ReadyPlanet.com
dot
dot
รับข้อมูลข่าวสาร ThaiAuPairClub

dot
dot
ประมวลภาพสังสรรค์งานไทยออแพร์คลับจ้า
dot
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 6
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 5
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 4
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 3
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 2
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 1
dot
+++ เอเจนซี่ที่แนะนำ +++
dot


ลิฟอินแคร์กิฟเวอร์ แนนนี่แคนาดา ทำงานเรียนต่อเมืองนอก ไปต่างประเทศ
Cultureal Care Thailand


สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในนอร์เวย์ "ผิดหวังจากอเมริกา แคนาดา แต่สุดท้ายก็ได้มาเป็นออแพร์ที่นอร์เวย์" article

หวัดดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้ธัญญ่ามีเพื่อนออแพร์ไทยจากประเทศนอร์เวย์มาแนะนำให้เพื่อนๆ ได้รุ้จักกันเธอนะค่ะ เธอเป็นใคร ชีวิตออแพร์ในนอร์เวย์เป็นอย่างไร เธอได้อะไรบ้างจากการเป็นออแพร์ มาติดตามเลยค่ะ

 

 Lek : สวัสดีทุกคนค่ะ ชื่อเล็กค่ะ                                                                            

 

Tanya: เป็นออแพร์ทีนอร์เวย์ตั้งแต่เมื่อไหร่ค่ะ

Lek: เล็กเริ่มต้นการเป็นการออรแพร์นอเวย์ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2549 และจะจบโครงการวันที่ 1 สิงหาคม 2551ค่ะ สรุปเป็นออแพร์มาเกือบสองปีแล้วค่ะ

 

Tanya: ที่นอร์เวย์ พูดภาษานอร์เวย์ด้วย อย่างนี้เป็นปัญหาในการทำงานไหมค่ะ

Lek: มันคือปัญหาใหญ่เลยค่ะ ซึ่งเล็กทราบก่อนมาแล้ว ต้องขอบคุณโอสแม่มากๆ เพราะเธอเป็นคนบอกเล็กก่อนมา หาทางแก้ไขเบื้องต้นคือ เล็กมีเพื่อนเป็นชาวนอเวย์ ดังนั้นจึงมีการเตรียมตัวเรื่องภาษาก่อนมา เพราะคิดว่าอย่างไร คนในครอบครัวต้องพูดอังกฤษได้บ้างละ สรุปโอสแม่คนเดียวเท่านั้นที่สามามาถพูดได้ คนอื่นๆๆ กว่าจะคุยกันรู้เรื่องก็เมื่อยมือ

 

ไม่ใช่แค่คนในครอบครัวและญาติโอส แต่เมืองที่เล็กอยู่ เป็นเหมือนกันหมด คือคุยอังกฤษเค้าไม่เข้าใจค่ะ ไปซื้อของไปห้องสมุดไปว่ายน้ำ คุยอังกฤษพวกเค้าก็ไม่เข้าใจ คือทำไรต้องใช้ภาษานอเวย์ทั้งหมด ไปไหนทีโอสแม่จะเขียนคาราโอเกะ นอเวย์เป็นอังกฤษใส่กระดาษให้ ต้องการทำอะไรก็พูด หากพูดแล้วไม่เข้าใจส่งกระดาษให้เลย เช่นเดียวกับเวลาทำงานซึ่งมีสมุดหนึ่งเล่ม จดหมดทุกประโยคที่ต้องคุยกับเด็ก จะคุยจะถามอะไรเด็กก็เปิด แล้วคุย เด็กเข้าใจค่ะ แต่เล็กไม่เข้าใจเด็ก ใช้ดูจากหน้าตากริยาเด็กแทนคำตอบที่ฟังแล้วไม่รู้เรื่อง

 

 เด็กที่เล็กดูแลตอนแรกเธอเป็นโรคเกลียดภาษาอังกฤษค่ะ ซึ่งเธอเล็กมากเพิ่งขวบครึ่ง พอเล็กกับโอสแม่คุยอังกฤษเธอจะปิดหูร้องไห้ ส่งเสียงกรี๊ดๆๆๆตลอด หรือบางทีเล็กหลุดอังกฤษมา เธอจะไม่พอใจร้องไห้ เอามือปิดหู ทุบตีข้าวของ และทำร้ายตัวเอง ซึ่งเล็กพยายามอย่างมากในการคุยนอเวย์ล้วนๆๆไม่ใช้อังกฤษเลย ซึ่งทำให้ง่ายต่อการเข้าไปดูแลเธอในเวลางานค่ะ

 

Tanya : ช่วยเล่าเรื่อง โอสต์และเด็กที่อยู่ด้วยตอนนี้ได้ไหม วันๆ ทำอะไรกันมั้ง ปราบเด็กกันอย่างไรเอ่ย

Lek: เด็กที่เล็กดูแลมีทั้งหมดสองคนค่ะ คือหนึ่งเดือนแรกที่มาถึงเล็กดูเด็กหนึ่งคน และเดือนที่สองเริ่มต้นดูเด็กสองคนค่ะ สรุปหนึ่งคนขวบครึ่ง และอีกคนเป็นทารกเลยค่ะ ช่วงปีแรกเล็กจะมีกิจกรรมทำกับเด็กคนโตมากกว่า คือไปป่าหาของป่าทานกันเช่นพวกบลูเบอร์รี่ ลาสเบอร์รี่ ทุกเทศกาลหรือกิจกรรมในเมืองเล็ก ๆ จะไม่พลาดหิ้วเด็กคนโตไปด้วยถึงแม้จะเป็นวันหยุดก็ตาม แล้วไปต่อเมื่องข้างๆๆ แบบบ้าขับรถไปสามชั่วโมงเพื่อพาเด็กไปดูการแสดงของม้า สิบห้านาที แบบพี่เลี้ยงอยากเที่ยว

 

เล็กจะไม่ชอบให้เด็กนั่งเล่นอยู่ในบ้าน หรือว่าดูทีวี แต่จะมีกิจกรรมทำทุกวัน และต้องมีเวลาอย่างน้อยสองชั่วโมงต่อทุกวันไปขี่ม้ากัน หรือว่าช่วงหน้าหนาว เราก็ไปเล่นสกีกันหน้าบ้าน พอช่วงเข้าปีสอง เล็กก็ต้องหิ้วเด็กคนเล็กไปไหนมาไหนด้วยตลอด สรุปไปไหนไปกันสามคน เด็กคนโตของเล็กจะค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเองและโอสพ่อก็ตามใจมากด้วย

 

เล็กมีปัญหามากๆๆคือ แบบเด็กคนโตไปทำร้ายเด็กคนเล้กพ่อจะไม่ว่าไร แต่พอเจ้าคนเล็กแค่จับแขนเด็กคนโตโฮสพ่อจะดุจนเด็กคนเล็กร้องไห้ เล็กเลยต้องขอคุยและขอเป็นคนจัดการเองหากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเวลางาน และขอให้โอสทั้งสองเคาราพกฎเล็กด้วยคือไม่ว่าลับหลังหรือหน้าต้องตัดสินแบบเดียวกับเล็ก ซึ่งโฮสมีความสุขกับการตัดสินของเล็กทุกครั้ง เด็กคนโตจะชอบร้องไห้แบบไร้เหตุผล และกรี๊ดๆๆทุบตีข้าวของ เล็กเลยต้องแจกใบแดงไล่เข้าห้อง หรือว่าร้องไห้ตอนจะขึ้นรถกลับบ้าน แบบอย่างได้อะไรแล้วไม่ได้ดังใจเธอจะกรี๊ดๆๆตลอด เล็กก็จะจับตัวเธอมากอดแล้วจับหน้าเธอมองหน้าเล็ก แล้วบอกเหตุผลไป หากเธอไม่ยอมมองหน้าจะต้องจับให้เธอมองให้ได้ แล้วบอกไปว่าเล็กรักเธอมากและอยากให้คนอื่นๆๆรักเธอด้วย เธอทำแบบนี้ไม่ดี ไม่น่ารัก หากเธอยังร้องอยู่เล็กจะจับถอดเสื้อเจ็กเก็ต และรองเท้า แล้วให้ร้องไห้ ให้สมกับที่อยากร้อง แต่แอบมองอยุ่ในรถ เพราะเชื่อว่าตอนโกรธคนเราร่างกายเราจะร้อน หากได้อะไรเย็นๆๆเข้ามาจะทำให้ใจเย็นลง แถมอากาศที่นี้ก็หนาว สักพักเธอได้ความเย็นเข้าไปหยุดร้อง เธอจะขอโทษและบอกชั้นหนาวแล้ว เล็กก็จะออกไปดูเธอ

 

กฎเหล็กของเด็กทั้งคู่ต้องรักษาคือ ห้ามร้องไหในรถ เพราะคนหนึ่งร้องอีกคนจะร้องตาม ซึ่งเด็กๆๆของเล็กก็รักษากฎกันอย่างเคร่งครัดเนื่องจากกลัวที่จะได้ออกไปยืนนอกรถโดยไม่มีเสือเจ็คเก็ตกับรองเท้า

 

ส่วนโอสทั้งสองของเล็ก ปกติทั้งคู่จะน่ารักมากๆๆ ไม่ค่อยมีอะไรให้หนักใจเท่าไหร่ ยกเว้นตอนทั้งคู่เหนื่อยจากการทำงานกลับบ้าน บางวันก็อาจจะหงุดหงิดแบบไร้เหตุผล ซึ่งเล็กก็ไม่เคยคิดมากอยู่แล้ว เพราะว่าโอสทั้งคู่อารมณ์ร้อน เหมือนเด็กๆๆที่เล็กดูแลอยู่ เล็กจะนิ่งและเงียบ รอให้ทั้งคู่ตามมาขอโทษเอง

 

Tanya: อยู่กับเด็กและโฮสต์มาจะสองปีแล้ว มีความประทับใจอะไรในตัวพวกเขาบ้าง

Lek: เล็กประทับใจในความพยายามเข้าใจภาษาอังกฤษของเล็กมากๆๆ เพราะช่วงแรกที่มานั้นภาษาเล็กไม่ดีเอามากๆๆ เธอพยายามที่จะเข้าใจกับภาษาเล็กมาก ช่วงหลังเล็กคุยนอเวย์ก็ไม่วายทำภาษาเค้าวิบัติอีก

ประทับใจตรงที่เธอดูแลเล็กเหมือนน้องเหมือนลูก สอนทุกอย่าง เล็กเลยกลายเป็นญาติของบ้านนี้ไปแลวตอนนี้ ส่วนเด็กๆๆนั้น น่ารักตลอดเวลา ยกเว้นตอนอยู่กับพ่อแม่ อันนี้ไม่น่ารัก ทุกครั้งที่เล็กจะเที่ยวไหนไกลๆๆ สองคนพี่น้องจะเข้ามาเกาะขาแล้วบอกว่าขอไปด้วยคนนะ ถ้าให้ไปสัญญาจะกินขอบขนมปัง และจะไม่ดื้อ (คือสองคนพี่น้องเป็นโรคไม่ทานขอบขนมปังค่ะ จริงๆๆเล็กก็ไม่ทาน แต่เพื่อโชว์เด็กก็ต้องทาน) พอวันกลับจากไปเที่ยวทั้งสองจะไม่ติดพ่อแม่เลย มานั่งตักหอมแก้มเล็กกอดตลอด และทานขอบขนมปังอยู่วันเดียวแล้วหลังจากนั้นก็ไม่ทาน

 

Tanya: ออแพร์ประเทศนอร์เวย์นี้ ไม่จำเป็นต้องสมัครผ่านเอเจนซี่ก็ได้ แล้วเล็กนี้ สมัครผ่านเอเจนซี่หรือเปล่าค่ะ

Lek เล็กสมัครผ่านเอเจนซี่ค่ะ เล็กสมัครผ่านเอเจนซี่ เหตุผลที่สมัครกับเอเจ้นเพราะว่า

อายุของออแพร์นอร์เวย์ได้ถึงอายุสามสิบแล้วตัวเล็กเองอายุใกล้จะเกินแล้วก็เลยคิดว่าการสมัครเอเจนจะช่วยให้ได้โฮสต์ทันก่อนอายุเกิน  ค่าเอเจนซี่ก็ไม่ได้แพงมากเท่าไหร่ พอที่จะสู้ได้ และที่สำคัญที่สุดคือหากมาถึงแล้วมีปัญหาอย่างน้อยก็จะมีเอเจ้นซี่คอยช่วยเราได้

 

Tanya: แล้วนอร์เวย์ในอยู่ในยุโรปก็จะหนาวมากเลย เล็กทนหนาวได้ใช่ไหมค่ะ

Lek: ที่นี้จะมีสี่ฤดูค่ะ แต่ทุกฤดูอากาศจะเย็นหมด ประเทศนี้เป็นประเทศที่ไม่มีความพอดีเรื่องพระอาทิตย์ คือช่วงฤดูร้อน พระอาทิตย์แบบขยันทำงานมากตกดินเกือบเที่ยงคืนทุกคืน ส่วนหน้าหนาว พระอาทิตย์ก็ขี้เกียจขึ้น แถมขึ้นสามสี่ชั่วโมงก็ตก เมืองที่เล็กอยู่นี้หนาวสุดๆๆ ตอนหน้าหนาวคือติดลบสิบแปดองศาค่ะ

 

ปีแรกเล็กจะมีโอสแม่ช่วยเหลือเรื่องเครื่องแต่งกายและสอนวิธีการใส่เสื้อผ้าชนิดไหนอย่างไรให้ไม่ให้แข็งตาย ชนิดของเนื้อผ้าที่นี้ใส่แล้วอุ่นคือผ้าอุล ซึ่งมีส่วนผสมของขนแกะ เป็นเสื้อผ้าบางๆๆ แต่ใส่แล้วอุ่นมากๆๆ แต่คุณสมบัตรเด่นคือ เมื่อมีเหงือ่หรือเปียกน้ำ มันจะยิ่งทำให้อุ่น เวลาที่มีเหงื่อออกกับสเวสเตอร์หรือเสื้อผ้าคอทตอล ให้รีบเปลี่ยนทันที ห้ามแช่เพราะอันนี้อาจเป็นปอดบวมได้ และหากหนาวจัดห้าทำตัวให้อุ่นแบบทันที เพราะโอสกาศร่างกายปรับตัวไม่ทันอาจตายได้ และสี่ส่วนที่ต้องทำให้อุ่นตลอดคือ ศรีษะ คอ พุงและเท้า

 

โฮสพ่อจะช่วยสอนเกี่ยวกับการขับรถบนหิมะ ซึ่งไม่ใช่แค่หิมะธรรมดาแต่เป็นถนนซึ่งมีหิมะปกคลุมแต่ด้านล้างเป็นน้ำแข็ง และนี่คือปัญหาอันใหญ่หลวงในการขับรถไปเรียน โฮสพ่อจะกรอกหูทุกวันว่าห้ามแตะเบรคตอนขับ ห้ามขับรถเร็ว ห้ามตกใจ ห้ามลืมใช้เกียร์พิเศษตอนถนนลื่นและบังคับพวกมาลัยไม่ได้

 

ส่วนเรื่องที่เล็กจะจำไม่มีวันลืมเลยคือการเดินบนหิมะที่มีน้ำแข็งอยู่ด้านล่าง มันคืออุบัติเหตุที่ทำให้กระดูกเข่าของเล็กหัก คือเล็กจะเดินแบบคนไทยคือก้าวยาวๆๆ โอสเตือนหลายครั้งแต่ไม่เคยลื่นงัยเลยไม่สนใจ และวันหนึ่งเล็กก็ล้มค่ะ คือเหมือนล้มธรรมดาไม่เจ็บมาก แต่พอสามเดือนผ่านมาเล็กพาเด็กไปขี้ม้าไปกระโดนทรัมเบอร์รีนมีอาการเจ็บเข่าแบบน้ำตาเล็ด แถมอาการบวมด้วย โอสเลยต้องพาไปโรงพยาบาลปรากฎว่ากระดูกเข่าเล็กแตกจากการหกล้มครั้งนี้ค่ะ ซึ่งหมอทางนี้ทำไรให้ไม่ได้นอกจากต้องกลับมาจัดการที่ไทยแทนเพราะค่าใช้จ่ายผ่าตัดเล็กที่นี้แพงมากๆๆ ซึ่งเป็นวิธีเดียว โอสแม่จะพาไปนวดเพื่อลดบวมทุกเดือน ซึ่งตอนนี้ก็ยังมีอาการปวดบวมบางทีที่ไม่ได้ไปนวดหรือทายา

 

Tanya: คิดว่าการมาเป็นออแพร์ที่นอร์เวย์นี้ได้ให้อะไรกบตัวเล็กบ้าง

Lek: ให้ประสบการณ์ใหม่ๆ เกี่ยวกับดูแลเด็กในประเทศที่มีอากาศหนาว ว่าเราต้องทำให้เค้าอุ่นและไม่ร้อนจนเกินไป การขับรถบนถนนที่มีหิมะ ได้เพื่อนต่างภาษาและวัฒนธรรมของยุโรป และที่สำคัญที่สุดคือ ได้ความใจเย็นสงบและการทำความเข้าใจกับสิ่งที่เราทำ

 
Tanya: แล้วถ้าจบออแพร์นอร์เวย์กะบ้านนี้แล้ว มีแผนการจะทำอะไรต่อไปหรือยังค่ะ

Lek: เล็กมีโครงการไปเป็นแคร์กีฟเวอร์แบบอย่างรุ่นพี่ธัญญาค่ะ :)

 

Tanya: ส่งท้ายคำถามสุดท้ายนะค่ะ ฝากอะไรถึงเพื่อนๆไทยออแพร์คลับหน่อยจ๊ะ

Lek: คืออยากจะบอกว่าการเป็นออรแพร์นั้นต้องเป็นด้วยใจรัก ขอว่าอย่าใช้คำว่าอดทนกับเด็ก แต่ขอให้ทำความเข้าใจกับเด็กมากๆๆ ให้เวลาศึกษาเค้ามากๆๆด้วย เพราะเด็กไม่ใช่ตุ๊กตา แต่เด็กมีชีวิตจิตใจเหมือนกับเรา หากคุณรักเค้าและทำความเข้าใจกับเหตุผลที่เด็กกระทำต่อเรา คุณจะได้ใจเด็กกลับคืนมาจากใจจริงเด็ก

 

 


thasana_lovely@hotmail.com

 

 




สัมภาษณ์เพื่อนออแพร์ไทยในต่างแดน

กิฟท์ แนนนี่แคนาดากับพีอาร์หนึ่งใบ
ฝัน อดีตออแพร์เมกา
บลู ออแพร์ไทยในอเมริกา
ซิ่ว ออแพร์ไทยอเมริกา article
อ้อม ออแพร์ไทยนอร์เวย์ article
ทราย ออแพร์ไทยอเมริกา article
นก ออแพร์ไทยในอเมริกา article
บุ๋ม ออแพร์ไทยในอเมริกา article
ยุ้ย อดีตออแพร์ไทยในอเมริกา article
ติ๊ก ออแพร์ไทยในอเมริกา article
เหมียว ออแพร์ไทยในอเมริกา " เลี้ยงเด็กแฝด ไม่ใช่เรื่องยากส์ เหมียวทำได้ คุณก็ทำได้" article
ตูน ออแพร์ไทยในแคนาดา article
ไอซ์ ออแพร์ไทยในฝรั่งเศศ article
ติ๊ก ออแพร์ไทยในนอร์เวย์ article
พงศ์อิศเรส ออแพร์ชายไทยในเยอรมัน "อยากมาก็ได้มาเยอรมันสมใจ ออแพร์ชายที่มีแนวความคิดที่ดีมาก" article
ป้าออพัว อดีตออแพร์ไทยในอเมริกา "สมาชิกกิตติมศักดิ์ของไทยออแพร์คลับ ปัจจุบันสมรสแล้ว" article
แอน ออแพร์ไทยในเบลเยียม "ออแพร์สองประเทศแล้ว เนเธอแลนด์ ปัจจุบันเบลเยียม" article
อร ออแพร์ไทยในเดนมาร์ก " ออแพร์สองประเทศแล้ว เนเธอแลนด์ และปัจจุบัน ออแพร์เดนมาร์ก" article
โน๊ต ออแพร์ไทยในแคนดา " อดีตออแพร์เมกา ปัจจุบันออแพร์แคนาดา" article
อภิญญา ออแพร์ไทยในนอร์เวย์ "สองปีที่ได้เป็นออแพร์ทีนอร์เวย์ มีเรื่องและข้อมูลดีๆ เยอะเลยจ้า" article
ยิ้ม ออแพร์ไทยในอเมริกา "สาวไทยไซส์ XXL ก็มาเป็นออแพร์ได้ พร้อมประสบการณ์รีแม็ทช์มาแชร์กัน" article
ตุ๊กตุ่น อดีตออแพร์ไทยในอเมริกา "ดรอปเรียนมาเป็นออแพร์ ปัจจุบันสมรสแล้ว" article
เก๋ ออแพร์ไทยในแคนาดา "อดีตครูอนุบาลจากเมืองไทย ทีได้มาเป็นออแพร์สมใจที่แคนาดา" article
เอ๋ ออแพร์ไทยในอเมริกา "1 ใน 5 ผู้เข้าชิงตำแหน่งออแพร์ไทยแห่งปี 2008" article
สาวน้อย ออแพร์ไทยในอเมริกา " 1 ใน 5 ผู้เข้าชิงออแพร์ไทยแห่งปี 2008" article
เปิ้ณ ออแพร์ไทยในอเมริกา "1 ใน 5 ผู้เข้าชิงตำแหน่งออแพร์ไทยแห่งปี 2008" article
ก้อย ออแพร์ไทยในอเมริกา " 1 ใน 5 ผู้เข้าชิงตำแหน่งออแพร์ไทยแห่งปี 2008 " article
นิด ออแพร์ไทยในแคนาดา ออแพร์ที่ทำกับโฮศต์เอเซียตลอดไม่ว่าจะอเมริกา หรือ แคนาดา article
บี ออแพร์ไทยในสวีเดน อดีตออแพร์อเมริกา ปัจจุบันเป็นออแพร์ทีสวีเดน article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในนิวยอร์ก"กว่าจะได้มาก็รอนานเป็นปี ภาษาก็ไม่ค่อยดี มาเลี้ยงเด็กแรกเกิด" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเยอรมัน "อดีตออแพร์ไทยในเยอรมัน ปัจจุบันเป็นเจ้าของโรงเรียนอนุบาลทีบ้านเกิดของเธอค่ะ" article
สัมภาษณ์ ออแพร์ชายไทยในเมกา "กว่าจะได้มาเป็นออแพร์สมใจต้อรอนาน แล้วผู้ชายดูแลเด็กได้จริงหรือเปล่านี้" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเมกา "ออแพร์ที่ถูกรีแม็ทช์และต้องกลับเมืองไทย ทั้งที่เป็นออแพร์มาได้แค่ 2 อาทิตย์ " article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเมกา"ประสบการณ์ออแพร์ที่ทำงานคู่กับออแพร์อีกคนในเวลาเดียวกัน และดูแลเด็ก 4 คน" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเดนมาร์ก "ไปโครงการออแพร์เองไม่ผ่านเอเจนซี่ กว่าจะได้ไป และถูกรีแม็ทช์" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเมกา "ชีวิตออแพร์กับการเลี้ยงเด็กสามคน และข้อคิดดีๆ กับคำว่า Flexible" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในอเมริกา "เป็นออแพร์กับครอบครัวมังสาวิรัต และจบท้ายด้วยการรีแม็ทช์" article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

 

   

      

www.thaiaupairclub.com จุดประสงค์ของเวบ คือ มีไว้เพื่อเป็นจุดศูยน์กลางแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ ของสมาชิก และเพื่อสร้างมิตรภาพของออแพร์ ทั้งบุคคลที่สนใจโครงการ เป็นออแพร์อยู่ หรือ สิ้นสุดการเป็นออแพร์แล้วก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดมาจากประสบการณ์ของสมาชิกแต่ละคนที่แตกต่างกันไป ขอให้ใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาและรับข้อมูล ทางเวบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสนับสนุนคนไทย ให้เดินทางเข้าอเมริกาอย่างผิดกฏหมาย หรือผิดวัตถุประสงค์ของการเป็นออแพร์

www.thaiaupairclub.com is the first Thai au pair community web site in Thailand. We have friendly and warm welcome for everyone, plese feel free to join us. We would love to help each other by sharing opinions and experiences openly. More than that, we would love to make our au pair program to be great experiences for everyone. Au pair is experiences for life.

รูปภาพ และ บทความทั้งหมดบนเวบนี้ ไม่อนุญาตให้ทำการพิมพ์ หรือนำไปเผยแพร่ แจกจ่าย แก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บ tanya@thaiaupairclub.com