ReadyPlanet.com
dot
dot
รับข้อมูลข่าวสาร ThaiAuPairClub

dot
dot
ประมวลภาพสังสรรค์งานไทยออแพร์คลับจ้า
dot
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 6
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 5
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 4
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 3
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 2
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 1
dot
+++ เอเจนซี่ที่แนะนำ +++
dot


ลิฟอินแคร์กิฟเวอร์ แนนนี่แคนาดา ทำงานเรียนต่อเมืองนอก ไปต่างประเทศ
Cultureal Care Thailand


สัมภาษณ์ ออแพร์ชายไทยในเมกา "กว่าจะได้มาเป็นออแพร์สมใจต้อรอนาน แล้วผู้ชายดูแลเด็กได้จริงหรือเปล่านี้" article

 

 

นับว่าเป็นโอกาสดีที่ธัญญ่าจะได้มีโอกาสสัมภาษณ์ออแพร์ชายไทยในต่างแดน โครงการออแพร์ พี่เลี้ยงเด็ก ผู้ชายก็เลี้ยงได้ ชายไทยก็มากันหลายคนแล้วนะคะ แต่เรื่องราวของออแพร์ชายไทย ที่กว่าจะได้มาเป็นออแพร์สมใจจะเป็นอย่างไรกันบ้าง แล้วไปเป็นออแพร์แล้ว ผู้ชายเลี้ยงเด็กจริงเหรอ มาติดตามบทสัมภาษณ์ของ "หนุ่ม" ออแพร์ชายไทยในอเมริกากันค่ะ

 

ธัญญ่า:  คำถามแรกค่ะ เป็นผู้ชายแล้วมารู้จักโครงการออแพร์ได้อยา่งไรค่ะ
หนุ่ม :    อันนี้ขอเล่าแบบตรงๆนะครับธัญญ่า แรกเริ่มเดิมทีเลย อยากไปเรียนเมืองนอกเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ผมชอบเรียนภาษาอังกฤษมาตั้งแต่เด็กๆๆ แต่ก็ไม่ยักกะเก่งกะเค้าซะที พูดได้ก็งูๆๆปลาๆๆเท่านั้น ก็เลยตั้งใจแล้วบอกกับตัวเองว่าถ้าอยากพูดได้เก่ง ก็จะต้องไปเรียนเมืองนอกเท่านั้น แต่ว่าติดตรงที่บ้าน ทางบ้านผมก้ไม่ได้มีฐานะ ร่ำรวยมากมาย แล้วตัวผมเองก็ไม่เคยรบกวนเงินพ่อแม่มาตั้งแต่จบมอ ปลายแล้ว แต่ก็ด้วยความที่เราอยากเก่งภาษา เลยคิดหาทาง ว่าทำยังงัยถึงจะได้ไปเมืองนอก แล้วอีกอย่างอันนี้สำคัญสุด ไปยังไงให้ถูกตังค์ ฮ่าๆๆๆ

 

แล้วก็เรื่องโครงการนี้ไม่เคยรู้จักออแพร์มาก่อนหรอกครับ จนวันนึงได้มีโอกาศคุยกะเพื่อนเก่า สมัยเรียนโรงเรียนวัดด้วยกันมาตอนเด็กๆๆ ตอนนั้นคุยกันทาง MSN เพื่อนบอกว่า ตอนนี้อยู่ เมกาเว้ยยย มากะโครงการออแพร์ เค้าก็เล่าให้ฟังเกี่ยวกะรายละเอียดของโครงการ ว่าโครงการนี้เป้นยังงัย เล่าถึงภาระหน้าที่ เล่าว่า มาแล้วเจออะไรบ้าง ทำอะไรบ้าง

 

ธัญญ่า: แล้วทำไมถึงคิดว่าอยากมาเป็นออแพร์

หนุ่ม: หลังจากที่ได้คุยกับเพื่อน พอฟังๆๆไปมาสะดุดใจผมมากที่สุดคือ  เพื่อนผมภาษาเก่งกว่าเดิมเป็นเท่าตัว แล้วที่สำคัญ เพื่อนจ่ายค่าโครงการไม่ถึงห้าหมื่นบาท แล้วยังมีเงินเดือน ได้เรียน ได้เที่ยวฟรีอีกด้วย พอคุยกับเพื่้อนเสร็จ พบอยากไปมากๆ ไปเป็นออแพร์นี้แหละ พูดง่ายๆ ไปก็ถูกแถมได้ภาษาด้วย

 

ธัญญ่า: รู้หรือเปล่าว่า ผู้ชายไทยไม่ค่อยมีมาเป็นออแพร์หรอกนะคะ่

หนุ่ม: ไม่รู้หรอกครับ พอหลังจากได้คุยกับเพื่อนแล้วตัดสินใจจะมาเป็นออแพร์แน่ๆ หลังจากนั้นก็หาข้อมูลต่างๆตามเว็บ ก็มีเวบของธัญญ่านี้ละ แล้วก้มีเวบของเอเจนซี่ต่างๆ เขาไปอ่าน โทรไปถามเขา เขาบอกว่าไม่รับสม้ัครผู้ชายค่ะ  ก็เสียใจน้อยใจอยู่เหมือนกัน

 

ธัญญ่า: แล้วอย่างนี้ทำอย่างไรต่อ เอเจนซี่เขาไม่ให้สมัครแล้วนี้
หนุ่ม: ก็ดันทุรังครับ เข้าไปเจอพี่เค้าที่เอเจนซี่ พี่เค้าก็ยอมให้สมัครนะครับ แต่ก่อนจะสมัครพี่เค้าก็ถามว่า เราเป็นผู้ชายคิดยังงัยอยากไปเป็นออแพร์? ไม่เคยมีผู้ชายทำมาก่อนเลยนะ แล้วเราจะทำได้หรอ แล้วเลีียงเด็กเป้นหรอ  ตอนนั้นบอกตรงๆๆ เลย  ตัวผมเองเลียงเด็กไม่เป็นหรอก แต่ว่าตัวเองอะเคยอยู่กะเด็กๆๆ คลุกคลีกะเด็กๆๆบ่อย เพราะเคยเป็นอาจารย์สอนวาดภาพระหว่างเรียน  ล้วก้เคยเค้าค่ายภาษาอังกฤษกับเด็กๆๆลูกอาจารย์อยู่บ่อย ตอนสมัยเรียนมหาลัย ก็เลยคิดเหมาเอาเองว่าเลี้ยงเด็กท่าจะไม่ยาก แล้วเราก็น่าจะทำได้ อีกอย่างตอนนั้นใจมันอยากไปอเมกามากกว่า ใจคิดถึงสิ่งที่เราจะได เลยมองข้ามเรื่องนี้ไป ก็เลยตอบคำถามพี่เค้าว่า

ผมคิดว่าการเลี้ยงเด็กก้คงไม่ต่างอะไรจากงานบริการ เพราะว่าผมเรียนด้านงานบริการมา(ผมจบด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรม) งานเลี้ยงก็คืองานที่ต้องดูแลเอาใจใส่ แล้วก็คอยบริการเค้าให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง ผมคิดว่าผมน่าจะทำได้ครับ ็งานบริการคนเนี่ยผมถนัดครับ ตอนนั้นตอบไปอย่างนั้นจริงๆๆ

 

 

ธัญญ่า: ในทีสุดเอเจนซี่ก็ยอมให้สมัครแล้ว แ้ล้วเราทำอย่างไรต่อไป แตกต่างอะไรจากผู้สมัครหญิงไหม

หนุ่ม: ผมไปฝึกเลี้ยงเด็ก ไปเก็บชั่วโมงเลี้ยงเด็กเหมือนเพื่อนออแพร์ผู้หญิง ทำทุกอย่างเหมือนผู้หญิงเลย แต่ก็ใช่ว่าจะง่ายๆนะครับการฝึกเลี้ยงเด็กนี้

 

ธัญญ่า: มีปัญหาอะไรเอ่ย ไปทำเด็กเจ็บผู้ชายมือหนักด้วย ล้อเล่นค่ะ

หนุ่ม: เลี้ยงเด็กไม่มีปัญหาครับ แต่กว่าจะหาที่หรือศูนย์เลี้ยงเด็กที่ยอมให้ผมไปฝึกนี้สิ มันไม่ง่ายครับ   เนื่องจากตอนแรกๆๆไม่มีศูนย์ไหนเค้ายอมให้ฝึกเลย เพราะว่าเค้าไม่เคยเจอ ผู้ชายจะมาขอเลี้ยงเด็ก คงกลัวไปบีบคอลูกตายมั้ง ฮ่าๆๆๆ ก็เสริชหาตามเน็ต จนมาเจอที่ศูนย์เด็กอ่อนแห่งนึง ก็ได้เข้าไปฝึก และเก็บชม  แล้วอีกที่ก็ขอเลียงลูกชาวบ้านเค้านั้นละ จนได้ชั่วโมงครบ แต่เราก็ต้องทำเยอะๆ กว่าผู้สมัครหญิง คือ ชั่วโมงเลี้ยงเด็กก็ต้องเยอะกว่า เราต้องมีรูปต่างๆที่ถ่ายกะเด็กๆๆก็ทำให้น่าสนใจมาก

 

 

ธัญญ่า: เราคิดว่าจุดเด่นของเราคืออะไร อย่างทีรู้กัน ผู้สมัครชายไม่ค่อยมี คนที่จะไปได้ต้องเด่นจริงๆที่จะทำให้โฮต์เลือก แล้วเราคิดว่าเรามีจุดเด่นอะไร

หนุ่ม: การเตรียมตัวก็อย่างที่บอกว่า เรามีอะไรเด่นๆๆงัดออกมาให้หมด หรือถ้าเราไม่มีก็ต้องไปหามาให้มีหรือไปฝึกมาให้ได้เช่น -ผมว่ายน้ำเก่งมากๆๆๆ ว่ายมาตั้งแต่เด็กๆๆ เล่นกีฬาได้ทุกชนิด เป็นคนตลก สนุกสนานร่าเริง ชอบร้องเพลงทำกิจกรรม วาดรูป ทำงานศิลปะเก่ง พวกวาด เขียน ปั้น อะไรอย่างนี้เป็นตั้น คลุกคลี หรือมีกิจกรรม กับเด็กๆๆมากมายนับไม่ถ่วน ภาษาอังกฤษพอไปวัดไปวาได้ ขับรถใช้ได้เลยทีเดียวเชียว

ไม่พอมีไปเรียนเอาใบประกาศ ก็ฝึก First Aid การปฐมพยาบาลเบื้องตั้น แล้วก็เข้าเรียนคอร์สสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่เลย ฮ่าๆๆ ก้จบได้รับใบประกาศมากะเค้าเอิ๊กๆๆ

 

ธัญญ่า: พกความมั่นใจมาเต็มที่ อย่่างนี้บอกได้แม็ทช์รอนานแค่ไหนกว่าจะได้โอสต์กับเขา

หนุ่ม: หลังจากไปส่งเอกสารให้เอเจนซี่ พี่เค้าพูดทิ้งท้ายว่า " เราต้องทำใจหน่อยนะ อาจจะรอนานมากๆๆนะ เพราะว่าเราเป็นผู้ชาย อาจจะหาครอบครัวยากก เพราะว่าผู้หญิงบางคนยังรอเป็นปีนะ บางคนก็ไม่ได้เลย" ตอนที่ได้ยินที่พี่เค้าบอก มาอย่างนั้น ผมนะไม่ได้กลัวและท้อเลย หลังจากสมัครเสร็จ ก็หางานทำไปด้วยพลางคิดเอาไว้ว่าน่าจะไม่เกินสองเดือนต้องได้บินแน่ๆๆตรู อิอิ(น่านขนาดรู้อย่างนั้น มันก็ยังมั่นใจ ก๊ากๆๆๆ) จากนั้นอาทิตย์เดียว ก็ได้งานทำ ทำในส่วนของVisitor Relations Managemen ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ทำไปตััง 6 month ยังไม่มีวี่แววเลยคร๊าบบบบ  ตอนนั้นเริ่มหงุดหงิดงุ่นง่าน เมืองนอกก็อยากไป แล้วความอยากก็ยิ่งเพิ่มเป็นทวีคูณ เลยโทรไปเร่งที่เอเจน ไปถามโน่นนี่ จนพี่เค้าคงรำคาญมั้ง พี่เขาเลยบอกว่า อีกเอเจนซี่ก็รับสมัครผู้ชายนะ เลยบอกว่าให้มากรอกเอกสารเพื่อจะได้โอนไปออนไลน์ไฟล์กับอีกเอเจนซี่

 

 

ธัญญ่า: อย่างนี้เราก็ต้องทำเอกสารใหม่ใช่ไหมนี้

หนุ่ม: ครับ ผมตัดสินใจ ลาออกจากงาน เพื่อออกไปทำเอกสาร  เพราะมันมีอะไรต่างๆๆมากมายที่ต้องทำ และต้องทำเสร็จภายในหนึ่งอาทิตย์เลยครับ เสร็จก็ส่ง(เพราะเป็นคนค่อนข้างใจร้อนคิดว่า ส่งเร็วก็คงมีครอบครัวเร็ว แล้วถ้ามีครอบครัวก็คงจะได้แมทซ์ ฮ่าๆๆ ฝันหวานจริงๆๆตอนนั้น) รอเอกสารออนไลน์ประมาณ 1เดือนมั้งตอนนั้น  ตอนนั้น ก็ทั้งลุ้นทั้งแป้ว แต่ก็ไม่ปล่อยเวลาให้สูญนะครับ เพราะช่วงที่ส่งเอกสาร ก็หางานไปพลางด้วย แล้วก็ดันมา ฟลุ๊คได้มาทำงาน Airline ที่ Airport 

ธัญญ่า:  เบ็ดเสร็จมา ณ ตอนนี้ที่ได้ทำงานที่สนามบิน นี้รอโอต์มานานแค่ไหนแล้ว

หนุ่ม: 7 เดือนแล้วครับ บอกตรงๆๆเลยว่ามีท้อบ้าง แต่ยังงัย ก็ไม่ถอย หวังลึกๆๆ ว่าตัวเองต้องได้มาเมกาสักวัน

 

ธัญญ่า: สรุปแล้วรอนานแค่ไหนกว่าจะได้มาเยี่ยมเมกาค่ะนี้

หนุ่ม: ผมทำงานทีหนามบิน ทำงานอยู่ที่นั้นจนถึงเดือนที่ 15  ของการสมัครออแพร์ (นับตั้งแต่เริ่มสมัครเลยกับเอเจนซี่แรก) เห็นไหมฝันเป็นจริงแล้วพี่น้อง ผู้ชายไทยก็มาเป็นออแพร์ได้ เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แต่กว่าจะได้มาก็หนักเอาการ เล่นเอาท้อและทอดใจไปบ้างเหมือนกัน สรุปแล้วรอ 15เดือนครับ พี่น้อง เฮ้อๆ

 

ธัญญ่า: กับโฮสต์ที่เข้ามาติดต่อเรานี้เป็นอย่างไรบ้าง

หนุ่ม: ครอบครัวที่อยู่ด้วยปัจจุบันนี้ เป็นครอบครัวแรกที่โทรมาคุยด้วย  ออแพร์ผู้ชายไม่มีสิทธิ์เลิอกมากหรอกครับ แล้วอีกอย่างใจผมตอนนั้นคิดว่าถ้าเลือกมากแล้วไม่มีครอบครัวเข้ามาอีกจะทำงัย เลยคิดเล่นๆๆกะตัวเองว่าถ้ามีครอบครัวเข้ามาก็จะไม่คิดอะไรมาก ถ้าคุยกันโอเคก็จะแม็ทช์เลย

กับโฮสต์้บ้านนี้ผมคุยกันทางโทรศัพท์แค่ห้านาทีเอง คุยกันทางอีเมลลืสองครั้ง เท่านั้นจริงๆๆครับ ผมตัดสินใจแมทเลย ตอนนั้นคิดว่าดีไม่ดี มาตายเอาดาบหน้า แต่ก็ขอให้เป็นผมคนเดียวนะครับที่ตัดสินใจแบบนี้ การทำแบบนี้มันเสี่ยงมากๆๆๆ เพราะถ้าเกิดมาแล้วครอบครวไม่ดีจะทำยังงัย แล้วถ้าเกิดเราทำงานไม่ดีแล้วเค้ารีแมทเราจะทำยังงัย จะหาครอบครัวได้ไหมถ้าเราเค้ารีแมทเรา เพราะขนาดที่เมืองไทยยังรอตั้งปี แล้วที่นี่ละเอ้ออะไรจะเกิดขึ้น กลับเมืองไทยสถานเดียว แล้วอีกอย่างเราต้องมาอยู่กะเค้าตั้งหนึ่งปีเต็ม

 

ธัญญ่า: เข้าใจค่ะ คือรอมาสิบห้าเดือนยังไงก็ต้องตอบตกลงอย่างเดียวอยู่แล้วถ้าอยากไป

หนุ่ม: ใช่ครับ จริงๆ จะเลือกครอบครัวต้องคิดดีๆๆดูเยอะๆๆครับ 

แต่ตอนนั้นผมไม่ได้คิดอาไรแบบนี้ อยากมาลูกเดียว คิดแต่สิ่งที่ตัวเองจะได้เท่านั้น ภาษา เงิน เที่ยว อเมกาเท่านั้นจริงๆๆ

 

ธัญญ่า: สรุปว่าได้มาอยู่ที่ไหน เลี้ยงเด็กกี่คน

หนุ่ม: ได้มาอยู่รัฐ Philadelphia เมือง Penncyvania state  ถ้าใครไม่รู้จักก็ เมืองนี้ห่างจาก New York City ประมาณชั่วโมงครึ่งเลี้ยงเด็กผู้ชาย 2 คนครับ คนโต 3 ดื้อมากๆๆๆ กวนติง แล้วก็คนเล็ก 1 หนึ่งขวบ พ่อเป็นหมอเด็ก แม่เป็น ผู้จัดการ Consultant อายุ 34 ปีกันทั้งคู่เลย โฮทน่ารักดี แฟร์ แต่ค่อนข่างเจ้าระเบียบ ทุกอย่างเนี๊ยบหมด การทำงานต่างๆๆก้ต้องเนี๊ยบ เช่นห้องนอนน้องห้ามเล๊ะต้องเนี๊ยบและต้องสะอาดดูดีตลอดเป็นต้น

 

ธัญญ่า: เด็กทีมาเลี้ยง วัน ๆ ทำอะไรกันบ้าง ตารางงานเป็นอย่างไรบ้าง เล่าให้ฟังหน่อยจ๊ะ

หนุ่ม: ตารางการทำงานของออแพร์แต่ละคนไม่เหมือนกัน บ้านใครก็บ้านใคร แต่ของผมเป็นแบบนี้ เด็กมีสองคน คนโตจะสามขวบ คนเล็กหนึี่งขวบ ส่วนตารางานก็ทำตอนเช้ากะตอนเย็น ระหว่างวันว่างครับ เช้าเริ่มตั้งแต่ 6.40 am-08.00 am หลังจากนั้นว่างครับ เรื่มงานอีกทีก็ 05.00-08.00 pm แต่ถ้าวันไหนโฮทมีออกไป Dinner ข้างนอก ก็อาจจะเลิกที่ 10.00 pm ครับ แล้วก้วันเสาร์ ทำงานทั้งวัน ตั้งแต่ 07.30 am-05.30pm ครับ ได้หยุดวันอาทิตย์ กะวันจันทร์ครึ่งเช้า ตอนบ่ายของวันจันทร์ทำงานครับ ที่ตารางงานเป็นแบบนี้ก็เพราะว่าน้องทั้งสองคนพ่อแม่เค้าเอาเข้า Day care ครับ เค้าจ้างเรามาช่วยดูช่วยเลี้ยงเฉยๆๆ เพราะว่าโฮทแม่จะไม่ค่อยอยู่บ้าน เพราะว่าบินไปทำงานที่ Chicago ทุกอาทิตย์ครับ บินวันจันทร์กลับอีกทีก็ศุกร์เย็น ครับ และนี้แหละคือสาเหตุที่เค้าจ้างออแพร์ผู้ชาย เอิ๊กๆๆๆ(เดาเอา)


การทำงานก็เอาน้องคนโตตื่นก่อน ใส่เสื่อผ้าให้ก็แต่งตัวนัันละครับ( ทุกวันเริ่มเรื่องเยอะเพราะว่าอยากเลือกสีเอง และก็อยากทำเอง กว่าจะเสร็จล่อเป็น นาทีๆๆ เดี๋ยวปั๊ด!!!!!! 5555) เสร็จก็พาลงไปข่างล่างเอาให้พ่อเค้า เค้าจะทานอาหารเช้ากัน ส่วนเราก็ทำนมเพื่อจะเอาไปให้ตัวเล็ก ก็ขึ้นไปเอาตัวเล็กตื่น เปลี่ยนเสื่อผ้า เปลี่ยนแพมเพิร์ทไปตามเรื่อง แต่ว่าคนเล็กใช่เวลานานมากกกกกกกกกกกกกกกกกก ก็อย่างที่บอกว่า ผมมาเลี้ยงลิงครับ ก็มันม่ายอยู่สุขเล้ยยยย ขยับเป้นที่หนึ่ง กำลังจะใส่เสิ้อให้ก็พลิกตัวกลับหลังซะงั้น จะใส่กางเกงก็เอื้ยวตัวไปมา พอเปลี่ยนเสร็จก็ป้อนนมมครับ หลังจากนั้นก็พาลงไปข้างล้าง

 

พอดีกะคนโตอิ่มอาหารเช้า หลังจากนั้นพ่อเค้าก็พาไปส่งที่ Day care ครับ (พ่อเค้าขับไปส่งเอง เราไม่ต้อง) หลังจากนั้นผมก็ว่างครับ จริงๆๆก็ไม่ว่างหรอก เพราะต้องขึ้นไปจัดเก็บที่นอนเด็กครับ ถ้าผ้าเยอะก็เอาลงมาซัก ถ้าห้องมันรกมากก ก็จัดๆๆเก็บๆๆไปตามเรื่งอครับ

 

ตอนเย็นสบายมากกก น้องกลับมา 6.00 pm กลับมาก็ dinner เลยครับ อ๋อ dinner ก็จะ order มาครับ ก็จัดๆๆให้เเด็กโต เด็กเล็กก็กินอาหารเด็ก กะอาหารเราปกติด้วย ก็ป้อนๆๆไปตามเรื่องครับ เด็กบ้านนี้กินง่ายไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการกินครับ หลังจาก dinner เสร็จ ผมก็จะเอาสองลืงเข้าห้องนั่งเล่นเปิดเพลงให้ฟัง พาเล่นของเล่นอะไรงี้ละครับ พอ 7.00 pm คนโตจะขั้นนอน พ่อเค้าจะจัดการเอง ผมแค่พาไปเปลียนเสื่อกะแปลงฟันครับ นอกนั้นพ่อเค้าจัดการ ส่วนผม มาดูไอ้ตัวเล็กต่อ ก็เอาใส่ชุดนอน อ่านนิทานสามเริ้อง อ่านเสร็จก็เอากินนมแล้วก็นอน

 

วันเสาร์ทำงานทั้งวัน วันเสาร์จะอยู่กะเด็กโตซะมากกว่า พาออกไปเล่น Park เล่นเครื่องเล่น แล้วก็เดินเล่นไปตามเรื่อง หรือไม่ก็พาไปเล่นกะเพื่อนข้างบ้าน เที่ยงพากลับมากินมื่อเที่ยง แล้วก็ Nap time ครับ น้องจะ nap ประมาณ 2-3 Hr. พอน้องตื่นก็พาออกไปเดินเล่น หรือไม่ก็พาเล่นในบ้านนั้นละครับ เล่นไม่นานผมก็เลิกงาน หลังจากนั้นก็ตัวใครตัวมัน ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

ธัญญ่า: ได้มาอยู่เมกาแล้ว ถูกใจอย่างที่คิดไว้ไหม

หนุ่ม: เมืองที่อยู่ค่อนข้างถูกใจ เพราะว่าผมอยู่ในตัวเมืงเลย ทุกสิ่งทุกอย่างสะดวกมากๆๆ ไปมาสะดวก ผมแทบจะไม่ต้องนั่งรถเมลลืเล( เสียดายตังค์มากกว่า ออกแนวงก อิๆๆ) เพราะจะไปไหนมาไหนทีถ้าไม่ไกลมากก้จะเดินเอา แต่ก็จะเดินซะเป็นส่วนใหญ่ ของกินที่นี้มีเพียบ ร้านค้าร้านรวง ก็มีเยอะแยะ สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆๆก็สวยๆๆทั้งนั้น เพราะว่า เมือง Philadelphiaเค้าเคยเป็นเมืองหลวงเก่าของประเทศอเมริกา อารมณ์ประมาณอยุธยาบ้านเรานั้นละครับ

 

ธัญญ่า: ว่างๆ เราทำอะไรค่ะ หลังจากเลิกงานออแพร์

หนุ่ม: นอกจากตารางงานที่ว่าแล้ว ใช่ว่า ออแพร์อย่างเราจะยุ่งตลอดซะเมื่อไหร่ครับ ผมยังมีเวลาว่างระหว่างวันครับ ก็เลยใช้ให้เต็มที่ ตอนนี้ผมลงเรียนไว้ 2 course ครับ เรียน English spoken class and ESL ( pronouciation) ครับ เรียน Mon-Thr ; Eng spoken strat from 10.00-12.00 am and ESL(pronounce) start from 02.00-04.30 pm ครับ ถ้าว่างหลังจากเลิกงานจริงๆๆ ก็ไม่ได้ไปไหนครับ ก็เล่นเน็ต ดูหนัง ดู TV ไปตามเรื่อง เพราะว่าผมเลิกงาน ก็ปาเข้าไป 8.00 pm หรือถ้าวันไหนโฺฮทออกไป Dinner ข้างนอก Aupair อย่างผมก็จำเป็นจะต้องเลิก 9.00 or 10.00 pm เพราะต้องรอให้โฮทกลับมาก่อนอะครับถึงจะเลิกได้ วันหยุดก็จะออกไปเดินเทียวในเมือง Philly นั้นละครับ เพราะว่าเป็นเมืองที่ค่อนข่างสวยเลยละครับ เพราะว่า Philadelphia เค้าเคยเป็นเมืองหลวงของ อเมกามาก่อนครับ สถานที่ต่างๆๆจึงสวยๆๆทั้งนั้น ส่วนใหญ่จะรับหน้าที่เป็น Guide พาเพื่ิอนๆๆAupair บ้านใกล้เมืองเคียง แถวๆๆนี่ละครับไปเที่ยว ก็มีทั้งไทย และเทศ ครับ ก็สนุกไปอีกแบบ ถ้าว่างเมื่อไหร่ก็จะเน้นไปทางเทียวมากกว่าครับ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แต่จะบอกว่าตั้งแต่มาอยู่ที่นี่วันหยุดเมื่อไหร่ยังไม่เคยอยู่บ้านซักทีครับ ออกตลอด ไปเดินในเมือง ไปทำกับข้าวบ้านเพื่อน ถ้าไปทำกับข้าวบ้านเพื่อนเนี่ยก้จะเป็นเพื่อนคนไทยครับ รู้จักพี่เค้าที่นี่ครับ ก็สนุกดีทำอาหารไทยๆๆกินกันครับ ก็ประมาณนี้ละครับวันหยุด

 

ธัญญ่า: ได้ไปเที่ยวที่ไหนมาหรือยัง หรือมีแผนจะไปเทียวไหนบ้างในเมกา
หนุ่ม: ตั้งแต่มาอยู่เมกานี้ ก็ได้ไปแถวไกล้ๆๆนี่ละครับไปทำงานปนไปเที่ยว ที่ไปมาก็ Florida,Chicago,Boston,New York, แล้วก็ที่มีแผนนว่าจะไปเที่ยวก็ มี L.A , Miami beach ,Agrala Fall ,Sanfran แล้ว California แต่ที่จะไปแน่ๆๆชัวร์ๆๆเลยเนี่ย ก็ Miami ครับ จะไปอยู่ประมาณ 2 weeks เลยครับ

 

ธัญญ่า: ตอนนี้มาเป็นออแพร์ได้นานแค่ไหนแล้ว
หนุ่ม: มาได้ครึ่งปีแล้วครับ แล้วก็วางแผนว่าจะต่อปีสองด้วย เพราะว่ากำลังสนุกกับการใช้ชีวิตแบบนี้ ครับ แล้วอีกอย่างบ้านเรากลับไปตอนนี้ก็ไม่รู้จะไปทำอาราย เศรษฐกิจแย่ๆๆแบบนี้เก็บเงินที่นี่ดีกว่า ฮุๆๆๆ ที่สำคัญที่สุดตั้งใจว่าจะเอาภาษากลับบ้านไปเยอะๆๆ ซึ่งตอนนี้ยังไม่เป็นที่น่าพอใจเลย ฮ่าๆๆ

 

ธัญญ่า: แล้ววางแผนอย่างไรต่อไปกับชีวิตค่ะ

หนุ่ม: เพื่อพัฒนาภาษา ผมได้ต่ออออแพร์ปีที่สอง แต่ผมก็จะย้ายบ้านครับ เพราะอยากไปอยู่รัฐอื่นบ้าง แต่ก็คงไม่เลือกว่าจะไปรัฐไหน ก็ต้องรอดูโฮทก่อนว่าจะเป็นยังงัย มีมากพอจะให้เราได้เลือกไหม 5555 ตอนนี้ที่คุยกับโฮสต์บ้านทีสองอยู่ มาจากแคลิฟอร์เนีย ไม่แน่ก็อาจจะได้ไปเป็นออแพร์ปีทีสองที่นั้น เสร็จจากปีสองออแพร์ ก็กลับบ้านครับ ตอนนี้คิดถึงเมืองไทยมากก อยากกินตำป่าจะแย่อยู่แล้ว ฮ่าๆๆๆ กลับไปก็คงไปล่าฝันต่อครับ อยากทำงานกะสายการบินตะวันออกกลางครับ ก็ว่าจะลองดูสักตั้งอะครับ

 

ธัญญ่า: มีอะไรอยากจะบอกเพื่อๆน ทีสนใจโครงการออแพร์หน่อยไหม โดยเฉพาะผุ้ชาย ทีสนใจโครงการนี้

หนุ่ม: ก็ให้เตรียมพร้อมมาให้ทุกๆๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นร่างกายและจิตใจ และโดยเฉพาะจิตใจ อยากให้ถามตัวเองดีๆๆครับว่า ที่เราอยากจะมาเป็นออแพรืนั้น เราอยากมาเพราะอะไร คิดให้ได้ หาคำตอบให้ตัวเองให้ได้นะครับ เพราะว่า ถ้าเรารู้ตัวเอง และมีสติ อยู่ตลอดเวลา มันจะทำให้เราอยู่ที่นี้ได้อย่างมีความสุข แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า มาที่นี่แล้วทุกข์ นะครับ ฮ่าๆๆๆ ก็แค่อยากจะบอกว่า อย่าคิด หรือ อย่าคาดหวังไว้มากกก ว่ามันจะต้องเป็นแบบนั้น แบบนี้ ดีแบบนั้น แบบนี้ เพราะมาแล้วอาจจะไม่เป็นดั่งที่หวังก็ได้ เพราะว่าทั้งหมดทั้งปวงแล้ว ทุกคนมาทำงานครับ ไม่ได้มาเที่ยว เพื่ออแพร์บางคนจะหลงประเด็น คิดว่าตัวเองมาเที่ยว อยู่เรื่อยเลย พอมีปัญหาก็ รีแมท หรือ ย้ายครอบครัว หนักๆๆเข้าโดดโครงการ หนีกลับบ้านเลยก้มี อันนี้พูดถึงชาติอื่นนะครับ ออแพร์ไทย อึด ถึก กันทุกคน อยู่แล้ว ฮ่าๆๆๆ เพราะอย่างที่บอก ที่นี่ แตกต่างจาก บ้านเรามากๆๆ ไม่ว่าจะเป็น สังคม วัฒนธรรม ภาษาพูด ภาษาเขียน อาหารการกิน ผู้คน เรียกว่าต่างกันแทบจะทกอย่าง  เพราะฉนั้นถ้าคิดจะมาแล้วก็ขอให้สู้ และ อดทน และขอให้มีความสุข กับการเป็นออแพร์ที่อเมกาครับ

 

ผมขอขอบคุณ เพื่อนออแพร์ไทย คนไทยนี้ดีจริงๆๆนะ มีเรื่องอะไรคุยได้ทุกเรื่องจริงๆๆ ผมโชคดีที่ค่อนข้างรู้จักออแพร์ไทยที่มาอยู่ที่นี่เยอะ ถึงอยู่กันคนละรัฐแต่โทรคุยปรัปทุกข์เรื่องครอบครัวตลอดถ้าไม่ได้พวกพี่ๆๆเพื่อนๆๆก็คงอยู่ไม่ได้ถึงขนาดนี้หรอกครับ ขอบคุณมากๆๆครับ ออแพร์รุ่นป้าซึ่งตอนนี้จบโครงการแล้วเรียบร้อย แล้วก็ออกเรีอนด้วยเลยทันที ขอบคุณพี่ออแพร์ผู้ชายอีกคนที่ที่คิดบวกเสมอ ถึงจะอยู่ถึง Seatle แต่ก็คอยรับฟังปัญหาตลอด ขอบคุณครับ แล้วก็ที่ขาดไม่ได้เลย ออแพร์รุ่นยายครับ คนนี้โทรคุยทุกวัน ทุกปัญหาที่ผมมี ยายเขารับรู้และ นั่งชาญช่วยแก้ให้ทุกครั้งไปขอบคุณมากคร๊าบบบบบบบบบบ

สุดท้ายนี้ธัญญ่าขอขอบคุณหนุ่มมากคะ่ ออแพร์ชายไทยในต่างแดนมีไม่เยอะ นับรวมแล้วไม่เกินสิบคน ก็อยากจะให้ภูมิใจกับการเป็นออแพร์ชายไทยในต่างแดนนะค่ะ อีกทั้งเรื่องราวของหนุ่มออแพร์ชายไทยในอเมริกากับสิบห้าเดือนที่กว่าจะได้เยี่ยมเมกาดั่งใจฝัน หวังว่าเรื่องราวของหนุ่มจะเป็นกำลังใจให้กับเพื่อนออแพร์ไทยอีกหลายคนค่ะ

 

 

 




สัมภาษณ์เพื่อนออแพร์ไทยในต่างแดน

กิฟท์ แนนนี่แคนาดากับพีอาร์หนึ่งใบ
ฝัน อดีตออแพร์เมกา
บลู ออแพร์ไทยในอเมริกา
ซิ่ว ออแพร์ไทยอเมริกา article
อ้อม ออแพร์ไทยนอร์เวย์ article
ทราย ออแพร์ไทยอเมริกา article
นก ออแพร์ไทยในอเมริกา article
บุ๋ม ออแพร์ไทยในอเมริกา article
ยุ้ย อดีตออแพร์ไทยในอเมริกา article
ติ๊ก ออแพร์ไทยในอเมริกา article
เหมียว ออแพร์ไทยในอเมริกา " เลี้ยงเด็กแฝด ไม่ใช่เรื่องยากส์ เหมียวทำได้ คุณก็ทำได้" article
ตูน ออแพร์ไทยในแคนาดา article
ไอซ์ ออแพร์ไทยในฝรั่งเศศ article
ติ๊ก ออแพร์ไทยในนอร์เวย์ article
พงศ์อิศเรส ออแพร์ชายไทยในเยอรมัน "อยากมาก็ได้มาเยอรมันสมใจ ออแพร์ชายที่มีแนวความคิดที่ดีมาก" article
ป้าออพัว อดีตออแพร์ไทยในอเมริกา "สมาชิกกิตติมศักดิ์ของไทยออแพร์คลับ ปัจจุบันสมรสแล้ว" article
แอน ออแพร์ไทยในเบลเยียม "ออแพร์สองประเทศแล้ว เนเธอแลนด์ ปัจจุบันเบลเยียม" article
อร ออแพร์ไทยในเดนมาร์ก " ออแพร์สองประเทศแล้ว เนเธอแลนด์ และปัจจุบัน ออแพร์เดนมาร์ก" article
โน๊ต ออแพร์ไทยในแคนดา " อดีตออแพร์เมกา ปัจจุบันออแพร์แคนาดา" article
อภิญญา ออแพร์ไทยในนอร์เวย์ "สองปีที่ได้เป็นออแพร์ทีนอร์เวย์ มีเรื่องและข้อมูลดีๆ เยอะเลยจ้า" article
ยิ้ม ออแพร์ไทยในอเมริกา "สาวไทยไซส์ XXL ก็มาเป็นออแพร์ได้ พร้อมประสบการณ์รีแม็ทช์มาแชร์กัน" article
ตุ๊กตุ่น อดีตออแพร์ไทยในอเมริกา "ดรอปเรียนมาเป็นออแพร์ ปัจจุบันสมรสแล้ว" article
เก๋ ออแพร์ไทยในแคนาดา "อดีตครูอนุบาลจากเมืองไทย ทีได้มาเป็นออแพร์สมใจที่แคนาดา" article
เอ๋ ออแพร์ไทยในอเมริกา "1 ใน 5 ผู้เข้าชิงตำแหน่งออแพร์ไทยแห่งปี 2008" article
สาวน้อย ออแพร์ไทยในอเมริกา " 1 ใน 5 ผู้เข้าชิงออแพร์ไทยแห่งปี 2008" article
เปิ้ณ ออแพร์ไทยในอเมริกา "1 ใน 5 ผู้เข้าชิงตำแหน่งออแพร์ไทยแห่งปี 2008" article
ก้อย ออแพร์ไทยในอเมริกา " 1 ใน 5 ผู้เข้าชิงตำแหน่งออแพร์ไทยแห่งปี 2008 " article
นิด ออแพร์ไทยในแคนาดา ออแพร์ที่ทำกับโฮศต์เอเซียตลอดไม่ว่าจะอเมริกา หรือ แคนาดา article
บี ออแพร์ไทยในสวีเดน อดีตออแพร์อเมริกา ปัจจุบันเป็นออแพร์ทีสวีเดน article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในนิวยอร์ก"กว่าจะได้มาก็รอนานเป็นปี ภาษาก็ไม่ค่อยดี มาเลี้ยงเด็กแรกเกิด" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเยอรมัน "อดีตออแพร์ไทยในเยอรมัน ปัจจุบันเป็นเจ้าของโรงเรียนอนุบาลทีบ้านเกิดของเธอค่ะ" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเมกา "ออแพร์ที่ถูกรีแม็ทช์และต้องกลับเมืองไทย ทั้งที่เป็นออแพร์มาได้แค่ 2 อาทิตย์ " article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเมกา"ประสบการณ์ออแพร์ที่ทำงานคู่กับออแพร์อีกคนในเวลาเดียวกัน และดูแลเด็ก 4 คน" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเดนมาร์ก "ไปโครงการออแพร์เองไม่ผ่านเอเจนซี่ กว่าจะได้ไป และถูกรีแม็ทช์" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในนอร์เวย์ "ผิดหวังจากอเมริกา แคนาดา แต่สุดท้ายก็ได้มาเป็นออแพร์ที่นอร์เวย์" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเมกา "ชีวิตออแพร์กับการเลี้ยงเด็กสามคน และข้อคิดดีๆ กับคำว่า Flexible" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในอเมริกา "เป็นออแพร์กับครอบครัวมังสาวิรัต และจบท้ายด้วยการรีแม็ทช์" article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

 

   

      

www.thaiaupairclub.com จุดประสงค์ของเวบ คือ มีไว้เพื่อเป็นจุดศูยน์กลางแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ ของสมาชิก และเพื่อสร้างมิตรภาพของออแพร์ ทั้งบุคคลที่สนใจโครงการ เป็นออแพร์อยู่ หรือ สิ้นสุดการเป็นออแพร์แล้วก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดมาจากประสบการณ์ของสมาชิกแต่ละคนที่แตกต่างกันไป ขอให้ใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาและรับข้อมูล ทางเวบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสนับสนุนคนไทย ให้เดินทางเข้าอเมริกาอย่างผิดกฏหมาย หรือผิดวัตถุประสงค์ของการเป็นออแพร์

www.thaiaupairclub.com is the first Thai au pair community web site in Thailand. We have friendly and warm welcome for everyone, plese feel free to join us. We would love to help each other by sharing opinions and experiences openly. More than that, we would love to make our au pair program to be great experiences for everyone. Au pair is experiences for life.

รูปภาพ และ บทความทั้งหมดบนเวบนี้ ไม่อนุญาตให้ทำการพิมพ์ หรือนำไปเผยแพร่ แจกจ่าย แก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บ tanya@thaiaupairclub.com