ReadyPlanet.com
dot
dot
รับข้อมูลข่าวสาร ThaiAuPairClub

dot
dot
ประมวลภาพสังสรรค์งานไทยออแพร์คลับจ้า
dot
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 6
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 5
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 4
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 3
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 2
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 1
dot
Clip Video (ไม่ลับ)ของธัญญ่า แบ่งกันชมจ้า
dot
bulletKisses!!
bulletเพลงเต่า หัวทองร้องคนเดียว
bulletเพลงเต่า ช่วยกันร้องสองคน
bulletฤดูหิมะ ต้นไม้เป็นน้ำแข็ง
bulletฤดูหิมะครั้งแรกของธัญญ่า
bulletโชว์ควันหนาวออกปาก
bulletขบวนพาเหรดวันชาติมะกัน
bulletวันชาติมะกัน (เดินไปดูพลุ)
bulletพลุเฉลิมฉลองวันชาติมะกัน
dot
++++ เว็บไซต์แนะนำ ++++
dot
bulletเวลาทั่วโลก
bulletดิกชั่นนารีออนไลน์
bulletพิมพ์ภาษาไทยผ่านเว็บ
bulletเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์
bulletสถานทูตเมกาประจำไทย
bulletรายชื่อวัดไทยในอเมริกา
dot
+++ เอเจนซี่ที่แนะนำ +++
dot


ลิฟอินแคร์กิฟเวอร์ แนนนี่แคนาดา ทำงานเรียนต่อเมืองนอก ไปต่างประเทศ
Cultureal Care Thailand


มารู้จัก โครงการออแพร์ ประเทศอเมริกา article

โครงการออแพร์อเมริกา คือ โครงการพี่เลี้ยงเด็ก ภายใต้กฎหมายสหรัฐอเมริกาที่ออแพร์ถือวีซ่าประเภท J-1 นักเรียนแลกเปลี่ยน ( Cultural Exchange Visitor)

เปิดโอกาสให้เยาวชนจากนานาประเทศได้มาแลกเปลียนวัฒนธรรมผ่านการทำงานเีลี้ยงเด็ก พร้อมมีรายได้จากการทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็ก

  • อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี และไม่เกิน 27 ปี นับวันที่บินเข้าประเทศอเมริกา กรณีอายุ 26 ปีสามารถสมัครได้  แต่ต้องบินเข้าประเทศอเมริกาก่อนอายุ 27
  • การศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาปีที่ 6 ส่วนใหญ่เอเจนซี่จะรับคนที่จบหรือเรียนอยู่ในระดับปริญญาตรี
  • เพศหญิง สำหรับเพศชายบางเอเจนซี่อาจรับ
  • มีประสบการณ์การเลี้ยงเด็กอายุต่ำกว่าสองขวบไม่น้อยกว่า 200 ชั่วโมง แต่หลายๆ เอเจนซี่ก็ต้องการสูงมากกว่า 200 ชั่วโมง
  • สุขภาพร่างกายแข็งแรง วิ่งตามเด็ก  และเล่นกับเด็กได้ไม่เหนื่อย
  • ไม่เป็นโรคติดต่อที่จะนำไปติดต่อกับเด็กหรือครอบครัวทีจะอยู่ด้วย
  • ไม่มีประวัติอาชญกรรม
  • ไม่เคยเป็นออแพร์ประเทศอเมริกามาก่อน

สำหรับธัญญ่าแล้ว การเป็นออแพร์ คุณสมบัติทีสำคัญทีสุด 2 ประการ คือ

  1. ต้องมีความสามารถในการปรับตัวสูง โดยไม่ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง
  2. มีความสามารถในการดูแลควบคุมเด็กได้เป็นอย่างดี  ออแพร์ต้องมาดูแลเด็ก หากไม่สามารถดูแลควบคุมเด็กได้ หรือว่าไม่รู้จะพาเล่นทำกิจกรรมอะไรดี จะทำให้ชีิวิตการทำงานพี่เลี้ยงเด็กน่าเบื่อหน่าย ไม่มีความสุข

  • ได้รับเงินค่าแรงจากการทำงานสัปดาห์ละไม่ต่ำกว่า 176.85 เหรียญ  ต่อการทำงานไม่เกิน 45 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  • ได้รับการสนับสนุนค่าเ่ล่าเรียนจากโฮสต์สูงสุดไม่เกิน 500 เหรียญ
  • ได้ีรับวันหยุดประจำสัปดาห์ ได้รับวันหยุดพักร้อนสองอาทิตย์ที่ได้รับค่าแรงตามปกติ
  • ด้วยวีซ่านักเรียนแลกเปลียน นับจากวันทีวีซ่าหมดอายุ ออแพร์สามารถอยู่ต่อในประเทศได้อีกสามสิบวันอย่างถูกต้องตามกฏหมายเพื่อการท่องเที่ยวในประเทศอเมริกา
  • ในขณะที่โครงการทดลองต่อปีสองยังเปิดโอกาสอยู่ ออแพร์สามารถขอเป็นออแพร์อีกหนึ่งปีต่อจากปีแรกได้ เรียกว่าออแพร์ปีที่สองโดยการเป็นออแพร์ปีทีสอง ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ

ค่าใช้จ่ายของแต่ละเอเจนซี่มี ราคา แตกต่างกันนะค่ะ

  • ค่าใช้จ่ายค่าหลัก โดยทั่วไป ผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการต้องจ่าย มีดังต่อไปนี้ 
    1. ค่าทดสอบก่อนซื้อใบสมัคร( เป็นเรื่องของการทดสอบภาษาอังกฤษ และ จิตวิทยา บางเอเจนซี่ไม่เสีย แต่บางเอเจนซี่เสีย ส่วนใหญ่ไม่แพง ราวๆ 200 บาท)
       
    2. ค่าใบสมัคร( แต่ละเอเจนซี่ขายใบสมัครไม่เท่ากัน 3,500 -7,000 บาท )
    3. ค่าเข้าร่วมโครงการออแพร์ จ่ายเมื่อผู้สมัครตกลงทำงานกับครอบครัว แต่ละเอเจนซี่ ค่าแม็ทช์ ตัวนี้ไม่เท่ากันนะจ๊ะ ทั้งถูก ทั้งแพง มีหมด พิจารณากันเอา แต่ส่วนใหญ่แล้วจะไม่เกิน 1,000 เหรียญค่ะ
    4. ค่าธรรมเนียมขอวีซ่า อันนี้ออกเองไม่เกียวกับเอเจนซี่ จ่ายตอนยื่นคำร้องขอจองวันสัมภาษณ์ประมาณ 400 บาทและค่าขอวีซ่า จำนวน 4,454 บาท
  • ค่าใช้จ่ายรอง จะจ่ายมากจ่ายน้อยแล้วแต่บุคคล บางค่า บางคนไม่ต้องจ่ายเพราะมีอยู่แล้วทำไว้แล้ว ค่าเหล่านั้นได้แก่
    1. ค่าเดินทางเข้าเอเจนซี่เพื่อทำธุระต่างๆ
    2. ค่าดำเนินการเอกสารต่างๆ เช่นใบขับขี่รถยนต์ ใบขับขี่รถยนต์สากล ใบรับรองจบ หนังสือเดินทาง(passport) ใบทรานสคริปต์ รูปภาพ ค่าแปลเอกสาร (ในกรณีไปจ้างเขา) 

หากว่าสนใจต้องการร่วมโครงการออแพร์ผู้สนใจจะต้องติดต่อเอเจนซี่ในเมืองไทยแห่งใด แห่งหนึ่ง จะไปเอเจนซี่ไหนก็แล้วแต่ตามความพอใจ ธัญญ่ามีรายชื่อเอเจนซี่ที่ธัญญ่าให้ความไว้วางใจ สามารถอ่านได้ที่นี้
 

ติดต่อเอเจนซี่ เพื่อรับการทดสอบภาษาอังกฤษและสัมภาษณ์ หากผ่านการทดสอบจึงสามารถซื้อใบสมัครได้ สำหรับคนที่ไ่ม่มีประสบการณ์เลี้ยงเด็กก็สามารถซื้อใบสมัครได้ แล้วค่อยไปเก็บประสบการณ์ที่หลัง ถ้าใครเคยมีประสบการณ์เลี้ยงเด็กมาแล้วก็ต้องแจ้งให้เจ้าหน้าทีเอเจนซี่ทราบ เพื่อทางเขาจะได้พิจารณาได้ว่า จำนวนชั่วโมงพอเพียงกับที่ทางเขาต้องการหรือไม่ และวัยที่ได้เคยเลี้ยงมาตรงตามที่เขาต้องการหรือเปล่า สถานที่แนะนำสำหรับการเก็บประสบการณ์เลี้ยงเด็ก อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี้

เอเจนซี่จะให้คุณซื้อใบสมัครได้ต่อเมื่อได้ผ่านการสอบวัดระดับภาษาและสัมภาษณ์  รายบุคคลแล้ว เมื่อได้ชุดใบสมัครผู้สมัครจะต้องเตรียมเอกสารและกรอกเอกสารให้เรียบร้อย โดยส่วนใหญ่แล้ว

เอกสารในชุดใบสมัครที่มีคือ

  1. ใบสมัคร
     
  2. แบบฟอร์มการตรวจสุขภาพ นำไปให้แพทย์กรอก แนะนำว่าเป็นที่โรงพยาบาล อ่านกระทู้เพื่อนๆ ตรวจสุขภาพที่ไหนกันบ้างค่ะ
     
  3. แบบฟอร์มรับรองบุคลิกภาพ อย่างน้อยสองฉบับ จากคนที่ไม่ใช่ญาติ อาจจะเป็นจากครู นายจ้าง เป็นต้น
     
  4. แบบฟอร์มรับรองการเลี้ยงเด็ก อย่างน้อยสองฉบับ จากคนที่รับผิดชอบเราตอนเราเลี้ยงเด็ก 

เอกสารที่ต้องส่งแนบไปกับเอกสารใบสมัคร

  1. เขียนจดหมายแนะนำตัว ที่เรียกว่า Dear host family จดหมายแนะนำตัวต่างๆ ดูตัวอย่างได้ที่นี้ คลิก 
     
  2. ใบประกาศ First Aid and CPR ถ้ามี แต่บางเอเจนซี่ก็บังคับว่าจะต้องมี
     
  3. ใบขับขี่ ถ้ามี หรือว่าถ้าเอเจนซี่บอกว่าต้องมีก็ต้องไปสอบเอาใบขับขี่มา
     
  4. รูปภาพถ่ายกับเด็กที่เลี้ยง และ รูปภาพถ่ายเกียวกับตัวเราในกิจกรรมทั่วๆ ไป บรรยายภาพด้วยว่าสื่อถืงอะไร หรือภาพนี้พิเศษอย่างไรถึงเลือกมา
     
  5. สำเนาใบรับรองความประพฤติ จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ   อ่านวิธีการขอใบรับรองความประพฤติ
     
  6. สำเนาหนังสือเดินทาง  อ่านวิธีการทำหนังสือเดินทาง

หลังจากที่ยื่นเอกสารสมบูรณ์ ก็รอการติดต่อจากโฮสต์ ระยะการรอที่จะได้รับการจากโฮสต์ จะเร็วช้าแค่ไหน อันนี้ขึ้นอยู่แต่ละเอเจนซี่ด้วย เพราะว่านี้เป็นหนึ่งในปัญหาที่ผู้สมัครต้องพิจารณา แต่โดยส่วนใหญ ไม่เกินสามเดือน หลังจากยื่นใบสมัครต้องได้รับการติดต่อจากครอบครัวอเมริกันเข้ามา ถ้าสามเดือนหนึ่งยังไม่ได้รับการติดต่อใด ๆ เลย ไม่ว่าจะทาง อีเมลล์ โทรศัพท์ ควรติดต่อเอเจนซี่ เพราะอาจมีความผิดพลาดได้ 

ออแพร์มีสิทธ์เลือก ครอบครัวที่เหมาะสมเอง ทุกสิ้นทุกอย่าง โดยจะเลือกวัยเด็กที่จะดูแล รัฐที่จะอยู่ หรือ สวัสดิการที่แต่ละบ้านให้พิเศษ กับออแพร ์ทั้งหมดนี้ ออแพร์สามารถใช้เวลาให้นานกันเลยนะค่ะ ในการเลือกครอบครัวที่ดีที่สุด เหมาะสมที่สุดกับเรา เพราะว่า เมือไปที่เมกาแล้ว หากคุณต้องการเปลี่ยนครอบครัว จะมีเวลาจำกัด และถ้าเอเจนซี่ี่ไม่มีครอบครัวให้เราตอนเปลียนครบอครัวแล้วละก็ ยิ่งต้องทำใจว่า ต้องได้กลับเมืองไทยแน่นอน

ดังนั้น การเลือกครอบครัวด้วยความระมัดระวัง พร้อมทั้งสอบถามทุกสิ่งทุกอย่างให้มีความเข้าใจอย่างละเอียด การที่เรารู้มาก ถามมาก ไม่ได้หมายความเราเป็นคนเรื่องมาก หรือเลือกที่จะไม่ไป แต่การที่เราถามมาก จะได้ทำให้เรารู้มากและย่อมทำให้เราเตรียมตัวรับมือได้ถูกต้อง และจะได้ไ่ม่เป็นการคาดหวังเกินความจริง ว่าสิ่งที่จะได้เจอเมื่อเดินทางไปถึงจะเป็นอย่างนั้น อ่านเพิ่มเติมกระทู้การเลือกครอบครัวที่จะไปอยู่ด้วย และ กระทู้คำถามที่ควรถามกับโอสต์

เมื่อ ผุ้สมัครโครงการ ตกลงแม็ทช์กับครอบครัวเป็นที่เรียบร้อย ทางเอเจนซี่จะ ออกเอกสารสำคัญที่ชื่อว่า DS-2019 ให้แล้วเอาไปยื่นขอวีซ่า โดยวีซ่าที่ออแพร์ได้รับคือ วีซ่า J-1 นักเรียนแลกเปลี่ยน มีอายุ 1 ปี ให้ผู้สมัครนำ เอกสาร DS-2019 แนบกับเอกสารอื่น ๆที่สำคัญดังต่อไปนี แล้วเอาไปยื่นที่สถานทูตจ้า

  1. สมุดหนังสือเดินทางประจำตัว (passport)
  2. ใบรับรองการจบตัวจริง เอาภาษาอังกฤษนะค่ะ
  3. หลักฐานการเงิน โดยจะเอาเป็นเอกสารออกโดยธนาคาร หรือ สมุดบัญชีตัวจริงก็ได้ โดยต้องมีเงินฝากไม่ต่ำกว่า แสนห้า (ยิ่งมากก็ยิ่งดี )  โดยจะเป็นของผู้ปกครองตนเอง นั้นก็ก็ดีมากเลยทีเดียว หรือจะเป็นของบุคคลที่ไม่ใช่ผู้ปกครองก็ได้ แต่ก็คงต้องดูความสัมพันธ์กันไป และมีเงินมาในบัญชีมานาน ๆ ไม่เอาบัญชีเปิดที่เพิ่งเปิดใหม่ค่ะ พวกใบโฉนดที่ดิน ตึกแถว ใบทะเบียนรถยนต์ อะไรพวกนี้ไม่ต้องพกมาค่ะ ท่าน ๆ ไม่เอา เพราะมันไม่ใช่เงินสด มันเป็นเงินแห้ง เงินไม่คล่อง ฉุกเฉินขึ้นมาต้องใช้เงินสด
  4. จดหมายรับรองการทำงานของบิดา มารดา ในกรณีให้บุคคลอื่นรับรองให้ ก็ควรมีจดหมายรับรองการทำงานของบุคคลนั้น ๆ ด้วย
  5. รูปภาพสี ขนาด 2x2 นิ้ว จำนวน สองใบ ซึ่งพื้นฉากเป็นสีขาว
  6. ใบเอกสารคำร้องขอวีซ่า หยิบได้ฟรีที่สถานทูต DS-156, DS-157, และ DS-158 หรือที่แต่ละเอเจนซี่ก็จะมีบริการให้อยู่แล้ว อีกทั้งยังสามารถปริ๊นซ์ออกจากเว็บไชต์สถานทูตอเมริกาประจำประเทศไทยได้อีกด้วยคะ
  7. ใบตรรวจสอบประวัติอาชญากรรม (ตอนที่ขอประวัติอาชญากรรมนะค่ะ เขาจะให้มาใบเดียวค่ะ ออกมาเป็ภาษาอังกฤษแล้ว เวลาเอาเอกสารตัวนี้ให้เอเจนซี่ ให้เอาตัวถ่ายเอกสารให้ ตัวจริงเก็บไว้ตอนขอวีซ่า)
  8. ใบรับรองแพทย์ ก็ตามร้านคลิกนิค โรคพยาบาลออกให้โดยทั่วไปนะค่ะ (เป็นใบแบบฟอร์มมาตราฐานที่แต่ละสถานพยาบาลจะมีอยู่แล้วค่ะ)
  9. เอกสาร ย่อย อื่น ๆประกอบ เช่น ใบประกาศคุณงามความดี รูปภาพกับบุคคลสำคัญของประเทศ(กรณีเคยทำคุณงามความดีจนได้รับรางวัล) ใบรับรองจากบุคคลต่าง ๆ ถึงความเหมาะสมของเราในการเข้าร่วมโครงการออแพร์ ดีเลิศกันอย่างไร ทำไมเหมาะเป็นออแพร์ ตรงนี้ก็ร่ายกันให้กระจายเลยนะจ๊ะ ออกโดย นายจ้าง อาจารย์ หรือ บุคคลที่นับถือได้ค่ะ ใบทะเบียนการค้าส่วนตัว หรือของครอบครัว
  10. ใบธนานัตค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า ซื้อได้ที่ไปรษณีย์ทั่วไป (ผู้ขอวีซ่าทุกคน ทุกประเภทต้องจ่ายค่าธรรมเนียมขอวีซ่า 4,454 บาท โดยจ่ายที่ไปรษณีย์ ทำเป็นธนานัติ แล้วเอาตัวสำเนาธนานัติเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อขอวีซ่า คำเตือน !!!!ห้ามทิ้ง ห้ามหาย หายแล้วต้องทำใจ จ่ายใหม่สถานเดียวจ้า)

ตอนนี้ ธัญญ่ามีเสริมนะค่ะ ให้เขียนจดหมายแนะนำตัวเองแนบไปด้วยนะค่ะ ก็ประมาณว่าเราเป็นใคร เคยทำอะไรดี ๆ ไว้บ้าง แล้วทำไมอยากเป็นออแพร์ เป็นแล้วมันจะได้อะไรกับเรา แล้วจะทำอะไรต่อไปเมื่อจบโครงการออแพร์ แบบว่า ท่านเขาจะได้อ่านก่อนสัมภาษณ์เราตัวจริงไปเลยค่ะ อนึ่ง จดหมายแนะนำตัวนี้ อาจดัดแปลงจาก จดหมายที่เขียนแนะนำตัวให้ครอบครัวรู้จักตัวเรานั้นละค่ะ

ในปัจจุบันนี้ นับตั้งแต่ว้นที่ 19 มกราคม 2549 เป็นต้นมา สถานทูตเมกา ได้ให้ผู้ยื่นคำร้อง จองวันสัมภาษณ์ก่อนแล้วค่อยนำเอกสารเข้าไปยังวันสัมภาษณ์ทีเดียว การจองวันสัมภาษณ์ เอเจนซี่จะช่วยดำเนินการให้

การจองวันสัมภาษณ์ เราจะจองออนไลน์ก็ได้ หรือจองทางโทรศัพท์ การจองออนไลน์ผ่านเว็บไซต์สถานทูตอเมริกาประจำประเทศไทย จำเป็นต้องมี PIN ซึ่งสามารถซื้อได้ออนไลน์หักบัตรเครดิต หรือว่าจะไปซื้อ PIN ที่ไปรษณีย์ก็ได้ การจองออนไลน์นี้เสียค่า PIN 408 บาท กรณีจองวันสัมภาษณ์ทางโทรศํพท์เสียค่าบริการ 680 บาท 

เมื่อได้วันจองสัมภาษณ์เรียบร้อย ก็ค่อยนำเอกสารทั้งหมดที่เตรียมไว้ พร้อมหลักฐานการขอวีซ่า และค่าธรรมเนียมไปสถานทูตอเมริกาประจำประเทศไทย ณ วันสัมภาณ์เลย 

หากว่าได้รับการพิจารณาผ่าน พาสปอร์ตก็จะถูกส่งมาให้ทางไปรษณีย์ภายในสามถึงห้าวันค่ะ หากไม่ได้รับการพิจารณาเจ้าหน้าที่ผุ้สัมภาษณ์จะแจ้งให้ทราบทันทีแล้วคืนพาสปอรต์มาให้เลยค่ะ มีกระทู้เกี่ยวกับการขอวีซ่า อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี้

หลังจากได้วีซ่า ออแพร์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้พวกเราก็สามารถเดินทางเข้าสู่ประเทศอเมริกาได้เลยค่ะ กระทู้การจัดกระเป๋า โดยที่ค่าตั๋วบินมาอเมริกานั้น ทางเอเจนซี่จะเป็นคนจัดการให้ทั้งสิ้น เมื่อมาถึงอเมริกาแล้วเพื่อนๆ ต้องเข้ารวมปฐมนิเทศน์ก่อน แต่ละเอเจนซี่จะปฐมนิเทศกันนานแค่ไหนไม่เท่ากัน บางที่สามวัน บางที่สี่วัน ส่วนสถานที่ที่จัดการปฐมนิเทศจะอยู่ที่เมืองใดหรือรัฐใดก็ไม่เหมือนกันแล้วแต่เอเจนซี่ บางทีก็จัดทีนิวยอร์ก บางทีก็จัดที่ซานฟรานซิสโก เป็นต้น การปฐมนิเทศน์จะทำให้ออแพร์ไทยพบเจอเพื่อนออแพร์จากชาติอื่นๆ แล้วหลังจากปฐมนิเทศน์ ออแพร์ก็เดินทางเข้าสู่บ้านโฮสต์ และเริ่มต้นชีวิตการเป็นออแพร์ อย่างเต็มรูปแบบ ของให้ทุกคนโชคดี กับชีวิตการเป็นออแพร์หนึ่งปีในอเมริกาค่ะ
 

อ่านเพิ่มเติม: โครงการออแพร์ประเทศอื่นๆ 

 




มารู้จักโครงการออแพร์ประเทศอเมริกา




Copyright © 2010 All Rights Reserved.

 

   

      

www.thaiaupairclub.com จุดประสงค์ของเวบ คือ มีไว้เพื่อเป็นจุดศูยน์กลางแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ ของสมาชิก และเพื่อสร้างมิตรภาพของออแพร์ ทั้งบุคคลที่สนใจโครงการ เป็นออแพร์อยู่ หรือ สิ้นสุดการเป็นออแพร์แล้วก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดมาจากประสบการณ์ของสมาชิกแต่ละคนที่แตกต่างกันไป ขอให้ใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาและรับข้อมูล ทางเวบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสนับสนุนคนไทย ให้เดินทางเข้าอเมริกาอย่างผิดกฏหมาย หรือผิดวัตถุประสงค์ของการเป็นออแพร์

www.thaiaupairclub.com is the first Thai au pair community web site in Thailand. We have friendly and warm welcome for everyone, plese feel free to join us. We would love to help each other by sharing opinions and experiences openly. More than that, we would love to make our au pair program to be great experiences for everyone. Au pair is experiences for life.

รูปภาพ และ บทความทั้งหมดบนเวบนี้ ไม่อนุญาตให้ทำการพิมพ์ หรือนำไปเผยแพร่ แจกจ่าย แก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บ tanya@thaiaupairclub.com