ReadyPlanet.com
dot
dot
รับข้อมูลข่าวสาร ThaiAuPairClub

dot
dot
ประมวลภาพสังสรรค์งานไทยออแพร์คลับจ้า
dot
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 6
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 5
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 4
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 3
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 2
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 1
dot
+++ เอเจนซี่ที่แนะนำ +++
dot


ลิฟอินแคร์กิฟเวอร์ แนนนี่แคนาดา ทำงานเรียนต่อเมืองนอก ไปต่างประเทศ
Cultureal Care Thailand


โอกาสทางการศึกษากับโครงการ"ออแพร์" article





ตามกฏโครงการออแพร์อเมริกาแล้ว ทุกคนที่มาเป็นออแพร์ ในการเป็นออแพร์หนึ่งปีจะต้องเรียนหนังสือ โดยมีเงื่อนไขในการเรียนหลักๆดังนี้


 

1. จะต้องเรียนไม่น้อยกว่า 6 หน่วยกิต หรือ 72 ชั่วโมง (เอเจนซี่ไทยเมกันกำหนดว่า ถ้าเรียนแบบนับชั่วโมงต้องไม่ต่ำกว่า 80 ชั่วโมง)

2. เรียนกับสถาบันการศึกษาที่มีวิทยฐานะสูงกว่าระดับมัธยมศึกษาปีที่หก ( ระดับอุดมศึกษานั้นเอง)

3. โดยจะต้องเป็นการเรียนแบบเข้าชั้นเรียน ( ตัวเราจะต้องไปนั่งเรียนเข้าเรียนเจออาจารย์ เจอเพื่อนๆ นักเรียนในชั้นคนอื่นๆ )ไม่สามารถเรียนออนไลน์ เรียนทางไกล หรือว่าเรียนแบบทัวร์ได้อีกแล้ว

 

แต่ก่อนนั้น ตอนธัญญ่าเป็นออแพร์ การเรียนของออแพร์เพื่อเอาเครดิต ไม่จำเป็นต้องเข้าเรียนก็ได้ เรียนแบบออนไลน์ก็ได้ กับพวกมหาลัยวิทยาลัยทีเปิดคอรส์สอนออนไลน์ หรือจะเรียนแบบเทียวกับทัวร์แ้ล้วได้เครดิตการศึกษา (ไปเทียวกับทัีวร์แล้วส่งรายงาน) ตอนนั้นก็สามารถทำได้ แต่ปัจจุบันนี้ทำไม่ได้แล้วอย่างเด็ดขาดค่ะ

 

ออแพร์ไปเรียนได้ตอนไหน?

สำหรับการไปเรียนของออแพร์นั้น จะต้องเป็นเวลาหลังจากทำงาน หรือเวลาว่าง  โดยออแพร์จะเรียนวิชาอะไรก็ได้ค่ะ แล้วแต่ความสนใจ เอเจนซี่อาจจะบอกว่าให้เรียนวิชาที่ออกแนวเพื่อการเรียนรู้ประวัติศาสต์วัฒนธรรมอเมริกา แต่จริงๆ แล้วถ้าเราจะเรียนการตลาด การหุ้น เรียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่างๆ มันก็ไม่ผิดหลักแต่อย่างไรจ้า  และจะเรียนที่ไหนก็ได้ตามแต่สะดวก เช่นเรียนในเมืองตัวเองหรือจะเรียนต่างเมืองไกลออกไป ไม่มีปัญหา โดยสถานทีการเรียนนั้น คนรับผิดชอบคือตัวเราหาเองค่ะ โอสต์้ถ้าเขาช่วยหาให้ก็ดีไปน้ำใจ แต่โดยปกติแล้ว ที่ปรึกษาท้องถิ่นก็จะมีรายชื่อของสถานศึกษาในละแวกความดูแลของตนมาเสนอให้ค่ะ 

 

แต่ว่าไม่ว่าจะเรียนอะไรขอให้ระลึกว่าที่เพื่อนๆ เรียนนั้น เข้าตามเกณท์ตามหลักที่ธัญญ่าได้ให้มาหรือเปล่า ถ้าตรงตามหลักสามอย่างที่ให้มาข้างต้น เพื่อนๆ ก็มั่นใจได้เลยว่าการเรียนของเพื่อนๆ เป็นไปตามกฏระเบียบของโครงการออแพร์ค่ะ จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาในภายหลัง

 

 

สำหรับโฮสต์นั้น จะต้องจ่ายเงินช่วยเรื่องการเรียนของออแพร์ปีละสูงสุดไม่เกิน 500 เหรียญ และโฮสต์สามารถจ่ายได้ตามจริง เช่นถ้าออแพร์เรียนไม่ถึงห้าร้อยเหรียญ เช่นออแพร์ลงหนึ่งวิชา ซึ่งวิชานั้นมีค่าสองหน่วยกิต หน่วยกิตละ 100 เหรียญ สองหน่วยกิตก็ 200 เหรียญ หนังสือหนึ่งเล่มราคาอีกเล่มละ 100 เหรียญดังนั้นโฮสต์สามารถจ่ายได้ตามจริงคือ 300 เหรียญ

ถ้าออแพร์ต้องจ่ายค่าเรียนเกิน  500 เหรียญ โฮสต์ก็มีสิทธิ์จ่ายช่วยสูงสุดไม่เกิน 500 เหรียญตามที่ได้กล่าวมา นอกเหนือเกินไปจากห้าร้อยเหรียญ ออแพร์ต้องเป็นคนรับผิดชอบค่ะ จะครอบคลุมพวกค่าเดินทางไปเรียนด้วยก็ได้ แล้วแต่จะตกลงกับโฮสต แต่ทั้งที่ทั้งนั้นก็ไม่เิกินวงเงิน 500 เหรียญที่โฮสต์ต้องรับผิดชอบนะคะ่

 

แล้วโดยทั่วไปมหาลัยหรือวิทยาลัย ราคาค่าเรียนต่อหน่วยกิตประมาณเท่าไหร่?

แนะนำว่าถ้าอยากเรียนราคาถูกต้องลงเรียนกับ community college วิทยาลัยชุมชน หน่วยกิตประมาณ 100 เหรียญแต่ถ้าลงเรียนกับมหาวิทยาลัย หน่วยกิตจะแพงมากกว่า $100 เหรียญแน่นอนค่ะ

 

แล้วไปถึงอเมริกาได้เรียนทันทีเลยไหม?

การเรียนกับสถานอุดมศึกษา เขาจะเปิดรับนักศึกษากันเป็นเทอมๆ นะคะ่ ถ้าเรามาแล้วเขาเปิดเทอมเรียนกันไปแล้ว เราก็ต้องรอลงเรียนเทอมต่อไป ก็เหมือนกับสถานบันอุดมศึกษาของไทยที่ต้องรอเรียนกันเป็นเทอมๆ

ภาคการศึกษาของอเมริกาส่วนใหญ่เห็นเห็นใช้กันเยอะๆ จะเป็น 3 ภาคการศึกษาดังนี้

·        Fall กันยาถึงมกราคม เป็นเทอมการศึกษาแรกของปีการศึกษา (จะมีคริสมาสเบรคช่วงธันวาคมถ้าเทียบกับเมืองไทยก็คือเดือนพฤษภาคมที่เป็นเดือนแรกของปีการศึกษาไทย)

·        Spring ระหว่างปลายมกราคมหรือต้นกุมภาถึงมิถุนายน (จะมีสปริงเบรคช่วงมีนาคมหนึ่งอาทิตย์)

·        Summer ปิดเทอม เดือนกรกฏาคมและสิงหาคม (ถ้าใครจะลงเรียนเก็บหน่วยกิตก็ได้ไม่ว่ากัน)

 

แล้ว 500 เหรียญทีโฮสต์จ่ายนี้ เรียนอะไรได้มากน้อยแค่ไหน?

ถ้าเรียนกับวิทยาลัยชุมชนก็จะได้ประมาณ 5-6 หน่วยกิต แต่ไม่รวมค่าหนังสือนะคะ่ อันนี้แค่ค่าหน่วยกิตที่ลงทะเบียนเรียนค่ะ

 

นอกเหนือไปจากค่าหน่วยกิตลงทะเบียนเรียนแล้ว เราต้องจ่ายอะไรบ้าง?

ค่าที่เกียวเนื่องกับการเรียนก็คือ ค่าหนังสือเรียน ซึีงหนังสือเล่มๆ หนึี่งนั้นมีสนวนราคาแพงเอาเรื่องที่เดียว หนังสือเล่มหนึง่ๆ ก็ราคาห้าสิบเหรียญขึ้นไปและหลายๆ เล่มก็ราคาร้อยกว่าเหรียญต่อเล่มค่ะ แต่เพื่อน ๆ สามารถนำหนังสือไปขายคืนกลับร้านหน้งสือของมหาลัยหรือวิทยาลัยได้หลังจากสอบปลายภาคนะคะแต่เล่มๆ หนึ่งก็ไม่ได้ราคามากมายค่ะ ราคาหายไปราวๆ 50% เพราะเขาจะเอาไปขายเป็นหนังสือมือสองที่ชาต์ราคาเพิ่มจากที่เขาซื้อเราอีกเล็กน้อย (สถาบันเขาจะกำหนดเวลาที่เขารับซื้อหนังสือค่ะ เราต้องติดตามข่าวของสถานศึกษาด้วย )

 

หนังสือราคาแพงจังเลย มีที่หาซื้อหนังสือราคาถูกๆไหม?

จากประสบการณ์ตรงของธัญญ่า เวลาลงทะเบียนเรียน ร้านขายหนังสือของวิทยาลัยเขาจะมีหนังสือมือสองมาขายค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะขายหมดก่อนหนังสือใหม่ แล้วหนังสือมือสองทีนำมาขายก็คือหนังสือที่นักเรียนขายคืนให้กับร้านหนังสือของสถานศึกษาอย่างที่เล่าไปนั้นแหละคะ่

 

นอกจากซื้อหนังสือมือสองทำให้ได้หนังสือราคาถก และคุณภาพดี จากร้านหนั้งสือของสถานศึกษาแล้ว เพือนๆ ก็สามารถซื้อหนังสือมือสองออนไลน์ได้ จากเว็บไซต์ขายหนังสือใหม่ และ มือสอง เช่น www.amazon.com www.ebay.com www.barnesandnoble.com เป็นต้น

 

เป็นออแพร์แต่ไม่อยากเรียนจะมีปัญหาอะไรไหม?

หลายๆคนมาเป็นออแพร์แล้วเห็นโฮสต์ให้เงินค่าสนับสนุนมาแค่ห้าร้อยเหรียญก็อยากจะเรียนแค่เงินห้าร้อยเหรียญทีครอบคลุมเท่านั้น หรือบางคนไม่อยากจะไป หรือว่าบางคนอยากไปเรียนแต่ไม่สะดวกไปเรียน ถามว่าเป็นออแพร์แต่ไม่อยากเรียนจะได้ไหม ก็ตอบว่าได้ แล้วถ้าไม่เรียนจะมีปัญหาอะไรตามมาไหม ก็ตอบได้เลยว่ามีปัญหาแน่

 

ปัญหาเรื่องการไม่เรียนครบหน่วยกิตตามที่โครงการออแพร์กำหนดคืออะไร?
ถ้าเราไม่เรียนหรือว่าเรียนไม่ครบไม่ถูกต้องตามทีได้แจ้งไปสามข้อหลักนะคะ่ เอเจนซี่มีสิทธิ์ดังนี้

  1. ไม่ออกใบประกาศการจบโครงการให้ เพราะถือว่าไม่ได้เรียนตามเงื่อนไขของโครงการ
  2.  ไ่ม่ออกตั๋วฟรีขากลับให้ เพราะถือว่าไม่ได้สำเร็จโครงการ
  3.  ไม่คืนเงินค่าประกันโครงการให้ (กรณีทีจ่ายเงินค่าประกันโครงการออแพร์ก่อนมาอเมริกา) เพราะถือว่าไม่สำเร็จโครงการอย่างสมบูรณ์

แต่ที่สำคัญทีสุดคือ ถ้าใครอยากทำออแพร์ต่อปีทีสอง แล้วไม่ได้เรียนครบหน่วยกิตตามที่ระบุมาแล้วละก็ จะไม่สามารถต่อโครงการเป็นออแพร์ปีทีสองได้อย่างแน่นอนจ้า ได้ฟังข้อเสียของการไม่ได้เรียนขณะเป็นออแพร์อย่างนี้แล้ว บอกได้คำเดียวว่าเรียนแล้วคุ้มค่ามากกว่าคะ่ ไม่เรียนมีแต่เสียประโยชน์

 

นอกจากเรียนเอาหน่วยกิตตามกฏของโครงการแล้ว การเป็นออแพร์ก็ยังสามารถเข้าเรียนโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษเป้นภาษาทีสอง หรือเรียกย่อๆว่า ESL school ที่จัดโดยรัฐบาลได้อีกเช่นกัน ซึ่งโรงเรียนสอนภาษาแบบนี้จะเปิดกันตลอดปีคะ่ มาตอนไหน พร้อมอยากเรียนก็เข้าไปเรียนได้เลยค่ะ ซึ่งตรงข้ามกับการเรียนแบบเอาหน่วยกิตที่เรียนกับสถาบันการศึกษาอุดมศึกษาที่เขาจะเปิดกันสอนกันเป็นเทอมๆ เรียนESL school นี้ฟรีๆค่ะ แต่การเรียนกับ ESL school ที่ว่านี้เป็นเพียงแค่การเรียนภาษา ไม่สามารถนำเอามานับหน่วยกิตหรือว่านับชั่วโมงตามกฏการเรียนของโครงการออแพร์ได้ ยกเว้ันเีสียจากว่า โรงเรียนๆนั้นอยู่ภายใต้สังกัดของวิทยาลัย มหาวิทยาลัย นั้นแหละ เวลาเรียนจบก็ขอรับเครดิตชั่วโมงจากวิทยาลัยหรือมหาลัยในสังกัด แต่ถ้าจัดโดยรัฐบาลเป็นแบบฟรีๆ ไม่สามารถนำเอามาใช้ได้ค่ะ แต่เราสามารถเรียนได้เพื่อการพัฒนาภาษาและได้เจอเพื่อนใหม่ต่อไปค่ะ


ที่นี้หลายๆ คนก็สงสัยกับเรื่องทีตามมาว่า แล้วอยากจะเรียนต่อโท หรือเรียนต่อปริญญาเลยม้ันจะเป็นไปได้ไหมขณะเป็นออแพร์

ให้ตอบตามสัตย์จริง โอกาสเป้นไปไม่ได้ เพราะว่าการจะเรียนเป็นนักเรียนปริญญาของเขาไม่ใช่ในฐานะนักเรียนแลกเปลียนตามสภาพวีซ่าออแพร์ทีได้มานะคะ่ วีซ่าออแพร์ให้มาทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็ก ยามว่างจากการทำงานก็ไปเลี้ยง หรือทำในสิ่งตามสะดวกใจ ตามถนัด ทีนี้ออแพร์ก็มาทำงานอาทิตย์ละ 45 สัปดาห์ไปแล้ว ต่อให้ลงหน่วยปริญญาตรีไป ก็คงเรียนได้เทอมละไม่เกินสามตัว หรือห้าหกหน่วยกิต เพราะเป็นแบบเรียนไม่เต็มเวลา แล้วปริญญาตรีมีเป้นร้อยกว่าหน่วยกิตกว่าจะจบพอดีแหละคะ่ แปดปีแต่ออแพร์เป็นจริงๆ ได้แค่สองปีเต็มทีก็ต้องกลับ ดังนั้นเรื่องทีว่าจะมาเป็นออแพร์ด้วยจบโครงการออแพร์สองปีรับปริญยากลับบ้านนั้นคงเป็นไปไม่ได้ค่ะ

 

แต่สิ่งที่ทำได้คือ เราสามารถเตรียมความพร้อมของตัวเราเองได้ เราสามารถนำการเรียนที่โครงการออแพร์บังคับให้เราเรียน มาเืลือกเรียนวิชาบางวิชาที่เป็นพื้นฐานของสิ่งที่เราอยากเรียนต่อโทนะค่ะ  อีกทั้งได้พัฒนาภาษาในระดับอย่างเป็นทางการต่อเป็น เพื่อเป็นการปูพื้นฐานและเตรียมความพร้อม เมื่อจบโครงการออแพร์แล้วก็สามารถที่จะเรียนได้อย่างเต็มที่ (สำหรับคนที่มีทุนทรัพย์สามารถเรียนต่อโทได้นะค่ะ แฮ่ๆ)

 

เรื่องการเรียนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับโครงการออแพร์อเมริกานะจ๊ะ เรียนเป็นสิ่งที่มีคุณค่า เป็นสิ่งที่คุ้มค่า ดังนั้นเพื่อนๆ สาวๆ ต้องเข้าเรียนและเรียนตามกำหนดกฏเกณท์ทีกล่าวไปแล้วข้า่งบนให้ถูกต้องนะค่ะ สิ่งสำคัญของการได้เข้าเรียนไม่ใช่เพื่อโครงการออแพร์อเมริกาเท่าน้น ไม่ใช่แค่ได้ต่อออแพร์ปีทีสองได้ ไม่ใ่ช่แค่เพื่อจะได้รับเงินประกันโครงการ ไม่ใช่แค่เพื่อจะได้รับตั๋วฟรีขากลับ หรือใบประกาศจบโครงการเท่านั้น แต่การได้เรียนหนังสือกับชาวต่างชาติในระดับอุดมศึกษา เป็นโอกาสอันดี ทีีจะได้เรียนรู้การเรียนแบบเต็มรูปแบบของชามอเมริกัน ได้ขึ้นชื่อว่าได้เข้าเรียนกับนักเรียนปริญญานักเรียนระดับอุดมศึกษาของประเทศนี้ ได้เห็นรูปแบบการสอนของครูที่นี้ ได้เห็นว่าเด็กทีนี้เขาเรียนกันอย่างไร พฤติกรรมในห้องเีรียไม่ใ่ช่ดูจากในนั่งเป็นอย่างไร รูปแบบการเรียนการสอน ความรับผิดชอบต่องาน และเหนืออีกนั้น การได้พัฒนาภาษาเพราะถ้าไม่ได้มีการเข้าเรียนอย่างเป็นทางการ ภาษาก็จะไ่ม่พัฒนาอย่างเป็นทางการแน่นอน  ให้คิดถึงคนที่จะเข้ามาเรียนภาษาได้นั้น ลงเรียนภาษสามเดือนได้เรียนภาษาในอเมริกา ค่าเรียนหมดไปเป็นแสนบาท แต่สำหรับเราได้เรียนกับเพื่อนนักเรียนมะกัน native speaker อีกต่างหากซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์อันดีมากมายใหนจะเรื่อง ภาษา โลกทัศน์ ความรู้ อีกทั้งได้โอกาสผูกมิตรหาเพื่อนใหม่อีกด้วย
 

"ถือได้ว่าออแพร์จะได้รับโอกาสที่ดีมากมายในการศึกษาผ่านโครงการนี้  แค่พูดแค่เรื่องเีรียนเพียงเรื่องเดียวก็ถือว่าคุ้มค่าที่ได้มาโครงการออแพร์แล้วคะ่"



 

ด้วยรักจากใจ....ธัญญ่า

 

 

 




มุมออแพร์น่ารู้

อยากเป็นออแพร์ใช่ไหม article
108 คำถามกับโครงการออแพร์ อเมริกา article
เตือนภัยเพื่อนๆ ชาวออแพร์ที่หาโฮสต์เอง article
ตัวแทนโครงการ ออแพร์ทั้ง 14 แห่งในอเมริกา article
การขอหนังสือเดินทาง (passport) article
การขอใบประวัติอาชญากรรม (ใบรับรองความประพฤติจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) article
คำแนะนำยามสัมภาษณ์กับโฮสต์ article
10 ความคาดหวังจากโฮศต์สู่ออแพร์ article
ปลอดภัยไว้ก่อน article
การออกนอกประเทศขณะเป็นออแพร์ article
แต่งกายรับฤดูหนาว article
Time out การลงโทษ! article
คิดให้ดีก่อนจะมาเป็นออแพร์ article
Daylight Saving Time article
เทศกาล Halloween(All-hallow-evening )
เทศกาล Thanksgiving
Scam โฮสต์หลอกหลวง article
ฉันคืออแพร์ พี่เลี้ยงเด็กอินเตอร์ article
ฟุดฟิดฟอไฟไปกับธัญญ่า (ตอน2) article
ฟุดฟิดฟอไฟไปกับธัญญ่า( ตอนที่ 1) article
Rematch การเปลี่ยนครอบครัว article
10 คำแนะนำ สำหรับการเป็นผู้ประสบความสำเร็จ article
Social Security Card article
ประกาศปรับรายได้ออแพร์อเมริกา article
บทสัมภาษณ์ของธัญญ่ากับหนังสือ EXIT article
ธัญญ่าและโครงการออแพร์ ทางITV article
Tanya on Mc Sentinel Newspaper article
"The Nanny Diaries" หนังบันทึกพี่เลี้ยงเด็ก article
ท่องจำขึ้นใจ article
ประกาศขึ้นค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าประเทศอเมริกา article
ปัญหา ปัญหา article
เทศกาล Easter article
คำถาม-คำตอบ ที่ควรรู้กับโครงการออแพร์ article
108 คำถามกับโครงการออแพร์ (หน้า 2)
108 คำถามกับโครงการออแพร์ (หน้า 3)
108 คำถามกับโครงการออแพร์ (หน้า 4)
ประวัติไทยออแพร์คลับ



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

 

   

      

www.thaiaupairclub.com จุดประสงค์ของเวบ คือ มีไว้เพื่อเป็นจุดศูยน์กลางแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ ของสมาชิก และเพื่อสร้างมิตรภาพของออแพร์ ทั้งบุคคลที่สนใจโครงการ เป็นออแพร์อยู่ หรือ สิ้นสุดการเป็นออแพร์แล้วก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดมาจากประสบการณ์ของสมาชิกแต่ละคนที่แตกต่างกันไป ขอให้ใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาและรับข้อมูล ทางเวบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสนับสนุนคนไทย ให้เดินทางเข้าอเมริกาอย่างผิดกฏหมาย หรือผิดวัตถุประสงค์ของการเป็นออแพร์

www.thaiaupairclub.com is the first Thai au pair community web site in Thailand. We have friendly and warm welcome for everyone, plese feel free to join us. We would love to help each other by sharing opinions and experiences openly. More than that, we would love to make our au pair program to be great experiences for everyone. Au pair is experiences for life.

รูปภาพ และ บทความทั้งหมดบนเวบนี้ ไม่อนุญาตให้ทำการพิมพ์ หรือนำไปเผยแพร่ แจกจ่าย แก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บ tanya@thaiaupairclub.com