ReadyPlanet.com
dot
dot
รับข้อมูลข่าวสาร ThaiAuPairClub

dot
dot
ประมวลภาพสังสรรค์งานไทยออแพร์คลับจ้า
dot
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 6
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 5
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 4
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 3
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 2
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 1
dot
+++ เอเจนซี่ที่แนะนำ +++
dot


ลิฟอินแคร์กิฟเวอร์ แนนนี่แคนาดา ทำงานเรียนต่อเมืองนอก ไปต่างประเทศ
Cultureal Care Thailand


ฉันคืออแพร์ พี่เลี้ยงเด็กอินเตอร์ article

หลายๆคนสงสัยกับคำว่า ออแพร์ ออแพร์มันคืออะไรเหรอ

 

สำหรับธัญญ่า ออแพร์คืองานอย่างหนึ่ง งานของ พี่เลี้ยงเด็ก…..อินเตอร์

 

เป็นพี่เลี้ยงเด็ก ทำไมเรียกออแพร์ละ

เพราะ มันเป็นชื่อโครงการของเขานะค่ะ เขาก็เรียกตามชื่อโครงการ

 

แล้วทำไมเขาทำเป็นโครงการละ
เพราะ เขาจะได้จัดวางแผน และสิ่งต่างๆ ให้กับผู้ร่วมโครงการทั้งฝ่ายโฮสต์และฝ่ายออแพร์ได้อย่างชัดเจน ให้แตกต่างไปจากอาชีพอื่นๆ เรียกได้ว่า พี่เลี้ยงเด็กอินเตอร์นี้มันพิเศษ ไม่ไปปะปนกะใคร

 

โครงการออแพร์ พี่เลี้ยงเด็กอินเตอร์ น่าสนใจ ไปแล้วได้อะไรบ้าง

สิ่งแน่ๆ เลย คือ ได้ตามที่กฏของโครงการกำหนดเอาไว้  แต่เหนือสิ่งอื่นใด ที่ผุ้ร่วมโครงการจะได้รับนั้นคือ โอกาส โอกาสที่มากกว่าคนอื่น โอกาสทีคนที่ไม่ได้มาเป็นออแพร์จะไม่ได้รับ โอกาสหลายอย่าง เอาแค่คร่าวๆ มานั่งไล่ให้ดู

  •  โอกาสในการท่องเที่ยวต่างประเทศ เป็นออแพร์มีวันหยุดพักร้อนสองสัปดาห์ทีได้รับเงินเดือน อยากไปเทียวไหนละในเมกา ดิสนียแลน์ แกรนแคนยอน แอลเอ เวกัส และอื่นๆ ฝันเป็นความจริง นอกจากนี้ ออแพร์ยังได้สามสิบวันหลังจากจบโครงการเพื่ออยู่ท่องเทียวได้อีก บ้างคนได้ติดตามโฮสต์ไปเทียวรัฐต่างๆ เช่นไปเล่นสกี ไปเข้าแคมป์ หรือแม้กระทั่งเดินทางไปตางประเทศกับโฮสต์    เรื่องเทียวนี้ใครๆ ก็ชอบ แต่ให้บินตรงไปเที่ยวเลยจะมีโอกาส หากมาทำงานและได้เทียว โดยใช้เงินที่ทำงานในเมกา และก็ได้เทียวไปทั้งเทียวด้วยตัวเอง และเทียวเวลาติดตามไปทำงานกับโฮสต์ ก็ถือว่าเป็นโอกาสทางการท่องเทียวของเราทั้งนั้น ทีถ้าไม่ได้เป็นออแพร์ก็คงมีโอกาสได้ทำน้อยลง
  • โอกาสในการมีเพื่อนชาติอื่นๆ แล้วผูกมิตรกันไว้ พอจบโครงการกลับบ้านเกิดเมืองนอนกันไป ก็ยังติดต่อ Keep in touch หากได้ไปประเทศพวกเขา เรามีไกด์ มีที่พัก หรือได้คำแนะนำการท่องเที่ยว หรืออาจจะกลายเป็นโอกาสในการทำงาน ทำธุรกิจรวมกันในภายภายหน้า และเราจะเจอเพื่อนจากหลากหลายประเทศได้อย่างไร โครงการออแพร์ก็ให้โอกาสตรงนี้กับเรา
  • โอกาสในการเรียนต่อ ถ้าหากว่าที่บ้านมีเงินพอสนับสนุนส่งเสียช่วยด้วย  แต่ที่แน่ๆ ออแพร์ต้องเรียนหกหน่วยกติตามที่โครงการกำหนด สามารถเข้าเรียนระดับปริญญาตรี เป็นนักเรียนแลกเปลียนในวิชาต่างๆได้ ราคาเรียนเมื่องคนท้องถิ่น และ โฮสต์ต้องสนับสนุนค่าเรียนด้วย แต่ไม่เกิน 500 เหรียญ ก็คิดดูเองเแล้วกัน อยู่ดีๆ ให้บินไปนั่งเรียนนี้คงทำไม่ได้หรอก เงินไม่มีค่ะ แต่ถ้าเป็นออแพร์ก็มีสิทธิ์เป็นโอกาสที่เกิดขึ้นได้
  • โอกาสในการสร้างบ้านหลังทีสองไว้ที่อเมริกา (ไม่ได้เอาเงินไปสร้างแต่ได้สร้างความประทับใจกับโฮสต์ที่อยู่ด้วยจนสามารถมาพักอยู่เยี่ยมหาได้ยามที่เราจบโครงการไปแล้ว) อย่างหลายคนรักกันมาก เวลามาเรียนต่อ ก็พักบ้านโฮสต์กันได้ฟรี หากมีโอกาสกลับมาเทียวก็มาพักกับโฮสต์ได้ฟรีอีก
  • โอกาสทำงานเก็บเงินเอาไปทำสิ่งทีตัวเองวางแผนไว้ในชีวิต จะเรียนต่อ จะลงทุนกิจการ ช่วยเหลือจุนเจือผู้ปกครอง ใช้หนี้ หรือเก็บเป็นเงินก้นถุง  โครงการออแพร์ให้ข้อนี้เต็มๆ แต่ถ้าสาวๆ คนไหนช้อปปิ้งเยอะไปหน่อย อาจจะมีเงินเก็บน้อยลงไปได้นะจ๊ะ
  • โอกาสในการเรียนรุ้วัฒนธรรมของประเทศนั้น การดำเนินชีวิตของพวกเขา เทศกาลและกิจกรรมต่างๆ ตรงนี้ออแพร์จะได้โลกทัศน์ที่กว้างขึ้นโอกาสในการเห็นมุมมองใหม่ๆ ของประเทศนั้นๆ ที่ต่างไปจากประเทศของเราโดยสิ้นเชิง ทั้งวัฒนธรรม ภาษา อาหาร อากาศ 

 

แต่ว่าไป มันก็แค่โอกาสเท่านั้นนะ มันก็อาจจะไม่ได้เกิดจริงๆ ก็ได้ เพราะมันเป็นแค่โอกาส

แต่….ถ้าเราไม่มาเป็นออแพร์เลย โอกาสอย่างทีว่ามานี้จะเกิดได้ไหม บางคน แค่โอกาสก็ไม่มีแล้ว   สำหรับผุ้ร่วมโครงการ การได้มีโอกาสก็ถือว่าดีกว่าใครอีกมากมาย ถึงบทสุดท้ายโอกาสทีเราคาดหวังไว้อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นจริงก็ตามนะ

โครงการออแพร์ให้โอกาส แต่หลายคนก็ไม่ได้รับโอกาสดีๆ อย่างที่คิด แต่กลับได้ประสบการณ์ร้ายๆ กลับมาแทน นั้นคือชีวิตจริง

แต่เราก็ย่อมได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากกว่าอีกหลายๆ คนแน่นอน อย่าปิดกั้นตัวเองเพราะความกลัว ความไม่รู้ เปิดใจให้กว้าง มองในมุมของชีวิตจริง

 

โครงการออแพร์คงจะรับแต่คนเก่งๆ สินะ

คนไม่เก่งก็มาได้ แค่ขอให้ตั้งใจและอดทน โครงการออแพร์ไม่ใช่โครงการชิงทุนเรียนดีเรียนเก่ง โครงการออแพร์ประเทศไหนๆ ก็เปิดรับกันตลอดปี โครงการออแพร์เป็นโครงการสอนชีวิต ให้เรียนรู้โลกของชีวิตจริงที่ไม่ได้อยู่แค่เพียงในรั้วมหาวิทยาลัย ตำราเรียนหรือว่าจากการฟังเล่าจากผุ้อื่นเท่านั้น  และไม่ได้อยู่แค่ภายในประเทศของเราเท่านั้น

 

โครงการออแพร์ เหมือนไปเป็นคนใช้ให้ฝรั่งมากกว่า

คนใช้ฝรั่ง คือออแพร์ คงผิดไป แต่ถ้าตอบว่าพี่เลี้ยงเด็กของฝรั่งอันนี้จะถูกต้องกว่า เพราะโดยหลักการ งานที่ออแพร์ต้องรับผิดชอบเป็นหลักคืองานเกี่ยวกับเด็ก แต่ว่างานบ้านและช่วยหยิบจับต่างๆ นั้นก็ต้องมีเป็นธรรมดาตามประสาคนพักอยู่ด้วยกัน

โครงการออแพร์เหมือนศาสตร์และศิลป์ในขณะเดียวกัน ที่ตำราไหนก็อาจจะหาอ่านได้ไม่ครบ ต้องทำจริงปฏิบัติจริงตามแบบฉบับของตน เป็นความรู้ที่ไม่มีวันหมดตราบทีชีิวิตยังดำเนินต่อไป ประกอบกับศิลป์ของแต่ละคนทีจะทำให้งานของตนออกมาเป็นที่พึงพอใจ คำว่าศิลป์อย่าไปคิดถึงรูปภาพวาด ภาพถ่าย งานปั้น แต่การทีเ่รามาอยู่ร่วมกับคนอื่น การทำให้เขารักและเมตตา และมีความประทับใจในตัวเราย่อมเป็นศิลปะของตัวแต่ละบุคคลนั้นๆ ไป

 

เท้าความหลังไป ในวัยเยาว์ของธัญญ่า ธัญญ่าก็มีพี่เลี้ยงเด็กกับเขาอยู่คนหนึ่ง เรียกว่าออแพร์คงไม่ได้ เพราะว่าไม่ได้นำเข้ามาจากชาติไหน คนไทยนี้เอง ชื่อว่าพี่เล็ก คิดให้ดีๆ ลักษณะอย่างนี้คือจุดเริ่มต้นของออแพร์แน่นอน

 

พีี่เล็กเป็นหลานของแม่ธัญญ่า พี่เล็กเรียกแม่กับพ่อธัญญ่าว่าน้า

ด้วยความทีบ้านของธัญญ่าอยุ่ในเมืองหน่อย และลูกของป้าต้องการเรียนต่อ ป้าเลยฝากฝังให้พี่เล็กมาอยู่กับแม่ของธัญญ่าทีมีศักดิ์เป็นน้าสาวแท้ๆ พี่เล็กมาอยู่ก็เพื่อมาเลี้ยงต่อในระดับ มัธยมต้น สมัยนั้นเขามีการเรียนภาคค่ำที่ รร รัฐบาลใกล้บ้าน สอนกันตอนเย็นๆ นักเรียนต้องใส่ชุดนักเรียนตามปกติแต่ไปเรียนตอนเย็นแทนๆ ราวๆ ห้าหกโมงเย็นเลิกเรียนก็สองสามทุ่ม การเรียนแบบนี้ถ้าจำไม่ผิดเรียกว่า การเรียนศึกษาผู้ใหญ่แบบภาคค่ำ ที่สามารถเรียนสองปี (โดยประมาณ) แต่จบมอสามได้ (ซึ่งถ้าเรียนให้จบ มอ สามแบบปกติแบบเต็มเวลาก็จะใช้เวลาสามปี) การเรียนแบบนี้จะเหมาะกับคนทีต้องทำงานและต้องการเรียนต่อเืพื่อเพิ่มวุฒิความรู้ให้กับตัวเองจะได้นำไปปรับเงินเดือนหรือว่าหางานใหม่ที่ดีกว่าต่อไป

 

ป้าอยากให้พี่เล็กได้เรียนจบมอสาม ไม่ใช่ปอหก เผื่อจะได้มีโอกาสดีๆ ไม่ใช่จบมาปอหกก็มาทำไรไถนาสะอย่างเดียวเหมือนลุงกับป้า

 

พี่เล็กมาอยู่ด้วยกับครอบครัวของเรา ตอนนั้นธัญญ่าก็ประมาณประถมต้น น้องสาวก็ยังไม่ได้เข้าโรงเรียนเลยด้วยซ้ำ ตอนแรกๆ ทีรู้ว่าจะมีคนอื่นมาอยุ่รวมด้วยกับเรา ก็รู้สึกว่าอะไรอะ บอกตรงๆ ก็คือไม่อยากนะ อยากจะอยู่กันแค่สีคนพ่อแม่น้องและเราตามประสา  แต่ว่าเรายังเด็กมากไม่ได้ต่อต้านอะไรอย่างเป็นจริงเป็นจัง ก็แค่คิด (เข้าใจนะว่าเด็กคนอื่นที่เวลาพี่เลี้ยงเด็กไปอยู่ด้วยตอนแรกเขาอาจจะรุ้สึกไม่ต้องการ ก็คงรู้สึกเหมือนธัญญ่าตอนนั้น) แต่เมื่อพี่เล็กได้มาอยู่ เราก็รู้ว่าเขามาช่วย เขาเป็นญาติเขาก็ดูแลเราตามวัยทีโตกว่าเราได้   อายุพี่เล็กตอนนั้นก็ประมาณสิบสามสิบสี่ ก็ห่างกับเราอยู่มาก เพระาเราแค่หกเจ็ดขวบเอง

 

ในช่วงระหว่างวัน พี่เล็กดูแลทำกับข้าว ดูแลบ้าน หาอาหารเช้า ป้อนข้าวให้น้องสาว อยู่กับเจ้าน้องสาวระหว่างวัน   พาพวกเราเดินไป รร ถือกระเป๋าให้ มารับเราที่ รร มีปั่นจักรยานไปส่งกันบ้าง

 

เวลาพ่อแม่ไปทำงาน พี่เล็กก็หาข้าวหาปลาให้เรากิน อยู่เป็นเพื่อนกันสามคนสามสาวเวลาพ่อกับแม่ต้องเข้างานกะค่ำตรงกัน เวลาพ่อแม่ยุ่งๆ พี่เล็๋กทำกับข้าวให้ทุกคนในบ้านด้วย   พี่เล็กก็ยังซักผ้าของพวกเราด้วยนะ เรียกว่าดูแลพวกเราครบเซ็ท แม่ของธัญญ่าก็สนับสนุนค่าเรียนภาคค่ำให้กับพี่เล็ก ค่าหนังสือค่าเทอม บ้านเราไม่ใช่คนมีเงิน แต่เราคิดว่าการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ เสื้อผ้าชุดนักเรียนแม่ก็ตัดให้ มีใส่สะสองชุด อีกทั้งเงินไปกินขนมที่รร แม่ก็ให้พี่เล็ก เหมือนเราช่วยเหลือกัน ได้พี่เล็กมาอยู่ก็เหมือนช่วยดูแลลูกๆ ยามที่พ่อกับแม่ไปทำงาน มีพี่สาวคนโตเอาไว้อีกคน เอาไว้ให้พ่อกับแม่พอเบาใจ พี่เล็กก็ได้มีโอกาสมาอยู่ในเมือง ได้มาเรียนหนังสือจนจบตามที่่หวัง 

 

การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันไม่ได้มีแต่ความสุข เพราะว่าทุกวันก็ย่อมมีเรื่องราวแตกต่างกันไป

สุดท้ายพี่เล็กเรียนจบ พี่เล็กกลับบ้านไปทำงานดำเนินชีวิตตามวิถีทางของเขา ครอบครัวของเราก็ดำเนินชีวิตกันไป แต่ธัญญ่าและน้องก็ยังระลึกถึงพี่เล็กด้วยความเคารพเสมอว่าเคยเป็นพี่เลี้ยงของพวกเรามา ถึงแม้ในวัยเยาว์เราจะดื้อและรั้นบ้าง แต่นั้นเพราะเราคือเด็ก ตัวพี่เล็กก็อาจจะไม่ได้เลี้ยงดูเราดีพร้อม ไม่สามารถให้การศึกษาอะไรเราได้มาก สอนการบ้านก็พอได้ แต่ไม่เก่ง นั้นเพราะพี่เล็กก็เพิ่งจบแค่ปอหก และอายุก็ยังไม่สิบห้าด้วยซ้ำ

 

นับได้ว่าช่วงสามปีในวัยประถมต้น ธัญญ่าได้มีพี่เลี้ยงเด็กกับเขาของแท้ในชีวิต  เมื่อพี่เขากลับบ้านไป จบโครงการตามอายุขัย เอ๊ยตามจุดมุ่งหมาย ส่วนธัญญ่าก็โตขึ้น จะสิบขวบรู้เรื่องมากขึ้น อีกทั้งน้องคนเล็กก็โตขึ้นแล้ว อะไรหลายๆอย่างพ่อแม่คลายความกังวล หากว่าต้องทำงานและมีแค่เราพี่น้องสองคนอยู่ที่บ้าน  เมืองไทยไม่มีกฏหมายว่าห้ามทิ้งเด็กต่ำกว่าสิบสามขวบไว้โดยไร้ผุ้ใหญ่ดูแล ถ้าเป็นอย่างนั้นพีเลี้ยงเด็กในประเทศไทยคงมีมากกว่านี้

 

จากจุดเริ่มต้นแบบนี้แหละมั้ง คนเมืองนอกเขาต้องอยากมีพี่เลี้ยงเด็กเหมือนกัน เพราะว่าเขาต้องมีคนดูลูกเขาถึงอายุสิบสามปี ตามกฏหมาย ด้วยซ้ำ แล้วลำพังจะเอาแค่ญาติบางทีก็ใช่ว่าจะมีญาติโตๆ กันแล้ว หมดทุกครอบครัวไป โครงการออแพร์ก็คงจะเริ่มจากจุดเล็ก ๆ อย่างนี้แหละ มาอยู่อาศัยรวมกัน พึ่งพากันดูแลลูกให้เขา ทำงานในบ้านหยิบจับถ้าพ่อแม่เขายุ่งวุ่นวาย ไม่นิ่งดูดาย เราก็อยู่ก็พักฟรีไป ได้เงินกินขนมจุนเจือ ไปเรียนก็ช่วยค่าเรียนค่าเทอมกันไป  จากจุดเล็กๆ ในตอนนั้นแบบทีธัญญ่าได้เคยมีพี่เลี้ยงกับเขานี้แหละ ก็คงจะกลายเป็นโครงการ ออแพร์ ในปัจจุบันที่กำหนดหน้าที่ต่างๆ ของโฮสต์(ครอบครัวอุปถัมน์)กับออแพร์(พี่เลี้ยงเด็ก)ไว้อย่างชัดเจน

 

แต่สิ่งหนึ่งทีมีกลิ่นอายเหมือนกันยังอยู่ นั้นคือการอาศัยอยู่ร่วมกัน(live-in) ดูแลเด็กๆ ลูกๆ และการไปเรียนหนังสือ พร้อมมีค่าขนมเล็กน้อยจุนเจือจากครอบครัวมอบให้

 

วันนี้ธัญญ่าก็ดีใจทีได้มีโอกาสเป็นพี่เลี้ยงเด็กของเด็กหลายๆ คน และได้อยู่กับหลายๆ ครอบครัว หวังว่าความทรงจำของพวกเขาต่อธัญญ่า คงจะมีเหลืออยู่บ้างเมื่อยามเขาโตขึ้น และใครจะรู้ว่าในภายภาคหน้าโครงการออแพร์จะพัฒนาไปได้ไกลอีกแค่ไหน

"ใครจะรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร อยากให้ทุกคนภูมิใจเถอะนะที่ได้มีโอกาสมาเป็น พี่เลี้ยงเด็กอินเตอร์ในวันนี้"

 

ด้วยรักจากใจ....ธัญญ่า

 


 




มุมออแพร์น่ารู้

อยากเป็นออแพร์ใช่ไหม article
108 คำถามกับโครงการออแพร์ อเมริกา article
เตือนภัยเพื่อนๆ ชาวออแพร์ที่หาโฮสต์เอง article
ตัวแทนโครงการ ออแพร์ทั้ง 14 แห่งในอเมริกา article
การขอหนังสือเดินทาง (passport) article
การขอใบประวัติอาชญากรรม (ใบรับรองความประพฤติจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) article
คำแนะนำยามสัมภาษณ์กับโฮสต์ article
10 ความคาดหวังจากโฮศต์สู่ออแพร์ article
ปลอดภัยไว้ก่อน article
การออกนอกประเทศขณะเป็นออแพร์ article
แต่งกายรับฤดูหนาว article
Time out การลงโทษ! article
โอกาสทางการศึกษากับโครงการ"ออแพร์" article
คิดให้ดีก่อนจะมาเป็นออแพร์ article
Daylight Saving Time article
เทศกาล Halloween(All-hallow-evening )
เทศกาล Thanksgiving
Scam โฮสต์หลอกหลวง article
ฟุดฟิดฟอไฟไปกับธัญญ่า (ตอน2) article
ฟุดฟิดฟอไฟไปกับธัญญ่า( ตอนที่ 1) article
Rematch การเปลี่ยนครอบครัว article
10 คำแนะนำ สำหรับการเป็นผู้ประสบความสำเร็จ article
Social Security Card article
ประกาศปรับรายได้ออแพร์อเมริกา article
บทสัมภาษณ์ของธัญญ่ากับหนังสือ EXIT article
ธัญญ่าและโครงการออแพร์ ทางITV article
Tanya on Mc Sentinel Newspaper article
"The Nanny Diaries" หนังบันทึกพี่เลี้ยงเด็ก article
ท่องจำขึ้นใจ article
ประกาศขึ้นค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าประเทศอเมริกา article
ปัญหา ปัญหา article
เทศกาล Easter article
คำถาม-คำตอบ ที่ควรรู้กับโครงการออแพร์ article
108 คำถามกับโครงการออแพร์ (หน้า 2)
108 คำถามกับโครงการออแพร์ (หน้า 3)
108 คำถามกับโครงการออแพร์ (หน้า 4)
ประวัติไทยออแพร์คลับ



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

 

   

      

www.thaiaupairclub.com จุดประสงค์ของเวบ คือ มีไว้เพื่อเป็นจุดศูยน์กลางแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ ของสมาชิก และเพื่อสร้างมิตรภาพของออแพร์ ทั้งบุคคลที่สนใจโครงการ เป็นออแพร์อยู่ หรือ สิ้นสุดการเป็นออแพร์แล้วก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดมาจากประสบการณ์ของสมาชิกแต่ละคนที่แตกต่างกันไป ขอให้ใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาและรับข้อมูล ทางเวบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสนับสนุนคนไทย ให้เดินทางเข้าอเมริกาอย่างผิดกฏหมาย หรือผิดวัตถุประสงค์ของการเป็นออแพร์

www.thaiaupairclub.com is the first Thai au pair community web site in Thailand. We have friendly and warm welcome for everyone, plese feel free to join us. We would love to help each other by sharing opinions and experiences openly. More than that, we would love to make our au pair program to be great experiences for everyone. Au pair is experiences for life.

รูปภาพ และ บทความทั้งหมดบนเวบนี้ ไม่อนุญาตให้ทำการพิมพ์ หรือนำไปเผยแพร่ แจกจ่าย แก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บ tanya@thaiaupairclub.com