

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า วันที่ตอบ 2006-10-20 05:30:34 IP : 74.12.57.197


ความคิดเห็นที่ 20 (681058)
avatar
เพียร

โห ... อ่านไปลุ้นไปเลยนะนี่นะ  ลุ้นระทึกจริงๆเลย แอบเอาใจช่วยอยู่ลึกๆในใจด้วยนะนี่ พอต่ายทำได้ก็แอบโล่งใจแทนซะอีก 555 ดีใจด้วยนะคะ รับรองว่าจะจำไว้แต่ไม่เอาเป็นแบบอย่างค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น เพียร วันที่ตอบ 2006-11-01 16:47:28 IP : 58.10.234.42


ความคิดเห็นที่ 21 (805330)
avatar
admin
Dear all

Welcome to terrible two world ja :)

I am nimon aupair in PA take care of 16 month old girl baby. And she is growing so fast and start to have same kind of your child behave too. My family and I find out the way to change her to be a sweet girl and we still continue practise her new behave now.

This behavior is normal part of child development, kids assert their independece and vent frustrations when they are unable to express themselves.

I would love to share some of tactics that might be work for your kid.

- Making him dependent upon you for his entertainment need, you can find what is he like the most. It can be cartoon, music or any of his favorite toy. It is important to encourage solo play first. ( we find out that my baby love to play alone for a while and later we start to play with her and teach her how to share toys. When she share things or be nice to our dog we give her a kiss and hug and say : she is a good girl. And she likes it.

We always say : I know you can do a great job at being a good girl and be nice to your friends( and animals)

Event she can not talk yet but she understand and now we don"t have more problems about her behave.

I hope it can help you work out or get some more idea na ja.

Nimon

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2007-02-03 04:52:44 IP : 70.50.188.39


ความคิดเห็นที่ 22 (805333)
avatar
admin

Hi all gals,

I will be here(Hanover Park,iL) cheering u girls up for fighting by yourself to have a better life living here in USA naja

Sincerely,I have a big problem here too since i just had car accident driving on hostdad"s car outside for only my own business.

After accident,

1.)I was sent to hospital(&got unbelievable 1,400 $ medical bills last week

2.)my hostdad need to buy new mini-van(old car had been crashed in front seriously)&I think over 20,000 $ he should pay for it). Luckily,I didn"t die in his old car,my hostdad said.

3.)I got ticket from police& had been asked to appear in court on 14 Sep since he said I drove in red light(I"ll fight with judge again to reconsider me as innosense since police asked me nothing what happened that day)

This accident is sooo much terrible for me  but my hostparents are still quite niceee to me since they didn" t complain this much to me. They asked me paying for nothing even 250 $ i should be responsible for this car accident according to 10th issue of aupaircare"s contract.(Riannok I"m from). Just no more driving by myself they asked.

I"ll tell u the end of my story again after court.

I know that being an aupair in USA would probably either good or bad for someone but i just wanna share that being optimistic girl(having a positive mind) as much as you can will lead u have either much or less happy time here.

And if you want to get what u want here from host family ,pls consider to "GIVE" them first. I know most Americans couldn"t feel that much like Thais; but,at the same time, some do.

Also, pls be so STRONG to live by your own.

These are just my suggestions...

Take care,all great Thai aupairs From ooMie

 

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2007-02-03 04:58:49 IP : 70.50.188.39


ความคิดเห็นที่ 23 (805334)
avatar
admin



ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 136
Rank :
ขาประจำอย่างเป็นทางการ

Postความคิดเห็นที่ 45 || โพสต์เมื่อ : 2 ก.ย. 2548 เวลา 08:19 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 65.96.79.139  [ 65.96.79.139 ] อ้างถึงความเห็นที่ 45 แก้ไขความคิดเห็นที่ 45 กระทู้ที่ 139 ลบความเห็นที่ 45

Hi everybody my name is oil( i have problem with my nickname also  ) i  have been in boston  2 months with goaupairthailand agency. "(p"mee,p"jack) they are my big help. i lost my flight when i transit p"mee helped me to find out what i should to do. anyway i live here right now( boston ,MA) and everyone (my family)nice with me. i take care 2 boys 18 months (Milo) and 4 years(Aise). they are so cute although sometimes they fight because they want a same toy in the same time  but normally they are nice.Aise go to pre school 8.00am-5.30 pm.so i just take care only milo  . that make me have a little brake between day everyday because milo sleep for 2-3 hours   after lunch everyday.I have 2 aupair friends from german and affirica right now. we like to hang out on weekend do somethings fun. i will have eng class this sat. i hope to get friends more soon. if you live around boston please  feel free to  mail me at ioil@yahoo.com  maybe we can see each other. i love to have thai aupair friends here also.i got to go right now. next time i will tell about american guys who i met on the street . good to share stories with you

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2007-02-03 05:00:49 IP : 70.50.188.39


ความคิดเห็นที่ 24 (805336)
avatar
admin
เพื่อนออแพร์ค่ะ ฉายาบนบอร์ดว่า buttercup ไดัฝากโพสเรือ่งตลก ๆ กับเด้กที่เลี้่้ยงนามว่า Matthew มาให้อ่านกันคะ
hi guys, it"s Ae. i have something about my kid to tell u guys, that"s pretty funny.
 
1. while Claire, Kate and I were watching TV. Matthew came to me at my back and lock my neck (playing wrestling). I told him
Ae:             Matthew, I can"t breath!!!
Matthew :   You can"t breath? but why u can talk?
 
2.P"Phan call me last week (she"s in Canada), so we spoke in Thai (Muang). Matthew sat beside me and played with his toys. He was wonder if language i was speaking. He looked at me and asked me ( imagine his face)
Matthew : hey ae, what r u talking about? i don"t understand
Ae :         This is my language, i"m talking to my thai friend, do u wanna talk to her?
Matthew : no, i can"t speak SPANISH.
Ae :          no no, this isn"t spanish language, this is thai language.
(P"Phan asked me to talk to him)
Ae:          Matthew, my friend wanna talk to u. don"t worry, she can speak english
Matthew : but i can"t speak english
 
P.S. He doesn"t know that the language which he speaks everyday is english
 
 
3.  while i was walking into the bathroom, Matthew came to me and cut off me to go to the bathroom. i stopped.
Matthew:  What r u doing, ae?
Ae:           I"m gonna take a bath. Do u want to use the bathroom?
Matthew:  no ae. but can i see u take a bath? can i sit here and see u take a bath i promise
                i will  be quiet and i won"t yell (he"s a kind of lound kid)
Ae:           no no Matthew, please go to your room and sleep, it"s bedtime.
Matthew : pleaseeee ae pleaseeeee, i just want to know how thai people take a bath
 
ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2007-02-03 05:02:46 IP : 70.50.188.39


ความคิดเห็นที่ 25 (805337)
avatar
admin

porde


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 1
Rank :
ขาจร

Postความคิดเห็นที่ 49 || โพสต์เมื่อ : 8 ต.ค. 2548 เวลา 02:06 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 64.26.116.204  [ 64.26.116.204 ] อ้างถึงความเห็นที่ 49 แก้ไขความคิดเห็นที่ 49 กระทู้ที่ 139 ลบความเห็นที่ 49

อยากรีแมท    เราชื่อนก  เป็นออแพร์ มาได้ 1 ปีกับอีก 10 วัน  เราต้องดูแลเด็ก  4 คน  อายุ 8,7,5และ 3เรารู้ว่ามันเป็นงานหนัก  แต่ว่าเด็กพวกนี้ทำให้เราพูดภาษาอังกฤษได้ดีขึ้นมากๆ   เด็กของเราดื้อมากแต่ก็ไม่เท่ากับพ่อแม่  เราอยู่  Maryland บ้านนี้หลังใหญ่มาก  ก่อนที่เราจะมาเขาบอกว่าไม่มีสัตว์เลี้ยงต่อพออยู่ไป ได้ 3 เดือนก็ เอา สุนัขมาอยู่ที่บ้าน 1 อาทิตย์ตอนก่อนมาก  เรามีใบรับรองแพทย์บอกว่า  เราแพ้ขนสัตว์เช่น แมว สุนัข     และที่ำทำให้เราเศร้ามาก คือ เราต้องทำความสะอาดบ้าน      ตัวแม่เขาบอกว่า  ทำความสะอาดตรงที่เด็กทำสกปรก  แต่หารู้ไม่  เด็ก 4 คนทำสกปรกทั้งบ้าน  เราก็ต้องตามกวาด  ตามถู  และก็ต้องกวาด ขนสุนัขด้วย     เรารู้ว่างานหนัก   Hostmom พูดว่า  aupair thai  นี่ไม่รู้เลยเหรอว่ามา อเมริกาต้องทำงานหนัก    เขาให้เราดูดฝุ่นบ้าน  กวาดบ้าน   ถูบ้าน  ล้างหม้อและกะทะ   ที่ยิ่งไปกว่านั้น   เขาให้เราทำอาหารไทย อาทิตย์ละ 1ครั้ง  บางคนคิดว่าเล็กน้อย    เราต้องทำสำหรับ 7 ที่ และต้องล้างทุกอย่างด้วยตัวเอง  กินอาหารเย็นเสร็จ  เขาก็ทิ้งทุกอย่างบนโต๊ะไว้ให้เราเก็บ  ตอนแรก  เขาบอกว่าช่วยกันพอๆ อยู่ๆ ไป  เราต้องทำเองทุกอย่าง  เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนเรากลับเมืองไทย   พอเรากลับมา  เขาให้เราทำอาหารให้  เราเวียนหัวมาก  ขนาดขับรถไปซื้อของทำกับข้าวก็ไม่ได้    เราบอกเขาว่า เราไม่อยากทำ เพราะว่าเราป่วยและเวียนหัว มาก   เขา พูดเสียงดังใส่เราและบอกว่า  เธอต้องหาทางแก้ไข และฉันต้องการให้เธอทำอาหารเย็น  มันสุดที่จะทน  และเราไม่รู้ว่า   เหตุผลนี้เราขอรีแมทได้มั๋ย  หลังจากเหตุการณ์วันนั้น   ปรกติเราไม่กินข้าวเย็นกับครอบครัวอยู่แล้ว   เพราะว่าเราเลิกงานแล้วแต่ถ้ากินด้วยเราก็ต้องเก็บล้างทุกอย่าง  กวาดพื้น  และ  ถูพื้นด้วยเขาให้เราทำอาหารให้เราก็ทำ   และหลังจากเลิกงาน  พวกเขาก็จะไม่เห็นเราที่บ้านของเขา  เราอาศัยค้างกํบเพื่อนและกลับมาทำงานตอนเช้า  หรือไม่ก็   กลับบ้านดึก      เราอยากจะบอกกับ  Host momว่าเขาเอาเปรียบเรา   แต่เวลาเราพูดกับเขาตรงๆ   เราไม่เคยถูกเลย  เขาจะพูดเสมอว่า ก็ฉันจ่ายเธอ  เพื่อให้เธอมาทำงาน    เราโทรหาที่ปรึกษา  ประจำเขตเขาก็ไม่โทรกลับ   ถ้าโทรมาก็ โทรตอนที่  Host mom อยู่เราก็คุยอะไรไม่ได้    และที่ยิ่งไปกว่านั้น   Host mom
เปิดจดหมาย เราด้วย  เราคิดว่า มันเป็นเรื่องส่วนตัว   
เราอยู่ต่อกลับครอบครัวนี้อีก 1 ปี  ด้วยเหตุผลที่ว่า   เพื่อว่าเขาจะดีขึ้น  เราได้โอกาสหาครอบครัวใหม่  เพื่อที่่จะอยู่ต่อในปีถัดไป  แต่ว่า  เราโชคร้าย    เราไป Virginia 1อาทิตย์  ทำให้เราพลาดที่จะได้คุย กับหลาย ๆ ครอบครัว  บางครอบครัวเรากก็ตอบ อีเมล์ เขาช้า    และอีกหลายๆ ครอบครัว  ก็ไม่อนุญาติให้เราใช้ รถ   ไม่มีทีวี        บางบ้านก็ไม่มีคอม   อย่างเรื่องคอม  เราไม่มีก็ได้  แต่ถ้า ไม่มีทีวี  และห้ามใช้รถ  เราต้องตายแน่  เพราะว่าเราไม่รู้ว่า จะได้ครอบครัวดีมั๊ย   ถ้าไม่ดีเรายังไปหาเพื่อนเราได้ไม่ต้องกังวลว่าใครจะไปส่งถ้าเหงาก็ดูทีวีได้      ตอนนี้เราเป็นโรค Home sick รุนแรง  ทั้งๆ ที่เรา  พึ่งจะกลับเมืองไทยได้ไม่นาน                                                ********               ใครก็ได้ช่วยบอกเราที    เราเป็น aupair ต้องทำอาหารให้เขาด้วยหรือ    แล้วถ้าเราปฏิเสธเขา  เรา      เขาขอรีแมท  ได้มั๋ยถ้าเราไม่อยากทำ  แล้วเขาบังคิบให้ทำอีก   ***************ถ้าเขาเอาสุนัขมาที่บ้านอีก เราขอรีแมท  ได้มััััํูย   หลายๆ คนคงคิดว่า    ง่ายถ้าบอกเขาตรงๆ   แต่มันยากสำหรับเรา  
ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2007-02-03 05:03:48 IP : 70.50.188.39


ความคิดเห็นที่ 26 (805340)
avatar
admin

Maynie


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 94
Rank :
ขาประจำอย่างไม่เป็นทางการ

Postความคิดเห็นที่ 55 || โพสต์เมื่อ : 9 ต.ค. 2548 เวลา 14:29 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 24.30.134.185  [ 24.30.134.185 ] อ้างถึงความเห็นที่ 55 แก้ไขความคิดเห็นที่ 55 กระทู้ที่ 139 ลบความเห็นที่ 55

กลับมาแล้วจ้า หลังจากห่างหายไปเป็นระยะหนึ่ง เพราะเพิ่งไปเป็นซินเดอเรลล่าที่บ้านทรายทองมาก  รอเจ้าชายมาหา ไม่เห็นมาซักกะที รอไม่ไหว นังซินยุคสองพันห้าอย่างเราตอนนี้เลยต้องออกมาจากบ้านทรายทองเพื่อตามหาเจ้าชายเองค่ะ

      เรื่องมันก็มีอยู่ว่าเรารู้สึกทะแม่งๆกะครอบครัวของเราตั้งแต่ก่อนมาแล้ว เพราะเธอหายจ้อยไปเลยตั้งแต่แมทกะเรา...(ประมาณว่าได้ช้าน แล้วก็ทิ้งไป ไม่ใส่ใจติดต่อกลับ) แล้วอีกอย่าง รูปก็ไม่ใช่รูปที่เราเห็นในเกรทด้วย กลายเป็นว่าคนที่เราถูกชะตาที่เห็นในรูปนั้นไม่ใช่โฮสแม่ แต่เป็นรูปโฮสพ่อ  พอเราเห็นรูปโฮสแม่กะลูกสาวคนโตเค้าและรูปบ้านหลังใหญ่ของเค้า เราก็คิดแล้วแน่ๆว่า...ซวยแน่ๆเลยตู หน้าตา การแต่งตัวแบบนี้ ไม่มีไรแมทกะเราอ่ะ (ถ้าไม่ร้องเพลง เราก็ไม่แต่งตัว และถ้าเราขี้เหร่ เราก็ไม่ชอบร้องเพลงและแต่งตัว) สรุปง่ายๆว่าเราชอบเป็นยายเพิ้งอ่ะ ก็คิดว่าคงจะคุยกันลำบากแน่ๆ  แต่เราก็พยายามมองโลกในแง่ดีว่า บางทีเราอาจจะคิดไปเอง  จริงๆเค้าอาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้ อย่าเพิ่งรีบตัดสินอะไรไปขณะที่ยังไม่ได้พิสูจน์ความจริง  ดังนั้นการเดินทางของเดี๊ยนก็เริ่มขึ้นค่ะ

โฮสพ่อแม่เป็นเจ้าของกิจการ มีลูกสาวสามคน คนโตห้าขวบ แล้วก็ฝาแฝดสองขวบ บ้านหลังใหญ่โต มีเปียโน โต๊ะบิลเลียด ห้องดูหนัง บาร์เบียร์ส่วนตัว โรงยิมสวนตัว สระว่ายน้ำส่วนตัว สนามเทนนิสส่วนตัว สปีดโบ๊ท แล้วก็รถคันเล็ก คันใหญ่เรียงรายกันมากมาย  

    เราเดินทางมาถึงบ้านโฮสตอนดึกมากแล้วค่ะ พอวันศุกร์ก็ยังไม่ต้องทำงาน  แค่สังเกตุการณ์ก่อนเฉยๆ เลยพบว่าเด็กคนโตของบ้านนี้ ชอบตีน้อง แกล้งน้องค่ะ มีอยู่ครั้งนึงอยุ่ดีๆข่วนน้องเป็นรอยเล็บ พอพี่เลี้ยงทัก ยัยเด็กนี้ก็จัดการข่วนหน้าอกตัวเองเลยค่ะ ข่วมมันสองมือ จนแดงบวมไปหมด บอกให้หยุดก็ไม่หยุด แววตาน่ากลัวงัยไม่รู้  พอแม่มาก็วิ่งไปหาแม่แล้วเปิดอกให้แม่ดู แม่ก็เลยรีบโอ๋แล้วบอกว่าทำไมลูกทำแบบนี้  พี่เลี้ยงที่ดูแลเด็กตอนนั้นก็เลยเซ็ง ลืมบอกเรื่องที่ยัยเด็กนี่ทำน้องไปเลยค่ะ  วันเสาร์ก็เอาแล้วค่ะ เข้าห้องเรา เห็นหนังสือเรา รีบฉีกปกพลาสติกออก พอเราตกใจจะห้าม เด็กนี่ก็เลยรีบขยำๆแล้วกระโดดกระทีบๆ แล้วออกไปเลยค่ะ  เราก็ เฮ้อ... ไม่กลัวหรอกค่ะเรื่องเด็กก้าวร้าว แต่เราเริ่มวิตกจริตว่า แล้วเนี่ยตูจะดูแลมันแบบไหนดี พ่อแม่เค้าจะร่วมมือกะเรามั๊ย

   อยากจะบอกเพื่อนๆที่มีเด็กนิสัยเสียๆว่า ยังงัยๆ เด็กก็คือเด็กค่ะ  ยังเป็นไม้อ่อนอยู่ เราสามารถแก้ไขแล้วทำให้เค้าโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ เพียงแต่บางครั้งต้องใช้เวลาและความร่วมมือจากครอบครัวค่ะ

 เล่าต่อถึงวันเริ่มงานดีกว่า...เริ่มงานวันแรก นี่เลย เอาตารางงานมาให้ดิฉัน  ทำงานตั้งแต่โมงครึ่งถึงหนึ่งทุ่ม จ-ศ แล้ววันเสาร์ก็ทำ แต่ยังไม่มีตารางให้ แต่จะบอกทีหลัง

   แล้วก็มีหนังสือสัญญาให้เซ็นค่ะ ในนั้นบอกว่าจะทำงานไม่เกินอาทิตย์ละ ห้าสิบชม. แล้วจะให้ 150 เหรียญ  นั่นแน่...เห็นเดี๊ยนมาจากเมืองไทยหน่อย คิดว่าค่าแรงโอเว่อร์ไทม์เดี๊ยนแค่ชม.ละสองเหรียญได้ยังงัยเนี่ย   ในหนังสือสัญญาก็มีกฏต่างๆในการทำงาน ซึ่งเราอ่านแล้วมันก็โอเค แบบว่าอยู่กะเด็กตลอด เซฟเด็กไรงี้ อ่านมาเรื่อยๆ แล้วเค้าก็บอกว่าเวลาครอบครัวเค้าจะมีกิจกรรมอะไร จะไปไหน ให้เราคิดซะว่านี่เป็นเวลาส่วนตัว ไม่ต้องมายุ่งกะเค้า จะอยู่คนเดียวรึจะไปไหนกับใครก็ไป...(เขียนแบบนี้จริงๆนะ เราคนไทยอ่านแล้วสะดุ้ง แต่ก็เข้าใจแหล่ะว่าฝรั่งเค้าชอบความเป็นส่วนตัว  แต่ยายโฮสแม่เราไม่มีวิธีนำเสนอที่มันอ่านแล้วถนอมจิตใจคนกว่านี้อ่ะ) แล้วสุดท้าย ถ้าเราปฏิบัติตาม***ที่เค้าบอกให้ทำมาทั้งหมดได้ เค้าก็จะให้ห้องพักพร้อมเฟอร์นิเจอร์ฟรี พร้อมอาหาร รวมห้องน้ำส่วนตัวด้วย...แน่ะ เฟอร์ที่ว่านี้ก็คือตู้ เตียง กะทีวี (ซึ่งเราเป็นคนไม่ค่อยดูทีวี) ห้องก็เริ่ดหรูอลังการดีอยู่หรอก ยิ่งหรูก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกไม่ดี ก็ลองคิดดูสิ ถ้าเกิดเราไปทำอะไรของเค้าพังจะไม่ซวยแย่เหรอ  ***อ่างอาบน้ำ อาบไปมองทะลุกระจกก็เห็นตัวเอง  ดูแล้วสยองขวัญมากกว่าอ่ะ ถ้าหน้าตากะหุ่นเราเหมือนลูกเกดกะซอนย่า เราจะไม่เดือดร้อนไรเล๊ย     ด้วยเหตุที่กล่าวมาทั้งหมด ดิฉันก็เลยไม่เซ็นต์อะไรมันทั้งนั้น แล้วก็ทำเฉยๆ

     แรงงานนรกค่ะ ทำงานแบบนี้ทุกวัน แต่ไม่รู้ว่าจะได้จ่ายเท่าไหร่ มองดูหน้าโฮสแม่แล้ว รู้สึกว่าเค้าคงจะไม่คิดเวลาที่เด็กนอนหลับด้วยแหงๆ (ความรู้สึกบางอย่างมันบอก)  ตอนแรกๆเราก็มาโมงนึง มาดูๆเค้า แล้วก็ช่วยๆกันไป แต่หลังๆเริ่มเซ็ง ตื่นมาอาบน้ำเสร็จก็อยู่มันงั้นแหล่ะ พอ 7.28 น. ดิฉันก็ค่อยเปิดประตูออกไป เลิกงานส่วนใหญ่เกินทุ่มตลอด บางทีก็ทุ่มครึ่ง  สามทุ่มก็ยังมี  แต่ไม่บ่นค่ะ รอลุ้นว่าจะได้ตังค์กี่บาท

   วันจันทร์ถัดมา...โอ้ มายก้อด วันนี้เดี๊ยนต้องได้ตังค์แล้วสิเนี่ย  โฮสแด๊ดเรียกเราเข้าไปคุยในห้องออฟฟิสพร้อมโฮสแม่ แล้วก็ขอตารางงานกะเอกสารที่โฮสแม่ให้คราวก่อนมาดู  โฮสพ่อบอกว่าเค้าต้องการให้ความยุติธรรมกะเรา เราจะได้มีความสุขและไม่เหนื่อยจนเกินไป แล้วก็บอกนังแม่ให้เปลี่ยนตารางงานเป็น 45 ชม.อ่ะ ยัยแม่หน้างี้ หงิก เท่านั้นไม่พอ เค้าถามว่าเรามีปัญหาอะไร พอเราบอกว่าใช้คอมลำบากเพราะเป็นห้องของเล่นเด็ก เปิดเพลงก้อไม่ได้ วันหยุดจะใช้ตอนกลางวันก็ไม่ได้อีก เพราะเด็กเล่นอยู่   โฮสพ่อก็เลยสั่งเมียอีกให้หาคอมส่วนตัวให้เรา โน๊ตบุ๊คก็ได้...หน้าป้าแกก็เลยยิ่งหงิกขึ้นไปอีก  เราดูสีหน้าแกแล้ว รู้ทันทีเลยว่า สำหรับป้าแก แกคงคิดว่าเปลี่ยนพี่เลี้ยงคนใหม่ ยังจะง่ายกว่าหาคอมเพิ่มกะเปลี่ยนตารางงานให้เป็น 45 ชม.

  จากวันจันทร์ที่ผ่านมาก็เลยเริ่มมีรังษีอำมหิตแผ่ใส่เรา  แล้วเราก็มีเรื่องกะลูกสาวเค้าตอนคืนวันอังคาร ลูกเค้าเลยโดนพ่อให้ไทม์เอาท์ พอวันต่อมาก็เอาเลยค่ะ โฮสแม่ถามเราว่าเรามีความสุขที่จะทำงานกับเค้ามั๊ย ดูเราไม่มีความสุข เราเลยยิ้มแล้วตอบว่าไม่  เค้าเลยถามต่อว่าคุณพูดแบบนี้ คุณคงรู้นะว่าฉันกำลังหมายถึงอะไร ฉันหมายถึงรีแมทนะ  เราได้ทียิ่งยิ้มมากกว่าเดิมแล้วก็บอกเลย ว่าถ้ามันดีสำหรับคุณฉันก็คิดว่าคุณควรรีแมทนะ เพราะฉันก็อยากรีแมทเหมือนกัน  แค่นั่นแหล่ะ เธอบอกว่าจะโทรหาที่ปรึกษาเดี๋ยวนั้นเลย  แต่พอกลับมาก็บอกเราว่าคุณคงรู้นะว่าถึงคุณจะอยากไปแค่ไหน แต่คุณก็ต้องอยู่นี่อย่างน้อยก็จนกว่าจะถึงจันทร์หน้าหลังจากที่ปรึกษาหาออร์แพร์คนใหม่ ให้ฉันได้แล้ว    รู้ตัวบ้างมั๊ยว่าคุณโชคดีแค่ไหนที่ได้อยู่บ้านกับครอบครัวที่ดีขนาดนี้ ไม่มีครอบครัวไหนหรอกที่ยอมให้ใช้คอมพิวเตอร์ได้แบบบ้านเค้า  แล้วอย่าคิดนะว่าจะได้เงินที่ทำมา ทำงานไม่ได้เรื่องแบบนี้เค้าไม่เสียตังค์จ่ายให้หรอก

พอตกบ่ายเค้าก็บอกให้เราเลิกงานแต่วันได้ (สี่โมงเย็น)  พอหกโมงเค้าก็บอกว่าสามีเค้าจะจ่ายตังค์ให้เรา พรุ่งนี้เราไม่ต้องทำงานแล้ว  เค้าจะจ้างคนอื่นมาทำแทนไปก่อน ส่วนเราให้โทรหาเพื่อน ถ้าเค้ามารับได้ก็เก็บของไปเลย คืนนี้ รึพรุ่งนี้ก็ได้ แต่ถ้าคืนนี้ไปไม่ได้ก็ไม่ต้องห่วงนะ เค้ายังใจดีพอ ไม่ปล่อยเราไปทิ้งข้างถนนหรอก ค่อยมารับวันถัดไปก้อได้...ฮาสิคะ  ดิฉันจะอยู่ไปทำไม ต่อให้ด้านหน้าอยู่ มันก็คงไม่ให้เราไปใช้ครัว คอม รึว่าโทรศัพท์หรอก อยู่ไปก็ไม่ต่างจากอยู่คุกหรอกแบบนั้น  อีกอย่างมันฟ้องที่ปรึกษาซะเราเน่าเลย บอกว่าเราจ้องจะคุยโทรศัพท์กะออนไลน์ตลอดเวลาเลย ทั้งๆที่เราใช้คอมแค่ตอนกลางคืนหลังเลิกงานกะคุยโทรศัพท์เยอะๆเฉพาะวันหยุดอ่ะ อีกอย่างไม่เคยใช้โทรศัพท์บ้านเค้าโทรหาใครเลย ถึงจะอยู่ในเขตเดียวกัน เราก็ใช้การ์ดโทรศัพท์โทรอ่ะ

   ตอนนี้เราก็เลยออกมาอยู่กะรุ่นพี่ที่รู้จักกัน ไม่สนิทมากอ่ะ เกรงใจเค้าเหมือนกัน  ยังดีอ่ะที่มีคอมใช้ ก็เลยเริงร่าแบบนี้   ตอนนี้เราก็ได้แต่รอที่ปรึกษา เค้าบอกว่าจะมาหาเราวันจันทร์ เราก็ไม่รู้อ่ะว่าจะออกหมู่หรือจ่า แต่เราก็หวังว่าเค้าจะยุติธรรมกะเรา  ถ้าไม่....เราก็แรงเหมือนกันอ่ะ ไม่ยอมให้ใครมารังแกหรอก....สู้เว๊ยยยยยยย 

  เพื่อนๆไม่ต้องห่วงเราหรอก จริงๆเรามีครอบครัวสำรองไว้อยู่แล้วอ่ะ  เพียงแต่เรายังอยากมีโอกาสเลือกอยู่ อยากลองดูว่าจะมีโฮสอื่นๆติดต่อมาบ้างหรือเปล่า  จะได้รู้กันไปงัยว่าถ้ามากะเอเจนซี่นี้แล้ว มีปัญหาแล้วจะถูกลอยแพจริงหรือเปล่า

***โปรดติดตามตอนต่อไป เด้อค่าเด้อ

    

Back to top
ส่งข้อความส่วนตัวถึง Maynie เบอร์ msn maynie_singer@hotmail.com

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2007-02-03 05:04:47 IP : 70.50.188.39


ความคิดเห็นที่ 27 (805341)
avatar
admin

Maynie


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 94
Rank :
ขาประจำอย่างไม่เป็นทางการ

Postความคิดเห็นที่ 69 || โพสต์เมื่อ : 21 ต.ค. 2548 เวลา 06:48 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 134.241.227.78  [ 134.241.227.78 ] อ้างถึงความเห็นที่ 69 แก้ไขความคิดเห็นที่ 69 กระทู้ที่ 139 ลบความเห็นที่ 69

Sawasdee ka"

    Now i get new family and move to MA already. Don"t worry about me naka"..my new host family will never worse than my previous family for sure ka"...

I take care for 3 kids but 2 kids go to school,and one 4 years old boy stay at home with me 3 days and 2 days at school ka"..it"s not very hard job and he is very good boy ka"..talkative and sweet,more quiet than the boys i use to take care in thailand ka"

I was just drive them to school and pick up them after finish school ka"...this house is small and normal ka" but i like it.

I will update news later naka"..now the library is going to close leaw ka"

bye ka"

Back to top
ส่งข้อความส่วนตัวถึง Maynie เบอร์ msn maynie_singer@hotmail.com

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2007-02-03 05:07:46 IP : 70.50.188.39


ความคิดเห็นที่ 28 (805343)
avatar
admin

Author Message
oillucky


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 14
Rank :
สิงห์บอร์ด 1

Postเมื่อ: 17 ธ.ค. 2548 เวลา 11:33 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 71.161.46.248  [ 71.161.46.248 ]

[
ปักกระทู้นี้ ] [ ปิดการตอบกระทู้นี้ ] [ ปรับเป็นกระทู้ข่าว ]
แก้ไขกระทู้ที่ 286ลบกระทู้ที่ 286

This is from my friend, she"s from AupairCare.  Check this website for update news http://www.thedenverchannel.com/news/5550573/detail.html

"massege from my friend"
Hello Girls!!
I am writing this e-mail because I am horrified about what happen with a girl from Brazil yesterday in Denver, CO.
She was an Au Pair like us, and she was in Au Pair Care too.

She was killed yesterday on the basement?of?her host family house by her ex-boyfriend, a boy from Czech Republic that is an Au Pair too.

Her name is Ana Elisa Toledo and she was 24 years old.  

His name is Martin and he is 22 years old.

Ana Eliza and Martin were together for 8 months, and she broke up with him 3 months ago because he was really jealous about her.  

She couldnt stand that anymore.

After 3 months that they were not together anymore, Ana Eliza was dating an American guy (actually her host moms nephew).

So this is the  

reason that Martin found out to kill her.

You can read about that at: http://cbs4denver.com/crime/local_story_347104747.html or http://www.thedenverchannel.com/news/5525225/detail.html .

I am sending this e-mail for you girls, like an alert! I am not saying that it can happen with us too!

What I am trying to say is that we need to be careful!

This case is sad and horrible.

We need to be really careful in our relationships (with boyfriends, friends, whatever!!!), especially because we are far from our home country.

I cant imagine how hard is being for either for her host family (with she had a really good relationship) and her family back in Brazil to accept that!

I dont know if you girls remember about  

that but in our orientation in NYC, they tell us to be careful in our relationship here. They also asked us to always introduce ours friends or datings to ours host families, so they are going to know the people that we are hanging out.

I know that for some of us this can sound stupid, because maybe we dont do that with our own family back home. But it is very important!!!

I am not saying that introducing them to our families is going to prevent us from horrible things like that.? (Ana Eliza introduced Martin to her hostfamily , and they liked the boy .... we never know!)

But it can help to protect ourselves!

So girls lets be careful!!

  

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2007-02-03 05:09:43 IP : 70.50.188.39


ความคิดเห็นที่ 29 (805346)
avatar
admin

Maynie


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 94
Rank :
ขาประจำอย่างไม่เป็นทางการ

Postความคิดเห็นที่ 92 || โพสต์เมื่อ : 19 ธ.ค. 2548 เวลา 08:48 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 134.88.146.101  [ 134.88.146.101 ] อ้างถึงความเห็นที่ 92 แก้ไขความคิดเห็นที่ 92 กระทู้ที่ 139 ลบความเห็นที่ 92

How are you doing ka? I living in MA, Here is so cold for me and i am so lonely, I stay very far from other aupairs... specially, NO THAI FOOD!! around here. Mai mee somtam luey...yaak kin maak maak. If you read my message and living in thailand, please do not forget to eat Somtam for Maynie naka" (Now what i can do is just dream about it)

It"s so sad to hear bad news about Brazil aupair but i hope thai aupairs will be safe and luckier  naka"..Last month I was almost die in this lonely crazy town too.But I was lucky that i had someone help me (sorry that it was not the same as movie, no young guy came to help me but very old guy instead)

    Last Thanks giving, I took vacation to Virginia but when i came back , the bus is arrived the town close to my place almost 3 hours and i can not contact my host family to come to pick me up cause they had problem about flight was delayed.

  Can you imagine, The asian girl carried many stuffs stay around the bus station alone in winter (but the bus station close on Sunday) Some homeless guys came to ask me for money, some guys drove pass and came back again to drop the car just to see me then back again. Finally they tried to took my bags to their car and ask to take me back home. I was so scare and think if something happened with me on that day, I will rematch with my host family cause they ask me to  take my own vacation...One old man who was just outside the cafe" infront of me came and take my bag from those young guys, they was almost fight, Finally, i decided to let an old man take me back home...Nothing happen to me ka"...Finally, i come back home safe and sounds...Thanks that old man maak maak ka"

   Anyway, i don"t think I will be lucky all the time or everyone will be lucky as same as me. So if we pay a lot of attention and be carefull when we go to somewhere, it must be better.

 

Back to top
ส่งข้อความส่วนตัวถึง Maynie เบอร์ msn maynie_singer@hotmail.com

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2007-02-03 05:11:24 IP : 70.50.188.39


ความคิดเห็นที่ 30 (805348)
avatar
Admin

PAX


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 47
Rank :
ขาเริ่มประจำ

Postความคิดเห็นที่ 110 || โพสต์เมื่อ : 1 มี.ค. 2549 เวลา 02:02 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 68.196.164.6  [ 68.196.164.6 ] อ้างถึงความเห็นที่ 110 แก้ไขความคิดเห็นที่ 110 กระทู้ที่ 139 ลบความเห็นที่ 110

 วันนี้เราดีใจมากในที่สุดเราก็ขอความเห็นใจจากที่ปรึกษาได้สำเร็จ เขาบอกว่าแม่หม้ายขอรีแมท ดีใจที่สุดในโลกเลยอ่ะ

เรามาดูกันดีกว่าว่าทำไมเราถึงเลือกครอบครัวนี้ อันนี้คือข้อมูลก่อนแมท

  1. เป็นแม่หม้าย
  2. ดูเด็กชาย9ปีคนเดียว
  3. เด็กนั่งรถรร. 
  4. อาหารเช้าเด็กหากินเองได้ไม่ต้องยุ่ง
  5. จ พ ทำงานแค่3-7pm
  6. อ พฤ 3-6 แล้วพ่อเด็กจะมารับไป 6-8.45
  7. พ่อมารับ ศ-ส อาทิตย์เว้นอาทิตย์ (พ่อแม่ผลัดกันคนละอาทิตย์)
  8. ห้องนอนเรามีห้องอาบน้ำในตัว
  9. กฏของบ้านคือขอให้บ้านเหมือนเดิมกับก่อนออกไป แค่นั้น
  10. ไม่มีสัตว์เลี้ยง
  11. มีขับรถไปส่งเด็กหลังเลิกเรียนบ้าง

ถ้านึกได้อีกจะเอามาเพิ่มให้นะ

แต่เรามาดูกันว่ามาแล้วแม่ทำผิดกฏอะไรบ้าง

  1. ไม่มีการสอนก่อนแต่ด่าที่ทำผิด(เช่น เขาสั่งเราทำครีมชีสเบเกอร์ให้ลูกเป็นอาหารเช้า ทำเสร็จแล้วเขาก็สั่งให้ ทำแซนวิชให้ลูกเขาตอนกลางวัน เราก็ทำครีมชีสเบเกอร์อีกอัน แม่เธอด่าเละ เลยว่าแค่แซนวิชก็ทำไม่เป็น เพราะของลูกเธอต้องพับแฮมครึ่งนึงแล้ววางสลับกัน พับสี่แม่ยังเคืองเลย แล้วก็ใช้แฮม4ชิ้น ชีสอีก1 หั่นให้เรียบร้อยพร้อมทั้งห่อฟลอย สวยงาม)
  2. ให้ทำงานเกิน 10ชม.ในวันเกิดประธานาธิบดีที่ผ่านมา
  3. สั่งให้อุ่นอาหารเย็นทั้งของแม่ เราและเด็ก แต่ดันมาด่าตอนกลับมาเจออาหารตั้งโต๊ะเรียบร้อยแล้ยวอาหารเย็น
  4. เข้ามาวุ่นวายในห้องส่วนตัวเรา (เช่น ผ้าห่มสำรองที่อยู่ในห้องเราเขามีไว้ประดับไม่ได้ใช้ไง เราก็ไม่รู้เอามาใช้ แม่เขาก็สั่งเปลี่ยนไปผืนที่3ได้แล้ว หรือ กรอบรูปเขาที่ตั้งอยู่มันหันกลับผิดทิศ เขาก็ประมาณไม่พอใจ(เอ ห้องใครนอนน้า)ถามว่าทำไมถึงหันรูปกลับ เราก็บอกว่าเราไม่ได้ทำ ลูกเขามั้ง เขาก็ไปถามลูกแล้วว่าที่ลูกทำอ่ะ )
  5. เด็ก 9ปี ตีเราไม่ใช่ครั้งเดียว

ต่อไปก็มาพบกับความประหลาดที่ไม่คิดว่าจะเจอ

  1. เรามาถึงวันเสาร์ที่11กพ49ตอน4โมงเย็นกว่าๆ เขาก็เอาเรามาทิ้งแล้วให้ดูลูกเขาเลย เพราะเขาจะไปข้างนอกสักชม. แต่เธอกลับมาประมาณเกือบทุ่มอ่ะ
  2. วันอาทิตย์เราโดนสั่งล้างห้องน้ำ เช็ดกระจก ดูดฝ่น พื้นที่เด็กเลยอ่ะ มีงงมะ ตอนแรกบอกว่าส-อา หยุด
  3. วันจันทร์โรงเรียนหยุดเนื่องจากหิมะตกหนัก เอาเลยครับ เด็กมาเล่นคอมแล้วแม่สั่งว่าให้แค่30นาทีต่อวัน เด็กเลิกเล่นก็เอาหัวโขกประตู และก็กำแพงนานมาก แล้วก็โขกไปตามทางจนถึงห้องตัวเองที่ชั้นบน พร้อมทั้งปิดประตู (ตอนเราบอกแม่เขา แม่เขาดูเหมือนเป็นเรื่องปกติอ่ะ แต่ณ.เวลานั้นเราแค่อึ้งตะลึงทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ)
  4. ตอนกลางคืน9.30pm เผลอชัทดาวเครื่องและปิดหน้าจอ(ก็ทีเผลอเปิดฮีทเทอร์ยังโดนด่า เลยคิดว่าต้องประหยัดไง) โดนด่าด้วย หาว่าคอมพัง เพราะไฟที่หน้าจอมันก็ไม่กระพริบไง  เขาทำอะไรไม่ถูก มือสั่นแบบโกรธๆๆอ่ะ เราก็อืมลืมไปขอโทษทีที่ฉันเผลอปิดเครื่อง และปิดหน้าจอ
  5. เราก็รอตารางงานของวันรุ่งขึ้นจนหลับไปบนเตียงในห้อง แต่ไม่ได้ปิดประตูไง(ตอนปฐมนิเทศน์เขาบอกไม่ให้ปิดประตูห้องนอนอ่ะ) 10.30pm แม่เขาก็เข้ามาเขย่าขาเอาตารางงานมาให้เลยครับท่าน ตั้งนาฬิกาปลุกให้ด้วย อืม เราเอาน้ำเข้ามาในห้องนอนไง เขาก็มีการจะเอาออกไปด้วย
  6. วันวาเลนไทน์ มีจดหมายแต่เช้าเลย แม่เขาส่งให้ก่อนออกไปทำงาน บอกว่า
    Dear Pax,
     
    Please remember not to change anything at all on my computer.  Last night I had no sound.  I realized later that the sound was turned off.  Do not touch the monitor.  Do not add or delete anything.  Please use this computer to check your email only and then get off.
     
    I will speak to you later.  I hope all the notes I left you were clear...........
  7. อยู่ดีๆกรอบรูปของเขาในห้องเราก็หายไป1อัน โดยไม่มีการบอกล่วงหน้าว่าจะเข้าห้องเรา
  8. ถ้าของถูกย้ายที่เธอจะโกรธมากและพาลทุกเรื่อง
  9. ถ้าใช้ของๆเธอ เธอจะรีบหาข้อผิดปกติ แล้วด่าจะได้มีเรื่องอ้างไม่ให้ใช้ เช่นคอม รถ .......
  10. เมื่อวันที่27 ลูกเธอต้องไปเรียน รร.ฮิบรูหลังเลิกเรียนตอน4pm และไปรับตอน6pmก็เลยต้องทิ้งรถไว้ให้เราขับไปส่ง แต่เธอโทรมา1.42pm,1.55pm,2.03pm,2.22pm,3.34pm,3.42pm,4.47pm, 7.09pm แล้วมีบางอันเราไม่ได้รับ เธอก็ถามว่าทำไมไม่รับสาย เอารถไปข้างนอกมาเหรอ (เราก็รู้อยู่แล้วไงเลยไม่กล้าเอาออกไปไหน กันไว้ก่อนเด๋วรถเกิดเป็นไรขึ้นมาด่าตายเลย) ขนาด4.47pm ที่โทรมานี่ถ้าเราส่งลูกเขาแล้วไถลต่อนี่แม่คงเอาตายไปข้างอ่ะ เราก็บอกว่าน้ำมันใกล้หมดตั้งแต่ก่อนออกไปส่งลูกแล้วนะ เธอก็บอกว่าไม่เป็นไรหรอก เด๋วคืนนี้เธอเติมเอง มันพอสำหรับเธอไปรับลูกฉันแน่ๆ เอ้าเอาวะ เกิดมาก็เพิ่งเคยขับรถให้เสียวซะอย่างนั้น ถ้ามันหมดกลางทางคงต้องร้องไห้แน่ๆ มือถือก็ไม่มี แต่ไม่เป็นไรเด็กอยู่กับเราไม่ใช่คนเดียวซะหน่อยให้มันรุไป มันก็พอนะ แต่พอแม่เขาเอาออกไปคงไม่ถึงปั๊มแน่ๆเพราะโทรมาด่าตอน7.09pmอีกรอบว่าเอารถออกไปไหนหรือเปล่า
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2007-02-03 05:12:22 IP : 70.50.188.39


ความคิดเห็นที่ 31 (805350)
avatar
admin
PAX


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 47
Rank :
ขาเริ่มประจำ

Postความคิดเห็นที่ 114 || โพสต์เมื่อ : 2 มี.ค. 2549 เวลา 05:09 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 68.196.164.6  [ 68.196.164.6 ] อ้างถึงความเห็นที่ 114 แก้ไขความคิดเห็นที่ 114 กระทู้ที่ 139 ลบความเห็นที่ 114

Attention Deficit Hyperactivity Disorder(ADHD)

It is hard for these children to control their behavior and/or pay attention.
In a classroom of 25 to 30 children, it is likely that at least one will have ADHD.

Studies indicate that 25 percent of the close relatives in the families of ADHD children also have ADHD
Back to top
ส่งข้อความส่วนตัวถึง PAX

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2007-02-03 05:12:54 IP : 70.50.188.39


ความคิดเห็นที่ 32 (805353)
avatar
admin

Author Message
thummeng


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 6
Rank :
ขาจร

Postเมื่อ: 4 ธ.ค. 2549 เวลา 02:14 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 65.7.145.121  [ 65.7.145.121 ]

[ ปักกระทู้นี้ ] [ ปิดการตอบกระทู้นี้ ] [ ปรับเป็นกระทู้ข่าว ]
แก้ไขกระทู้ที่ 597ลบกระทู้ที่ 597

เราอยากถามความคิดเห็นของเพื่อนๆๆว่า ถ้าเราอยากออกจากโครงการก่อนครบสัญญาจะทำได้มั้ย ตอนนี้เราเหลือระยะเวลาตามสัญญาที่ต้องเป็นออแพร์อีกแค่สี่เดือน แต่เรารู้สึกอึดอัดใจกับการที่ต้องอยู่กับโฮสมากๆๆ เราไม่คิดที่จะโดดโครงการ แต่เราจะพยายามเปลี่ยนวีซ่าเป็นวีซ่านักเรียนให้เร็วที่สุด ถ้าเราเปลี่ยนวีซ่าได้ภายในเดือนถึงสองเดือนเรียบร้อย แล้วเราก้อจะออกมาอยู่เอง แต่ตอนนี้เราคิดว่าเราคงจะทนได้ไม่ถึงสี่เดือน เราอยากออกจากบ้านเดี๋ยวนี้เลย ถ้าเราทำได้ แต่เรามีปัญหาอยู่สามอย่าง 1. โฮสเราอยู่บ้านตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเจ็ดวัน แถมยังนั่งอยู่บริเวณห้องครัวและห้องรับแขกตลอดทั้งวัน แล้วเราจะออกมาตอนไหนได้เนี๊ยะ 2. ถ้าเราโดดโครงการ Counselor จะต้องแจ้งไปยัง Immagration หรือเปล่า?? 3. ถ้าหากว่า Counselor รายงานจริง แล้วเรามีประวัติเสีย ต่อมาเราอยากเปลี่ยนวีซ่าอีกครั้งหนึ่ง เราจะทำได้ไหม เราอึดอัดใจมากจริงๆๆ และกำลังรอคอยคำตอบเพื่อนๆๆอยู่จ้า
ส่งกระทู้นี้ให้เพื่อน || พิมพ์กระทู้นี้ || แจ้งลบกระทู้นี้
Reply to topic


whitetea


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 1
Rank :
ขาจร

Postความคิดเห็นที่ 1 || โพสต์เมื่อ : 4 ธ.ค. 2549 เวลา 02:28 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 65.7.145.121  [ 65.7.145.121 ] อ้างถึงความเห็นที่ 1 แก้ไขความคิดเห็นที่ 1 กระทู้ที่ 597 ลบความเห็นที่ 1

Hello thummeng ja me either ja...now i don"t know why i can live with my family til now cuz my host stay home all the time  twentyfour seven and they very tidy and neat...(tooooo neat) and i want to rematch...i don"t know how i can help u but hope another aupair can help u naja!!!!

Whitetea...in USA.

Back to top
ส่งข้อความส่วนตัวถึง whitetea

ป้าออพัว


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 118
Rank :
ขาประจำอย่างเป็นทางการ

Postความคิดเห็นที่ 2 || โพสต์เมื่อ : 4 ธ.ค. 2549 เวลา 03:16 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 24.59.195.133  [ 24.59.195.133 ] อ้างถึงความเห็นที่ 2 แก้ไขความคิดเห็นที่ 2 กระทู้ที่ 597 ลบความเห็นที่ 2



น้อง thummeng   และ น้องwhitetea

ก่อนอื่นเลย ออพัวเสียใจด้วยนะคะที่ต้องมารู้สึกอึดอัดและไม่สบายใจอย่างนี้

การเป็นออแพร์นั้นจะต้องอดทนหลายๆอย่างค่ะ การที่โฮสอยู่บ้านตลอด ออพัวก็เข้าใจค่ะ ว่ามันอึดอัด เพราะออพัวก็เคยเป็น แต่การจะออกจากโครงการณ์และมาอยู่เอง ออพัวว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเหมือนกันค่ะ ไม่แน่อาจจะลำบากกว่าที่เป็นออแพร์อีก เรื่องลำบากใจอาจจะไม่ค่อยมีเหมือนตอนอยู่กับโฮส แต่เรื่องลำบากกาย และลำบากใจกับเรื่องอื่นนั้นจะมีแน่นอนค่ะ และการออกจากโครงการณ์ ก็เหมือนอยู่อย่างผิดกฏหมาย จะทำอะไรก็ลำบาก

คอ่ยๆคิดนะคะ ว่าจะเอายังงัย ว่างๆก็พูดคุย สนธนากับโฮสบ้าง ชวนคุยโน่นคุยนี่ เสนอตัวเองทำโน่นทำนี่ให้ ความสัมพันธ์กับโฮสอาจจะดีขึ้นบ้าง พอโฮสคุย เราคุยมากขึ้น ความอึดอัดจะค่อยๆหมดไปค่ะ หรือไม่ก็ออกไปข้างนอก หาอะไรทำบ้าง จะได้ไม่เหงา ยังงัยก็ลองฟังเพื่อนๆคนต่อๆไปมาให้คำแนะนำแล้วกันนะจ๊ะ

สู้ๆนะคะ ออพัวเป็นกำลังใจให้จ๊ะ

Back to top
ส่งข้อความส่วนตัวถึง ป้าออพัว

neenaa


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 17
Rank :
ขาเริ่มประจำ

Postความคิดเห็นที่ 3 || โพสต์เมื่อ : 4 ธ.ค. 2549 เวลา 04:59 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 64.69.127.105  [ 64.69.127.105 ] อ้างถึงความเห็นที่ 3 แก้ไขความคิดเห็นที่ 3 กระทู้ที่ 597 ลบความเห็นที่ 3

Just 4 moths, You have been with them for 8 moths now? If you wanna change Visa, I think you should wait till you finish the program. For this 4 moths, try to find the school and prepare the documents for changing Visa. It will take about 4 months. One of my brazilian friend already changed it and she waited till finishing aupair year.

I agree with paa au poor.....tong Aod thon naa....



neenaa

Back to top
ส่งข้อความส่วนตัวถึง neenaa

rungrudee42


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 49
Rank :
ขาเริ่มประจำ

Postความคิดเห็นที่ 4 || โพสต์เมื่อ : 4 ธ.ค. 2549 เวลา 07:49 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 71.206.27.253  [ 71.206.27.253 ] อ้างถึงความเห็นที่ 4 แก้ไขความคิดเห็นที่ 4 กระทู้ที่ 597 ลบความเห็นที่ 4

Be patient na ka, try to relax and go out when you off. Talk or chat with friends and your family, it"ll be better !

Back to top
ส่งข้อความส่วนตัวถึง rungrudee42

thummeng


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 6
Rank :
ขาจร

Postความคิดเห็นที่ 5 || โพสต์เมื่อ : 4 ธ.ค. 2549 เวลา 08:45 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 65.7.145.121  [ 65.7.145.121 ] อ้างถึงความเห็นที่ 5 แก้ไขความคิดเห็นที่ 5 กระทู้ที่ 597 ลบความเห็นที่ 5

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีดีนะคะ
Back to top
ส่งข้อความส่วนตัวถึง thummeng

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2007-02-03 05:18:18 IP : 70.50.188.39


ความคิดเห็นที่ 33 (805354)
avatar
admin

Tanya


ระดับสมาชิก :
[ เจ้าแม่สำนัก ]
จำนวนโพสต์ : 4215
Rank :
เจ้าแม่สำนัก

Postความคิดเห็นที่ 6 || โพสต์เมื่อ : 4 ธ.ค. 2549 เวลา 10:23 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 74.12.43.208  [ 74.12.43.208 ] อ้างถึงความเห็นที่ 6 แก้ไขความคิดเห็นที่ 6 กระทู้ที่ 597 ลบความเห็นที่ 6

หวัดดีค่ะ จากคำถามขอแสดงความคิดเห็นตามนี้นะค่ะ

1. โฮสเราอยู่บ้านตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเจ็ดวัน แถมยังนั่งอยู่บริเวณห้องครัวและห้องรับแขกตลอดทั้งวัน แล้วเราจะออกมาตอนไหนได้เนี๊ยะ

ก็เราอยากจะออกมาเดินยืนนอกห้องเรา เราก็ทำไปสิค่ะ เขาไม่ได้กักกั้นว่า ไม่อยากเจอหน้าเราแต่เราแค่รู้สึกว่าเราไม่มีความเป็นส่วนตัวหรือตัวคนเดียว จะทำอะไรก็เหมือนมีเขาตลอดเวลา อันนี้คิดว่าเป็นเรื่องความสัมพันธ์มากกว่า ถ้าเราสัมพันธ์ดีกะโฮสตืก็ไม่มีปัญหา อีกอย่าง ไม่ออกมาให้เขเห็นหน้าเห็นตา เขาก็หาวาออแพร์ชอบเก็บตัว มีปัญหา ต่างก็ไม่พูด เข้าใจไม่ตรงกัน

ก็แนะนำว่า ถ้าอยากจะออกมาเดินรอบบ้านก็ทำไปเถอะเขา เจอเขาก็ทัก หนาวนะ ลมแรงเนอะ ทักไปเรื่องอากาศเป็นพื้นๆ ใครก็ทัก หรือจะถามถึงเด็กก็ได้ มันอยู่ที่ว่าเราจะทำตัวอย่างไร การไปอยู๋บ้านคนอื่นไม่เหมือนอยู่บ้านเราเองอย่างแน่นอนหรอกค่ะ เขาถึงว่า ไม่มีที่ไหนสบายเหมือนอยู่บ้านนนนนนน

ก็ไม่รู้ว่า มีความสัมพันธ์ไม่ดีกะโฮสตืหรือค่ะ ถึงไม่อยากเจอหน้าเจอตากันเลย แฮ่ๆ แต่ก็อดทนอยู่มาได้แปดเดือนแล้วก็นับว่าเก่งแล้วค่ะ มาได้เกินครึ่งทางแล้วจ้า อย่ายอมแพ้ค่ะ คุณมาเกินครึ่งแล้วจ้า

2. ถ้าเราโดดโครงการ Counselor จะต้องแจ้งไปยัง Immagration หรือเปล่า??

แน่นอนค่ะ ถ้าออกจากบ้านโอสต์ไป ไม่บอกกล่าวว่าไปไหน อยู่ดีหายไปเลย ยีสิบสี่ชั่วโมงไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ไหนอย่างไรนี้ ก็คือ เขาแจ้งไปปเลยทันทีค่ะ เพราะว่าถือว่าเด็กมีเจตนาส่อต่อการออกจากโครงการจ้า การแจ้งของเขาคือไม่รับผิดชอบเราต่อไป เด็กคนี้ไทม่ได้อยู่ในโครงการกับเขาอีกต่อไปแล้ว และตามกฏเราก็คือ ถ้าไม่เป็นออแพร์ก็ต้องกลับเพราะว่าเรามาด้วยวีซ่านี้นะค่ะ ยิ่งเราอยู่นานเท่าไหร่ไม่กลับ ก็คือยิ่งแสดงเจตนาว่าอยากอยุ่ต่อ ย่อมเป็นผลเสียต่อเครดิตการขอวีซ่ามาเมกาในอนาคตค่ะ เหมือนเราอยู่ได้ ใช่เขาตามเราไม่ได้หรอก แต่ว่าถ้าเราออกนอกเมกาแล้วคิดจะมาขอวีซ่ามาเมกาใหม่ นึกถึงใจเราอะ เฮ้ยประวัติคนดี เอเจนซี่แจ้งว่าออกโครงการแต่ธันวา แต่เล่นออกจากเมกา สงกรานต์งี้ อะไรประมาณนี้นะคะ ก็เป็นผลไม่ดีแน่ๆ ต่อเครดิตในการขอวีซ่าของเรา จริงๆวีซ่าไม่ได้ขอยากส์หรอก เมกาอะ ถ้าเราได้ออแพร์มาครังหนึงแล้ว เครดิตเราก็ดีแล้ว ต่อไป ถ้าเราทำไว้ดีๆ มันก็ต้องมาได้อีก มีหลายคนไปเป็นออแพร์มาหนึงปี กลับไทยไป ไปขอวีซ่าได้มาสิบปีกันสะงั้น  เมกามาไม่ยากส์ เคยมาแล้วเดี๋ยวได้มาอีก แต่เครดิตของเราเราต้อ้งรักษาไว้เท่านั้นเองจ้า

3. ถ้าหากว่า Counselor รายงานจริง แล้วเรามีประวัติเสีย ต่อมาเราอยากเปลี่ยนวีซ่าอีกครั้งหนึ่ง

ก็ถ้าเราอยู่ต่อนี้ ก็แน่นอนคะ เราไม่กลับ แต่ถ้าข้อมูลเขาได้รับว่าเราต้องกลับ แต่เราไม่กลับเขาก็รู้ว่าค่ะว่าเรากลับวันไหน ออกจากเมกาที่ไหน วันไหน สายการบินอะไรเขาก็รูคะ มันอยู่ I-94 อะ มันยังอยู่กะเรา ถ้าอยู่อย่างผิดกฏหมายสะแล้ว จะเปล่ยนวีซ๋าอะไรก็ทำไม่ได้หรอกค่ะ ตอ้งออกมาขอวีซ่าข้างนอกประเทศเท่านัน้ แล้วคิดหรือว่าเราเคยประวัติไม่ดีเขาจะให้เรานะค่ะ สุดท้ายก็ไม่มีใครกลับออกมา ก็ทางเดียวแต่งงานอะกะมะกัน เพื่อมีสิทธ์อยู่และมีสิทธ์ขอกรีนการด์ไปแทน คิดว่าเท่าที่รูตอนนี้คือวิธีเดียวทีจะให้อยู่อย่าง ถูกกฏหมายได้หากว่าอยู่อย่างผิดกฏหมายมาตลอดจ้า

สำหรับเรื่องเรียนนั้น ก็ติดต่อกะทาง โรงเรีนเพื่อขอเปลี่ยนสถานภาพาได้เลยคะ ติดต่อ รร หรือยัง ทำเรื่องเลยค่ะ พอส่งเรื่องไปแล้วเราก็รอหน่อย แล้วพอหลังจากนั้นแล้วแต่เคสบายเคส ก็ได้ใบตอบรับมา (มันไม่ใช่วีซ่ามาแสตมป์อะไรให้นะคะ แค่เอกสาร ) ก็คือว่าสามารถออกมาเรียนได้เลยค่ะ

เข้าใจนะค่ะว่าอึดอัดใจ และไม่อยากอยู่กะครอบครัวนี้ เพราะว่าอาจจะมีปัญหากัน แต่อีกทางที่ทำได้คือ ขอรีแม็ทช์คะ แล้วก็ไปทำต่อกะบ้านอีกอีกหกเดือนหรือต่ออีกปีไปเลย

อ่านมาก็เข้าใจว่าไม่ได้คิดอยากจะอยู่อย่างผิดกฏหมาย แต่ด้วยความไม่สบายใจกับครอบครัวที่ทำงานด้วยมากกว่าก็เลย รู้สึกว่าอยากจะออกๆ ไป ธัญญ่าก็อยากจะให้กำลังใจว่า คุณทำมาเกินครึ่งทางแล้วนะคะ ก็ถ้านับก็เป็นเจ็ดสิบแปดสิบเปอร์เซ็นต์ แฮ่ๆ ไม่นานหรอก สี่เดือนก้จะผ่านไปอย่างรวดเร็วคะ ยิ่งสองเดือนสุดท้ายจะติดปีกค่ะ แล้วทุกอย่างจะจบลงอย่างสวยงาม พร้อมกับเครดิตของเราที่ดีในภายภาคหน้าคะ

Back to top
Thai Au Pair Club ประสบการณ์ออแพร์ ประสบการณ์ชีวิต

Tanya


ระดับสมาชิก :
[ เจ้าแม่สำนัก ]
จำนวนโพสต์ : 4215
Rank :
เจ้าแม่สำนัก

Postความคิดเห็นที่ 7 || โพสต์เมื่อ : 4 ธ.ค. 2549 เวลา 10:26 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 74.12.43.208  [ 74.12.43.208 ] อ้างถึงความเห็นที่ 7 แก้ไขความคิดเห็นที่ 7 กระทู้ที่ 597 ลบความเห็นที่ 7

whitetea ค่ะ นับว่ามีความอดทนสูงคะ การมาเป้นออแพร์ก็เหมือนกะการมาทำงานนะค่ะ เจ้านายดี ไม่เข้มงวดกันเองกะรู้น้อง เราก็ผ่อนคลาย สบายๆ มีความสุขทำกันไป บางคนเจอเจ้านายจุ้จี้ นิดหน่อยก็ ว่าๆๆๆ พูดจาไม่ดี เห็นเราเป้นลูกน้อง หรือว่าทำงานอะไรก็เอาแต่สั่ง หรืออะไรก็แล้วแต่ นี้ก็เหมือนกัน ออแพร์คือชีวิตจริงอีกแบบหนึงจ้า

แต่ต่างตรงที่ ถ้าเราอยุ่เมืองไทยใช่ไหม เราไม่พอใจ ลาออกเว้ย ไม่ทำแล้ว เงินเดือนก็น้อย ใช้งานก็หนักไปที่อื่นก้ได้ แต่นี้ออแพร์มันมาทำที่เมกานะค่ะ ถ้าอยากเปล่ยนงานไม่ทำแล้ว ก็ต้องกลับเมองไทยไป  บางทีเราอยากทำออแพร์นะ แต่โอสต์เราไม่ดี อย่างนี้เราก้ขอรีแม็ทช์คะ 

ทุกบ้านก็มีปัญหาหมดแหละค่ะ ไม่มีที่ไหนจะเลิศเลอเหมือนบ้านเรานะค่ะ อยากให้มาเป็นออแพร์ต้องอดทน และต้องรูจักปรับตัว คิดว่ามาหนึงปีเหมือนกะการมาฝึกหัดนิสัย การเป็นผู้ให้กันสุดๆ (โดยในสักวันหนึ่ง การทีเป็นผู้ให้ของเราจะทำให้เราได้รับในสิ่งที่ดีๆ เจริญๆ ต่อไปอย่างคาดไม่ถึงก็ได้คะ )

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2007-02-03 05:19:28 IP : 70.50.188.39


ความคิดเห็นที่ 34 (805355)
avatar
Admin

orange girl


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 387
Rank :
ขาประจำกิตติมศํกดิ์

Postความคิดเห็นที่ 8 || โพสต์เมื่อ : 5 ธ.ค. 2549 เวลา 01:35 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 68.124.57.253  [ 68.124.57.253 ] อ้างถึงความเห็นที่ 8 แก้ไขความคิดเห็นที่ 8 กระทู้ที่ 597 ลบความเห็นที่ 8

   thummeng คะ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนมันก็ต้องมีปัยหาทั้งนั้น ไม่มีใครเพอเฟคหรอกเนอะ เพราะว่าฉะนั้นอย่างที่คนอื่นๆบอกไป เหลือเวลาอีกแค่ 4เดือน อย่าโดดโครงการเลยค่ะ เอาเวลามาคิดวางแผนเรื่องเรียน เรื่องเปลี่ยนวีซ่าดีกว่านะคะ ถ้ารู้สึกว่าทนไม่ไหวตอนนั้น ก็มาเขียนระบายในนี้ได้ หรือว่าเล่นเอ็ม เขียนกระทู้อะไรก้ได้ที่ทำให้ตัวเองไม่ว่างเกินไป เพราะว่าพอว่างเดี๋ยวเราก็จะฟุ้งซ่านแล้วทำให้อาการหนักไปกันใหญ่ เราก้ถึงขั้นปลูกผัก ล้างรถ ดูดฝุ่น อะไรไปเรื่อยเปื่อย ไม่ใช่หน้าที่เราหรอก แต่มันฟุ้งซ่านมั่งบางครั้งอ่ะ ไม่งั้นก้ออกไปซื้อของ เดินพาร์คอะไรดีกว่านะคะ แล้วอยู่รัฐไหนคะ น่าจะมีเพื่อนคนไทยใช่ป่ะ วันหยุดชวนเพื่อนๆไปเทีย่วกันดีกว่า อย่าอยู่เลยบ้านอ่ะ เรานะ เป็นสปริงเลยแหละ วันหยุดปุ๊บ เด้งดึ๋งออกจากบ้านทุกที มีอะไรก็มาเล่าสู่กันฟังนะคะ


Back to top
ส่งข้อความส่วนตัวถึง orange girl

yhokromondo


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 6
Rank :
ขาจร

Postความคิดเห็นที่ 9 || โพสต์เมื่อ : 5 ธ.ค. 2549 เวลา 18:53 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 203.113.41.68  [ 203.113.41.68 ] อ้างถึงความเห็นที่ 9 แก้ไขความคิดเห็นที่ 9 กระทู้ที่ 597 ลบความเห็นที่ 9

มาเป็นกำลังใจให้อีกคนค่ะ

อีก 4 เดือนคิดซะว่าฝึกความอดทน เมื่อ4เดือนมันผ่านพ้นไป เราจะมองย้อนกลับมาว่า

เราผ่านมันมาได้แล้ว เราเป็นผู้ชนะแล้ว !!

เราคิดว่าถ้าออกจากบ้าน มันเหมือนเราหนีนะ ปัญหาเกิดขึ้นตรงนี้ ก็สู้มันตรงนี้เลยค่ะ

สู้ให้มันจบจบ ไปก่อน

 เรื่องไหนอึดอัดใจ ไม่สบายใจ ก็แกล้งๆๆทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไปก่อนนะ ค่ะ

สิ่งที่จะได้คือ ได้เรียนรู้ความอดทน

ไม่รู้จะพูดรแระ .................เอาเป็นว่า

เป็นกำลังใจให้นะ ...สู้โว้ย - -*

Back to top
ส่งข้อความส่วนตัวถึง yhokromondo

chupy7004


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 1
Rank :
ขาจร

Postความคิดเห็นที่ 10 || โพสต์เมื่อ : 5 ธ.ค. 2549 เวลา 20:07 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 58.8.143.183  [ 58.8.143.183 ] อ้างถึงความเห็นที่ 10 แก้ไขความคิดเห็นที่ 10 กระทู้ที่ 597 ลบความเห็นที่ 10

สู้ไว๊ย............

Back to top
ส่งข้อความส่วนตัวถึง chupy7004

Preaw


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 214
Rank :
ขาประจำกิตติมศํกดิ์

Postความคิดเห็นที่ 11 || โพสต์เมื่อ : 5 ธ.ค. 2549 เวลา 20:32 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 124.120.239.186  [ 124.120.239.186 ] อ้างถึงความเห็นที่ 11 แก้ไขความคิดเห็นที่ 11 กระทู้ที่ 597 ลบความเห็นที่ 11

Cheer up!

preaw :)

Back to top
ส่งข้อความส่วนตัวถึง Preaw

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2007-02-03 05:19:53 IP : 70.50.188.39


ความคิดเห็นที่ 35 (805356)
avatar
admin

orange girl


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 387
Rank :
ขาประจำกิตติมศํกดิ์

Postความคิดเห็นที่ 8 || โพสต์เมื่อ : 5 ธ.ค. 2549 เวลา 01:35 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 68.124.57.253  [ 68.124.57.253 ] อ้างถึงความเห็นที่ 8 แก้ไขความคิดเห็นที่ 8 กระทู้ที่ 597 ลบความเห็นที่ 8

   thummeng คะ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนมันก็ต้องมีปัยหาทั้งนั้น ไม่มีใครเพอเฟคหรอกเนอะ เพราะว่าฉะนั้นอย่างที่คนอื่นๆบอกไป เหลือเวลาอีกแค่ 4เดือน อย่าโดดโครงการเลยค่ะ เอาเวลามาคิดวางแผนเรื่องเรียน เรื่องเปลี่ยนวีซ่าดีกว่านะคะ ถ้ารู้สึกว่าทนไม่ไหวตอนนั้น ก็มาเขียนระบายในนี้ได้ หรือว่าเล่นเอ็ม เขียนกระทู้อะไรก้ได้ที่ทำให้ตัวเองไม่ว่างเกินไป เพราะว่าพอว่างเดี๋ยวเราก็จะฟุ้งซ่านแล้วทำให้อาการหนักไปกันใหญ่ เราก้ถึงขั้นปลูกผัก ล้างรถ ดูดฝุ่น อะไรไปเรื่อยเปื่อย ไม่ใช่หน้าที่เราหรอก แต่มันฟุ้งซ่านมั่งบางครั้งอ่ะ ไม่งั้นก้ออกไปซื้อของ เดินพาร์คอะไรดีกว่านะคะ แล้วอยู่รัฐไหนคะ น่าจะมีเพื่อนคนไทยใช่ป่ะ วันหยุดชวนเพื่อนๆไปเทีย่วกันดีกว่า อย่าอยู่เลยบ้านอ่ะ เรานะ เป็นสปริงเลยแหละ วันหยุดปุ๊บ เด้งดึ๋งออกจากบ้านทุกที มีอะไรก็มาเล่าสู่กันฟังนะคะ


Back to top
ส่งข้อความส่วนตัวถึง orange girl

yhokromondo


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 6
Rank :
ขาจร

Postความคิดเห็นที่ 9 || โพสต์เมื่อ : 5 ธ.ค. 2549 เวลา 18:53 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 203.113.41.68  [ 203.113.41.68 ] อ้างถึงความเห็นที่ 9 แก้ไขความคิดเห็นที่ 9 กระทู้ที่ 597 ลบความเห็นที่ 9

มาเป็นกำลังใจให้อีกคนค่ะ

อีก 4 เดือนคิดซะว่าฝึกความอดทน เมื่อ4เดือนมันผ่านพ้นไป เราจะมองย้อนกลับมาว่า

เราผ่านมันมาได้แล้ว เราเป็นผู้ชนะแล้ว !!

เราคิดว่าถ้าออกจากบ้าน มันเหมือนเราหนีนะ ปัญหาเกิดขึ้นตรงนี้ ก็สู้มันตรงนี้เลยค่ะ

สู้ให้มันจบจบ ไปก่อน

 เรื่องไหนอึดอัดใจ ไม่สบายใจ ก็แกล้งๆๆทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไปก่อนนะ ค่ะ

สิ่งที่จะได้คือ ได้เรียนรู้ความอดทน

ไม่รู้จะพูดรแระ .................เอาเป็นว่า

เป็นกำลังใจให้นะ ...สู้โว้ย - -*

Back to top
ส่งข้อความส่วนตัวถึง yhokromondo

chupy7004


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 1
Rank :
ขาจร

Postความคิดเห็นที่ 10 || โพสต์เมื่อ : 5 ธ.ค. 2549 เวลา 20:07 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 58.8.143.183  [ 58.8.143.183 ] อ้างถึงความเห็นที่ 10 แก้ไขความคิดเห็นที่ 10 กระทู้ที่ 597 ลบความเห็นที่ 10

สู้ไว๊ย............

Back to top
ส่งข้อความส่วนตัวถึง chupy7004

Preaw


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 214
Rank :
ขาประจำกิตติมศํกดิ์

Postความคิดเห็นที่ 11 || โพสต์เมื่อ : 5 ธ.ค. 2549 เวลา 20:32 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 124.120.239.186  [ 124.120.239.186 ] อ้างถึงความเห็นที่ 11 แก้ไขความคิดเห็นที่ 11 กระทู้ที่ 597 ลบความเห็นที่ 11

Cheer up!

preaw :)

Back to top
ส่งข้อความส่วนตัวถึง Preaw

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2007-02-03 05:21:06 IP : 70.50.188.39


ความคิดเห็นที่ 36 (805357)
avatar
Admin

nanajung


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 39
Rank :
ขาเริ่มประจำ

Postความคิดเห็นที่ 19 || โพสต์เมื่อ : 7 ธ.ค. 2549 เวลา 08:40 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 71.163.55.12  [ 71.163.55.12 ] อ้างถึงความเห็นที่ 19 แก้ไขความคิดเห็นที่ 19 กระทู้ที่ 597 ลบความเห็นที่ 19

 thummeng นาแวะมาส่งกำลังใจเนื่องจากตกอยู่สถานะเดียวกันค่ะ
ล่อแล่เหมือนใจจะขาดเนอะกับอีกแค่าี่เดือน เนี่ยนาก็ไม่รู้เหมือน
กันว่าจะอยู่ครบเปล่าเหลือสี่เดือนเหมือนกันค่ะ อยากออกจากบ้านนี้ทุกวัน
แต่ติดที่รักและคิดถึงเด็กเวลาเด็กน่ารัก เสียดายโฮสไม่น่ารัก คิกๆ
เราต่างก็มีปัญหาคล้ายๆกัน สู้นะคะ

Back to top
ส่งข้อความส่วนตัวถึง nanajung

winnie


ระดับสมาชิก :
[ แม่ยกกิตติมศักดิ์ ]
จำนวนโพสต์ : 798
Rank :
ขาประจำกิตติมศํกดิ์

Postความคิดเห็นที่ 20 || โพสต์เมื่อ : 7 ธ.ค. 2549 เวลา 18:18 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 161.200.255.162  [ 161.200.255.162 ] อ้างถึงความเห็นที่ 20 แก้ไขความคิดเห็นที่ 20 กระทู้ที่ 597 ลบความเห็นที่ 20

สู้ๆๆ ทุกคนนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
Back to top
ส่งข้อความส่วนตัวถึง winnie

orange girl


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 387
Rank :
ขาประจำกิตติมศํกดิ์

Postความคิดเห็นที่ 21 || โพสต์เมื่อ : 9 ธ.ค. 2549 เวลา 00:19 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 68.124.58.57  [ 68.124.58.57 ] อ้างถึงความเห็นที่ 21 แก้ไขความคิดเห็นที่ 21 กระทู้ที่ 597 ลบความเห็นที่ 21

จะบอกว่าทุกคนก็มีปัญหาเหมือนกันแหละค่ะ เราก็มีปัญหา เด้กดื้อเหล่อเกิน ไม่ใช่ดื้อธรรมดาแต่เหลือขอเลยแหละ เราก้ยิ้มสู้เข้าไว้เนอะ  ทุกอย่างมันก็จะดีเอง มีปัญหาเรื่องวาเคชั่นด้วย แต่ช่างมันเถอะ ปีๆนึงผ่านไปเร็วจะตาย เนอะ
Back to top
ส่งข้อความส่วนตัวถึง orange girl

ป้าออพัว


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 118
Rank :
ขาประจำอย่างเป็นทางการ

Postความคิดเห็นที่ 22 || โพสต์เมื่อ : 9 ธ.ค. 2549 เวลา 02:22 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 208.125.51.58  [ 208.125.51.58 ] อ้างถึงความเห็นที่ 22 แก้ไขความคิดเห็นที่ 22 กระทู้ที่ 597 ลบความเห็นที่ 22

ป้าขอมาอีกรอบค่ะ

เห็นกำลังใจมากมายขนาดนี้แล้ว น้องคนใหนที่กำลังหมดแรง ทั้งแรงใจและแรงกายก็คงมีกำลังใจขึ้นมาบ้างนะคะ


อยากบอกน้องๆทุกคนว่า ทุกอย่างไม่ได้มาง่ายๆค่ะ ต้องสู้ ต้องอดทน และพยายามปรับตัวให้เข้า้กับสิ่งต่างๆให้ได้มากที่สุด เวลาจะผ่านไปรวดเร็วมากค่ะ ตอนนี้มีโอกาส ทำในสิ่งที่เราอยากจะทำ จงทำค่ะ อย่ารีรอ ท้อแท้หมดหวังกับปัญหาที่มี อีกไม่กี่เดือนก็จะได้กลับแล้ว


ป้ามีเพื่อนหลายคนที่จะท้อแท้ในเดือนที่หก หรือแปด แต่พออยู่ต่อไปจนจะครบปี ยิ่งเดือนที่สิบนี่ ยิ่งรู้สึกได้เลยว่าไม่อยากกลับ และนั่นแหล่ะเวลาจะผ่านไปเร็วมาก จนบ่นไม่อยากกลับกันเป็นแถว
พอได้กลับก็เป็นโฮมซิกคิดถึงเมืองคิดถึงเพื่อนๆ คิดถึงเด็ก นี่แหล่ะคุ่ะ วัฏจักรชีวิต มีพบก็ต้องมีพราก


อย่างที่ป้าบอกนะคะ ทำเวลาที่มีอยู่ให้มีค่ามากที่สุด เราหน่ะมีโอกาสมากกว่าคนอื่นๆ กอบโกยความสุขและความรู้และประสบการณ์ที่เมกาให้มากที่สุด กลับไปจะได้ไม่รู้สึกเีสียดาย

ยังงัยก็เป็นกำลังใจให้กับทุกคนเลยนะคะ

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=iwant2believe&group=11

•••แก้ไขล่าสุด : เมื่อ 9 ธ.ค. 2549 เวลา 04:27 น. โดย ป้าออพัว

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2007-02-03 05:21:48 IP : 70.50.188.39


ความคิดเห็นที่ 37 (805358)
avatar
admin

minky


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 154
Rank :
ขาประจำอย่างเป็นทางการ

Postความคิดเห็นที่ 28 || โพสต์เมื่อ : 30 ม.ค. 2550 เวลา 07:30 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 24.34.189.171  [ 24.34.189.171 ] อ้างถึงความเห็นที่ 28 แก้ไขความคิดเห็นที่ 28 กระทู้ที่ 597 ลบความเห็นที่ 28

เห็นด้วยกับเพื่อนๆ ที่เข้ามาให้กำลังใจนะ

เราเองก็เป็นคนหนึ่งที่ผ่านประสบการณ์มาอาจจะไม่ทุกรูปแบบก็ตาม แต่มันก็เป็นอะไรที่ สามารถเป็นประเด็นทำให้เราคิดว่า เราอาจจะต้องออกจากโครงการก่อนครบกำหนดหนึ่งปีแน่นอน ด้วยเรื่องอะไรหน่ะเหรอ..ก็ด้วยเรื่อง เค้าต้องการให้เราย้ายห้องนอน จากห้องที่มีห้องแต่งตัว มีห้องน้ำในตัว ชั้นสอง ขึ้นมาชั้นสามซึ่งเป็นห้องเล่นเด็ก เราก็คิดไปไกลถึงขึ้นที่ว่า แล้วเราจะมีความเป็นส่วนตัวตรงไหน ในเมื่อมันเป็นห้องเด็กเล่น นึกไปถึงวันหยุดสุดสัปดาห์..

ทั้งที่เราก็บอกเค้าไปว่า เราพึงพอใจห้องข้างล่าง แต่เค้าก็ดันทุรังให้เราย้ายขึ้นข้างบน..คุยกับโฮสต์แม่..หน้าตาเย็นชามาก ยิ้มตอบรับว่าเข้าใจเรา แต่ก็บอกว่า เค้าจะเอาห้องนั้นให้เจ้าตัวเล็กคนที่สี่..วันต่อมาโฮสต์พ่อขึ้นมาบอกว่า ให้ช่วยเคลียร์ของเล่นหน่อย เพราะเค้าจะเริ่มทำห้องให้เราแล้ว..เราก็เลยถามกลับไปว่า ตกลงที่เราบอกแฟนคุณไปเนี่ย  เค้าไม่เข้าใจใช่มั้ย..โฮสต์พ่อบอกว่า เค้าเข้าใจเรานะ แต่เค้าไม่สามารถขัดแฟนเค้าได้ เค้าพูดจบ เราก็เดินหันหลังใส่เลย บอกให้รู้ด้วยความไม่พอใจ พอเค้าเดินลงข้างล่างไป...น้ำตาก็ร่วงทันที..

ณ ขณะนั้น คุยกับเพื่อนร่วมงานคนเก่าว่าด้วยเหตุผลต่างๆ ถึงการไม่อยากขึ้นมาอยู่ข้างบน ถ้าเค้ายังดันทุรังให้ย้ายมาอยู่ ก็เชิญเลี้ยงลูกสี่คนกันไปเองแล้วกัน

ในช่วงนั้น เหลืออีกไม่กี่สัปดาห์เพื่อนร่วมงานคนเก่าก็จะจบโครงการ แล้วก็จะแต่งงานออกไปอยู่ข้างนอกกับแฟน..เราก็เลยถึงขั้นวางแฟนว่า..เราจะเริ่มเก็บกระเป๋ากลับเมืองไทยแล้ว แต่เราคงไม่เป็นคนเอาออกไปเอง ไม่อยากให้ผิดสังเกต ก็เลยว่าจะให้เพื่อนเราเอาออกไปให้

วันนั้น..ยังไม่ทันมาถึง เราก็โทรคุยกับที่บ้าน เล่าให้ฟังถึงสถานการณ์ที่มันเกิดขึ้น ว่านี่แหล่ะ คือ เหตุผลที่ทำให้เราไม่อยู่ต่อ เราจะกลับเมืองไทย..พ่อเราก็เลยบอกว่า..อย่าหนีปัญหาสิ..เรายังไม่ได้พูดคุยอย่างเป็นจริงเป็นจังกับเค้าเลย เรามัวแต่ฟังเค้าบอกว่า เค้าจะทำไงบ้าง กับห้องที่เราจะอยู่ ในเมื่อเค้าไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกเรามากมายขนาดนั้น แถมยังพูดตรงๆ ตามความต้องการของเค้าแล้ว..ทำไม เราไม่ลองพูดตรงๆ ถึงความในใจ ความต้องการของเราออกไปบ้าง

หลังจากคุยกับพ่อเสร็จ..ฮึดสู้..ขึ้นมาอีกครั้ง..เอาวะ ไหนๆ ก็ไม่มีไรจะเสีย ขอพูดซะหน่อย ก่อนกลับบ้าน เอาให้รู้กันไปเลยว่าเรารู้สึกยังไง

เงื่อนไขที่เรารับไม่ได้ของเค้ากับห้องใหม่ของเรา..มีดังนี้..จะกั้นห้องนอนเป็นสองห้อง ให้เรากับเพื่อนร่วมงานคนใหม่ อยู่กันอย่างเป็นส่วนตัวตามกฏ แล้วก็ให้ใช้ห้องน้ำที่อยู่นอกตัวห้องนอน แต่อาจจะมีของเล่นหลงเหลืออยู่บ้าง เอาไว้ให้เด็กขึ้นมาเล่น..

ความรู้สึกของเรากับการจินตนาการในสิ่งที่เค้าบอก..โห..กั้นเข้าไปได้ไง ห้องนอนคนละหนึ่งห้อง งั้นเราก็เหลือหน้าต่างคนละบานอ่ะสิ แล้วงี้ มันจะต่างอะไรจากคุกอ่ะ แคบก็แคบ ห้องนอนที่เมืองไทยหน้าต่างปาเข้าไปตั้งสี่บาน รับไม่ได้ ยังไงก็รับไม่ได้ อยู่ในห้องเห็นแต่ผนังห้อง..แล้วเวลาเราพักผ่อน เด็กมันอยากจะขึ้นมาเล่น แล้วมันจะถือว่าเราจะได้พักมั้ยเนี่ย เสาร์อาทิตย์ วันหยุด ยังต้องมาได้ยินเสียงเด็กอีกเหรอ..ห้องเสื้อผ้าก็ไม่มีให้เก็บ แล้วสัมภาระ กระเป๋าใบเบ้งๆ จะเอาไปไว้ไหนไม่ทราบ

ถึงเวลาวันที่เราขอคุยกับเค้า..เราก็เดินไปบอกโฮสต์แม่..ว่าขอคุยเรื่องห้องในอนาคตของฉันหน่อยได้มั้ย เพราะตอนนี้ฉันจินตนาการไม่ออก ว่ามันจะออกมารูปแบบไหน เรียนเชิญขึ้นไปอธิบายให้ฟังหน่อยสิคะ ว่าคุณวางแผนจะทำอะไรตรงไหน ให้ฉันกับเพื่อนร่วมงานบ้าง..จากที่เค้าอธิบายมา(อ้างถึงข้อมูลขั้นต้นที่เราเล่าไป) เราบอกว่า..เราได้ทำการคุยกับเพื่อนที่กำลังจะมาอยู่ใหม่แล้ว เราตกลงกันว่า เราไม่ต้องการห้องส่วนตัวคนละห้อง เนื่องจากมันจะทำให้พื้นที่มันแคบลงไปมากๆ รู้สึกอึดอัดกับหน้าต่างคนละบานที่เราจะได้กัน เพราะฉะนั้น ขอเป็นห้องนอนรวมห้องใหญ่หนึ่งห้องไปเลย และขอว่าต้องเป็นพื้นที่อย่างต่ำ เท่ากับห้องเก่าข้างล่างที่เคยอยู่ ต้องวางโต๊ะเขียนหนังสือ วางตู้ วางอื่นๆ จิปาถะได้อีก..หน้าต่างขอม่านสีทึบมาปิดกันแสง ประตูของม่านสีทึบมาปิดพร้อมทั้งสามารถล๊อคประตู เพื่อป้องกันเด็กเปิดโดยอัตโนมัติได้..ห้องน้ำ ขอชั้นวางของ แขวนผ้าเพิ่มเติม..ส่วนเวลาที่เราเลิกงานแล้วในวันธรรมดา รวมถึงเสาร์อาทิตย์ ขอความเป็นส่วนตัว โดยที่ห้ามเด็กขึ้นมาเล่นบนนี้..เพราะในเมื่อเรามีพื้นที่น้อยลง เราก็ต้องขอความเป็นส่วนตัวจริงๆ..

จะได้มั้ย..โฮสต์แม่ก็ยิ้ม..ตอบทันทีว่า "ได้สิ" พร้อมบอกอีกว่า คุณลืมพูดถึงทีวีว่าจะเอาวางไว้ตรงไหน แต่บอกไว้ก่อนว่า มันคงจะอยู่ในห้องคุณไม่ได้หรอกนะ เพราะช่องสัญญาณอยู่ข้างนอก อาจจะต้องเอาทีวีมาไว้ข้างนอก ถึงเวลายกทีวีขึ้นมา โฮสต์พ่อยกเครื่องใหม่แกะกล่องมาให้เลย จอแบน จอใหญ่พอสมควร..บอกทิ้งท้ายว่า เผื่อเวลามีเพื่อนมาหลายๆ คนจะได้ดูกันได้ออกรสหน่อย

 ***เราก็กะคุยทิ้งท้าย ก่อนหนีกลับเมืองไทย..ปรากฏว่า..โฮสต์กลับให้ได้ตามที่เราต้องการ เราก็เลยอึ้งๆ ไปพอสมควร แล้วก็โทรกลับไปคุยกับพ่อกับแม่ใหม่ เค้าก็บอกว่า..เนี่ยแหล่ะ..ตีตนไปก่อนไข้ ทำตัวเป็นกระต่ายตื่นตูม..กลัวในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น และในสิ่งที่ยังไม่ได้ลอง..แล้วเป็นไง พอลองพูด ลองเปิดใจคุย กล้าคุยในสิ่งที่เป็นสิทธิส่วนบุคคล สิทธิประโยชน์ที่เราพึงได้..ก็ได้ไง

แล้วเราก็ลืมเรื่องขนของหนีกลับเมืองไทยไปโดยปริยาย..

เรื่องที่เราเล่าไป อาจจะไม่ใช่สถานการณ์เดียวกันกับที่เพื่อนเจอ..แต่..เราเอง แค่อยากจะยกตัวอย่างให้เพื่อนๆ ได้เห็นว่า.. ถ้าเราไม่กล้าที่จะคุยกับเค้าในเรื่องที่เราไม่สะดวกใจ เค้าก็จะไม่มีวันรู้ แล้วเราก็จะไม่มีวันได้ในสิ่งที่เราควรได้ เผลอๆ เสียผลประโยชน์อีกต่างหาก..เพราะฉะนั้น..มีอะไรก็ต้องกล้าพูด กล้าคุย

ตอนนี้..เราเองก็รู้สึกภูมิใจกับปัญหาที่เราสามารถผ่านมันมาได้ แก้ไขมันได้ด้วยตัวเอง

เอาเป็นว่า..อยากให้เพื่อนๆ ที่เจอปัญหา ลองหาทางออกที่ดีกว่าการออกจากโครงการกลางคันซะก่อน ถ้าไม่ได้ ไม่ไหวจริงๆ ก็ค่อยว่ากันอีกที..นะ

ด้วยความเป็นห่วง

Back to top
ส่งข้อความส่วนตัวถึง minky

minky


ระดับสมาชิก :
[ สมาชิกบอร์ด ]
จำนวนโพสต์ : 154
Rank :
ขาประจำอย่างเป็นทางการ

Postความคิดเห็นที่ 29 || โพสต์เมื่อ : 30 ม.ค. 2550 เวลา 07:36 น. คลิ้กเพื่อแบน IP 24.34.189.171  [ 24.34.189.171 ] อ้างถึงความเห็นที่ 29 แก้ไขความคิดเห็นที่ 29 กระทู้ที่ 597 ลบความเห็นที่ 29

ลืมเล่าไปว่า..แล้วเป็นไง หลังจากย้ายขึ้นมาอยู่ชั้นสามแล้ว รู้สึกไงบ้าง

โห..สวรรค์แท้ๆ เลยค่ะ เสียงเด็กแทบไม่ได้ยิน เสาร์อาทิตย์ก็ไม่ต้องได้ยินเสียงเด็กตั้งแต่เช้า นอนหลับตื่นสายได้สบาย..แล้วเค้าก็ห้ามลูกเค้าขึ้นมาเล่นในเวลาพักของเราด้วยจริงๆ..

Back to top
ส่งข้อความส่วนตัวถึง minky

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2007-02-03 05:22:26 IP : 70.50.188.39


ความคิดเห็นที่ 38 (895718)
avatar
Thina_NJ

หวัดดีค่ะ

เราดีใจมากเลยที่เราได้มีโอกาศได้อ่านประสบการณ์ต่างๆ จากที่นี่

เราเองก็กำลังรู้สึกแย่กะโฮสมัมมาก บางทีเธอก็ดีกะเราแต่เวลาที่เธออารมไม่ดีก็พูดจาหมาไม่รับประทานกะเรา

เรามาอยู๋ที่นี่ได้แค่สามเดือนเอง

เราเลี้ยงเด็กคนเดียวที่พ่อแม่ค่อนข้างตามใจเพราะเค้ามีลูกตอนแก่

แต่เค้าก็พยายามช่วยเรานะเวลาที่เด็กงี่เง้ามากๆ

แต่ตอนนี้ที่เรามีปัญหา

เพราะว่าเราขับรถไม่แข็งวันแรกหลังจากที่เรามาอยู๋ที่นี่ได้สามเดือนโฮสพ่อพาเราไปฝึกขับรถหน้าบ้าน

แล้วล้อรถไปแฉลบเหยีบฝาท่อบนถนนขึ้นมาตี ท้องรถ

วันรุ่งขึ้นแม่มันไม่ยอมคุยกะเรา

เราก็ไม่รู้ว่าเกิดไรขึ้นจน

วันจันมันบอกว่าเราขับรถแย่มากฉันไม่สะดวกใจที่จะให้เธอขับรถเราหรอกนะเพราะแค่ถนนหน้าบ้านเธอยังขับได้ห่วยแตกขนาดนี้แล้วถ้าออกถนนจะเป็นอย่างไร นี่ฉันก็ต้องเสียค่าซ่อมรถตั้ง600$ ยังไม่รวมแท็ก เราก็เลยบอกว่าเรารู้ว่าเราขับรถแย่แต่ว่าเราบอกคุณก่อนมาแล้วนะว่าเราต้องการฝึกฝึกจนกว่าคูณพอใจ เพราะหน้าบ้านเราไม่มีรถเม รถไฟ หรือการขนส่งใดๆ ทั้งนั้น เราไปไหนไม่ได้เลย ถ้าไม่มีรถ แล้วเธอก็บอกว่าเธอไม่สะดวกที่จะไปรับไปส่งเราไปไหนมาไหน

เราก็บอกว่าถ้าไม่ให้เราหัดขับเราก็ขับรถแย่เหมือนเดิม เราตกลงใจที่จะจ่ายค่าเรียนขับรถเอง ชัวโมงละ 50$โดยเธอเป็นคนหาให้เรา และเธอก็บังคับให้เราทำใบขับขี่ของรัฐนี้ทั้งๆ ที่สามารถใช้ใบอินเตอได้แต่เราก็ยอมรับเราไม่มีทางเลือก แต่พอเราบอกว่าเราต้องการไปสอบใบขับขี่เธอกลับบอกว่าเรายังไม่พร้อมหรอกนะเพราะเราไม่รู้สัญลักของถนนที่นี่เลย(เธอบอกว่าครูสอนขับรถเป็นคนบอก) เราบอกว่าเราต้องการสอบก่อนหกเดือนเพราะว่า ไม่ต้องสอบขับ เธอบอกว่าไม่จำเป็นรอเก้าเดือนก็ได้ ประเด็นคือเราไม่ต้องการต่อปีสองกะที่นี่แล้ว ส่วนประเด็นคือเธอไม่ต้องการให้เราขับรถของเธอ เธอต้องการให้เราไปเรียนที่ลองไอแลน 3วัน แต่เราต้องการเรียนที่นี่เรียนภาษาจริงๆ เพราะภาษาเรายังไม่ดี พอเราบอกอย่างนั้นเธอก็โกรธมากและบอกว่าฉันพยายามกับเธอมากๆ เลยนะ

ผู้แสดงความคิดเห็น Thina_NJ วันที่ตอบ 2007-04-09 06:29:59 IP : 68.193.146.169


ความคิดเห็นที่ 39 (895721)
avatar
Thina_NJ

ขออนุญาติต่อนะค่ะเพราะเราอึดอัดมากตอนนี้

แล้วเธอก็บอกเราว่าเธอให้สัญญาไม่ได้หรอกว่าเราจะสามารถอยู่กะเธอได้สองปี เราเลยบอกว่า เราก็เหมือนกัน เราต้องการเวลาศึกษากันก่อนเรายังตัดสินใจไม่ได้เหมือนกัน จากนั้นพอนเย็นเธอก็มาบอกเราว่าเธอไม่ต้องการรีเมท เธอจะช่วยเราโดยหารร.เรียนขับรถให้เราแล้วให้ผัวเค้าทิ้งรถไว้ให้ ขับไปรร.อาทิตละสองสามวัน แล้วจะพาเราไปเทส ภาษา วันศุกร์ แล้วก็พูดดีกะเราเหมือนไม่มีไรเกิดขึ้น แล้วบอกว่าเค้าบอกที่ปรึกษาไปแล้วว่าเราโฮมซิก ที่ปรึกษาจะมาหาเรา พูดกะเรา แต่ว่าเราไม่ได้โฮมซิกสักนิด อีกอย่างเราทำงานวันละ 12ชม. อาทิตละห้าวัน แต่ว่าเค้าจ่ายโอที (จริง ๆ แล้วเราไม่อยากทำหรอกเราเหนือยและตอ้งการไปเรียนหรือว่าออกไปข้างนอกมากกว่า แต่เราไม่กล้าบอกเค้า เพราะแค่เราบอกว่าเรามีแผนไปเรียนวันเสาเค้าก็ไม่พอใจมาก เพราะเค้าจะให้เราทำงานวันเสาด้วยเมื่อไหร่ที่เด็กไปรร. ด้วยเหตุผลที่ว่าชั่วโมงการทำงานเราน้อยแล้วเพราะเด็กไปรร.) เมื่อวันเสาเราเริ่มเรียนขับรถแล้วเราจ่ายเอง50$ แล้วก็วันศุกนี้อีกสองชั่วโมง และจนกว่าเธอจะบอกว่าเธอพอใจเราก็ไม่รู้ว่าต้องกี่ชัวโมง และแล้วเธอก็มาบอกเราว่าจะให้เราไปเรียนตอน หกโมงเย็น เราก็เลยคิดว่าแล้วกลางวันให้เราทำไรว่ะ เด็กไปรร.ตั่งแต่8.45-4.00 นี้เป็นลางว่าเราต้องอยู่บ้านทั้งวันเพื่อรอเด็กกลับมาอย่างนั้นเหรอ

เราก็ปรึกษาเพือ่นๆ ที่เป็นออแพด้วยกันเค้าก็บอกให้เรารีแมท แต่ว่าเราไม่แน่ใจว่าเหตผลมันเพียงพอหรือป่าวที่จะขอรีเมท เพราะว่าเค้าไม่ให้เราขับรถ แล้วเราเองก็ขับรถไม่แข็ง แต่ว่าเราก็พร้อมที่จะเรียนรู้ แต่ว่าดูเหมือนว่าเธอไม่ได้ให้โอกาศเราเลย เราไม่อยากโดด แต่เราก็กลัวว่าถ้าเรารีแมทแล้วหาโฮสไม่ได้ภายในสองอาทิตเราต้องกลับเมืองไทย เราไม่รู้ว่าต้องทำไงดี ตอนนี้เราหาเพือนของเพือนที่เค้าอยู่ที่นี่ได้แล้วถ้าเราจะรีเมท แล้วรอหาครอบครัวใหม่ เค้ายินดีช่วยเรา แต่ว่าเราอยากให้ใครก็ได้ที่มีประสบการหรือว่ามีความคิดเห็นดีๆ ช่วยเราตัดสินใจหน่อยเราไม่มั่นใจเลยว่าถ้าเราเลือกทางใดทางหนึงแล้วมันจะดีกะทุกคน ทั้งเราและครอบครัวเรา(โฮส)

ผู้แสดงความคิดเห็น Thina_NJ วันที่ตอบ 2007-04-09 06:50:38 IP : 68.193.146.169


ความคิดเห็นที่ 40 (895730)
avatar
Thina_NJ

ขออนุญาติอีกรอบนะค่ะ

และนอกจากเรื่องการใช้รถแล้วก็มีเหตุผลอื่นๆ อีกหลายอย่างที่เราอึดอัดที่จะอยู๋ที่นี่

- ทุกครั้งที่เราถามคำถามอะไรกะแม่ เช่น ถามเกี่ยวกะแบง มันบอกว่า ฉันไม่ได้เป็นเป็นพนักงานแบง หรือว่าอะไรก็ตามที่เรามีคำถามกะมัน มันจะบอกว่ามันไม่ได้ทำงานที่นั้นมันไม่รู้หรอก ก็ถูกของมัน แล้วกูพึ่งไรมึงไม่ได้เลย (นึกในใจ)

-เค้าทำงานที่บ้านอาทิตละสามวัน มีครั้งหนึงออแพคนเก่าเป็นคนไทยเปลี่ยนวีซ่าแล้ว บอกเราว่ามันโทรไปฟ้องว่าเราไม่รู้สน

ใจลูกมันหรือเปล่ามันได้ยินลูกมันบอกว่าอยากเข้าห้องน้ำตั้งถครั้งแต่ว่าเราไม่พาไป แล้วก็บอกว่าเราไปว่ามันอ้วน ซึ่งนึกออกไหมว่าถึงมันจะอ้วนจริง แต่ว่าเราก็ไม่กล้าไปว่ามันนหรอก อีกอย่างมันไม่ใช่ธุระอะไรของเราด้วย ทุกวันนี้เราไม่กล้าคุยอะรกะเค้ามากเราไม่รู้ว่าถ้าเราแสดงความคิดเห็นหรือว่าพูดออกไปแล้วเค้าจะไปตีความหมายว่าอย่างไร เราเลยอึดอัดที่จะพุดคุยกะเธอ

เราขอโทษด้วยที่เรื่องอึดอัดของเรายาวมากแต่ว่าเราไม่รู้ว่าต้องทำไงแต่อย่างแรกที่เราคิดคือเราต้องอดทน แต่ว่าเราจ่ายเงินมาเพื่ออะไร แค่อดทนหรือ ว่าเราสามารถทำได้มากกว่าอดทน รบกวนเพื่อนๆ ช่วยบอกเราหน่อยเถอะ

ผู้แสดงความคิดเห็น Thina_NJ วันที่ตอบ 2007-04-09 07:07:34 IP : 68.193.146.169


ความคิดเห็นที่ 41 (903688)
avatar
ธัญญ่า
ถ้าไม่ต้องการอยู่ ไม่ตอ้งการทน ก็รีแ็ม็ทช์อย่างเดียวเลยค่ะ ส่วนรีแม็ทช์ดีคือต้องรู้นะว่าถ้าไม่มีโอสต์ในสองอาทิตยืก็ต้องกลับไทย ตั๋วซื้อเองด้วย ในวงเล็บถ้าไม่ได้มากะ เอเจนซี่ คอลเจอรัลแคร์ นอกนัน้ตั๋วซื้อเอง ถ้าทำใจได้ เห็นว่าทุกขืใจอยู่แล้วไม่สุขย่างนี้ก็รีแม็ทช์เถอะ่ค่ะ
ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2007-04-10 08:49:22 IP : 74.120.221.206


ความคิดเห็นที่ 42 (987732)
avatar
Elmo
Dear Au Pairs,

On May 25, 2007 President Bush signed into law the first increase in the federal minimum wage since September 1997.  Over the next two years, the minimum wage will increase in three stages from $5.15 to $7.25.  Because the au pair stipend amount is directly connected to the federal minimum wage, this change will increase the weekly stipend for all au pairs in the USA. The increases in the stipend affect all au pairs currently in the country as well as those who will arrive after these changes go into effect.

* The first change takes place 60 days after the signing of this law.  Starting on the week of July 23, 2007, au pairs must receive at least $157.95 per week.  Under 2 au pairs will still receive $164.05 per week.

* One year later, beginning on the week of July 21, 2008 au pairs must receive at least $176.85 per week.  Under 2 au pairs will also receive this amount.

* Two years later, beginning on the week of July 27, 2009, au pairs must receive at least $195.75 per week. Under 2 au pairs will also receive this amount.

The au pair stipend has not increased in almost ten years. During that same time, inflation has chipped away at the stipend"s buying power. Education costs in particular have risen dramatically since 1997 affecting au pairs" abilities to complete their educational requirements.  We understand that these changes may affect many families decisions whether to continue with the program in the years to come.  Still, we are sure that the program will remain a wonderful, low-cost child care program that can easily compete with the costs of other child care options.

The au pair stipend is based on a Department of Labor calculation which takes the minimum wage for 45 hours and then subtracts 40% for room and board. 

* Currently              $5.15 x 45 hours = $231.75 x .60 = $139.05

* After 60 days:      $5.85 x 45 hours = $263.25 x .60 = $157.95

* One year later:     $6.55 x 45 hours = $294.75 x .60 = $176.85

* Two years later:    $7.25 x 45 hours = $326.25 x .60 = $195.75


These changes are not optional and no family can be exempt from the stipend increases.  These are not changes by InterExchange but rather come directly from changes in federal law. Any family who does not change the rate of pay for their au pair after these changes go into effect will be in violation of U.S. Department of Labor laws and U.S. State Department regulations.

If you do not receive the increase in your stipend from your Host Family please refer to this email.  If it continues to be a problem, contact your Local Coordinator.


Best Regards,

Michael McHugh
Program Director
Au Pair USA
InterExchange, Inc
161 Sixth Avenue, 10th Floor
New York, NY 10013

ผู้แสดงความคิดเห็น Elmo วันที่ตอบ 2007-06-06 03:47:34 IP : 71.224.227.194


ความคิดเห็นที่ 43 (988154)
avatar
ธัญญ่า
ขอบคุณสำหรับกาดรแจ้งข่าว การขึ้นเงินรายได้ของออแพร์จ้า ดีใจกะออแพร์เมกาด้วยนะค่ะ
ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญ่า ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2007-06-06 09:20:31 IP : 74.120.221.206


ความคิดเห็นที่ 44 (994468)
avatar
Tent

ดีเพื่อนๆทุกคน

ยินดีกะข่าวดีที่จะได้ตังค์เพิ่ม เราก็รออย่างใจจดใจจ่อ

เพิ่งมาอยู่ได้เกือบสองเดือนแล้ว เพิ่งรู้ว่าออแพร์นี้เงินเดือนกระจ้อยร่อย

ตอนอยู่เมืองไทยคิดว่าเยอะแต่พอมาจริงๆ ก็เลยรู้

แต่มันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วยน่ะ แต่เราอะกินเก่ง 555

ยินดีกับข่าวดีเด้อค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Tent วันที่ตอบ 2007-06-09 22:27:07 IP : 24.128.37.166


ความคิดเห็นที่ 45 (1049814)
avatar
maew

สวัสดีค่ะmaynie เราชื่อแม้วนะคะ อยากรู้จักคุณmaynie เพราะไดอ่านเรื่องของคุณแล้วก็รู้สึกเห็นใจ และอยากรู้ข่าวของคุณว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่ สบายดีหรือเปล่า เป็นกำลังใจให้นะ ถ้าว่างติดต่อกลับด้วยนะ maew_makoto@hotmail.com

ผู้แสดงความคิดเห็น maew วันที่ตอบ 2007-07-15 17:32:07 IP : 125.24.141.3


ความคิดเห็นที่ 46 (1084356)
avatar
admin

+++ประสบการณ์จริงที่ยิ่งกว่านิยาย เมื่อออแพร์ถูกโฮสต์อุบาทว์ไล่ออกจากบ้านกลางดึก ตอนที่ 1+++

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวออแพร์ทุกคน ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวก่อนนะ เราชื่อแจ็ค เมื่อก่อนก็เคยเป็นออแพร์เหมือนเพื่อนๆ นี่แหละ แต่ตอนนี้กลายสภาพมาเป็นคน

ตกงาน นั่งเหงาหงอยอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม

ใจกลางกรุงเทพฯ

 

เรายอมรับว่ามันไม่ง่ายเลยกว่าที่เราจะทำใจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น และบอกตัวเองให้นั่งลงตรงหน้าคอมพ์เพื่อเขียนเล่าเรื่องราวต่างๆ

ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับเราให้เพื่อนๆ ฟัง

 

เราต้องบอกก่อนว่า สิ่งที่เรากำลังจะเล่าไม่ได้เป็นไปเพื่อให้ใครมองหรือเข้าใจอาชีพออแพร์ในแง่ลบ หากแต่อยากให้เพื่อนๆ มองทุกสิ่งทุกอย่างในสองมุมที่แตกต่าง

เพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้อย่างเท่าทัน

 

เมื่อสี่เดือนก่อนเราตัดสินใจลาออกจากอาชีพนักแปลข่าวที่เรารัก เพื่อหันเหตัว

เองไปสู่อาชีพใหม่ที่เรารอคอยมาเกือบ

หนึ่งปี นั่นคือ การเหินฟ้าสู่สหรัฐอเมริกาในฐานะออแพร์

 

ตลอดหนึ่งปีแห่งการรอคอย เราทำทุกอย่างเพื่อสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งในชีวิตที่เราเรียกว่า ความฝัน เราบอกตัวเองว่าเราต้องเดินไปตามฝันให้ได้ก่อนอายุจะย่างเข้าสู่วัยสามสิบ และเมื่อหัวใจเรียกร้องแบบนั้น เราก็เริ่มต้นเดินเข้าสู่เส้นทางการเป็นออแพร์

 

เราตัดสินใจสมัครกับ  Text International Experienced Co., Ltd. ด้วยเหตุผลเดียวคืองบมีจำกัด และจากการตัดสินใจครั้งนี้ของเรานี่เอง จึงทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ถ้าเพื่อนๆ อ่านจนจบก็จะรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงที่ว่าคืออะไร

 

ช่วงการรอแมชของเรา เป็นช่วงเวลาที่

โหดร้ายมาก ไม่มีการติดต่อจากอเจนซี่

ไม่มีวี่แววว่าเมื่อไหร่จะมีครอบครัวที่สนใจติดต่อเข้ามา เกือบหนึ่งปีเรามีครอบครัวติดต่อมาเพียงสามครอบครัวเท่านั้น ครอบครัวแรกอีเมลมาครั้งเดียวแล้วหายไป

อเจนซี่ตอบเราไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น มาครอบครัวที่สอง โทรมาครั้งเดียว แล้วพอ

รู้อีกทีเขาแมชไปกับคนอื่นเรียบร้อยแล้ว เรื่อยมาจนครอบครัวสุดท้าย ที่เราตัดสินใจแมชด้วยแบบไม่รีรอ

 

ตลอดระยะเวลาหลายเดือนก่อนหน้าที่เราจะได้แมช เราดิ้นรนทุกอย่าง เราติดต่อตรงไปที่อเจนซี่แม่ คือ Au Pair Foundation ทั้ง

อีเมลและโทรศัพท์ไปเพื่อกดดันเขาให้ทำอะไรสักอย่างเพื่อให้เราได้แมชก่อนที่เรา

จะอายุครบ 27 ปี เพราะเมื่อถึงเวลานั้นสิ่ง

ที่เราพยายามอย่างหนักตลอดมา ทั้งการไปฝึกเลี้ยงเด็ก และเรียนขับรถ ก็จะหมดความหมายไปในทันที

 

เราหมดหวังที่จะรอความช่วยเหลือจาก Text ทำให้เราต้องดิ้นเฮือกสุดท้ายเอง ดิ้นทั้งที่ไม่รู้ว่าจะรอดไหม ดิ้นเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ที่เราควรได้ ดิ้นเพื่อที่จะได้เป็นออแพร์เหมือน

ที่หวังไว้

 

นอกจากต้องดิ้นเพื่อให้ได้แมชแล้ว เรายังต้องกระเสือกกระสนหาสเตทเม้นท์เรือนแสนมาให้ได้ ในขณะที่ทางบ้านเราไม่เห็นด้วยเลยที่เราจะเลือกเดินเส้นทางนี้ แม่ต้องนอนกลุ้มใจเพราะเป็นห่วงเรา ส่วนพี่สาว

ที่เรานับถือก็พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อห้ามเรา แม้จะอยู่ไกลถึงอังกฤษก็ยังหมั่นส่งข้อความมาเตือนเรา หวังเพียงว่าเราจะคิดทบ

ทวนและตัดสินใจใหม่อีกครั้ง แต่ในที่สุดก็ไม่มีใครห้ามเราได้ เราเลือกที่จะลิขิตชีวิตเราเอง



ผู้ตั้งกระทู้อดีตออแพร์ตกยาก ( ) ::วันที่ลงประกาศ 02-08-2007 13:09:44 IP : 58.8.110.242

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2007-08-03 05:12:43 IP : 74.120.221.206


ความคิดเห็นที่ 47 (1084357)
avatar
admin

+++ประสบการณ์จริงที่ยิ่งกว่านิยาย เมื่อออแพร์ถูกโฮสต์อุบาทว์ไล่ออกจากบ้านกลางดึก ตอนที่ 1+++

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวออแพร์ทุกคน ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวก่อนนะ เราชื่อแจ็ค เมื่อก่อนก็เคยเป็นออแพร์เหมือนเพื่อนๆ นี่แหละ แต่ตอนนี้กลายสภาพมาเป็นคน

ตกงาน นั่งเหงาหงอยอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม

ใจกลางกรุงเทพฯ

 

เรายอมรับว่ามันไม่ง่ายเลยกว่าที่เราจะทำใจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น และบอกตัวเองให้นั่งลงตรงหน้าคอมพ์เพื่อเขียนเล่าเรื่องราวต่างๆ

ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับเราให้เพื่อนๆ ฟัง

 

เราต้องบอกก่อนว่า สิ่งที่เรากำลังจะเล่าไม่ได้เป็นไปเพื่อให้ใครมองหรือเข้าใจอาชีพออแพร์ในแง่ลบ หากแต่อยากให้เพื่อนๆ มองทุกสิ่งทุกอย่างในสองมุมที่แตกต่าง

เพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้อย่างเท่าทัน

 

เมื่อสี่เดือนก่อนเราตัดสินใจลาออกจากอาชีพนักแปลข่าวที่เรารัก เพื่อหันเหตัว

เองไปสู่อาชีพใหม่ที่เรารอคอยมาเกือบ

หนึ่งปี นั่นคือ การเหินฟ้าสู่สหรัฐอเมริกาในฐานะออแพร์

 

ตลอดหนึ่งปีแห่งการรอคอย เราทำทุกอย่างเพื่อสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งในชีวิตที่เราเรียกว่า ความฝัน เราบอกตัวเองว่าเราต้องเดินไปตามฝันให้ได้ก่อนอายุจะย่างเข้าสู่วัยสามสิบ และเมื่อหัวใจเรียกร้องแบบนั้น เราก็เริ่มต้นเดินเข้าสู่เส้นทางการเป็นออแพร์

 

เราตัดสินใจสมัครกับ  Text International Experienced Co., Ltd. ด้วยเหตุผลเดียวคืองบมีจำกัด และจากการตัดสินใจครั้งนี้ของเรานี่เอง จึงทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ถ้าเพื่อนๆ อ่านจนจบก็จะรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงที่ว่าคืออะไร

 

ช่วงการรอแมชของเรา เป็นช่วงเวลาที่

โหดร้ายมาก ไม่มีการติดต่อจากอเจนซี่

ไม่มีวี่แววว่าเมื่อไหร่จะมีครอบครัวที่สนใจติดต่อเข้ามา เกือบหนึ่งปีเรามีครอบครัวติดต่อมาเพียงสามครอบครัวเท่านั้น ครอบครัวแรกอีเมลมาครั้งเดียวแล้วหายไป

อเจนซี่ตอบเราไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น มาครอบครัวที่สอง โทรมาครั้งเดียว แล้วพอ

รู้อีกทีเขาแมชไปกับคนอื่นเรียบร้อยแล้ว เรื่อยมาจนครอบครัวสุดท้าย ที่เราตัดสินใจแมชด้วยแบบไม่รีรอ

 

ตลอดระยะเวลาหลายเดือนก่อนหน้าที่เราจะได้แมช เราดิ้นรนทุกอย่าง เราติดต่อตรงไปที่อเจนซี่แม่ คือ Au Pair Foundation ทั้ง

อีเมลและโทรศัพท์ไปเพื่อกดดันเขาให้ทำอะไรสักอย่างเพื่อให้เราได้แมชก่อนที่เรา

จะอายุครบ 27 ปี เพราะเมื่อถึงเวลานั้นสิ่ง

ที่เราพยายามอย่างหนักตลอดมา ทั้งการไปฝึกเลี้ยงเด็ก และเรียนขับรถ ก็จะหมดความหมายไปในทันที

 

เราหมดหวังที่จะรอความช่วยเหลือจาก Text ทำให้เราต้องดิ้นเฮือกสุดท้ายเอง ดิ้นทั้งที่ไม่รู้ว่าจะรอดไหม ดิ้นเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ที่เราควรได้ ดิ้นเพื่อที่จะได้เป็นออแพร์เหมือน

ที่หวังไว้

 

นอกจากต้องดิ้นเพื่อให้ได้แมชแล้ว เรายังต้องกระเสือกกระสนหาสเตทเม้นท์เรือนแสนมาให้ได้ ในขณะที่ทางบ้านเราไม่เห็นด้วยเลยที่เราจะเลือกเดินเส้นทางนี้ แม่ต้องนอนกลุ้มใจเพราะเป็นห่วงเรา ส่วนพี่สาว

ที่เรานับถือก็พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อห้ามเรา แม้จะอยู่ไกลถึงอังกฤษก็ยังหมั่นส่งข้อความมาเตือนเรา หวังเพียงว่าเราจะคิดทบ

ทวนและตัดสินใจใหม่อีกครั้ง แต่ในที่สุดก็ไม่มีใครห้ามเราได้ เราเลือกที่จะลิขิตชีวิตเราเอง



ผู้ตั้งกระทู้อดีตออแพร์ตกยาก ( ) ::วันที่ลงประกาศ 02-08-2007 13:09:44 IP : 58.8.110.242

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2007-08-03 05:13:38 IP : 74.120.221.206


ความคิดเห็นที่ 48 (1084358)
avatar
admin

+++ประสบการณ์จริงที่ยิ่งกว่านิยาย เมื่อออแพร์ถูกโฮสต์อุบาทว์ไล่ออกจากบ้านกลางดึก ตอนที่ 3+++

ด้วยความที่เราถูกชะตาโฮสต์มัมตั้งแต่วันแรกที่พบหน้า ทำให้เรายอมทำทุกอย่างที่เขาขอ แม้แต่การทำงานบ้าน เพราะเห็นว่ามันไม่ได้หนักหนาอะไร และถือว่าเป็นการช่วยๆ กันไป ถ้ามันไม่บ่อยนัก ยิ่งไปกว่านั้นเรายังทำงานเกินลิมิต 45 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แบบไม่คิดอะไรเลยในช่วงแรก เพราะถือเป็นช่วงเรียนรู้งาน

 

แต่เมื่อต้องทำงานบ้านบ่อยครั้งมากขึ้น

บวกกับเวลาการทำงานที่เราต้องยืดหยุ่นให้โฮสต์ตลอดเวลา ทำให้เราต้องมานั่งถามตัวเองว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ขณะเดียวกันเวลานั้น เราเริ่มรู้จักเพื่อนออแพร์คนไทยที่นิวเจอร์ซีทำให้เราคิดและมองอะไรได้กว้างขึ้น เราเรียนรู้ว่าสิ่งที่เรายืดหยุ่นให้กับโฮสต์ ไม่ต่างอะไรกับการยอมสละสิทธิ์ที่เราควรจะได้ และไม่ต่างอะไรกับการยอมถูกเอาเปรียบจากนายจ้าง

 

เวลาผ่านไป ธาตุแท้ของโฮสต์มัม เริ่มปรากฏออกมามากขึ้นเรื่อยๆ เขาเป็นคน

จู้จี้ ทุกครั้งที่เราทำอาหารไทยเราจะต้อง

ล้างเตาแก๊สทั้งหมด เพราะเขาบ่นว่าน้ำมันกระเด็น ทั้งที่บางทีเราแค่หุงข้าวอย่างเดียว ไม่ได้ทำอาหารอะไรที่มีน้ำมันเลย

 

หลายครั้งที่เขาใช้เราเช็ดทีวีในห้องรับแขก ใช้เราเช็ดโคมไฟ ใช้เรากวาดระเบียงหลังบ้าน เพื่อรอต้อนรับเพื่อนๆ เราก็พยายามไม่คิดอะไรมาก ถือว่าอยู่ด้วยกันก็ช่วยๆ กันไป

 

แต่พอเวลาล่วงเลย สิ่งต่างๆ เหล่านี้ก่อเกิดความรู้สึกแย่ๆ ข้างในใจเราโดยไม่รู้ตัว

จากความรู้สึกว่าสิ่งที่เราทำคือการช่วย

เหลือ เปลี่ยนมาเป็นความรู้สึกต่อต้าน และ

ที่มากกว่านั้นคือเรารู้สึกว่าเรากำลังถูกเอาเปรียบ

 

นอกจากที่ร่ายมาแล้ว ยังมีความอึดอัดใจอีกมากที่ก่อตัวขึ้นในช่วงระยะเวลาเกือบสองเดือนของเราในบ้าน Broda เราเริ่มเรียนรู้ถึงความหมายของคำว่าเห็นแก่ตัวจากโฮสต์มัม ขณะเดียวกันเราก็เริ่มเข้าใจว่าน้ำใจของเราจะไม่มีค่าอะไรเลยถ้าเราหยิบยื่นมันให้กับคนเห็นแก่ตัว

 

เราตัดสินใจขอคุยกับโฮสต์มัมในสองเรื่องหลัก คือเรื่องงานบ้าน กับเรื่องเวลาการทำงาน เราบอกเขาว่างานบ้านไม่ใช่หน้าที่ของออแพร์ และที่เราทำก็เพราะเราอยากช่วย แต่ที่ผ่านมามันมากเกินไปและเราจะไม่ทำอีกแล้ว จะทำเฉพาะในส่วนของเด็กเท่านั้น

คำตอบที่เราได้จากเขาก็คือ โอเค ถ้าไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ แต่ยูโปรดรู้ไว้ว่าคนที่ทำ

ให้บ้านไอเลอะมากที่สุดก็คือเด็ก ถ้ายูบอกจะทำเฉพาะส่วนของเด็ก ยูก็ต้องทำทั้งบ้านนั่นแหละ เพราะที่เห็นบ้านเลอะก็เด็กทำให้เลอะทั้งนั้น พอเราได้ฟังแล้วเราแทบหมดแรง มันเป็นความคิดที่เห็นแก่ตัวเอามากๆ แถมเขายังบอกด้วยว่าห้องน้ำในบ้านที่มีอยู่หลายห้องเราก็มีส่วนใช้ด้วย แล้วจะให้เขาเป็นคนทำความสะอาดคนเดียวได้อย่างไร เราก็เลยตอบไปว่า ต่อไปเราจะลงไปใช้ห้องน้ำในห้องเราเท่านั้น ไม่ว่าเราจะอยู่ส่วนไหนของบ้านเราจะวิ่งกลับไปใช้ห้องน้ำในห้องเรา เขาก็หัวเราะ แล้วบอกว่าเขาแค่ยกตัวอย่างขึ้นมาเฉยๆ ยูไม่ต้องทำแบบนั้นหรอก ประเด็นห้องน้ำเนียะมันไร้สาระ

ไม่ต้องไปใส่ใจ เราก็งง ถ้าไร้สาระเขายก

มันขึ้นมาพูดทำไม



ผู้ตั้งกระทู้อดีตออแพร์ตกยาก ( ) ::วันที่ลงประกาศ 02-08-2007 13:27:00 IP : 58.8.109.86

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2007-08-03 05:14:45 IP : 74.120.221.206


ความคิดเห็นที่ 49 (1084359)
avatar
admin

+++ประสบการณ์จริงที่ยิ่งกว่านิยาย เมื่อออแพร์ถูกโฮสต์อุบาทว์ไล่ออกจากบ้านกลางดึก ตอนที่ 4+++

จากนั้นเราก็ขอเคลียร์เรื่องตารางเวลางาน เราบอกว่าที่ผ่านมาเราทำงานตั้งแต่ 9 โมงเช้า จนถึงทุ่มสองทุ่ม บางทีสามทุ่มสี่ทุ่มก็มี มันเป็นเวลางานที่บ้าบอมาก เราต้องการทำงานไม่เกิน 45 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ พร้อมวันหยุดสองวันต่อสัปดาห์ ไม่ใช่วันครึ่งเหมือนที่ผ่านมา คำตอบที่เราได้คือเขาบอกว่าเขาไม่เคยรู้มาก่อนเรื่องเวลางาน 45 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ พร้อมกับยืนกรานว่าที่ผ่านมาเขาไม่ได้ใช้งานเราหนักเกินไป เพราะส่วนใหญ่เขาดูแลลูกเอง เราก็ตอบไปว่า แม้เราจะไม่ได้ดูแลเด็กร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม แต่นั่นก็

ไม่ได้หมายความว่าเราต้องรอรับคำสั่งเขาตลอดเวลา เราต้องการทำงานถึงหกโมงเย็นเท่านั้น เพื่อที่เราจะได้มีเวลาส่วนตัวบ้าง

เขาก็แย้งเราว่าเวลางานที่เราทำอยู่ไม่เกิน เพราะเราได้พักช่วงเด็กนอนกลางวัน เรา

ก็ตอบไปว่าถ้าเขาคิดแบบนั้น เราก็มีแต่

เสียเปรียบกับเสียเปรียบ เพราะแม้เด็กจะหลับเราก็ยังอยู่ในหน้าที่ และเขาอาจลืมไปว่าบ่อยครั้งที่เจ้าคนโตไม่นอนกลางวัน และก็เป็นเราที่ต้องดูแลเจ้าคนโตจนกว่าเจ้าคนเล็กจะตื่น จากนั้นเราบอกเขาว่าต่อไปถ้าเราทำงานเกิน 45 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เราต้องได้ค่าล่วงเวลา เราจะไม่ยอมทำให้ฟรีๆ อีกแล้ว เขาบอกโอเค และสัญญาว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะได้รับการแก้ไข เขาจะหันหน้ามาพูดคุยกับเรามากขึ้น

 

จากการเปิดใจในวันนั้น ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น และหวังว่าอะไรๆ จะดีขึ้นตามไปด้วย แต่แล้วสิ่งต่างๆ ก็ไม่ได้เป็นไปตามที่เราหวัง ความเห็นแก่ตัวหลายอย่างที่เราสัมผัสได้จากครอบครัวนี้ ทำให้ชีวิตเราไม่มีความสุขเลย จนเราต้องตัดสินใจขอคุยอีกรอบ

 

ครั้งนี้เราบอกตัวเองว่า ความอดทนของเราอาจใกล้ถึงจุดสิ้นสุดแล้ว และถ้าพูดกันไม่รู้เรื่องอีกครั้งก็คงพอกันที สิ่งสำคัญที่เราบอกเขาในครั้งนี้ก็คือ เป้าหมายการมาเป็นออแพร์ของเรา ไม่ใช่เพื่อเงินมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่เรามาเพื่อหาประสบการณ์ชีวิต และมิตรภาพ เราอยากให้สิ่งที่เขาปฏิบัติต่อเรานั้นออกมาจากใจ เพราะเราเป็นคนที่ถ้ารักใครแล้วเรารักด้วยใจ เราย้ำให้เขาฟังว่าน้ำใจนั้นเป็นสิ่งที่ออกมาจากข้างใน และ

มันมีค่ามากกว่าเงินทอง สิ่งที่เราอยากได้จากเขามากที่สุดคือน้ำใจ ถ้าเขารู้จักความหมายของมัน เขาก็จะเข้าใจความหมาย

ของคำว่า Fairness ด้วย

 

ดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่เราพูดเท่าไหร่นัก และเราก็พอจะเข้าใจได้ว่าทำไม

ไม่มีคนเห็นแก่ตัวที่ไหนรู้หรอกว่าตัวเองเห็นแก่ตัว เขาก็คิดว่าสิ่งที่เขาทำมันถูกต้องแล้ว

 

การสนทนาดูเคร่งเครียด เพราะเขาไม่เข้าใจว่าเขาทำให้เราอึดอัดใจตรงไหน จากนั้นเขาถามเราว่าเราจะเอายังไงเพราะเขาก็ไม่ความสุขที่เราต้องรู้สึกอึดอัดเมื่ออยู่กับเขา เราก็เลยตอบไปว่าเราอยากให้ปัญหาที่เกิดขึ้น

คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น แต่ถ้ามันไม่เป็นแบบนั้นเราก็อาจตัดสินใจขอรีแมช พอสิ้นคำว่ารีแมชเท่านั้นแหละ เขาก็หัวเราะ

แบบเยาะๆ แล้วถามว่า ยูคิดดีแล้วเหรอ มันไม่ง่ายหรอกนะที่จะรีแมช เราก็ตอบไปว่าเรารู้ว่ามันไม่ง่าย แต่ถ้ามันจำเป็นเราก็คงต้องเลือกที่จะทำ จากนั้นเขาก็พูดสวนมาแบบเย้ยๆ ว่า ถ้ายูจะรีแมชก็ขอให้ Good Luck แล้วกันนะ

 

สีหน้า ท่าทาง และวาจา ที่ดูถูก เย้ยหยันของเขา ทำให้เราเกือบตัดสินใจขอรีแมชทันทีในวินาทีนั้น แต่เราก็ระงับอารมณ์ไว้ เพียงเพราะเหตุผลเดียวคือเรารักเด็กสองคน ช่วงที่เราเริ่มมีปัญหากับโฮสต์เป็นช่วงเดียวกันกับที่ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับเด็กพัฒนามาถึงจุดที่เรียกว่าผูกพัน

 



ผู้ตั้งกระทู้อดีตออแพร์ตกยาก ( ) ::วันที่ลงประกาศ 02-08-2007 13:29:46 IP : 58.8.109.86

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2007-08-03 05:15:19 IP : 74.120.221.206


ความคิดเห็นที่ 50 (1084361)
avatar
admin

+++ประสบการณ์จริงที่ยิ่งกว่านิยาย เมื่อออแพร์ถูกโฮสต์อุบาทว์ไล่ออกจากบ้านกลางดึก ตอนที่ 5+++

หลังการคุยเปิดอกเครียดจบลง เรากลับมาทบทวนถึงอนาคต ว่าเราจะอยู่หรือไป มันเครียดมากจนเราอยากเดินไปไหนก็ได้ให้มันไกลจากที่นั่น แต่แล้วจากนั้นหนึ่งชั่วโมง โฮสต์มัม ก็เดินมาทำทีพูดดีกับเราบอกว่าเขาอยากทำงานกับเราต่อ เขาเชื่อว่าเราเป็นคนดี และเขาก็คิดว่าเราคือช้อยซ์ที่ใช่แล้วสำหรับครอบครัวเขา ที่สำคัญคือลูกชายคนเล็กของเขาไม่เคยชอบพี่เลี้ยงคนไหนเลย แต่กลับชอบเรามาก ถามหาเราตลอดเวลาช่วงที่เราหยุดงาน เขาบอกว่าเด็กๆ ชอบเรา เลยอยากให้เราทำงานต่อ

 

สถานการณ์ดูเหมือนจะดีขึ้น เราเริ่มกลับ

มาโฟกัสไปที่งานอีกครั้ง และพยายามลืมปัญหาที่เกิดขึ้น มองข้ามช็อตไปที่การเรียนที่ฟลอริด้าในเดือนกันยายน โฮสต์มัมจะบอกเราตลอดว่าชีวิตใหม่ที่ฟลอริด้าจะทำ

ให้เรารู้สึกดีขึ้นเพราะเราจะมีอิสระและไปไหนมาไหนได้เอง ไม่เหงาเหมือนที่เวสต์ เวอร์จิเนีย ซึ่งเราก็หวังว่ามันจะเป็นเช่นนั้น

แต่ขณะเดียวกัน เราก็ต้องบอกความจริงกับตัวเองว่าชีวิตของเราในบ้าน Broda ไม่ได้มีความสุขขึ้นเลยหลังจากการพูดคุยสองครั้ง

ที่ผ่านมา

 

ทุกวันเราต้องนั่งถามตัวเองถึงจุดมุ่งหมายในชีวิต และคำตอบที่ได้ก็มีเพียงความว่างเปล่า ความมุ่งมั่นก่อนมาที่หวังว่าจะได้เรียนรู้สังคมอเมริกันให้ใกล้ชิดมากกว่าการนั่งแปลข่าว ที่วันๆ เรารู้ว่าประธานาธิบดีบุช ไปไหนทำอะไร แต่แทบจะไม่รู้เลยว่าผู้คนและบ้านเมืองเขาเป็นอย่างไร ก็กลายเป็นความมุ่งมั่นที่ขาดแรงส่ง มีเพียงแรงต้นที่

นับวันยิ่งสูญไปพร้อมๆ กับปัญหาใหม่ที่

ก่อตัวขึ้นมา

 

เวสต์ เวอร์จีเนีย วันที่ 6 กรกฎาคม 2550 เป็นอีกวันหนึ่งในชีวิตที่เราคงไม่อาจลืมได้ วันนั้น เราทำงานตามปกติคือ 9 โมงเช้าถึงหกโมงเย็น โฮสต์ไม่ได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงเวลาการทำงานใดๆ ทั้งสิ้น เราตื่นขึ้นมาและพบว่าไม่มีใครอยู่บ้านเลยรวมถึงเด็กสองคนด้วย เราคิดว่าเขาคงพาญาติที่มา

ค้างด้วยไปเที่ยว เดี่ยวก็คงกลับ เรานั่งรอ

ทำงานอยู่ทั้งวัน เขากลับบ้านมาตอนประมาณห้าโมงครึ่ง เราก็เล่นกับเด็กจน

ถึงหกโมงครึ่ง แล้วจึงหยุดทำงาน เพราะ

วันนั้นเด็กดูจะติดญาติๆ มาก วิ่งไปนั่งเล่นกับญาติตลอด เราเห็นว่าหมดเวลางานแล้ว ก็ไปนั่งเชคอีเมลในห้องคอมพ์ นั่งไปสักพักก็โทรศัพท์คุยกับเพื่อน ซึ่งมันก็เป็นสิทธิ์ที่เราจะทำได้หลังเลิกงาน เรานั่งๆ ไปเกือบ

สองทุ่ม โฮสต์แม่เดินมาบอกว่าให้เราไปอาบน้ำเด็กหน่อย เราก็โอเค เราไม่ได้เดินไปในทันทีที่เขาบอก ทำให้โฮสต์แดดซึ่ง

ในที่นี่เราขอใช้สรรพนามว่ามัน ก็เดินเข้ามาหาเราด้วยความโกรธเกรี้ยว ยื่นหน้ามาตะคอกใส่เราว่าทำไมไม่ไปทำงาน เราบอกว่าเราเลิกงานแล้ว มันยิ้มแล้วยื่นหน้ามาถามเราว่า วันนี้เราเริ่มงานตั้งแต่เมื่อไหร่กัน มันดูลูกเองทั้งวัน เราเถียงไปว่า นั่นไม่ใช่ความผิดเรา มันพาลูกออกไปเที่ยวเองโดยที่ไม่บอกเราก่อนสักคำ ถ้าอยากให้เราทำงานก็พาเราไปด้วยซิแล้วให้เราดูแลเด็ก แต่นี่ไม่บอกเราเลยว่าจะไปไหน เราไม่ใช่

ขี้ข้าที่จะมานั่งรอรับใช้ 24  ชั่วโมง มันโกรธมาก ตอนนั้นเราคิดว่าถ้าเราเถียงมันแรงกว่านั้นอีกนิด มันอาจยื่นมือใหญ่ๆ ของมันมาบีบคอ หรือตบสั่งสอนเรา มันสั่งให้เราไปทำงานเดี่ยวนี้ ถ้าไม่อย่างนั้นก็ออกจากบ้านมันไป ในวินาทีนั้นเรารู้สึกว่าถ้าเราทำตามที่มันสั่ง เราจะไม่มีศักดิ์ศรีความเป็นคนหลงเหลืออยู่อีกเลย และถ้าครั้งนี้เรายอมมัน

ครั้งหน้าเราก็ต้องยอมมันอีก คำตอบเดียวที่อยู่ในใจคือ ***พอกันที*** เราบอกมันว่าเราจะไป มันสั่งว่าให้ไปทันทีคืนนี้ มันให้เวลาเก็บของ 15 นาที ถ้าไม่เสร็จจะโยนของออกนอกหน้าต่าง เราต่อรองว่าขอ

20 นาที เพราะเราเก็บไม่ทัน มันหัวเราะแล้วบอกว่ามันรู้ทันเรา ไม่ต้องมาเล่นเกม

ยื้อเวลาเพื่อที่จะอยู่ต่อ เราบอกมันไปว่าเราไม่อยากอยู่ต่อเลยแม้แต่วินาทีเดียว

 



ผู้ตั้งกระทู้อดีตออแพร์ตกยาก ( ) ::วันที่ลงประกาศ 02-08-2007 13:33:07 IP : 58.8.109.86

ผู้แสดงความคิดเห็น admin วันที่ตอบ 2007-08-03 05:16:25 IP : 74.120.221.206



[1] 2 ถัดไป >>


Copyright © 2010 All Rights Reserved.