ReadyPlanet.com
dot
dot
รับข้อมูลข่าวสาร ThaiAuPairClub

dot
dot
ประมวลภาพสังสรรค์งานไทยออแพร์คลับจ้า
dot
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 6
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 5
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 4
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 3
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 2
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 1
dot
+++ เอเจนซี่ที่แนะนำ +++
dot


ลิฟอินแคร์กิฟเวอร์ แนนนี่แคนาดา ทำงานเรียนต่อเมืองนอก ไปต่างประเทศ
Cultureal Care Thailand


ก้อย ออแพร์ไทยในอเมริกา " 1 ใน 5 ผู้เข้าชิงตำแหน่งออแพร์ไทยแห่งปี 2008 " article

ไม่เคยรู้มาก่อนว่าจะต้องไปดูแลเด็กพิเศษ Autism เธอเองก็ไม่เคยมีประสบการณ์ดูแลเด็กพิเศษมาแต่อย่างไร แล้วเธอจะทำได้หรือไม่กับการดูแลเด็กพิเศษทีต้องสอนและเลี้ยงดูด้วยภาษามือเป็นหลักเท่านั้น มาฟังเรื่องราวชีวิตออแพร์ของก้อย กับ การเลี้ยงเด็กพิเศษ(Autism) กันดีกว่าค่ะ

 

ธัญญ่า: สวัสดีคะ่ ก้อย
ก้อย:  สวัสดีจ้าธัญญ่า

ธัญญ่า:  คำถามแรกเลยนะจ๊ะ ของถามก้อยว่า รู้จักโครงการออแพร์ได้อย่างไร
ก้อย
: มีเพื่อนแนะนำมาค่ะ  และเพื่อนคนนี้ก็เอาหนังสือเที่ยวฟรีมีตังค์ใช้สไตล์ออแพร์มาให้อ่าน


ธัญญ่า: อ่านแล้วเป็นงัยชอบไหม
ก้อย: ชอบนะ พออ่านแล้วก็รู้สึกน่าสนใจดี นอกจากจะได้ภาษาแล้วยังได้ตังค์ แถมได้มาเที่ยวอเมริกาอีกด้วย


ธัญญ่า: เลยตัดสินใจมาหรือเปล่า อิๆ
ก้อย: ใช่คะ่อายุก็ใกล้เข้าสู่ 27 แล้ว เป็นโอกาสที่ดีสักครั้งของชีวิต ถ้าไม่ตัดสินใจมาก็ไม่มีโอกาสแล้วอ่ะค่ะ


ธัญญ่า: คุณพ่อคุณแม่ว่างัยบ้างพอเราบอกว่าเราอยากมาเป็นออแพร์
ก้อย: ครั้งแรกเลยที่บอกทางครอบครัวว่าจะเข้าร่วมโครงการออแพร์ ทางครอบครัวก็ยังรู้สึกไม่แน่ใจว่าโครงการนี้ปลอดภัยจริงๆ หรือเปล่า ก็เลยตัดสินใจพาคุณพ่อไปที่เอเจนซี่เพื่อให้พี่ๆ อธิบายรายละเอียดของโครงการทั้งหมดให้ฟัง คุณพ่อก็เลยโอเค และเคารพการตัดสินใจของเราที่จะมา

ธัญญ่า: แล้วตอนนี้มาเป็นออแพร์ มาดูแลเด็กกี่คนค่ะ
ก้อย: เด็ก 2 คนค่ะ ชื่อ Crazy  1 และ Crazy 2 (พ่อกับแม่เค้าให้ฉายามา)โดย Crazy 1 (Eva) อายุ 3 ขวบ Crazy 2 (Ingrid) อายุ 1 ขวบ

ธัญญ่า: โฮสต์พ่อโอสต์แม่ทำงานอะไรคะ่
ก้อย: คุณพ่อคุณแม่ของน้องเป็น IT Consulting ทั้งคู่จ๊ะ

 

ธัญญ่า: ทำไมก้อยถึงเลือกบ้านนี้
ก้อย: เพราะหลังจากที่ได้คุยโทรศัพท์แล้ว รู้สึกว่าเค้าอัธยาศัยดี น่าจะเป็นครอบครัวที่อบอุ่น คิดว่าเมื่อมาอยู่แล้วทุกอย่างน่าจะลงตัวและแฮปปี้ดี


ธัญญ่า: รู้ไหมเขาเลือกเราเพราะอะไร อิๆ
ก้อย:  อิๆ เค้าบอกว่ารู้สึกถูกชะตามาก หลังจากได้อ่านใบสมัครของเราที่ส่งไป เค้าบอกว่านี่แหล่ะใช่เลยที่ต้องการ ประหนึ่งฉันเลือกเธออยู่แล้ว (เหมือนหาคู่..ซะงั้น แต่เป็นคู่หูกับลูกเค้านะ)


ธัญญ่า: น้องที่เลี้ยงเป็นเด็กพิเศษใช่ไหมค่ะ
ก้อย: ใช่ค่ะ 

ธัญญ่า: มีปัญหาไหมในการเลี้ยงเด็กพิเศษนี้ค่ะ
ก้อย:  มีปัญหาในการติดต่อสื่อสารกับน้องคนโต คือน้องไม่สามารถพูดได้ ทุกอย่างสื่อสารโดยผ่านการใช้ภาษามือ (Sign Language) 

ธัญญ่า: แล้วก้อยรู้มาก่อนหรือเปล่าว่าบ้านนี้มีเด็กพิเศษ
ก้อย:  ไม่เคยรู้มาก่อนค่ะ จากใบสมัครของ Host บอกแค่ว่าน้องเป็นเด็กที่พูดช้า


ธัญญ่า: ก็คือมารู้เมื่อมาถึงบ้านเขาแล้วว่างั้นเถอะ
ก้อย: ใช่ค่ะ  Host บอกกับเราเมื่อเราไปถึง ว่าน้องเป็นเด็ก Autism มีพัฒนาการพูดช้ากว่าเด็กปกติทั่วไป ซึ่งตัว Host ก็เพิ่งจะทราบก่อนที่เราจะมาถึงไม่กี่วัน  หลังจากพาไปตรวจเช็คจนแน่ใจว่าน้องเป็น Autism นะค่ะ


ธัญญ่า: เสียใจกับโฮสต์แม่ด้วยนะคะ่ที่มีลูกเป็นเด็ก Autism ค่ะ
ก้อย: ใช่ค่ะก็รู้ว่าเขาเสียใจและก็อยากทีจะช่วยเขานะคะ่ แต่ยอมรับเหมือนกันว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะฝึกทุกอย่างเป็นภาษามือหมด ไม่ว่าจะเป็นการสอนท่อง A B C ถึง Z (ภาษามือ) และต้องพูดคุยภาษามือ เพื่อสร้างความคุ้นเคยและเป็นกันเองกับน้องให้น้องรู้สึกว่าเราเข้าใจเค้าว่าเค้าต้องการอะไร และเปิดใจรับเราเป็นเพื่อน เพราะตัว Eva ค่อนข้างเป็นเด็กที่จะติดแม่มาก เค้าจะกลัวคนแปลกหน้าแล้วก็ไม่ยอมเปิดใจรับเพื่อนใหม่ๆ 


    ธัญญ่า: แล้วอย่างนี้เราปรับตัวได้ไหมกับน้อง Eva นะคะ่
ก้อย: พอรู้ว่าน้องเขาเป็นเด็กพิเศษ เราก็ค่อยๆ คิดไปว่าจะทำยังไงดี  พยายามไม่มองโลกในแง่ร้าย คิดว่าอุปสรรคเป็นการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส อย่างที่น้องคนโตไม่สามารถพูดได้ ก็เลยถือโอกาสเรียนภาษามือไปด้วยกันกับน้อง ถือว่าได้ฝึกภาษาอังกฤษกับคุณพ่อคุณแม่ของน้อง และมาฝึกภาษามือกับน้อง เวลาที่มี speech therapist มาสอนที่บ้าน แรกๆ ก็ยอมรับว่างง ใช้มือไม่ถูก แต่หลังๆ ก็รู้สึกว่าสนุกดีแล้วพอเราได้ลองมาใช้สื่อสารกับน้องแล้วตัวน้องก็เข้าใจ ปัจจุบันก็เลยกลายเป็นเพื่อน  ซี้กันโดยปริยาย (อิ อิ)

ธัญญ่า: ดีใจด้วยคะ่ แล้วกับเด็กนี้วันๆ เราทำอะไรกันบ้าง
ก้อย
: สำหรับคนโต ก้อยจะได้ดูแลเค้าตอนช่วงบ่ายหลังจากกลับมาจากโรงเรียนแล้ว กิจกรรมที่ทำด้วยกันส่วนใหญ่ ก็จะเป็นอ่านหนังสือนิทาน สอนร้องเพลง และก็เต้น ดูวิดีโอโยคะ ซะส่วนใหญ่ (อันนี้ไม่ได้โม๊นะ แต่น้องก้อยทำโยคะสำหรับเด็กได้เกือบทุกท่า)

ส่วนคนเล็ก จะดูแลตั้งแต่ช่วงเช้ายันเย็น กิจกรรมส่วนใหญ่ก็จะพาไป park อ่านหนังสือให้ฟัง สอนเต้น สอนร้องเพลง แล้วก็พานั่งรถเมล์ไปเข้าคลาสมิวสิคทุกวันพุธ โดยเราต้องไปเข้าร่วมกิจกรรมกับพ่อแม่เด็กคนอื่น โดยในคลาสนี้ผู้ใหญ่ร้องเพลง (ผิดคีย์บ้าง มั่วบ้าง) ส่วนเด็กน้อยน่ารักก็เต้นไปตามประสา


ธัญญ่า: คิดว่าสิ่งใดที่เด็กชอบจากตัวเรามากทีสุด
ก้อย: คิดว่าคงความตลก บ้าบอ ติ๊งต๊อง ของเรานี่แหล่ะ อยู่ด้วยกัน 3 คน ฮากันทุกวัน


ธัญญ่า: ขอให้เล่าเรื่องความประทับใจของก้อยกับเด็กหน่อยค่ะ
ก้อย: สำหรับน้องคนโต สิ่งที่เราประทับใจในตัวเค้ามากจนน้ำตาแทบจะไหล คือ ในวันวาเลนไทน์ ขณะที่ทุกคนนั่งทานข้าวอยู่ด้วยกัน เค้าก็ลุกมาบอกเรา โดยใช้ภาษามือว่า I love u และให้การ์ดที่เค้าทำเองเป็นรูปหัวใจถึงแม้จะเป็นหัวใจเบี้ยวๆ ก็ตาม แต่เราก็รู้สึกประทับใจ เพราะคุณแม่ของน้องบอกว่าน้องไม่เคยใช้ภาษามือบอกรักใครนอกจากแม่เท่านั้น ก้อยเป็นคนโชคดีมากๆ
ธัญญ่า: น่ารักจังเลย ก้อยต้องเป็นคนที่น้องเขารักมากแน่ๆ

 

ธัญญ่า: เห็นว่าคนเล็กพูดไทยได้เหรอค่ะ อิๆ
ก้อย:   ใช่ค่ะ ไม่ใช่แค่พูดได้นะคะ่  ยังฟังเข้าใจภาษาไทยอีกด้วย ตัวอย่างเช่น เราพูดภาษาไทยกับเค้าบอกให้เค้าเอาโทรศัพท์ไปเก็บให้หน่อย (แอบใช้น้อง) น้องก็เข้าใจเอาไปเก็บให้จริงๆ ด้วย (เอ๊ะ หรือน้องแกล้งมั่วเข้าใจ) ส่วนภาษาไทยที่พูดได้ คำนี้ขอบอกว่าชัดแจ๋ว คือเรียกชื่อ ก้อย ถูกต้องตามสำเนียงไทย คำอื่นๆ เช่น อะไร, ไป ไป, แมว ซึ่งทำให้เรารู้สึกว่าไม่เหงาเลย
ธัญญ่า: โฮ้ น่ารักและเก่งจริงๆ ปลื้ม


ธัญญ่า: ความประทับใจของเรากับโฮต์มีไหม
ก้อย: กับ Host ต้องยอมรับว่าครอบครัวนี้เป็นครอบครัวที่ดีและก็น่ารักมากๆ วันแรกที่มาถึง Host หุงข้าวแล้วก็ไปซื้อน้ำพริกมาไว้รอเลย (เล่นเอาเรางง รู้ได้ไงเนี่ย..) และค่อนข้างเป็น Host ที่แคร์ความรู้สึกของเรา เราสามารถพูดคุยกับเค้าได้ทุกอย่าง พูดง่ายๆ ใส่ใจทุกรายละเอียดความรู้สึก (เป็นบุญของเราแท้ๆ..แต่ของเค้าเราไม่รู้นะ)

ธัญญ่า: แล้วเรื่องเรียน ได้ไปเรียนที่ไหน เรียนอะไร เป็นงัยบ้างค่ะ
ก้อย:  เรียนที่มหาวิทยาลัยแถวบ้านค่ะ โดย 2 คอร์สแรก เรียนที่ University of Wisconsin เป็นมินิคอร์ส เกี่ยวกับการทำอาหาร Mexican และก็สถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ในเมืองที่ตัวเองอยู่ ส่วนที่กำลังเรียนอยู่ในปัจจุบันคือ คอร์ส ESL Writing Reading and Oral ที่ MATC

การเรียน 2 คอร์สแรกหนุกหนานเอาการ แต่คอร์สหลังนี่ซิ ไมเกรนจะขึ้น การบ้านก็เยอะ สอบก็บ่อย อาจารย์มิได้เกรงใจเลยว่าเป็นหัวดำนั่งอยู่ในห้องคนเดียว จำได้ว่าคาบแรกเล่นเอาเราเอ๋อเลย (ตายแน่เรา)


ธัญญ่า: เรียนแล้วก็ต้องมาถามเรืื่องเที่ยว
ก้อย: ไปเที่ยวมาด้วยคะ่ ไป Canada มาค่ะ ไปที่เมือง Montreal , Otawa , Toronto , Niangara Fall ค่าใช้จ่ายหมดไปไม่เยอะ เพราะในช่วง summer ที่ผ่านมา Host ของก้อย take vacation ไปเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่ของเค้า 10 วัน เราก็เลยได้ไปด้วย แต่โชคดีที่ว่าไม่ต้องทำงานเลย และ Host ก็ให้ชวนเพื่อนไปได้อีกด้วย ก็เลยเที่ยวกันหนุกหนานทั่วแคนาดาเลย ซึ่งขอบอกว่าชอบมากๆ เที่ยวฟรี ได้ตังค์ใช้ แถมไม่ต้องเลี้ยงน้องอีกต่างหาก เพราะ Host บอกว่าให้ถือว่ามาเที่ยวแล้วกัน ไม่ได้มาทำงาน คุณตาคุณยายก็เลยกลายเป็นออแพร์แทนซะงั้น


ธัญญ่า: สิ่งทีคาดหวังก่อนมากับสิ่งทีได้มาเจอ เหมือนหรือต่างกับที่คิดไว้ไหม กับโครงการนี้
ก้อย: ต่างกันนะ เพราะไม่คิดว่ามาแล้วจะแฮปปี้มีความสุขจนอยากอยู่ต่อปีที่ 2 เพราะทีแรกคิดว่าคงอยู่แค่ปีเดียว เพื่อฝึกภาษาแล้วก็กลับมาหางานทำที่เมืองไทย แต่พอมาอยู่จริงๆ แล้ว มันมีอะไรให้เราเรียนรู้มากกว่าที่เราคิดไว้เยอะ ได้ประโยชน์หลายสิ่งหลายอย่างมากกว่าที่เราคาดหวังไว้


ธัญญ่า: วางแผนจะทำอะไรต่อไปในชีวิตเมื่อจบโครงการออแพร์ค่ะ
ก้อย:  คิดว่าอยากกลับไปสมัคร แอร์ฯ (ไม่รู้ว่าจะเป็นแอกี่หรือเปล่า เพราะอายุก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ) หรือทำงานทางด้านสายการบินค่ะ



 pocky_apple@yahoo.com   
ธัญญ่า:  แล้วก็อยากให้ฝากข้อคิดเกียวกับการเป็นออแพร์แก่ผู้สนใจค่ะ
ก้อย: ยินดีค่ะ สำหรับคนที่สนใจอยากมาเป็นออแพร์นะคะ อยากให้ถามใจตัวเองจริงๆ ว่า เราสามารถมาดูแลเด็กได้จริงๆ หรือเปล่า เพราะการดูแลเด็กถือเป็นหน้าที่หลักของการเป็นออแพร์จริงๆ ชีวิตส่วนใหญ่ของเราจะต้องอยู่กับเด็ก ซึ่งก้อยคิดว่าถ้าเราทำตรงนี้ได้ เรื่องอื่นก็ไม่ใช่เรื่องยาก ส่วนเรื่องภาษาที่ทุกคนกังวลกันว่าเราจะมีความสามารถมาเป็นออแพร์ได้มั้ย จะสื่อสารกับ Host เข้าใจมั้ย ก้อยเชื่อว่าเรื่องนี้เราฝึกกันได้ ถ้าสนใจและอยากหาข้อมูลว่าจะไปกับเอเจนซี่ไหนดี ไปแล้วจะเป็นยังไง ก็เชิญที่เว็บนี้เลยค่ะ www.thaiaupairclub.com คอนเฟิร์มค่ะว่าทุกปัญหามีคำตอบ (ธัญญ่าคะขอค่าโฆษณาหลังไมค์ด้วยค่ะ อิอิ)
 






สัมภาษณ์เพื่อนออแพร์ไทยในต่างแดน

กิฟท์ แนนนี่แคนาดากับพีอาร์หนึ่งใบ
ฝัน อดีตออแพร์เมกา
บลู ออแพร์ไทยในอเมริกา
ซิ่ว ออแพร์ไทยอเมริกา article
อ้อม ออแพร์ไทยนอร์เวย์ article
ทราย ออแพร์ไทยอเมริกา article
นก ออแพร์ไทยในอเมริกา article
บุ๋ม ออแพร์ไทยในอเมริกา article
ยุ้ย อดีตออแพร์ไทยในอเมริกา article
ติ๊ก ออแพร์ไทยในอเมริกา article
เหมียว ออแพร์ไทยในอเมริกา " เลี้ยงเด็กแฝด ไม่ใช่เรื่องยากส์ เหมียวทำได้ คุณก็ทำได้" article
ตูน ออแพร์ไทยในแคนาดา article
ไอซ์ ออแพร์ไทยในฝรั่งเศศ article
ติ๊ก ออแพร์ไทยในนอร์เวย์ article
พงศ์อิศเรส ออแพร์ชายไทยในเยอรมัน "อยากมาก็ได้มาเยอรมันสมใจ ออแพร์ชายที่มีแนวความคิดที่ดีมาก" article
ป้าออพัว อดีตออแพร์ไทยในอเมริกา "สมาชิกกิตติมศักดิ์ของไทยออแพร์คลับ ปัจจุบันสมรสแล้ว" article
แอน ออแพร์ไทยในเบลเยียม "ออแพร์สองประเทศแล้ว เนเธอแลนด์ ปัจจุบันเบลเยียม" article
อร ออแพร์ไทยในเดนมาร์ก " ออแพร์สองประเทศแล้ว เนเธอแลนด์ และปัจจุบัน ออแพร์เดนมาร์ก" article
โน๊ต ออแพร์ไทยในแคนดา " อดีตออแพร์เมกา ปัจจุบันออแพร์แคนาดา" article
อภิญญา ออแพร์ไทยในนอร์เวย์ "สองปีที่ได้เป็นออแพร์ทีนอร์เวย์ มีเรื่องและข้อมูลดีๆ เยอะเลยจ้า" article
ยิ้ม ออแพร์ไทยในอเมริกา "สาวไทยไซส์ XXL ก็มาเป็นออแพร์ได้ พร้อมประสบการณ์รีแม็ทช์มาแชร์กัน" article
ตุ๊กตุ่น อดีตออแพร์ไทยในอเมริกา "ดรอปเรียนมาเป็นออแพร์ ปัจจุบันสมรสแล้ว" article
เก๋ ออแพร์ไทยในแคนาดา "อดีตครูอนุบาลจากเมืองไทย ทีได้มาเป็นออแพร์สมใจที่แคนาดา" article
เอ๋ ออแพร์ไทยในอเมริกา "1 ใน 5 ผู้เข้าชิงตำแหน่งออแพร์ไทยแห่งปี 2008" article
สาวน้อย ออแพร์ไทยในอเมริกา " 1 ใน 5 ผู้เข้าชิงออแพร์ไทยแห่งปี 2008" article
เปิ้ณ ออแพร์ไทยในอเมริกา "1 ใน 5 ผู้เข้าชิงตำแหน่งออแพร์ไทยแห่งปี 2008" article
นิด ออแพร์ไทยในแคนาดา ออแพร์ที่ทำกับโฮศต์เอเซียตลอดไม่ว่าจะอเมริกา หรือ แคนาดา article
บี ออแพร์ไทยในสวีเดน อดีตออแพร์อเมริกา ปัจจุบันเป็นออแพร์ทีสวีเดน article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในนิวยอร์ก"กว่าจะได้มาก็รอนานเป็นปี ภาษาก็ไม่ค่อยดี มาเลี้ยงเด็กแรกเกิด" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเยอรมัน "อดีตออแพร์ไทยในเยอรมัน ปัจจุบันเป็นเจ้าของโรงเรียนอนุบาลทีบ้านเกิดของเธอค่ะ" article
สัมภาษณ์ ออแพร์ชายไทยในเมกา "กว่าจะได้มาเป็นออแพร์สมใจต้อรอนาน แล้วผู้ชายดูแลเด็กได้จริงหรือเปล่านี้" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเมกา "ออแพร์ที่ถูกรีแม็ทช์และต้องกลับเมืองไทย ทั้งที่เป็นออแพร์มาได้แค่ 2 อาทิตย์ " article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเมกา"ประสบการณ์ออแพร์ที่ทำงานคู่กับออแพร์อีกคนในเวลาเดียวกัน และดูแลเด็ก 4 คน" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเดนมาร์ก "ไปโครงการออแพร์เองไม่ผ่านเอเจนซี่ กว่าจะได้ไป และถูกรีแม็ทช์" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในนอร์เวย์ "ผิดหวังจากอเมริกา แคนาดา แต่สุดท้ายก็ได้มาเป็นออแพร์ที่นอร์เวย์" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเมกา "ชีวิตออแพร์กับการเลี้ยงเด็กสามคน และข้อคิดดีๆ กับคำว่า Flexible" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในอเมริกา "เป็นออแพร์กับครอบครัวมังสาวิรัต และจบท้ายด้วยการรีแม็ทช์" article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

 

   

      

www.thaiaupairclub.com จุดประสงค์ของเวบ คือ มีไว้เพื่อเป็นจุดศูยน์กลางแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ ของสมาชิก และเพื่อสร้างมิตรภาพของออแพร์ ทั้งบุคคลที่สนใจโครงการ เป็นออแพร์อยู่ หรือ สิ้นสุดการเป็นออแพร์แล้วก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดมาจากประสบการณ์ของสมาชิกแต่ละคนที่แตกต่างกันไป ขอให้ใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาและรับข้อมูล ทางเวบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสนับสนุนคนไทย ให้เดินทางเข้าอเมริกาอย่างผิดกฏหมาย หรือผิดวัตถุประสงค์ของการเป็นออแพร์

www.thaiaupairclub.com is the first Thai au pair community web site in Thailand. We have friendly and warm welcome for everyone, plese feel free to join us. We would love to help each other by sharing opinions and experiences openly. More than that, we would love to make our au pair program to be great experiences for everyone. Au pair is experiences for life.

รูปภาพ และ บทความทั้งหมดบนเวบนี้ ไม่อนุญาตให้ทำการพิมพ์ หรือนำไปเผยแพร่ แจกจ่าย แก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บ tanya@thaiaupairclub.com