ReadyPlanet.com
dot
dot
รับข้อมูลข่าวสาร ThaiAuPairClub

dot
dot
ประมวลภาพสังสรรค์งานไทยออแพร์คลับจ้า
dot
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 6
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 5
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 4
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 3
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 2
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 1
dot
+++ เอเจนซี่ที่แนะนำ +++
dot


ลิฟอินแคร์กิฟเวอร์ แนนนี่แคนาดา ทำงานเรียนต่อเมืองนอก ไปต่างประเทศ
Cultureal Care Thailand


สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในนิวยอร์ก"กว่าจะได้มาก็รอนานเป็นปี ภาษาก็ไม่ค่อยดี มาเลี้ยงเด็กแรกเกิด" article

ธัญญ่ามีเพื่อนสาวออแพร์ไทยในรัฐนิวยอร์กมาแนะนำให้เพื่อนๆ ได้รู้จัก กว่าจะได้มาก็รอนานเป็นปี มาแล้วได้มาอยู่เมืองใหญ่อย่างนิวยอร์ก เมืองมหานครอันโด่งดัง มาเลี้ยงเด็กทารกอายุสองเดือนเป็นออแพร์แม่ลูกอ่น  ชีวิตออแพร์ของแอนจะเป็นอย่างไร มาคุยกับเธอกันเลยดีกว่าค่ะ

 

 

ธัญญ่า: สวัสดีคะ แอน ก่อนอื่นต้องถามก่อนว่า รู้จักโครงการออแพร์ได้อย่างไร หรือจากใครค่ะ

แอน:  รู้จักโครงการออแพร์จากรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยคนหนึ่ง ตอนนั้นพี่เค้ากำลังเตรียมเอกสารสมัครออแพร์ ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจก็รู้แต่ว่ามาเป็นพี่เลี้ยงเด็กที่ประเทศอเมริกา มาพักอยู่กับครอบครัวของเด็กที่เราต้องดูแล ได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ ๆ
 
ธัญญ่า: แล้วทำไมถึงตัดสินใจเลือกมาเป็นออแพร์
แอน:    ต้องย้อนกลับไปตอนที่ทำงานอยู่ที่เมืองไทย เราทำงานตำแหน่งพนักงานธุรการ แต่เราจบคณะบริหารธุรกิจ เอกการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ งานที่ทำกับสายที่จบมาคนละเรื่องกันเลย เราอยากทำงานด้านธุรกิจนำเข้าและส่งออกสินค้า สมัครไปหลายบริษัทก็ไม่มีการติดต่อกลับมา เป็นเพราะไม่มีประสบการณ์การทำงานด้านนี้มาก่อนและที่สำคัญภาษาอังกฤษกับงานด้านนี้เป็นของคู่กัน นี่เลยเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตัดสินใจที่จะมาต่างประเทศ มาเอาภาษาจากประเทศเจ้าของภาษา จากนั้นก็เริ่มหาข้อมูลมาเรียนต่อต่างประเทศ แต่ไม่ได้อยากเรียนอย่างเดียว อยากหาเงินไปด้วย ก็มาเจอโครงการออแพร์แล้วก็บวกกับรุ่นพี่เคยพูดให้ฟังบ้าง เราคิดว่าถ้าภาษาอังกฤษดีก็เป็นจุดขายให้กับตัวเรา เราเลยตัดสินใจมาเป็นออแพร์
 
ธัญญ่า: ก่อนจะมาถึงนิวยอร์กนี้ มีปัญหาปัญหาในการสมัครออแพร์บ้างหรือเปล่าค่ะ
แอน:  สำหรับแอนแล้ว ขั้นตอนการสมัครไม่มีปัญหา แต่มีปัญหาตอนรอการติดต่อจากครอบครัว เพราะรอนานมาก
 
ธัญญ่า: รอนานทีว่านี้รอนานแค่ไหนค่ะ กว่าจะได้มา
แอน :     เรารอนานมากกว่าที่จะได้แมทช์กับครอบครัวปัจจุบันค่ะ  เรารอมาประมาณ 1 ปี  ก่อนหน้านั้นมีติดต่อเข้ามา 3 ครอบครัว ที่เรารอแมทช์นานเพราะเราเลือกมาก แต่ละบ้านมีเด็กมากว่า 2 คน วัยกำลังซนทั้งนั้น แล้วภาษาเราก็ยังไม่ค่อยดี เรากลัวจะสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง ก็กลัวว่ามาแล้วฟังกันไม่ได้พูดกันไม่รู้เรื่องจะตามมาด้วยการรีแมทช์ เพราะการทีเราพูดไม่ได้ สื่อสารกับเด็กไม่ได้ ทำให้เราควบคุมเด็กไม่ได้ ซึ่งเราไม่อยากให้เกิดรีแมทช์กับเรา  เราก็เลยค่อนข้างเลือก

 

ธัญญ่า: รู้สึกว่าแอนจะคิดกังวลเรื่องรีแม็ทช์ หรือการเปลียนโฮสต์เมื่อมาถึงเมกาแล้วมากนะค่ะ

แอน: ใช่คะ่ เรากังวลเรื่องรีแม็ทช์มาก เวลาเรารีแม็ทช์ที่อเมริกา เราไม่มีโอกาสมาเลือกครอบครัวเหมือนตอนที่เรารออยู่เมืองไทย มีบ้านไหนติดต่อเข้ามาก็ต้องรีบรับไว้ก่อน หรือถ้าไม่มีครอบครัวใหม่ติดต่อเข้ามาก็ต้องกลับเมืองไทย ด้วยความกังวลเรื่องรีแม็ทช์ของเรา  เราถึงได้เลือกอยู่หลายบ้านหลายองค์ประกอบ  แต่ผลคือ ก็เลยทำให้เราต้องรอนานเป็นปีอย่างที่เล่าไปนะคะ่

 

ธัญญ่า: มีถอดใจบ้างไหม เพราะความเลือกของเราแล้วก็ ความไม่ค่อยมีโฮสต์ติดต่อเข้ามา

แอน :    แอนนะคะ่ เกือบจะถอดใจก็หลายครั้ง แต่ถือคติ ช้าแต่ชัวร์ค่ะ

 

ธัญญ่า: แล้วเพราะเหตุไรถึงเลือกบ้านนี้  คิดว่าเราเหมาะอะไรกับเขา

แอน :     กับครอบครัวปัจจุบันที่เป็นออแพร์ให้เขานี้นะคะ เป็นครอบครัวที่ 4 ในรอบ 1 ปีที่แอนรอมาค่ะ เราใช้เวลาคุยกับบ้านนี้ประมาณ 2 สัปดาห์ แอนก็ตกลงแมทช์   ่ตอนนั้นที่เค้าหาออแพร์ ลูกเค้ายังไม่ได้คลอด ประมาณหาไว้ก่อนเดี๋ยวไม่ทันการณ์  เราแมทช์แล้วแต่รออีก 2 เดือน กว่าจะได้บินมาอเมริกา บวกกับโฮสต์ 2 คน ลาพักร้อนมาเลี้ยงลูก 2 เดือน เราบินมาตอนน้องได้ 2 เดือนพอดี โฮสต์ก็ช่วยเป็นพี่เลี้ยงสอนพี่เลี้ยงเด็กอย่างเราอีกที พออาทิตย์ที่ 3 โฮสต์ก็กลับไปทำงานกันตามปกติ

 

ธัญญ่า: แอนมาเลี้ยงเด็กแรกเกิดอายุแค่สองเดือนเลยเหรอค่ะนี้  หลายๆคนกลัวกับการเลี้ยงเด็กอ่อน แต่แอนไม่กลัวเนอะ

แอน:   เราชอบการดูแลเด็กอ่อนค่ะ เนื่องจากว่าเคยไปฝึกเก็บชั่วโมงเลี้ยงเด็กที่ สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต (คลอง 5 รังสิต-นครนายก จ.ปทุมธานี) เด็กที่เราเข้าไปขอฝึกเก็บชั่วโมงเป็นเด็กเล็ก ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 2 ขวบ มีประมาณ 20 คน ต่อ พี่เลี้ยง 3 คน เราเข้าไปช่วยพี่ ๆ เค้าอีกคน ก็รวมเป็น 4 คน เวลาป้อนข้าวเด็กจะนั่งรายล้อมตัวเราเลย ส่วนเด็กเล็กมาก ๆ ก็นั่งบนตัก เราก็ถ่ายรูปตอนที่เราป้อนข้าวเด็ก ๆ เนี่ยแหละ ได้ใจสุด ๆ ก็ได้ผลอย่างที่คาด เพราะโฮสต์บอกเราว่า เราสามารถดูแลเด็กหลาย ๆ คนได้ในเวลาเดียวกัน ก็สามารถดูแลลูกเค้าได้สบายมาก เพราะมีแค่คนเดียว ซึ่งเราก็คิดว่าจริง

ธัญญ่า:  อีกทั้งแอนก็ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาภาษาของเราที่จะสื่อสารหรือควบคุมเด็กไม่ได้ เพราะเด็กยังเล็กยังไม่พูดไม่ได้ด้วยใช่ไหมละค่ะ

แอน:    ใช่ค่ะ  


ธัญญ่า:  ตอนนี้ก็มาอยู่รัฐนิวยอร์ก เมืองอะไรค่ะ

แอน:     ครอบครัวที่อยู่ อยู่่รัฐนิวยอร์ก แต่อยู่ที่ Long Island ถ้าจะเข้าเมืองก็ต้องนั่งรถไฟประมาณ 50 นาที

 

 

ธัญญ่า:  ช่วยเล่าให้ฟังเรื่องโฮสต์อุปถัมน์ หรือที่เราเรียกกันว่า Host family ได้ไหมค่ะ

แอน:     ได้ค่ะ โฮสต์พ่อทำงานในเมืองนิวยอร์ก ทำงานบริษัทเกี่ยวกับการเงินการลงทุน ส่วนโฮสต์แม่ทำงานบริษัท CABLEVISION เป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาด โฮสต์ 2 คน อายุพึ่งจะ 30 ต้นกว่า เป็นพี่สาวกับพี่เขยเราได้เลย  ส่วนเจ้าลูกชายเขาก็เป็นลูกคนแรกของบ้านค่ะ


ธัญญ่า:  มาเล่าถึงเหตุการณ์ประทับใจกับการมาเมกาครั้งแรกบ้างดีกว่าค่ะ

แอน:     เราคิดว่าทุกอย่างเป็นเรื่องที่ใหม่หมดสำหรับเรา ก่อนที่จะมาอเมริกา เราก็ได้ศึกษาเกี่ยวกับสภาพอากาศ อาหาร วัฒนธรรม ก็เตรียมตัวเตรียมใจรับสภาพกับทุก ๆ เหตุการณ์มาบ้าง  ความประทับใจก็มีหลายเรื่องกับครอบครัวของโฮสต์ค่ะ

 

เราประทับใจกับเรื่องของการต้อนรับที่น่าประทับใจมากของครอบครัวโฮสสต์เรานะคะ เสาร์อาทิตย์แรกที่เราเข้าบ้าน โฮสต์พาไปดินเนอร์บ้านตายายของเด็ก พอเข้าไปถึง  เค้าก็ทักทายแบบคนไทย คือการยกมือไหว้ เราก็ทำท่าให้เค้าดูว่า ไหว้มันมีหลายระดับ ไหว้พระสงฆ์ ไหว้ผู้ใหญ่ ไหว้คนรุ่นเดียวกัน แล้วก็การรับไหว้เด็กที่อายุน้อยกว่า เราก็ถามเค้าว่า รู้จักการไหว้ของไทยมาจากที่ไหน ? เขาบอกอ่านจากหนังสือ ดูเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับประเทศไทยจากอินเตอร์เน็ต พอเค้ารู้ว่าจะมีออแพร์คนไทยมาดูแลหลานเค้า เค้าก็หาซื้อหนังสือมาศึกษาเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยแล้วก็พวกอาหารไทยด้วย แล้วเราก็คุยกันเรื่องการเดินทางที่เรานั่งเครื่องต่อเครื่องยาวนานมาก ๆ ให้เค้าฟัง ก็คุยกันเรื่องอากาศว่าที่ประเทศไทยอากาศร้อน เค้าก็ถามว่าที่เมืองไทยมีหิมะตกไหม ? เราก็บอกไม่มี ฮ่าๆ ตอนหลังยายของเด็กก็หายเข้าไปในบ้านแล้วก็ได้หนังสือออกมา 1 เล่ม เป็นหนังสือนิยายเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับหิมะ เพราะตอนที่เราบินมาถึงที่นี่ก็ปลายเดือนกันยายนอากาศเย็นสบาย ก็ประมาณคนพึ่งมาจากเมืองร้อน มาเจออากาศเค้าเย็น ๆ มีลมพัดหน่อย ๆ เหมือนอากาศหน้าหนาวที่เมืองไทยเลย 

 

ธัญญ่า: แอนนี้ถือว่าได้ทำหน้าที่ ออแพร์ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทยกับครอบครัวอเมริกันไปด้วยเลยนะค่ะนี้

แอน:    จากที่เล่าไปข้างต้นนะคะ โฮสต์ตายายเขาค่อนข้างให้ความสนใจในวัฒนธรรมไทย และปรเทศไทย พอตอนเดือนพฤษภาคมปีนี ้น้องชายเราบวชพระ เราก็แชร์รูปให้กับโฮสต์มัม ซึ่งเรากับโฮสต์มัมจะแชร์รูปถ่ายกันประจำอยู่แล้ว โดยผ่านทางเว็บ www.kodakgallery.com แล้วโฮสต์ก็แชร์ต่อให้กับญาติ ๆ เค้าดู พวกเค้าก็สนใจประเพณีบวชพระของไทยอีก

 

เมื่อเดือนกรกฎาคมนี่เอง เป็นการโชว์ฝีมือการทำอาหารไทย  ป้าของโฮสต์มัมบินมาเที่ยวจากรัฐฟลอริด้า เค้าก็อยากมาดินเนอร์ที่บ้านเรามากับน้องสาวเค้า (แม่ของโฮสต์มัม) มาขอชิมฝีมืออาหารของคนไทยอย่างเรา เราก็สนองด้วยการทำต้มยำกุ้ง ไข่ลูกเขย และผัดไท ทุกคนกินกันอย่างเอร็ดอร่อย นี่เป็นแค่บางตัวอย่างที่เราได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย ให้กับครอบครัวอเมริกัน จะได้สมกับวีซ่า J-1 ที่ถือครอบครอง
 
ธัญญ่า: ผ่านเรื่องประทับใจกันแล้ว มาเรื่องปัญหากันบ้างดีกว่า

แอน:      สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นกับเรา เกิดขึ้นช่วงแรกที่เข้ามาบ้านใหม่ ๆ ก็เป็นปัญหาเหมือนเพื่อนออแพร์หลาย ๆ คนเจอ คือ โฮสต์ให้ทำงานเกิน 45 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เรื่องก็มีอยู่ว่า 2 สัปดาห์แรกก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะโฮสต์ยังอยู่บ้าน พอถึงเวลาเลิกงานเราเค้าก็มารับลูกไปดูแลต่อ บ้านเราจะจ่ายค่าจ้างเป็นเงินสดทุกเย็นวันศุกร์ พอสัปดาห์ที่ 3 เราทำงานเกินเป็น 50 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เราก็เขียนลงในกระดาษตารางการทำงานของเราแต่ละวันที่ต้องเอาให้โฮสต์ทุกเย็น ตอนเย็นวันศุกร์เค้าก็จ่ายเงินให้เราตามรายได้ปกติ เราก็ยื่นกระดาษให้เค้าอ่าน ว่าอาทิตย์ที่ผ่านมาเราทำงานเกินมา 5 ชั่วโมง แล้วโฮสต์แดดก็ถามว่า เราจะเอาอย่างไร ? เราก็บอกว่า เราต้องการชั่วโมงที่เกินมา ชั่วโมงละ $5 แล้วเค้าก็ยังไม่พูดอะไรต่อ เราก็เดินเข้าห้องเรา เราแอบคิด  ถ้ามีปัญหากับชั่วโมงการทำงานแล้วต้องรีแมทช์ก็ไม่เป็นไร เราไม่อยากให้เรื่องชั่วโมงการทำงานมาทำให้เราไม่มีความสุขระยะยาว ช่วงแรกที่โฮสต์อยู่บ้านเราก็ดูแลเด็ก 45 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถ้าเค้ากลับไปทำงานแล้วเราต้องดูแลเด็กวันละ 10 ชั่วโมงเราก็ไม่ไหวเหมือนกัน

 

ธัญญ่า: ออแพร์ทำงานตามค่าแรงที่กำหนดไว้ไม่เกิน 45 ชั่วโมงต่อสัปดาห์นะคะ
แอน:    ใช่ค่ะ เราเข้าใจจุดนี้ว่าเราปฏิบัติตามกฏโครงการ ที่เราขอเราคิดว่าสมเหตุสมผล และจะได้แฟร์ทั้งตัวเราด้วย

 

ธัญญ่า:  แล้วตกลงเป็นอย่างไรต่อค่ะ

แอน:     โฮสต์มัมก็ไปเรียกเรามาคุย แล้วโฮสต์แดดก็เป็นคนจ่ายเงินให้เรา เพิ่มตามที่เราต้องการ แต่เรื่องยังไม่จบ

 

ธัญญ่า:  จะโดนรีแม็ทช์ไหมนี้

แอน:     วันจันทร์ถึงวันศุกร์เราต้องนั่งดินเนอร์กับโฮสต์ทุกวันตามกฎของบ้าน วันจันทร์ก็นั่งดินเนอร์กันปกติกับโฮสต์มัมสองต่อสอง เนื่องจากโฮสต์พ่อทำงานในเมือง บางวันก็กลับเร็ว บางวันก็กลับช้า แล้วผู้หญิงสองคนนั่งกินข้าวด้วยกัน ก็ไม่รู้จะคุยอะไรกันมันก็เงียบ ๆ โฮสต์แม่คงทนไม่ไหวมั้งค่ะ เลยพูดออกมาว่า  เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาเค้ารู้สึกอึดอัดใจมาก เค้าบอกว่า นึกว่าจะอยู่กันแบบครอบครัว เราก็ถามเค้าว่าต้องการเงินคืนไหม  เค้าบอกเรื่องเงินไม่สำคัญ เราก็บอกขอโทษที่ทำให้รู้สึกอึดอัดใจ พอดินเนอร์กันเสร็จโฮสต์แดดก็กลับมา แล้วเราก็ต้องออกไปเรียน ESL เรามีเรียนวันจันทร์กับวันอังคารตอนเย็นกลับมาก็ค่ำ  ซึ่งโฮสต์แดดมีหน้าที่ไปส่งแล้วก็ไปรับกลับบ้าน วันนั้นเราเรียนหนังสือไม่รู้เรื่องเลย พลอยอึดอัดใจไปด้วย ไม่คิดว่า ฝรั่งจะคิดเล็กคิดน้อยเป็นด้วย แทนที่เราต้องเป็นฝ่ายคิด เพราะเรามาต่างบ้านต่างเมือง ทุกอย่างก็ต้องปรับตัว เราไม่ใช่เป็นคนที่ไม่มีน้ำใจนะ ถ้าเค้าบอกเราก่อนว่า อาจจะกลับบ้านช้า ทำไมเราจะช่วยดูแลเด็กให้ไม่ได้ นิสัยคนไทยชอบช่วยเหลืออยู่แล้ว แต่เราคิดว่า มันเป็นสิทธิ์ของเราที่เราต้องพูดออกมา นิสัยคนไทยที่ไม่ควรเอามาใช้ที่อเมริกาก็คือ ความเกรงใจ เพราะฝรั่งเค้าไม่สนใจหรอก ถ้าพูดออกมาแล้วทำให้เราไม่สบายใจก็ยังดีกว่าไม่พูดออกมาเลย ทำให้เค้าไม่รู้ความคิดของเรา แล้วคนที่อยู่แบบไม่มีความสุขก็คือตัวของออแพร์เอง เพราะอยู่แบบทนอยู่

 

ธัญญ่า:  แอนก็รู้สึกไม่สบายใจ แต่การที่ได้พูดออกมากันทั้งสองฝ่ายแสดงความรู้สึกให้รู้กันนี้ก็ทำให้ต่างรู้ความรู้สึกและความต้องการของกันและกัน

แอน:     แต่ตอนนี้เรากับโฮสต์ก็เข้าใจกันดีแล้วไม่เคยมีปัญหาอีกเลย แถมตอนนี้ก็ทำสัญญาต่อปีที่ 2 กันเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย ปัจจุบันเราอยู่แบบอยู่ทน ซึ่งมีความสุขกว่ามาก  2 ประโยคใช้คำพูด คำเดียวกัน แต่ต่างความหมาย
 
ธัญญ่า: ทราบว่าแอนเที่ยวแบบประหยัด อยากจะให้เล่าให้ฟังว่าไปไหนมาบ้าง แล้วไปกับทัวร์อย่างไรที่ว่าประหยัดนะค่ะ

แอน:     สำหรับเรื่องเที่ยวนี้ไม่ถึงกับถนัดแต่เน้นแบบประหยัดแล้วก็ได้คุณภาพ เราขอยกตัวอย่างเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เราไปเที่ยวบัสทัวร์ ทริปน้ำตกไนแองการ่า 2 วัน 1 คืน จากเว็บไซต์ www.gotobus.com ซึ่งก็จะมีอีกหลายสถานทีท่องเที่ยวที่น่าสนใจมาก เป็นการเที่ยวที่ค่อนข้างประหยัดแล้วก็ได้คุณภาพ ซึ่งก็คุ้มมากสำหรับรายได้ของออแพร์

 

 

 

ส่วนตอนเย็นกลับมาถึง NYC เราก็ไปเที่ยวต่อที่ Empire State Building ค่าขึ้นไปบนตึกเพื่อดูนิวยอร์กซิตี้ในยามค่ำคืน ก็คนละ $19 แต่รอต่อแถวซื้อตั๋วนานมากเพราะเป็นวันอาทิตย์ รอต่อคิวเพื่อขึ้นไปชั้นข้างบนประมาณ 40 นาที ถ้าจะขึ้นไปบนตึกควรมาตั้งแต่เย็น ๆ เพราะยิ่งดึกคนยิ่งเยอะ เราออกจากตึกก็ประมาณเกือบสี่ทุ่ม เห็นมีคนต่อแถวขึ้นไปข้างบนอีกเพียบ สรุปว่า 2 วันนี้เป็นการเที่ยวที่มาราธอนมาก แต่คุ้มเกินคุ้ม

 
พออีกอาทิตย์นึงเราก็เข้าไปเที่ยวในเมืองอีก แต่คราวนี้ไป Statue of Liberty ตามเว็บไซต์นี้
http://www.newyorkpass.com/ny-statue-of-liberty.asp ราคาตั๋วคนละ $12 ซึ่งก็จะได้เที่ยวทั้ง Statue of Liberty กับ Ellis Island ซื้อตั๋วครั้งเดียวได้เที่ยวสองเกาะ ไม่มีเวลาจำกัดว่าจะเดินแต่ละที่นานแค่ไหน ถ่ายรูปได้ตามสบายใจ เก็บภาพประทับใจได้พอสมควรแล้ว ก็ไปรอขึ้นเรือ Ferry แต่ถ้ารีบหน่อยก็ดี เพราะคนรอต่อแถวยาวมาก สำหรับเราไม่ได้ซื้อบัตรทัวร์ The New York Pass แต่เอาลิ้งมาให้เพื่อน ๆ ที่สนใจได้เข้าไปดูรายละเอียดเกี่ยวสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมในนิวยอร์กซิตี้ ของเราเที่ยวแบบประหยัดไปขอยืมไกด์บุ๊คจากห้องสมุดใกล้บ้าน แล้วก็มาเปิดศึกษาเส้นทางที่จะไป แล้วก็มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง เราก็แวะถ่ายรูปเรื่อยไป ไกด์บุ๊คเป็นเพื่อนนำทางที่ดีที่สุดในวันนั้น ได้ถ่ายรูปได้เดินเที่ยวแบบไม่ต้องรีบร้อน ได้ช็อปปิ้งหลายห้างหลายร้าน ประมาณว่าผ่านห้างไหนร้านไหนเข้าหมด แต่เข้าไปดูสินค้าซะเป็นส่วนใหญ่ ก็ช็อปแต่ของที่อยากได้จริง ๆ แล้วก็จำเป็น (ต้องทำใจแข็งเข้าไว้) การเดินทางก็สะดวกสบายขึ้นเรือกลับเข้ามาฝั่งนิวยอร์กก็เดินไปต่อ subway เดินทางด้วย subway สะดวกที่สุด แล้วก็ราคาไม่แพงด้วย $2 ต่อการขึ้น 1 ครั้ง ถ้าเทียบกับรถแท็กซี่สีเหลือง

 

ธัญญ่า:  มีคำแนะนำเพื่อนๆ ทีอยากมาเที่ยวนิวยอร์กบ้างไหมคะ ในฐานะทีได้เที่ยวมาแล้ว

แอน:     คำแนะนำสำหรับเพื่อน ๆ ต่างรัฐ ถ้าอยากมาเที่ยวนิวยอร์ก ควรวางแผนว่าอยากมาเที่ยวที่ไหนมากที่สุด แล้วมีเวลากี่วันสำหรับการเที่ยวในนิวยอร์ก เพราะถ้าไม่ได้เตรียมตัวพอมาถึงแล้วก็จะไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนก่อน จะทำให้เสียเวลาเปล่า ๆ อุตส่าห์เดินทางมาถึงนิวยอร์ก

ถ้าเพื่อนคนไหนวางแผนที่จะมาเที่ยวนิวยอร์กแล้วก็อยากไปรอบๆ นิวยอร์ก ซึ่งไม่ใช่แต่ในซิตี้ก็ลองเข้าไปจองตั๋วออนไลน์กับทางเว็บไซต์ www.gotobus.com เพราะทัวร์เค้าจะมีไปหลายสถานที่มาก แล้วก็ออกเกือบทุกวัน ถ้าเที่ยวคนเดียวจะค่อนข้างแพงกว่าสอง สามหรือสี่คน ควรหาเพื่อนมาด้วยจะได้แชร์ค่าใช้จ่ายกันได้ในราคาประหยัดกว่า ถ้าสนใจอยากได้คำปรึกษายินดีช่วยเหลือเต็มที่เท่าที่ช่วยได้แล้วก็ทุก ๆ เรื่องค่ะ

 

ธัญญ่า:  ตามกฏโครงการออแพร์ ออแพร์จะต้องเรียนไม่น้อยกว่า หก หน่วยกิตจากสถาบันทีสูงกว่า ระดับ มัธยมปลาย ทีเรียน ESL ก็ใช้เคลมไม่ได้เพราะว่าเป็นแค่ระดับไฮสคูล สอนภาษาทั่วไปแบบฟรีๆ

แอน    ใช่ค่ะ แอนไปเรียนที่ community college เอาหน่วยกติ  อันนี้ได้ขับรถไปเรียนเองจากบ้านถึงที่เรียนประมาณ 30 นาที ซึ่งเราลงเรียนหลักสูตร Compehension เรียนทุกวันอาทิตย์ตั้งแต่ 8:00 am.-2:30 pm. แล้วก็มี LAB ต่ออีก 2 ชั่วโมง ทั้งหมด 10 สัปดาห์ อันนี้เรียนแบบมาราธอนมาก เรียนตั้งแต่เช้าถึงเย็น แต่ก็ดีตรงที่ได้เพื่อนที่รุ่นราวคราวเดียวกัน พวกเค้าก็ย้ายตามสามีมาตั้งหลักปักฐานกันที่อเมริกา ก็มาอยู่คนละหลาย ๆ ปีแล้ว แต่ก็ยังต้องมาเรียน เพราะอยู่บ้านก็คุยภาษาถิ่นกับครอบครัว แล้วก็มีสังคมคนรอบข้างเป็นคนจากชาติเดียวกันอีก เลยทำให้ภาษาไปได้ช้า

 

ธัญญ่า:  แล้วคิดว่าตอนนี้ภาษาตัวเองดีขึ้นบ้างหรือยัง เพราะก่อนมากังวลเรื่องภาษาของตัวเองมาก

แอน:     แต่สำหรับออแพร์อย่างเราอยู่บ้านก็เจอฝรั่ง สภาพแวดล้อมเพื่อนบ้านก็เป็นฝรั่งหมดทำให้เราได้ภาษาค่อนข้างเร็ว แต่ไม่ถึงกับดี เพราะติดตรงที่ระหว่างวันทำงานเราต้องใช้เวลาอยู่กะเด็กเล็กมาก พูดก็ยังไม่ได้ แต่โฮสต์เค้าก็เข้าใจ เค้าก็เลยติดเคเบิลทีวีในห้องนอนเราให้เรา เพื่อให้ได้ดูฝึกภาษาแล้วก็พักผ่อนหลังเลิกงานไปในตัว เราก็ใช้วิธีติดตั้ง caption ไว้ที่ TV เพื่อให้เราได้อ่านแล้วก็ได้ฟังไปพร้อม ๆ กัน เพราะบางคำฟังไม่ทัน ก็ยังดีที่ได้อ่าน ถ้าเพื่อน ๆ สนใจก็ลองเอาไปใช้ได้ ได้ประโยคที่ถูก แล้วก็ยังได้คำศัพท์ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น เราว่าภาษาเราดีขึ้น
 
ธัญญ่า:  หลายคนมองว่าการอยู่นิวยอร์ก เป็นเมืองใหญ่ ได้เที่ยวเยอะมีความสะดวกสบายอันนี้จริงไหม

แอน: สำหรับนิวยอร์กเป็นเมืองเศรษฐกิจเมืองหนึ่งของอเมริกา เลยทำให้การคมนาคมสะดวกสบาย แต่ต้องอยู่ในนิวยอร์กซิตี้ แต่ถ้าเป็นชานเมืองก็ยังต้องพึ่งรถยนต์ส่วนตัวเหมือนรัฐอื่น ๆ เรื่องค่าใช้จ่ายก็สูงตามความเจริญของเมือง เช่น ภาษี, ที่พัก, อาหารการกิน ฯลฯ แต่ดีตรงที่เป็นออแพร์อย่างเราที่พักก็มีให้ ส่วนอาหารการกินก็กินกับครอบครัว นอกจากวันหยุดเสาร์อาทิตย์ หากินเอง แต่ก็ไม่ค่อยกล้าซื้อกินเท่าไหร่เห็นราคาแล้วก็ไม่อยาก (สำหรับเรา) รายได้ไม่มากถ้าซื้อกินตามอำเภอใจละก็จะคุมค่าใช้จ่ายไม่ค่อยอยู่ ส่วนสถานที่ที่น่าสนใจก็มีหลายแห่ง เช่นที่เราได้ยกตัวอย่างไว้ข้างต้น ส่วนถ้าใครชอบช็อปปิ้งก็มีห้างร้านให้เลือกเดินตามชอบใจ

 

ธัญญ่า: แล้วที่ว่า เมืองหลวงอย่างนิวยอร์กนี้อันตราย แล้วเราคิดว่าไง
แอน:    สำหรับ NYC เป็นเมืองที่อันตรายค่อนข้างสูง อาจจะเป็นเพราะความแตกต่างของภาษา เชื้อชาติ ศาสนา สีผิว มีผู้คนหลากหลายชนชั้นอาศัยอยู่ ทุกอย่างดูเร่งรีบไปหมด จะสังเกตุเห็นได้จากตอนเช้าเวลาเริ่มงานกับเวลาเลิกงานตอนเย็นจะเร่งรีบมาก ผู้คนเดินกันขวักไขว้ เดินกันเร็วมาก แล้วหน้าตาแต่ละคนเอาจริงเอาจังกับชีวิต แบบว่า ถ้ามามัวเดินชมนกชมไม้ อาจโดนเดินชนได้ อาจแถมด้วยไม่ได้รับคำขอโทษ แต่จะได้รับการต่อว่าแทน ช่วงที่เรามาถึงนิวยอร์กใหม่ ๆ ออแพร์บริษัทที่เรามาจัดปฐมนิเทศที่โรงแรมใน NYC ตอนกลางคืนจะได้ยินเสียง sirens รถตำรวจ รถพยาบาลวิ่งกันตลอดทั้งคืน เมืองที่เจริญก็ย่อมแฝงไว้ด้วยอันตราย ถึงแม้ว่านิวยอร์กจะเป็นเมืองที่อันตรายอันดับต้น ๆ ของอเมริกา แต่ผู้คนจากหลายถิ่นก็ยังอยากที่เข้ามาได้ลองสัมผัส NYC เมืองที่ไม่เคยหลับ

 
ธัญญ่า:  อยากจะฝากอะไรถึงผู้สนใจโครงการออแพร์
แอน:     สำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจเข้าร่วมโครงการออแพร์ อย่างแรกลองถามตัวเองก่อนว่า ต้องการอะไรจากโครงการออแพร์ ชอบงานที่ต้องมาคลุกคลีอยู่กับเด็กไหม คาดหวังเกี่ยวกับภาษาอังกฤษแค่ไหน รับได้ไหมกับประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าด้านบวก หรือด้านลบ ระยะเวลา 365 วัน ถือว่าไม่มากสำหรับออแพร์ที่อยู่แล้วมีความสุข แล้วก็ไม่น้อยสำหรับออแพร์ที่อยู่แล้วต้องทนทุกข์ แต่ถ้าเป็นคนรักความสบาย อันนี้ไม่สนับสนุนให้มาโครงการออแพร์ ชีวิตออแพร์ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ตอนนี้ออแพร์เป็นที่นิยมมากในเมืองไทยในสถานการณ์เศรษฐกิจแบบนี้ ก็ลองศึกษาประสบการณ์ของออแพร์แต่ละคนก่อน ออแพร์ส่วนมากตอนเริ่มสมัครเข้าโครงการอารมณ์ประมาณว่าเมื่อไหร่จะได้แมทช์ซะทีฉันอยากบินใจจะขาดแล้วแต่พอแมทช์แล้วได้บินก็เริ่มเบื่อหน่ายทำให้ชีวิตออแพร์ไม่มีความสุขในระยะเวลา 1 ปี มีคิดต่ออีกว่า เมื่อไหร่จะจบครบ 1 ปีซะทีอยากกลับบ้านแล้ว อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเหมือนเมืองไทย สำหรับคนที่กำลังเป็นออแพร์และก็คนที่กำลังใจสนใจโครงการออแพร์ ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ชีวิตก็ต้องสู้ ต้องก้าวเดินหน้าต่อไป ถ้าผ่านประสบการณ์นี้ไปได้ทุกอย่างก็จะเป็นความทรงจำที่น่าประทับใจในครั้งหนึ่งของชีวิต
 

schomsorn@hotmail.com

 

ธัญญ่า ประทับใจชีวิตสาวออแพร์ แอน จริงๆค่ะ หวังว่าเรื่องราวสาวออแพร์แอนของธัญญ่าที่นำมาสัมภาษณ์ให้ในวันนี้จะให้ข้อคิดกับโครงการออแพร์มากยิ่งขึ้นนะค และถ้าใครต้องการติดต่อพูดคุยกับแอน แอนยินดีค่ะ ติดต่อได้ที่

 

 

 



ธัญญ่า:  เล่าเรื่องการเรียนให้ฟังหน่อยค่ะว่าเรียนภาษากับ โรงเรียนสอนภาษาที่สองเป็นอย่างไรบ้าง
แอน:     เราเริ่มต้นเรียนช่วง Fall เราเรียน ESL กับโรงเรียนไฮสคูลของรัฐบาล ซึ่งเปิดสอนภาษาอังกฤษฟรี เรียนทุกวันจันทร์,วันอังคาร เวลา 6:30 - 9:00 pm. ทั้งหมด 10 สัปดาห์ ซึ่งเพื่อนในชั้นเรียนก็เป็นคนอายุมาก ซึ่งตามลูกตามหลานมาอาศัยอยู่อเมริกา แล้วก็มาอยู่กันคนละหลาย ๆ ปีแล้วด้วย มีแต่ออแพร์อย่างเราที่อายุน้อยที่สุด (แอบดีใจ) แล้วก็พึ่งจะมาอยู่ได้ไม่ถึงเดือน นักเรียนในชั้นเรียนมีประมาณ 10 คน เพราะเรียนช่วงเย็น แต่เราสามารถไปลงเรียนได้เพราะมีเวลาว่างตอนเย็น แล้วโฮสต์ก็ไปรับ-ไปส่ง เพราะเราพึ่งมาอยู่ถนนหนทางก็ยังไม่รู้จัก บวกกับเรียนช่วงเย็นโฮสต์เค้าก็กลัวว่าเรายังใหม่กับเมืองใหญ่แบบนี้ ก็เลยอาสาที่จะไปรับ-ไปส่ง




สัมภาษณ์เพื่อนออแพร์ไทยในต่างแดน

กิฟท์ แนนนี่แคนาดากับพีอาร์หนึ่งใบ
ฝัน อดีตออแพร์เมกา
บลู ออแพร์ไทยในอเมริกา
ซิ่ว ออแพร์ไทยอเมริกา article
อ้อม ออแพร์ไทยนอร์เวย์ article
ทราย ออแพร์ไทยอเมริกา article
นก ออแพร์ไทยในอเมริกา article
บุ๋ม ออแพร์ไทยในอเมริกา article
ยุ้ย อดีตออแพร์ไทยในอเมริกา article
ติ๊ก ออแพร์ไทยในอเมริกา article
เหมียว ออแพร์ไทยในอเมริกา " เลี้ยงเด็กแฝด ไม่ใช่เรื่องยากส์ เหมียวทำได้ คุณก็ทำได้" article
ตูน ออแพร์ไทยในแคนาดา article
ไอซ์ ออแพร์ไทยในฝรั่งเศศ article
ติ๊ก ออแพร์ไทยในนอร์เวย์ article
พงศ์อิศเรส ออแพร์ชายไทยในเยอรมัน "อยากมาก็ได้มาเยอรมันสมใจ ออแพร์ชายที่มีแนวความคิดที่ดีมาก" article
ป้าออพัว อดีตออแพร์ไทยในอเมริกา "สมาชิกกิตติมศักดิ์ของไทยออแพร์คลับ ปัจจุบันสมรสแล้ว" article
แอน ออแพร์ไทยในเบลเยียม "ออแพร์สองประเทศแล้ว เนเธอแลนด์ ปัจจุบันเบลเยียม" article
อร ออแพร์ไทยในเดนมาร์ก " ออแพร์สองประเทศแล้ว เนเธอแลนด์ และปัจจุบัน ออแพร์เดนมาร์ก" article
โน๊ต ออแพร์ไทยในแคนดา " อดีตออแพร์เมกา ปัจจุบันออแพร์แคนาดา" article
อภิญญา ออแพร์ไทยในนอร์เวย์ "สองปีที่ได้เป็นออแพร์ทีนอร์เวย์ มีเรื่องและข้อมูลดีๆ เยอะเลยจ้า" article
ยิ้ม ออแพร์ไทยในอเมริกา "สาวไทยไซส์ XXL ก็มาเป็นออแพร์ได้ พร้อมประสบการณ์รีแม็ทช์มาแชร์กัน" article
ตุ๊กตุ่น อดีตออแพร์ไทยในอเมริกา "ดรอปเรียนมาเป็นออแพร์ ปัจจุบันสมรสแล้ว" article
เก๋ ออแพร์ไทยในแคนาดา "อดีตครูอนุบาลจากเมืองไทย ทีได้มาเป็นออแพร์สมใจที่แคนาดา" article
เอ๋ ออแพร์ไทยในอเมริกา "1 ใน 5 ผู้เข้าชิงตำแหน่งออแพร์ไทยแห่งปี 2008" article
สาวน้อย ออแพร์ไทยในอเมริกา " 1 ใน 5 ผู้เข้าชิงออแพร์ไทยแห่งปี 2008" article
เปิ้ณ ออแพร์ไทยในอเมริกา "1 ใน 5 ผู้เข้าชิงตำแหน่งออแพร์ไทยแห่งปี 2008" article
ก้อย ออแพร์ไทยในอเมริกา " 1 ใน 5 ผู้เข้าชิงตำแหน่งออแพร์ไทยแห่งปี 2008 " article
นิด ออแพร์ไทยในแคนาดา ออแพร์ที่ทำกับโฮศต์เอเซียตลอดไม่ว่าจะอเมริกา หรือ แคนาดา article
บี ออแพร์ไทยในสวีเดน อดีตออแพร์อเมริกา ปัจจุบันเป็นออแพร์ทีสวีเดน article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเยอรมัน "อดีตออแพร์ไทยในเยอรมัน ปัจจุบันเป็นเจ้าของโรงเรียนอนุบาลทีบ้านเกิดของเธอค่ะ" article
สัมภาษณ์ ออแพร์ชายไทยในเมกา "กว่าจะได้มาเป็นออแพร์สมใจต้อรอนาน แล้วผู้ชายดูแลเด็กได้จริงหรือเปล่านี้" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเมกา "ออแพร์ที่ถูกรีแม็ทช์และต้องกลับเมืองไทย ทั้งที่เป็นออแพร์มาได้แค่ 2 อาทิตย์ " article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเมกา"ประสบการณ์ออแพร์ที่ทำงานคู่กับออแพร์อีกคนในเวลาเดียวกัน และดูแลเด็ก 4 คน" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเดนมาร์ก "ไปโครงการออแพร์เองไม่ผ่านเอเจนซี่ กว่าจะได้ไป และถูกรีแม็ทช์" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในนอร์เวย์ "ผิดหวังจากอเมริกา แคนาดา แต่สุดท้ายก็ได้มาเป็นออแพร์ที่นอร์เวย์" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเมกา "ชีวิตออแพร์กับการเลี้ยงเด็กสามคน และข้อคิดดีๆ กับคำว่า Flexible" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในอเมริกา "เป็นออแพร์กับครอบครัวมังสาวิรัต และจบท้ายด้วยการรีแม็ทช์" article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

 

   

      

www.thaiaupairclub.com จุดประสงค์ของเวบ คือ มีไว้เพื่อเป็นจุดศูยน์กลางแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ ของสมาชิก และเพื่อสร้างมิตรภาพของออแพร์ ทั้งบุคคลที่สนใจโครงการ เป็นออแพร์อยู่ หรือ สิ้นสุดการเป็นออแพร์แล้วก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดมาจากประสบการณ์ของสมาชิกแต่ละคนที่แตกต่างกันไป ขอให้ใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาและรับข้อมูล ทางเวบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสนับสนุนคนไทย ให้เดินทางเข้าอเมริกาอย่างผิดกฏหมาย หรือผิดวัตถุประสงค์ของการเป็นออแพร์

www.thaiaupairclub.com is the first Thai au pair community web site in Thailand. We have friendly and warm welcome for everyone, plese feel free to join us. We would love to help each other by sharing opinions and experiences openly. More than that, we would love to make our au pair program to be great experiences for everyone. Au pair is experiences for life.

รูปภาพ และ บทความทั้งหมดบนเวบนี้ ไม่อนุญาตให้ทำการพิมพ์ หรือนำไปเผยแพร่ แจกจ่าย แก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บ tanya@thaiaupairclub.com