ReadyPlanet.com
dot
dot
รับข้อมูลข่าวสาร ThaiAuPairClub

dot
dot
ประมวลภาพสังสรรค์งานไทยออแพร์คลับจ้า
dot
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 6
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 5
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 4
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 3
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 2
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 1
dot
+++ เอเจนซี่ที่แนะนำ +++
dot


ลิฟอินแคร์กิฟเวอร์ แนนนี่แคนาดา ทำงานเรียนต่อเมืองนอก ไปต่างประเทศ
Cultureal Care Thailand


สาวน้อย ออแพร์ไทยในอเมริกา " 1 ใน 5 ผู้เข้าชิงออแพร์ไทยแห่งปี 2008" article

โครงการออแพร์ทำให้สาวน้อยจากชียงใหม่ เติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เลี้ยงเด็กตั้งแต่แรกเกิดอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย พร้อมโฮสต์ที่ตอนแรกผิดสัญญาที่บอกว่าจะให้สิ่งต่างๆไว้ก่อนแม็ทช์ สาวน้อยเป็นหนึ่งในห้าของผู้เข้าชิงตำแหน่งออแพร์ไทยแห่งปี 2008 ด้วยค่ะ มาทำความรู้จักสาวน้อยกันค่ะ

 

ธัญญ่า: สวัสดีค่ะ สาวน้อย

สาวน้อย: สวัสดีจ้าธัญญ่า

ธัญญ่า: ใครเป็นคนแนะนำโครงการออแพร์ค่ะ
สาวน้อย:  เมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้ว พี่ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกันค่ะ ตอนนั้นเขาตัดสินใจแล้ว ว่าจะไปสมัครโครงการออแพร์ จึงมาชวนดิฉันให้ไปด้วยกัน เขาพูดให้ฟังว่า “โครงการนี้เป็นโครงการที่ดีและมีประโยชน์มาก มันสอนจะอะไรให้กับตัวเรามากมาย ทำให้เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้น รู้จักผู้คนมากขึ้น แถมยังได้เที่ยวด้วย” นี่คือครั้งแรกที่ดิฉันรู้จักโครงการนี้ค่ะ

ธัญญ่า: หกปีที่แล้ว แล้วตอนนั้นสาวน้อยทำอะไรอยู่ค่ะ
สาวน้อย:  ในขณะนั้นตัวดิฉันเองยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งวันๆ คิดแต่ว่าต้องทำเกรดให้ดีๆ จบไปจะได้ทำงานในที่ดีๆ และได้เงินเดือนในระดับที่ตนต้องการ ไม่ได้สนใจโครงการออแพร์เท่าไหร่ในตอนนั้นค่ะ


ธัญญ่า: แล้วคิดอย่างไรถึงว่ามันน่าสนใจอยากมาละจ๊ะ

สาวน้อย:  2 ปีผ่านไป พี่สาวที่รักคนนี้ได้ไปเป็นออแพร์สมใจ เขาโทรกลับมาถามสารทุกข์สุขดิบของดิฉัน โดยที่ไม่ลืมเล่าความดีต่างๆ ของการเป็นออแพร์อีกครั้ง ใจนั้นอยากมาค่ะ แต่ติดปัญหา อย่างไรก็ตามพี่สาวคนนี้ก็ยังติดต่อดิฉันมาเรื่อยๆ และยังคงพูดถึงเรื่องการไปเป็นออแพร์ของเขาอยู่ไม่ขาดให้เราคิดฝันตามไปด้วย

 

ธัญญ่า: โฮ้แค่สนใจก็มีปัญหาสะแล้ว
สาวน้อย:  มันเป็นไปได้ยากสำหรับดิฉัน ต้องใช้เงินมากพอควรสำหรับค่าเข้าร่วมโครงการ เพราะเราต้องมีเงินในบัญชีด้วยเพื่อใช้เป็นเสตทเม้นท์ ดิฉันมีเงินไม่มากถึงขนาดนั้น อีกอย่างไม่อยากรบกวนแม่ด้วย เท่านี้แม่ก็ทำงานหนักมากพอแล้ว นี่คือความคิดของดิฉันในตอนนั้น อีกทั้งก็ยังเรียนไม่จบด้วยค่ะ

ธัญญ่า: พอเรียนจบแล้วมาเป็นออแพร์เลยหรือเปล่าค่ะ
สาวน้อย: 1 ปีผ่านไป ดิฉันเรียนจบด้วยตัวเลขเกรดเฉลี่ยที่สวยงาม ได้งานทำ ได้เงินเดือนตามที่ตนต้องการ ก็ยังไม่ได้สมัครเป็นออแพร์นะค่ะ ทำงาน ฝันหวานอยู่กับสิ่งที่ตนทำได้อยู่ประมาณ 9 เดือน เอ๊ะ! มันไม่ใช่นิ่ ทำไมฉันไม่มีความสุขแล้วล่ะ มีความสุขเถอะ! มามีความสุขกันเถอะ! ดิฉันพยายามกระตุ้นให้ตัวเองมีความสุขกับสิ่งที่ตนภาคภูมิใจซะเหลือเกิน แต่ทว่า.. มันไม่ได้ผล ร้องไห้คร่ำครวญ และจบลงด้วยการไม่อยากฝืนตนเองอีกต่อไป ดิฉันลาออกค่ะ

 

 

ธัญญ่า: รู้สึกว่าหลายๆคนก็จะเป็นแบบนี้คือทำงานแล้วก็รู้สึกว่านี้ไม่ใช่ในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ
สาวน้อย:  ในตอนนั้นมีแต่แม่ที่อยู่เคียงข้าง แม่ถามคำถามหนึ่ง ซึ่งเป็นคำถามที่นานมาแล้วแม่เคยถามดิฉัน “น้อย ลูกอยากเป็นอะไร” ดิฉันร้องไห้  นานแสนนานมาแล้ว "น้อยอยากเป็นครู แม่ น้อยลืม" มัวแต่คิดแข่งขันอยู่กับผู้คนรอบข้างในสังคมปัจจุบัน ดิฉันลืมความฝันของตัวเอง ทำยังไงดีล่ะ

 

ธัญญ่า: อย่างน้อยสาวน้อยก็ัยังดีรู้ตัวรู้ใจว่าอยากเป็นครู
สาวน้อย: ดิฉันไม่ได้เรียนมาทางด้านครูเลยแม้แต่นิด ยังไงก็เถอะดิฉันตัดสินใจไปสมัครงานเป็นคุณครูในโรงเรียนอินเตอร์แห่งหนึ่ง ซึ่งเพื่อนรักคนหนึ่งแนะนำ โดยคาดหวังไว้ว่า เขาจะโอเคกับสายการศึกษาที่ดิฉันจบมา ดิฉันจบสาขามนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษค่ะ

ธัญญ่า: ได้งานไหมค่ะ
สาวน้อย: แล้วก็ได้งาน ไม่ใช่ครูแต่เป็นผู้ช่วยครูฝรั่งอีกที ไม่มีอิดออด ไม่มีโยเยเลยแม้แต่นิด ดิฉันตอบตกลงเลยทันที เข้าใจค่ะ เพราะดิฉันไม่มีประสบการ์ณการเป็นครูมาเลยแม้แต่นิด  เท่านี้ก็ใกล้ความฝันมากพอแล้ว เหลือแค่พยายามอีกนิด และเนื่องจากความที่ดิฉันอยากจะพัฒนาภาษาอังกฤษของตนให้ดีมากขึ้นกว่านี้ เพราะทุกๆ วันต้องทำงานกับเด็กที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ ทำให้รู้ตัวว่า ตัวเองยังบกพร่องมากในเรื่องภาษา จึงกลับมาคิดถึงเรื่องการไปเป็นออแพร์ที่อเมริกาอีกครั้ง และตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ ทุกวันนี้ค้นพบว่า ฉันได้อะไรมากยิ่งกว่าภาษาอีก
 

ธัญญ่า: ครอบครัวมีปัญหาไหมพอรู้ว่าเราจะมาเป็นออแพร์
สาวน้อย: ทุกคนในครอบครัวเคารพในความคิดและการตัดสินใจของดิฉัน เพราะในตอนนั้นปาเข้าไปจะ 24 แล้ว ทางโรงเรียนก็ยินดีต้อนรับกลับไปทำงานต่อเสมอ ยกเว้นก็แต่แม่ที่เป็นห่วงเราซะเหลือเกิน กลัวโดนหลอก กลัวสารพัด มาทำเรื่องที่กรุงเทพก็ตามมา กี่ครั้งก็ตามมา มาเช็คดูว่าเป็นบริษัทหลอกลวงรึเปล่า หลังจากทำเรื่องเสร็จ ได้แมทช์เรียบร้อย เริ่มทำเรื่องขอวีซ่ากัน จู่ๆแม่ก็ร้องไห้

ธัญญ่า: ทำไม่สะละค่ะ แม่ไม่อยากให้ไปเหรอ
สาวน้อย: แม่ไม่อยากให้ไป และขอร้องไม่ให้ดิฉันไป

ธัญญ่า: โฮ้
สาวน้อย:  ดิฉันไม่ยอม ทำเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วอ่ะ หลายครั้งที่ดิฉันเห็นแม่เศร้าซึมและจู่ๆก็ร้องไห้เวลาเราไปเที่ยวห้างหรือกินข้าวด้วยกัน ท้ายที่สุดทนไม่ไหว จึงบอกแม่ว่า น้อยไม่ไปแล้ว จะอยู่กับแม่ไปตลอดชีวิตเลย หยุดเศร้าได้แล้วแม่
ธัญญ่า: กำลังซึ้งอะตัวเอง
สาวน้อย:  แต่แม่กลับบอกดิฉันว่า แม่อยู่กับน้อยไปตลอดชีวิตน้อยไม่ได้หรอก น้อยไปเถอะ โตละ ไปเถอะ อ้าว!!

 

ธัญญ่า: นอกจากปัญหาหวงลูกห่วงลูกของแม่แล้วมีอะไรอีกไหม

สาวน้อย: เรื่องการเดินทางไปกลับเชียงใหม่กรุงเทพก็เป็นปัญหาใช่ย่อยค่ะ ไม่รู้จักกรุงเทพเลย ดีที่เจอคนมีน้ำใจมากมาย คุณตำรวจใจดีบอกที่พักที่ถูกๆให้ด้วย

 

ธัญญ่า: แล้วเรืื่องเงินในบัญชีที่เป็นห่วงแต่แรกนะคะ่
สาวน้อย: พยายามหามาเพิ่มแต่ไม่อยากไปกู้หนี้ยืมสินใครให้ทรมานใจกับดอกเบี้ย แม่ต้องเอาทองไปจำนำ แล้วก็เอาเงินที่ได้มารวมกับเงินในบัญชี สรุปแล้วก็เอาเท่าที่มี สองแสนเป๊ะๆ กลับกลายเป็นว่าท่านฑูตไม่แลดูสมุดบัญชีเลย เครียดเปล่าๆตั้งนาน 

ธัญญ่า: นั้นสิแล้วทำไมถึงตกลงมาอยู่กับเขาละค่ะ
สาวน้อย: เห็นถึงความจริงใจของเขา ดิฉันก็ไม่ได้ตอบปฏิเสธเขาไปทันที ถามอะไรเขา เขาก็ตอบตรงๆ ว่าอะไรได้หรือไม่ได้ในบ้านเขา ขอรูปครอบครัวก็ให้ทันที ขอรูปบ้านก็ให้ทันที ต่อรองอะไรในตอนนั้นกับเขา เขาก็แฟร์ๆ เอากันตรงกลางนะ เรื่องภาษาเขาก็บอกว่าไม่ต้องห่วง เขาไม่ถนัดภาษาไทยเท่าไหร่แล้ว อยู่อเมริกามาตั้ง 30 กว่าปีแล้ว มาตั้งแต่อายุ 10 ขวบแล้ว บวกกับเพื่อนบ้านเขามีลูกเด็กเล็กแดงที่โตและคุยเก่งให้พูดคุยเล่นด้วยได้ แล้วก็ไม่ผิดหวัง ได้ฝึกภาษากันเต็มที่ เพราะเด็กคนนั้นพูดไม่หยุดจริงๆ 

ธัญญ่า: ได้มาอยู่กับครอบครัวนี้มีเด็กกี่คน

สาวน้อย: เด็กผู้ชายขวบครึ่งค่ะ  เลี้ยงง่ายน่ารัก หลังจากเลี้ยงมาได้แปดเดือน ก็คลอดคนเล็กเป็นเด็กผู้หญิง ซึ่ง ตอนนี้คนโตอายุ 3 ขวบ คนเล็กจะครบขวบเร็วๆนี้
ธัญญ่า: พ่อกับแม่เขาทำอะไรค่ะ
สาวน้อย: เป็นวิศวกรทั้งคู่ค่ะ

ธัญญ่า: ทำไมเราเลือกบ้านนี้
สาวน้อย: ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวแรกที่ติดต่อเข้ามาค่ะ คุยกันทางโทรศัพท์ 3 ครั้ง แรกทีเดียวไม่อยากได้ เพราะอยากไปฝึกภาษา เด็กก็เล็ก แถมแม่เป็นคนไทยอีก ไม่ต้องได้พัฒนากันแล้วธัญญ่า

ธัญญ่า: รู้ไหมเขาเลือกเราเพราะอะไร อิๆ

สาวน้อย: เขาอยากได้คนไทย เขารู้สึกอุ่นใจกับคนไทยมากกว่าชาติอื่น

รวมทั้งดิฉันมีประการณ์การดูแลเด็กและสอนเด็กมามาก เขาบอกด้วยค่ะว่าเห็นรูปดิฉันกับเด็กที่โรงเรียนแล้วดูน่ารักเป็นธรรมชาติ รักเด็กจริง อิอิ

 

ธัญญ่า: มาเป็นออแพร์ปัญหาคงเยอะแยะเลยนะค่ะ
สาวน้อย: เยอะแยะมากมาย! เรื่องการปรับตัว ไม่ว่าจะกับเด็ก พ่อแม่ของเด็ก สภาพแวดล้อม เพื่อนที่เป็นฝรั่ง วัฒนธรรม มุขตลกของโฮสแด๊ด ดูเหมือนมันเข้ากันไม่ได้สักอย่าง ยกเว้นอยู่แต่เรื่องเดียว เรื่องอาหาร ไม่มีปัญหาเลย กินได้หมด ชอบ! เรื่องคิดถึงบ้านที่กระหน่ำเข้ามาในช่วงเดือนที่ 5-6 ของการอาศัยอยู่ที่นี่ คิดถึงแม่กับอาหารบ้านเฮาจาวเหนือ อ้อ! แล้วก็เรื่องภาษาก็พอถูๆไถๆกันไปได้ ถูจนถลอกกันไปข้างเป็นบางครั้ง จนถึงเดี๋ยวนี้โฮสมัมกับโฮสแด๊ดยังเอาคำที่ดิฉันพูดผิดไป มาล้อเลียนให้ได้ขายหน้ากันอย่างสนุกสนาน รอให้ถึงตาอิฉันบ้างเฮ๊อะ....!

 

ธัญญ่า: โดยส่วนตัว เรามีแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างไรค่ะ
สาวน้อย: ถ้าปัญหาเรื่องส่วนตัว ก็ช่วยเหลือตัวเองก่อน ถ้าไม่ได้ ก็ปรึกษาโฮสทั้งสอง

ถ้ามีปัญหากับโฮสมัมโฮสแด๊ด ก็พูดคุยกันค่ะ ปรับความเข้าใจกัน แต่ถ้าพูดคุยกันแล้วไม่รู้เรื่อง ไม่ว่าจะด้วยเหตุของวัฒนธรรมที่แตกต่างหรือภาษาของดิฉันที่เข้าใจยาก ก็ให้ที่ปรึกษาประจำเขตช่วย

 

ธัญญ่า: เห็นดีๆ กันอย่างนี้แต่พอมาถึงตอนแรกก็มีปัญหาเลยใช่ไหมค่ะ
สาวน้อย: ใช่ค่ะ พอดิฉันมาถึงนี่ปุ๊บ เขาเปลี่ยนอะไรที่เคยพูดกันมาก่อนเยอะแยะนะคะ

ธัญญ่า: เรื่องอะไรบ้างค่ะ
สาวน้อย: อย่างเรื่องรถรากลายเป็นเกียร์กระปุก ดิฉันขับไม่เป๊น.น.น! 

เรื่องเคอร์ฟิว ไหนบอกว่าไม่มี

เรื่องวันหยุด อย่างเช่นวันคริสต์มาส วันแรงงาน และวันพิเศษต่างๆที่เขาหยุด ก็ไหนว่าจะให้เราหยุด เรื่องการทำอาหารให้เด็กตอนกลางวัน  ก็ไหนบอกว่าให้ใช้ที่เป็นอาหารเย็นของเมื่อวานเป็นอาหารกลางวันของเขาไง แล้วก็เรื่องที่ใหญ่ที่สุด เรื่องเวรทำอาหารเย็น 2 วันต่ออาทิตย์ ไม่อ๊าว.ว.ว ดิฉันกินเก่ง แต่ดิฉันทำอาหารไม่เก่ง

 

ธัญญ่า: แล้วทำงัยคะ่นี้
สาวน้อย: จะบอกให้ว่าเรื่องที่เอ่ยมาทั้งหมดข้างต้นนั้น ดิฉันยอมเขาหมด แป่ว..แหว่ว..แหว่ว ไม่ใช่ว่าเพราะกลัวโดนรีแมชท์หรืออะไรทั้งสิ้น แต่จากการอธิบายอย่างละเอียดของโฮสทั้งสอง การไตร่ตรองในเหตุและผล การรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา การเห็นใจผู้อื่น ไม่เห็นแก่ตัว และการนึกถึงเวลาที่เขาปฏิบัติตนต่อเราและทำสิ่งต่างๆเพื่อเราบ้าง แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่ทำให้ดิฉันตัดสินใจทำเพื่อเขา มันไม่ได้มากมาย มันไม่ได้หนักหนาอะไรเลย ความเป็นไทยสอนพวกเรามาอย่างนี้ เรียนพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าท่านก็ทรงสอนเรามาอย่างนี้เหมือนกัน มันเป็นการทำให้ใจเราไม่ดำด้วยค่ะ
ธัญญ่า: โอ๊ยประทับใจจริงๆ แล้ว
กับเด็กนี้วันๆ เราทำอะไรกันบ้าง
สาวน้อย: ทุกวันตอนเช้า เตรียมอาหารเช้าให้น้อง ง่ายๆค่ะ แพนเค้ก วัฟเฟิ่ล ขนมปังกับแยม ไส้กรอก ซีเรียล ฯลฯ ส่วนใหญ่แล้วน้องจะตื่นก่อนดิฉัน แหะๆ กินอาหารเช้ากันเสร็จประมาณ 8:00น. ก็รอน้องคนเล็กกินนมจากแม่เสร็จก่อน เราถึงจะออกไปเดินเล่นกัน เดินกันไปจนถึงพาร์คนู่นค่ะ เดินไปร้องเพลงกันไป ใช้เวลา 15-20 นาที เล่นกันในพาร์คอีก 1 - 2 ชั่วโมง ก็แล้วแต่ความรุนแรงของแดดค่ะ ถ้าดูแล้วแดดไม่แรงมาก ดิฉันก็จะเอากิจกรรมไปทำด้วยกันที่พาร์ค แต่ถ้าแดดแรงมาก ก็กลับมาทำกันที่บ้าน กิจกรรมก็อย่างเช่น เพ้นท์ วาดรูปใช้ช็อล์กหรือสีเทียน เล่นว่าว ทำของเล่น ล้วนแต่เป็นกิจกรรมที่เตรียมมาจากเมืองไทยเพื่อจะมาทำกับเขาน่ะค่ะ 

 

ธัญญ่า: แจ่มจริงๆเตรียมกิจกรรมมาจากไทยด้วย
สาวน้อย: หลังๆมาหมดมุขก็หาเอาในเว็บไซต์ล่ะค่ะ หาที่มันเข้ากับวัยและพัฒนาการด้านต่างๆของเขา ที่สำคัญต้องเอาสนุกด้วย ไม่เอา เดี๋ยวเด็กเครียด รวมทั้งตัวดิฉันด้วยจะเครียส

 

จากนั้นประมาณ 10 โมง น้องคนเล็กนอน ซึ่งบางครั้งก็นอนในรถเข็น บางครั้งก็กลับมานอนที่บ้าน เด็กคนนี้นอนที่ไหนก็ได้ค่ะ แต่ต้องให้อาหารก่อนนอนค่ะ ช่วงระหว่างที่น้องคนเล็กนอน ก็ให้อาหารว่างคนโต พอถึง 11 โมง กลับมาถึงบ้าน เพื่อทำอาหารให้น้องคนโต

 

หลังจากน้องกินอาหารกลางวันเสร็จก็ประมาณเที่ยง พาเข้านอนค่ะ ขณะเดียวกัน ก็เป็นเวลาที่น้องคนเล็กตื่น เอานมให้กิน หลังจากนั้นก็นั่งเล่นด้วยกัน ร้องเพลง และช่วยพัฒนาการต่างๆทางด้านร่างกายให้น้อง เช่น พยายามให้ลุกขึ้นมานั่งเอง ตั้งไข่เอง และเริ่มคลานด้วยตัวเอง เวลาอาหารก็ให้เขาพยายามจับอาหารใส่ปากเอง น้องอาบน้ำวันเว้นวัน วันไหนเป็นวันที่ต้องอาบน้ำให้ ก็อาบในช่วงเวลานี้แหละค่ะ พอบ่าย 2 โมง ให้กินอีกครั้ง แล้วก็พาไปนอนรอบที่สอง ก็พอดีเป็นเวลาที่พี่คนโตตื่น พาพี่ไปอาบน้ำค่ะ พี่ต้องอาบทุกวัน แล้วก็พาลงมากินของว่างข้างล่าง เล่นเกม เล่นของเล่น เล่นซ่อนหา เล่นวิ่งไล่จับ รอจนกว่าพ่อแม่เด็กๆจะกลับมา ทุกๆวันผ่านไปเร็วมาก ไม่ทันรู้ตัวก็หมดไปแล้ววันหนึ่งกับเด็กๆ


ธัญญ่า: ทำอาหารไม่ค่อยเก่งใช่ไหม
สาวน้อย:  เมื่อก่อนทำอาหารไม่ค่อยได้เรื่อง น้องก็ทนๆกินไป น่าสงสาร แต่เดี๋ยวนี้กินอร่อยแล้วนะคะ

 

 

 

ธัญญ่า: ทำอาหารไม่ค่อยเก่งใช่ไหม
สาวน้อย:  เมื่อก่อนทำอาหารไม่ค่อยได้เรื่อง น้องก็ทนๆกินไป น่าสงสาร แต่เดี๋ยวนี้กินอร่อยแล้วนะคะ

 

ธัญญ่า: สรุปว่าฝีมือทำอาหารดีขึ้นใช่ไหม

สาวน้อย: พอได้คะ่ เอ่ยถึงเรื่องอาหาร ตอนแรกที่บอกว่า โฮสให้เวรทำอาหาร 2 วันต่อหนึ่งอาทิตย์ โฮสทนกินได้อยู่เดือนหนึ่ง ก็มาขอร้องให้หยุดทำ เขาบอกว่า เขาเบื่ออาหารพวกผัดกับข้าว ไม่ต้องทำแล้วก็ได้นะ ในใจก็คิดว่า ทนกินต่อไปไม่ไหวแล้วก็บอกกันมาตรงๆเถอะค่ะ รับได้ เย้..เย้! ไม่ต้องทำแล้ว
แรกๆก็ดีใจ
ธัญญ่า: ก็คิดว่าอย่างนั้นเหมือนกันคะ่ ฮ่าๆ
สาวน้อย: แต่ในใจลึกๆรู้สึกละอายอยู่เหมือนกัน ที่ต้องให้เขามาหาข้าวหาปลาให้กินอยู่ฝ่ายเดียว อาหารสูตรดีๆทั้งนั้นด้วย อยู่นี่กินอาหารมาเกือบทุกประเทศแล้ว หลังๆมาเริ่มพัฒนาฝีมือเรื่องการทำอาหาร มีโอกาสเมื่อไหร่รีบขอโชว์ฝีมือทันทีเลยค่ะ

 
ธัญญ่า: คิดว่าสิ่งใดที่เด็กชอบจากตัวเรามากทีสุด
สาวน้อย: ความน่ากลัว<<อ่า..ล้อเล่งหน่า

ในความคิดของดิฉัน ดิฉันคิดว่า คงเป็นเพราะเป็นคนตลก สนุกสนาน ชอบเล่นอะไรติงต๊องเหมือนเป็นปัญญาอ่อน เลยทำให้เขาคิดว่า เขามีเพื่อรุ่นราวคราวเดียวกับเขาคนหนึ่งอยู่ในบ้านมั้ง โฮสทั้งสองบอกว่า ดิฉันเลี้ยงเด็กๆ เหมือนพี่เลี้ยงน้อง ไม่เหมือนทั่วไปที่เลี้ยงเหมือนกับมาเป็นพ่อเป็นแม่อีกคนของเด็ก ยังไงก็ตามเด็กๆก็เชื่อฟังดิฉันดีค่ะ แต่ถ้าวันไหนเข้ากันไม่ได้ ก็เกิดอาการน้ำตานองหน้าเพราะถูกทามเอาท์ด้วยความรัก แต่ส่วนใหญ่ก็บอก I love you กันทุกวันเลย 

ธัญญ่า: อยากให้เล่าความประทับใจของเรากับเด็กให้ฟังหน่อยค่ะ
สาวน้อย:Ethan กับ Trinity ทำให้ดิฉันรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวอย่างแท้จริง ไม่ใช่ว่าโฮสมัมกับโฮสแด๊ดทำให้ดิฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวอย่างหลอกลวงนะ มันไม่เหมือนกัน โฮสทั้งสองจริงใจกับดิฉันมาก แต่มันก็มีบางครั้งที่เขาทำให้เรารู้สึกว่าเราต้องออกมาบ้าง ไม่รู้สิ บางคนคงมีความรู้สึกแบบนี้เหมือนดิฉัน เด็กๆมอบความรักจากใจดวงน้อยๆของพวกเขาให้กับดิฉัน ถามถึงดิฉันเสมอถึงแม้ว่าจะอยู่แค่ในห้องนอน กินอะไรอยู่ก็จะเอามายื่นให้บอกว่า ชิมมะ Ethan พูดไทยได้บ้างแต่ส่วนมากพูดภาษาอังกฤษ เคาะประตูมาให้บอกกู๊ดไนท์เป็นประจำก่อนนอน จะไปเข้าห้องน้ำก็จะไปเป็นเพื่อน ด้วยกลัวว่าจะตกลงไปในโถเหมือนตัวเอง ดีใจเหมือนถูกรางวัลที่หนึ่งทุกครั้งหลังจากที่ดิฉันกลับจากการท่องเที่ยวหรือไปซื้อแค่บหมูแม็กซิกันหน้าปากซอย และอีกมากมาย เหตุการณ์ล่าสุด ที่ทำให้รู้ว่าเค้าเป็นห่วงเราด้วยเหมือนกัน วันนั้นดิฉันเดินเอานิ้วก้อยของเท้าด้านหนึ่งไปชนเข้ากับขาโต๊ะอย่างจัง น้ำตาเล็ด ร้องดังก็ไม่ได้ น้องคนเล็กหลับอยู่ ได้แต่นั่งเอามือกุมนิ้วเท้าไว้ Ethan เดินมาถามว่า “What happened?”  ดิฉันพูดไม่ออก มีแต่เสียงเล็ดลอดออกมาว่า “โอ๊ย..” เด็กตัวน้อยๆ เดินเข้ามาใกล้อีกนิดแล้วบอกว่า "Let me see. Are you ok? มา โอ๋..โอ๋ เป่า..เป่า พ่วง!" ปาฏิหารย์มีจริงค่ะ น้อยหายเป็นปลิดทิ้ง เขาทำเหมือนที่เราทำให้กับเขาเวลาที่เขาเจ็บตัว กอดกันแน่นๆและโอ๋ดิฉันอยู่นานหลังจากนั้น

 


ธัญญ่า: แล้วกับโฮสต์ละคะ่

สาวน้อย:โฮสทั้งสองเหมือนเป็น ญาติผู้ใหญ่ของดิฉันไปเสียแล้ว ไปเที่ยวที่ไหนก็พาดิฉันไปด้วย ค่าอาหาร ค่าห้อง จ่ายให้หมด เรานอนด้วยกันทั้งหมดในห้องเดียวกันค่ะ บางครั้งนอนเตียงเดียวกับโฮสมัม บางครั้งก็นอนกับ... แหม่! อย่าคิดมากค่ะ บางครั้งก็นอนกับน้องคนโต ใครนอนกรน ไม่กรน ผายลม ไม่ผายลม น้ำลายยืดหรือไม่ รู้ไส้เห็นพุงกันหมดแล้ว ดิฉันก็เก๊กต่อไปไม่ไหว เดี๋ยวนี้ใครน่าเกลียดมา น่าเกลียดกลับอย่างไม่อายหน้าแล้ว ไปปิกนิกกันพาร์คไหน เอาช้อนไปกันไม่พอก็ใช้ด้วยกันนั่นแหละ เขาไม่คิดรังเกียจอะไร มีก็แต่ดิฉันนี่แหละ ที่แรกๆก็ขยาด ก็ที่โรงเรียนสอนมาตลอดนี่นา ว่าอย่าใช้ช้อนส้อมร่วมกับผู้อื่น สุดท้ายก็เอาไงเอากันวะ เดี๋ยวไม่ได้กิน ทั้งสองไม่เคยถือตัวกับดิฉันเลย ถ้ามีใครเข้าใจผิดคิดว่าดิฉันเป็นน้องสาวของพวกเขา ทั้งสองก็ไม่เคยแก้ให้ถูก ดิฉันคิดว่าตัวเองโชคดีแล้วค่ะ

 

ธัญญ่า: เห็นว่าเรียนภาษามือด้วยเหรอค่ะ

สาวน้อย: ใช่ค่ะ ดิฉันมีโอกาสได้เข้าเรียนที่ Community College ชื่อว่า Folsom Lake College ค่ะ ตัวแรกที่ดิฉันลงเรียน เป็นวิชาที่ไม่คร่ำเครียดมากนัก American Sign Language  ตัวนี้ออกแนวสนุกสนาน หัวเราะกันไปเพราะทำผิดทำถูก มั่วกันไปหมด ได้เพื่อนเยอะค่ะวิชานี้เพราะเล่นเกมและพูดคุยกันผ่านภาษามือซะเป็นส่วนใหญ่

 

ธัญญ่า: แล้วได้ัเรียนอะไรด้านเกียวกับเด็ก การศึกษาอย่าที่ตั้งใจไ้ว้ไหม

สาวน้อย: ได้เรียนค่ะ หลังจากวิชาภาษมือจบลง ก็เริ่มจริงจังมากขึ้น เรียนด้านที่เกี่ยวกับเด็กค่ะ Pediatric First Aid and CPR, Health and Safety in Childcare Setting, Child Development, Child Psychology, Introduction of Family Childcare ค่ะวิชาเหล่านี้เครียดก็จริงนะคะ แต่ก็สนุกดีเหมือนกันค่ะ ได้รู้วิธีการสอนเด็กในแนวคิดของฝรั่ง มีประโยชน์มากๆ


ธัญญ่า: อยากให้เล่าเรืื่องไปเที่ยวขณะเป็นออแพร์ให้ฟังบ้างจ้า
สาวน้อย: ส่วนมากเที่ยวกับโฮสค่ะ ไม่ได้จ่ายอะไรมากเท่าไหร่ เน้นเก็บเงินเพื่ออนาคตเป็นหลัก

แต่ก็ไม่ใช่ว่ากระหน่ำเก็บอย่างเดียวนะคะ ลงไปกับการกินและช้อปปิ้งอยู่บ้างเหมือนกัน

โฮสพาไปเที่ยวมาอยู่หลายที่ค่ะ ในรัฐแคลิฟอร์เนียซะเป็นส่วนใหญ่ ได้แก่ San Francisco ชื่นชอบที่สุด, ไปเที่ยววัดไทยที่ Berkeley, ไปดูนักโต้คลื่นที่ Burlingame, ไปพักผ่อนบนชายหาดที่ Monterey Bay,  Capistrano กับ Orange County, ไปเที่ยวสวนสัตว์เปิดที่ San Diego Wild Animals Zoo, 

 

ธัญญ่า: มาอยู่รัฐทางใต้อย่างนี้ ได้เห็นหิมะกับเขาบ้างหรือเปล่าค่ะ
สาวน้อย: ได้เห็นหิมะค่ะ โฮสต์พาไป่ South Lake Tahoe รัฐ Nevada ค่ะ เห็นหิมะเป็นครั้งแรกในชีวิตก็ที่นี่ล่ะค่ะ แต่ละที่ให้ความรู้สึกแตกต่างกันไป ยังไงก็ตามทุกๆที่ที่ไปได้ให้ความรู้สึกที่ดีๆกับมาทุกครั้ง

 

ธัญญ่า: ก่อนเป็นออแพร์กับมาเป็นออแพร์แล้ว สิ่งที่คาดหวังไว้มันเหมือนหรือต่างกันไหมค่ะ
สาวน้อย: จะบอกว่าเหมือนหรือต่างกันก็ไม่ได้ เพราะสิ่งที่คาดหวังไว้ว่าจะได้ ก็ได้ครบแล้ว ส่วนมากจะได้เกินความคาดหวัง อ้อ ! มีอย่างหนึ่งค่ะที่ไม่เคยคาดหวังว่าจะได้ ไม่เต็มใจอยากได้ด้วย กลับได้มาซะเต็มตัว ตับเป็ดค่ะ ดำล้ำลึก ดำเหลือหลายค่ะตอนนี้ ไม่รู้มาก่อนว่า Sacramento แดดมันจะแรงขนาดนี้ กลับไปบ้านใครจะเชื่อไหมเนี่ยว่าไปอยู่อเมกามา

 

ธัญญ่า: อีกไม่นานก็จะจบโครงวการแล้ว วางแผนจะทำอะไรต่อไปในชีวิตเมื่อจบโครงการออแพร์ค่ะ
สาวน้อย:เดินทางกลับเมืองไทย ไปสานต่อความฝัน เรียนต่อในด้านวิชาชีพครู เก็บหอมรอมริบทั้งทางด้านการเงินและการศึกษา พาแม่ท่องเที่ยว ในอนาคตอยากมีโรงเรียนอนุบาลเป็นของตัวเองค่ะ

 


              saonoi_saisunee@yahoo.com  

ธัญญ่า: สุดท้ายแล้วคะ่ ็อยากให้ฝากข้อคิดเกียวกับการเป็นออแพร์แก่ผู้สนใจจ้า

สาวน้อย: การมาเป็นออแพร์ในอเมริกา หลายๆคนวาดฝันไว้อย่างเลิศหรูว่าต้องสวยงาม แต่ทว่า.. ชีวิตจริง ไม่เหมือนภาพที่เราเห็นในทีวีหรือในโรงหนัง เพราะมันไม่มีพล็อทเรื่อง ไม่มีบทพูด ไม่มีคัท ไม่มีแอ็คชั่น ไม่มีฝ่ายคัดเลือกนักแสดง ไม่มีฝ่ายคัดเลือกฉาก ไม่มีงบประมาณอลังการจัดสร้าง ไม่มีการตัดต่อ ไม่มีสลิง ไม่มีตัวแสดงแทน จะมีก็แต่ผู้กำกับก็คือตัวเราเอง เมื่อมาถึงที่นี่แล้วผู้ช่วยผู้กำกับอยู่เมืองไทยหมด 

หลายคนมาที่นี่ไม่ใช่เพราะรักเด็กอะไรมากมายถึงอยากมาทำงานกับเด็ก ก็เข้าใจค่ะเพราะทุกคนมีความฝัน มีความหวังที่แตกต่างกันออกไป นี่เป็นเส้นทางหนึ่งที่จะช่วยให้เราไปถึงจุดหมายนั้นได้ ก็อยากให้ทุกคนเห็นเส้นทางการเป็นออแพร์นี้ เป็นเส้นทางที่เปิดโอกาสให้เรา ได้ช่วยทำความฝันของเราให้เป็นจริง และทำหน้าที่ ของการเป็นออแพร์ให้ดีที่สุด
ธัญญ่า: ขอบคุณสาวน้อยมากสำหรับการสัมภาษณ์และธัญญ่าขออวยพรให้สาวน้อยสมหวังในสิ่งที่ตั้งใจไว้ทุกอย่างนะค่ะ

 




สัมภาษณ์เพื่อนออแพร์ไทยในต่างแดน

กิฟท์ แนนนี่แคนาดากับพีอาร์หนึ่งใบ
ฝัน อดีตออแพร์เมกา
บลู ออแพร์ไทยในอเมริกา
ซิ่ว ออแพร์ไทยอเมริกา article
อ้อม ออแพร์ไทยนอร์เวย์ article
ทราย ออแพร์ไทยอเมริกา article
นก ออแพร์ไทยในอเมริกา article
บุ๋ม ออแพร์ไทยในอเมริกา article
ยุ้ย อดีตออแพร์ไทยในอเมริกา article
ติ๊ก ออแพร์ไทยในอเมริกา article
เหมียว ออแพร์ไทยในอเมริกา " เลี้ยงเด็กแฝด ไม่ใช่เรื่องยากส์ เหมียวทำได้ คุณก็ทำได้" article
ตูน ออแพร์ไทยในแคนาดา article
ไอซ์ ออแพร์ไทยในฝรั่งเศศ article
ติ๊ก ออแพร์ไทยในนอร์เวย์ article
พงศ์อิศเรส ออแพร์ชายไทยในเยอรมัน "อยากมาก็ได้มาเยอรมันสมใจ ออแพร์ชายที่มีแนวความคิดที่ดีมาก" article
ป้าออพัว อดีตออแพร์ไทยในอเมริกา "สมาชิกกิตติมศักดิ์ของไทยออแพร์คลับ ปัจจุบันสมรสแล้ว" article
แอน ออแพร์ไทยในเบลเยียม "ออแพร์สองประเทศแล้ว เนเธอแลนด์ ปัจจุบันเบลเยียม" article
อร ออแพร์ไทยในเดนมาร์ก " ออแพร์สองประเทศแล้ว เนเธอแลนด์ และปัจจุบัน ออแพร์เดนมาร์ก" article
โน๊ต ออแพร์ไทยในแคนดา " อดีตออแพร์เมกา ปัจจุบันออแพร์แคนาดา" article
อภิญญา ออแพร์ไทยในนอร์เวย์ "สองปีที่ได้เป็นออแพร์ทีนอร์เวย์ มีเรื่องและข้อมูลดีๆ เยอะเลยจ้า" article
ยิ้ม ออแพร์ไทยในอเมริกา "สาวไทยไซส์ XXL ก็มาเป็นออแพร์ได้ พร้อมประสบการณ์รีแม็ทช์มาแชร์กัน" article
ตุ๊กตุ่น อดีตออแพร์ไทยในอเมริกา "ดรอปเรียนมาเป็นออแพร์ ปัจจุบันสมรสแล้ว" article
เก๋ ออแพร์ไทยในแคนาดา "อดีตครูอนุบาลจากเมืองไทย ทีได้มาเป็นออแพร์สมใจที่แคนาดา" article
เอ๋ ออแพร์ไทยในอเมริกา "1 ใน 5 ผู้เข้าชิงตำแหน่งออแพร์ไทยแห่งปี 2008" article
เปิ้ณ ออแพร์ไทยในอเมริกา "1 ใน 5 ผู้เข้าชิงตำแหน่งออแพร์ไทยแห่งปี 2008" article
ก้อย ออแพร์ไทยในอเมริกา " 1 ใน 5 ผู้เข้าชิงตำแหน่งออแพร์ไทยแห่งปี 2008 " article
นิด ออแพร์ไทยในแคนาดา ออแพร์ที่ทำกับโฮศต์เอเซียตลอดไม่ว่าจะอเมริกา หรือ แคนาดา article
บี ออแพร์ไทยในสวีเดน อดีตออแพร์อเมริกา ปัจจุบันเป็นออแพร์ทีสวีเดน article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในนิวยอร์ก"กว่าจะได้มาก็รอนานเป็นปี ภาษาก็ไม่ค่อยดี มาเลี้ยงเด็กแรกเกิด" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเยอรมัน "อดีตออแพร์ไทยในเยอรมัน ปัจจุบันเป็นเจ้าของโรงเรียนอนุบาลทีบ้านเกิดของเธอค่ะ" article
สัมภาษณ์ ออแพร์ชายไทยในเมกา "กว่าจะได้มาเป็นออแพร์สมใจต้อรอนาน แล้วผู้ชายดูแลเด็กได้จริงหรือเปล่านี้" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเมกา "ออแพร์ที่ถูกรีแม็ทช์และต้องกลับเมืองไทย ทั้งที่เป็นออแพร์มาได้แค่ 2 อาทิตย์ " article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเมกา"ประสบการณ์ออแพร์ที่ทำงานคู่กับออแพร์อีกคนในเวลาเดียวกัน และดูแลเด็ก 4 คน" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเดนมาร์ก "ไปโครงการออแพร์เองไม่ผ่านเอเจนซี่ กว่าจะได้ไป และถูกรีแม็ทช์" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในนอร์เวย์ "ผิดหวังจากอเมริกา แคนาดา แต่สุดท้ายก็ได้มาเป็นออแพร์ที่นอร์เวย์" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเมกา "ชีวิตออแพร์กับการเลี้ยงเด็กสามคน และข้อคิดดีๆ กับคำว่า Flexible" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในอเมริกา "เป็นออแพร์กับครอบครัวมังสาวิรัต และจบท้ายด้วยการรีแม็ทช์" article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

 

   

      

www.thaiaupairclub.com จุดประสงค์ของเวบ คือ มีไว้เพื่อเป็นจุดศูยน์กลางแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ ของสมาชิก และเพื่อสร้างมิตรภาพของออแพร์ ทั้งบุคคลที่สนใจโครงการ เป็นออแพร์อยู่ หรือ สิ้นสุดการเป็นออแพร์แล้วก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดมาจากประสบการณ์ของสมาชิกแต่ละคนที่แตกต่างกันไป ขอให้ใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาและรับข้อมูล ทางเวบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสนับสนุนคนไทย ให้เดินทางเข้าอเมริกาอย่างผิดกฏหมาย หรือผิดวัตถุประสงค์ของการเป็นออแพร์

www.thaiaupairclub.com is the first Thai au pair community web site in Thailand. We have friendly and warm welcome for everyone, plese feel free to join us. We would love to help each other by sharing opinions and experiences openly. More than that, we would love to make our au pair program to be great experiences for everyone. Au pair is experiences for life.

รูปภาพ และ บทความทั้งหมดบนเวบนี้ ไม่อนุญาตให้ทำการพิมพ์ หรือนำไปเผยแพร่ แจกจ่าย แก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บ tanya@thaiaupairclub.com