ReadyPlanet.com
dot
dot
รับข้อมูลข่าวสาร ThaiAuPairClub

dot
dot
ประมวลภาพสังสรรค์งานไทยออแพร์คลับจ้า
dot
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 6
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 5
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 4
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 3
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 2
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 1
dot
+++ เอเจนซี่ที่แนะนำ +++
dot


ลิฟอินแคร์กิฟเวอร์ แนนนี่แคนาดา ทำงานเรียนต่อเมืองนอก ไปต่างประเทศ
Cultureal Care Thailand


เอ๋ ออแพร์ไทยในอเมริกา "1 ใน 5 ผู้เข้าชิงตำแหน่งออแพร์ไทยแห่งปี 2008" article

ตอนขอวีซ่า มีเงินฝากในบัญชีมีอยู่หมื่นเก้า แถมเรียนก็ไม่จบดรอปมา อายุก็ใกล้เกิน 27 เต็มที่แต่ได้วีซ่าออแพร์มาในทีสุดและเป็นออแพร์สองปีในเมริกาพร้อมความประทับใจอันมากมายในชีวิต ของการเป็นออแพร์ของเธอค่ะ เอ๋เป็น 1 ใน 5 ผู้เข้าชิงตำแหน่งออแพร์ไทยแห่งปี 2008  มารู้จักเอ๋กันดีกว่า

 

ธัญญ่า: เอ๋ รู้จักโครงการออแพร์ได้อย่างไรคะ

เอ๋:   ได้ยินคำว่า AuPair ครั้งแรกจากเพื่อนค่ะ ตอนนั้นรู้สึกจะอายุประมาณ 23-24 แล้วเพื่อนที่หอเอาเรื่องออแพร์มาพูด แต่ว่าตอนนั้นก๊ไม่ได้สนใจอะไรมากนักเพราะเพื่อนบอกว่าต้องขับรถได้ ( ตอนนั้นขับรถไม่เป๊นเลยค่ะ ไม่เคยแม้แต่ลองขับ....เคยแต่ลองจับพวงมาลัยรถเล่นเท่านั้นเองค่ะ เหอะๆ )

   

ธัญญ่า: แล้วทำไมเอ๋ถึงตัดสินใจมาร่วมโครงการออแพร์

เอ๋: สาเหตุหลักเลยเนี่ยะ คือ อยากผลิกผันวิถีชีวิตของตัวเองค่ะ คือก่อนมาชีวิตลำบากมากๆ ที่บ้านมีปัญหาทางด้านการเงิน ตอนนั้นที่ทราบเรื่องเกี่ยวกับโครงการออแพร์ ซึ่งเป๊นโครงการเกี่ยวกับการไปเป๊นพี่เลี้ยงเด๊กที่เมืองนอก แค่คำว่า เมืองนอก อเมริกาแน่ะ โห..อยากมามาก ประกอบกับที่ส่วนตัวแล้วชอบภาษาอังกฤษเป๊นทุนเดิมอยู่แล้ว เลยคิดว่า นี่แหละเป๊นหนทางที่จะทำให้ชีวิตตัวเองดีขึ้น ที่สำคัญคือ ถ้าชีวิตของตัวเองดีขึ้นแล้ว ชีวิตของครอบครัว พ่อ แม่ น้องชาย ก๊จะดีขึ้นด้วย

 

ธัญญ่า: เห็นมีปัญหากว่าจะได้มาเป็นออแพรหลายประการเหลือเกินนะคะ่ เล่าให้ฟ้งหน่อยค่ะ

เอ๋:  มีปัญหามากมายก่อนมาจริงๆค่ะ เริ่มตั้งแต่ปัญหาแรกตั้งแต่ได้ยินเกี่ยวกับโครงการนี้เลยนะค่ะ

 

ธัญญ่า: ปัญหามีอะไรบ้างเหรอคะ่
เอ๋ :
ปัญหาเรื่องใบขับขี่คะ
ธัญญ่า
:
อ๋อ แล้วมันยุ่งยากมากมายแค่ไหนเอ่ย เห็นถึงกับว่าจะไม่เป็นออแพร์ก็เพราะใบขับขี่นี้แหละ
เอ๋
: ตอนได้ยินเกี่ยวกับโครงการนี้จะล้มเลิกเพราะว่าเรื่องของใบขับขี่นี่แหละค่ะ อย่างที่บอกว่าเกิดมาไม่เคยแม้แต่หัดขับรถ ( ขับเป๊นแต่มอเตอร์ไซด์ แถมขับไม่แข็งอีกต่างหาก ) ตอนที่เพื่อนพูดเรื่องออแพร์ ตาโต หูกาง อยากรู้เรื่องมาก ประมาณว่า โหๆ จะได้ไปเมืองนอก ตั้งเมกาแน่ะ อยากไปๆๆๆๆๆ แต่พอเพื่อนบอกว่า ต้องขับรถ ต้องมีใบขับขี่สากล จากตาโต หูกาง มาเป๊น ตาตี่ หูตูบเลย

ธัญญ่า: ฮ่าๆ นึกภาพออก
เอ๋: ตอนนั้นเข้าใจว่า ถ้าจะมาเป๊นออแพร์ต้องขับรถได้เท่านั้น ก๊ขนาดแค่มอเตอร์ไซด์ยังไม่เก่งเลย เป๊นคนขี้กลัวอีกต่างหาก ดังนั้นจะให้ฉันขับรถเลยเหรอเนี่ยะ โอ้ว โนว...บ่อได้เด้อคร้า ตอนนั้นก๊ล้มเลิกโครงการไปเลยค่ะ จากนั้นอีกประมาณปีสองปีได้ มีเพื่อนอีกคนมาบอกเรื่องออแพร์ ได้ยินเรื่องใบขับขี่อีกแล้ว ตอนนั้นก๊แค่ฟังเพื่อนบอกแหละค่ะ ยิ่งฟังเหมือนโอกาสมันริบรี่ แค่ด้านแรก ใบขับขี่ฉันก๊ไม่มีแล้วอ่ะค่ะ ขับรถก็ไม่เป็น หลังจากการเมาท์วันนั้นยุติลง ถัดมาสักสองสามวันได้ เพื่อนก๊มาบอกใหม่ว่า ไม่ต้องมีใบขับขี่ก๊สมัครเข้าโครงการได้ โอ้ว...ตาโต หูกางอีกแล้วค่ะ ตอนนั้นรู้สึกจะอายุประมาณ 25 แล้วค่ะ จากนั้นเอ๋ก๊เริ่มหาข้อมูลใหญ่เลย แล้วก๊พบว่า ไม่จำเป๊นต้องมีใบขับขี่มาก่อนก๊สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ค่ะ

ธัญญ่า
: ดีใจด้วยที่รุ้ว่าจริง ๆแล้วไม่มีใบขับขี่ก็สมัครโครงการนี้ได้จ้า อิๆ
แหมเกือบจะไม่ได้มาเป็นออแพร์กับเขาสะแล้ว แล้วมีปัญหาอะไรอีกค่ะ
เอ๋
: ทีบ้านไม่สนับสนุนค่ะ พอตัวเองมั่นใจว่าจะไปกับโครงการนี้แน่ๆแล้ว ก๊บอกพ่อกับแม่ค่ะ คนแรกเลยค่ะที่คัดค้านอย่างแรง คุณพ่อค่ะ พ่อกลัวโดนหลอก แรกเลยเนี่ยะคือ กลัวว่าไม่มีเอเจนซี่จริงๆหรอก  อันนี้เอ๋ก๊แก้โดยการบอกพ่อค่ะว่า มีจริงๆนะ ไม่ต้องกลัว พอดีว่าไปสมัครกับเพื่อนอีกคน แล้วเพื่อนประมาณว่าไปดูเลขทะเบียนอะไรสักอย่างของบริษัท ประมาณว่าถูกต้องตามกฎหมายแน่นอน เอ๋ก๊เลยอธิบายให้พ่อฟัง พยายามหาข้อมูลคนที่ไปจากเอเจนซี่นี้ พอหาข้อมูลได้ก๊ไปยืนยันอีก คราวนี้พ่อเชื่อแล้วว่ามีจริง แต่ยังไม่จบค่ะ


ธัญญ่า: พ่อแม่เชื่อว่ามีเอเจนซีจริงแต่ไม่เชื่อว่าลูกสาวจะเลี้ยงลูกคนอื่นได้หรือเปล่าค่ะ
เอ๋
: ใช่ค่ะ ทั้งพ่อทั้งแม่ประมาณว่ารู้จักลูกสาวคนนี้ดีพอ กลัวค่ะ กลัวว่าจะเลี้ยงลูกคนอื่นไม่ได้ ขนาดเพื่อนเอ๋ยังบอกเลยว่า ไม่คิดว่าเอ๋จะเลี้ยงเด๊กได้ ก่อนหน้านี้ตัวเองก๊คิดเหมือนกันค่ะว่าเลี้ยงไม่ได้ แต่ว่าใจมันอยากมา ก๊เลยเร่งหาประสบการณ์เลี้ยงเด๊กเต๊มที่


ธัญญ่า: แล้วเอ๋ฝึกเลี้ยงเด็กที่ไหนค่ะ
เอ๋
:   เอ๋ฝึกที่รร.ปณินันท์บริรักษ์ เขตสายไหมค่ะ


ธัญญ่า: ตอนฝึกเป็นงัยบ้าง

เอ๋: พอดีว่าอาจารย์ส่งไปเป๊นพี่เลี้ยงประจำครอบครัวญี่ปุ่น จำได้เลยวันแรกๆที่ทำเนี่ยะ พ่อจะโทรมาถามว่าเป๊นไง เลี้ยงลูกเขาได้ป่าว สำหรับปัญหานี้เอ๋แก้โดยทุกครั้งที่ได้รับงานไปเป๊นพี่เลี้ยงเด๊ก เอ๋จะเล่าให้พ่อแม่ฟังค่ะว่าเราเลี้ยงเป๊นยังไง ส่วนมากแล้วเนี่ยะ เอ๋มักได้ทิบจากลูกค้า ก๊จะบอกพ่อแม่ว่าเนี่ยะ เห๊นมั้ยว่าพ่อแม่น้องเขาพอใจเรานะ ถึงได้ทิบมา คือเล่าให้พ่อแม่ฟังให้เขามั่นใจว่าเราเลี้ยงเด๊กได้แน่นอน


ธัญญ่า: เลี้ยงเด็กได้แล้ว แล้วมีปัญหาอะไรอีก

เอ๋: ปัญหาเรื่องเรียนค่ะ  คือเรื่องของเรื่องเนี่ยะ เอ๋ยังเรียนไม่จบนะค่ะ ( ก่อนมาเอ๋เรียนที่ม.รามคำแหง )  เรียนไม่จบและอายุตอนนั้นมันประมาณ 26 ก็กลัวว่าจะหาครอบครัวไม่ทัน กลัวแมชไม่ทัน อีกอย่างเคยอ่านกระทู้เรื่องการขอวีซ่า เห๊นว่าคนที่ดรอปไปเนี่ยะ มักเจอท่านกงสุลซักนู้นซักนี้ โอกาสไม่ผ่านมีสูงอีก

ธัญญ่า: แล้วผลเป็นงัยค่ะ
เอ๋: เอ๋ก๊แก้โดยการเสี่ยงค่ะ เรื่องกลัวจะแมชไม่ทัน ก๊แก้โดยพยายามทำ profile ของตัวเองดีๆ พยายามเก๊บ ประสบการณ์มากๆเข้าไว้ ส่วนเรื่องวีซ่าไว้ทีหลัง เพราะว่าวีซ่าถือว่าเป๊นด่านสุดท้าย แก้ไปทีละขั้น คิดไปทีละตอน 


ธัญญ่า: ดรอปเรียนมาไม่พอ ยังไม่มีเงินในบัญชีด้วยใช่ไหมค่ะ
เอ๋: 
ทางบ้านไม่คิดว่าเราจะได้ไปจริงๆก๊เลยไม่ได้ไปหาถามญาติเรื่อง statement ที่จะใช้ยื่นในการขอวีซ่าให้ เคยบอกพ่อหลายครั้งแต่ว่าพ่อมักบอกว่า เอาไว้ให้ได้ไปจริงๆก่อนเถอะ สุดท้ายก๊เลยเกิดปัญหา เพราะว่าไม่สามารถเตรียมได้ทัน ตอนนั้นจำได้เลยค่ะว่า ญาติที่เขารวยๆ ไม่ช่วยเลยค่ะ แต่จะไปว่าอะไรก๊ไม่ได้ เพียงแต่ว่าเสียใจมากๆ ร้องไห้แล้วร้องไห้อีก สุดท้ายได้อาช่วย แต่ว่า statement ของอาตอนนั้นมีแค่หมื่นเก้าเองค่ะ 19,000  ตอนนั้นคิดแล้วแหละค่ะว่า ไม่ได้ไปแน่ๆ พอดีปรึกษาเพื่อนแสนดี ก๊คนสัมภาษณ์แหละค่ะ ( tanya )

ธัญญ่า: จ้าขอบคุณค่ะ

เอ๋:  ได้กำลังใจ และคำแนะนำที่ดีๆ ก๊เลยเสี่ยงดวง ปรากฎว่าท่านกงสุลไม่ขอดูเงินในบัญชีเลยค่ะ งานนี้ทำให้รู้ว่า ไม่เสี่ยงไม่รู้ผลค่ะ

ธัญญ่า: แล้วสาวเอ๋ก็ได้วีซ่าผ่านมาอย่างใจตุ่มต้อมกับเงินในบัญชี 19,000 บาท
เอ๋: โชคดีท่านคนสัมภาษณ์ไม่เปิดบัญชีเงินฝากดู รอดไป วีซ่าก็ได้แล้ว

พอได้วีซ่าแล้ว ยังไม่หมดปัญหา ปัญหาเงินจ่ายค่าโครงการค่ะ อันนี้ได้รับความช่วยเหลือจากญาติและเพื่อนค่ะ ก่อนหน้านี้เจอมรสุมหนักเรื่องที่เจอปฎิเสธการเป๊น sponsor ของญาติที่มีฐานะ ทำให้รู้ซึ้งถึงคุณค่าของเงินเลยค่ะ พอขอจากญาติอีกคนและเพื่อนตัวเอง พูดคำเดียวทั้งญาติและเพื่อนตอบโอเคทันที น้ำตาไหลพรากเลย

 

ธัญญ่า: แล้วเห็นว่าจะบินก็ต้องเลื่อนบินเพราะอะไรคะ่
เอ๋: พอดีว่ามีปัญหากับที่บ้าน จำได้เลยว่า จะเดินทางอีกสองวันแล้ว แต่ว่าตัวเองไม่พร้อมจะเดินทางเพราะว่ามีปัญหากับที่บ้าน อันนี้โทรหาพี่ที่เอเจนซี่ ตอนแรกก๊กลัวว่าพี่ๆที่เอเจนซี่จะว่า แต่กลับกันค่ะ พี่ๆ กลับเข้าใจเรา  เอ๋ได้รับความช่วยเหลืออย่างมากจากพี่ที่เอเจนซี่ ในเรื่องของการเปลี่ยนflight และในเรื่องของการช่วยพูดกับสำนักงานใหญ่ที่อเมริกา เอ๋เกือบจะต้องเสียค่าตั๋วเดินทางเอง ( ตอนนั้นจำได้          เลยว่า ประมาณเกือบพันดอล ) แต่ว่าเพราะว่าพี่เขาช่วยไว้ เลยไม่ต้องเสียสักกะเซนต์ค่ะ ไม่คิดว่าจะได้รับการช่วยเหลือมากกว่าคำว่า เอเจนซี่ ขอบคุณมากนะค่ะ

 

ธัญญ่า: เอาละแล้วก็ได้มาอยู่เมกา ได้มาอยู่เลี้ยงเด็กกี่คนค่ะ

เอ๋: จำนวนเด๊กที่เลี้ยง  2 คนค่ะ ( แต่ว่าตอนนี้โฮสมัมท้องน้องอีกคนแล้ว ) คนโตเป๊นสาวน้อยชื่อ Natalie ตอนมาใหม่ๆ อายุประมาณ 2 ขวบกะอีก 9 เดือน ส่วนคนเล๊กเป๊นหนุ่มน้อยชื่อ Ryan แต่ว่าที่้บ้านจะเรียกว่า Bubby ตอนมาใหม่ๆ อายุประมาณ 1 ขวบกะอีก 2 เดือน

 

ธัญญ่า: โฮสต์เขาทำงานอะไรกันคะ่
เอ๋ โฮสแด๊ดทำงานเป๊นผู้จัดการแบงค์ HSBC ตอนมาใหม่ๆ อายุ 29 ขวบ เอ้ย 29 ปีค่ะ ( ตอนนี้ 30 แล้ว ) ส่วนโฮสมัมตอนนี้ทำงานเป๊นพยาบาล ตอนมาใหม่ๆ โฮสมัมอายุ 28 ปี ( ตอนนี้ก๊ 29 แล้วค่ะ )


ธัญญ่า: ว๊าว โฮสต์พ่อแม่อายุรุ่นเดียวกันกับพวกเราเลย  แล้วทำไมเอ๋เลือกบ้านนี้

เอ๋: บ้านนี้เป๊นครอบครัวที่หกที่เข้ามา อยากบอกว่าอยากได้บ้านนี้ตั้งแต่อ่าน profile แล้ว อ่านแล้วถูกใจมากๆ อ่านแล้วทุกอย่างตรงกับโฮสในฝันที่เราฝันไว้เลยค่ะ ตอนที่อยู่ในขั้นตอนรอแมชนั้น ตั้งไว้เลยว่า เด๊กสองเท่านั้น อยากได้โฮสที่ชอบออกไปเที่ยว ( เพราะหวังไว้ว่าเขาจะเอาเราติดสอยห้อยตามไปด้วยนั่นเอง )  อยากได้โฮสที่ไม่มีสุนัข หรือว่าแมว อยากได้โฮสที่ให้เราขับรถ แต่ว่าไม่ต้องขับในหน้าที่ ( ไม่ต้องขับรถไปรับ-ส่งเด๊ก ) ซึ่งครอบครัว Gustin มีครบหมดเลยค่ะ ตรงเป๊ะ แมชเลย  อายุ Natalie กับ Bubby ตรงกับประสบการณ์เลี้ยงเด๊กตอนที่เป๊นแนนนี่ให้ครอบครัวญี่ปุ่น แถม Bubby เกิดวันเดียวกับน้องชายเอ๋เลยค่ะ อีกเรื่องที่คู่แท้มากๆ คุณแม่โฮสแด๊ด เป๊นเวียดนามชื่อว่า THAI สะกดอย่างนี้เลย

ธัญญ่า: ว๊าวคู่กันแท้ๆ แน่ๆเลยจ้า
เอ๋: ตอนที่โฮสมัมส่งรูป Natalie กับ Bubby ให้ดู โห...เป๊นอะไรที่แบบหลงรักเลย น่ารักมากๆ เห๊นแล้วถูกชะตาอย่างแรก ประนึงดังรักแรกพบ นี่แหละค่ะที่ทำให้เลือกบ้านนี้

         

ธัญญ่า: เอ๋รู้ไหมเขาเลือกเราเพราะอะไร อิๆ

เอ๋: รู้ค่ะ หุๆ อันนี้ถามตั้งแต่ตอนมาใหม่ๆ เลยค่ะ เพราะว่าอยากรู้เหมือนกันว่าทำไมเลือกเรา โฮสชอบ profile ชอบ essay ที่เขียนไว้ โฮสมัมบอกว่า ก่อนหน้าเราเนี่ยะ โฮสได้ดู profile ออแพร์จากอีกชาติ อ่านแล้วไม่ประทับใจ ประมาณว่าเหมือนออแพร์คนนั้นออกแนวชอบสังสรรค์มากเกินไป ใน profile เหมือนไม่ค่อยตั้งใจทำ ออแพร์คนนั้นอายุประมาณ 18 หลังจากออแพร์คนนี้โฮสก๊โทรหาเอเจนซี่เป๊นการด่วนว่า ไม่อยากได้เด๊กเอ๊าะๆ อยากได้ออแพร์มีอายุหน่อย คราวนี้จากเด๊กสุดๆ มาเป๊นเราที่แก่สุดๆ

 

ธัญญ่า: ก่อนมาก็มีปัญหา มาเป็นออแพร์แล้วมีปัญหาอะไรบ้างค่ะ

เอ๋: สำหรับเรื่องของปัญหาระหว่างการใช้ชีวิตการเป๊นออแพร์ อืม..อันนี้แยกให้ดูเป๊นข้อๆน่าจะดีกว่า

 

1.     เรื่องของภาษา : เรื่องนี้ตอนช่วงปีแรก ก๊มีเครียดเรื่องภาษา ไม่เครียดตอนที่คุยกับ Natalie กับ Bubby ที่เลี้ยงอยู่ หรือว่าตอนที่คุยกับโฮส แต่ว่าจะค่อนข้างเครียดตอนที่เวลาออกไปข้างนอก เวลาจะซื้อของ คือ บางทีเราพูดออกไปแล้วฝรั่งมีเอ๋อ ฟังไม่รู้เรื่อง แล้วหน้าพี่แกจะแบบไม่ค่อยรับแขก มันทำให้ความมั่นใจหดหายไปเยอะเหมือนกันค่ะ อีกอย่างคือ ตอนรับโทรศัพท์ หรือว่าจะโทรไปที่ไหนเนี่ยะ โอ๊ย ไม่กล้าเอาเลย อันนี้คือปัญหาแรกค่ะ

2.     เรื่องของอาหาร : จากทุกวันที่เคยได้ทานแกงอ่อม ข้าวเหนียว ส้มตำ ปลาร้า ต้องมาเจอกับเนย ชีส ขนมปัง

3.     เรื่องของความเข้าใจผิดระหว่างเรากับโฮส : บางครั้งมีบ้างที่โฮสเข้าใจเราผิด เราเข้าใจโฮสผิด ต่อมน้ำตามันก๊เลยต้องทำงานบ้างในระหว่างการใช้ชีวิตออแพร์

4.     เรื่องของการปรับตัว : ตอนมาใหม่ๆ กระดี้กระด้ามากมาย แต่อยู่ไปอยู่มาได้สักสองเดือนเริ่มคิดถึงบ้าน เริ่มเกิดอาการ Cultural shock ค่ะ

 

ธัญญ่า: แล้วปัญหาต่างๆ ทีเล่ามานี้ เอ๋ทำอย่างไรให้ปัญหาหายไปจ๊ะ

เอ๋: สำหรับในเรื่องของปัญหาต่างๆ ที่เจอ โดยส่วนมากแล้วเนี่ยะ จะใช้คำว่า “ อดทน” ก่อนเลย เวลาที่เกิดปัญหาต่างๆ มักจะมานั่งทบทวน นั่งย้อนเวลาคิดถึงเวลาก่อนที่เรามามันลำบากแค่ไหน คิดว่าก่อนมาเราอยากมาอยู่ที่นี่มากขนาดไหน ถึงแม้ว่าในบางครั้ง ปัญหามันหนักแค่ไหนก๊มักจะบอกกับตัวเองว่า “ เรื่องแค่นี้เอง” ก่อนมาปัญหามากกว่านี้เยอะแยะ ยังทน ยังผ่านมาได้ ดังนั้น เวลามีปัญหาต่างๆ ก๊จะแก้ปัญหาก่อนด้วยการอดทน

 

1.     เรื่องของภาษา : สำหรับวิธีแก้นั้นเนี่ยะ เนื่องจากความมั่นใจมันหายไป ก๊เลยต้องแก้ด้วยการเรียกกลับคืนมา เมื่อก่อนคิดมากเวลาที่เห๊นปฎิกริยาของฝ่ายตรงข้ามเวลาที่จะสั่งอะไร หรือว่าถามอะไรแล้วชี ออร์ ฮี ฟังไม่รู้เรื่อง เดี๋ยวนี้ช่างเหอะ ฟังไม่รู้เรื่อง ฉันก๊จะพยายามพูดให้เธอรู้เรื่อง คือรวบรวมความกล้า คิดว่าตัวเองชินกับการสื่อสารในชีวิตประจำวันที่นี่มากขึ้น อย่างในเรื่องของโทรศัพท์ ก๊กล้าโทรไปถามด้วยตัวเอง มีความรู้สึกว่า พอตัวเราไม่เกร๊ง มีความกล้ามากขึ้น รู้สึกตัวเองว่าฟังรู้เรื่องมากขึ้น

2.     เรื่องของอาหาร : อันนี้ก่อนมา พี่ที่เอเจนซี่จะมีการอบรมกันก่อน แล้วจำคำที่พี่ที่อบรมบอกไว้ว่า ในเรื่องของอาหาร มีหลายๆ คนก๊บ่นแต่อยากให้คิดไว้ว่า ถือเป๊นการได้ลองสิ่งใหม่ๆ ไปในตัว อันนี้เอ๋ก๊มักจะระลึกถึงคำพูดของพี่คนนั้นเสมอ มีบ้างที่เบื่อ เนย ชีส ขนมปัง พาสต้า ( นี่ขนาดเบื่อนะค่ะ น้ำหนักพรวดไปสิบโลได้แล้ว ) พอเบื่อ คิดถึงอาหารไทย ก๊ไปหาซื้อมาทานจากร้าน asia market ค่ะ

3.     เรื่องของความเข้าใจผิดระหว่างเรากับโฮส : อันนี้แก้โดยการต้องคุยค่ะ เวลาที่มีเรื่องไม่สบายใจ คิดว่าโฮสไม่พอใจเรา เข้าใจผิดเรา เอ๋จะคุยแบบเปิดอกคุยกันเลยว่าเรารู้สึกอย่างนี้นะ โฮสจะรับฟังและอธิบายให้เราฟังค่ะ ถ้าเราเก๊บความรู้สึกเราไว้มากๆ เราก๊ไม่รู้ว่าโฮสคิดยังไง บางอย่างมันก๊ไม่ได้เป๊นอย่างที่เราคิดค่ะ ซึ่งวิธีที่แก้โดยการจับเข่าเปิดอกคุยกันนั้นได้ผลมากค่ะ

4.     เรื่องของการปรับตัว : ตอนที่มีปัญหา Culturalshock อันนี้ก๊แก้โดยการระบายให้โฮสฟัง โฮสเขาจะเข้าใจเราแล้วก๊ให้กำลังใจเรา พยายามปรับตัวเราเองด้วยค่ะ ซึ่งตอนนี้จากเมื่อก่อนตอนที่อยู่ได้สองเดือนสามเดือน มีวูบนึงอยากกลับบ้าน กลับไทยบ้านเรา มาตอนนี้อยากตั้งรกรากที่อเมริกาแล้วค่ะ

 

ธัญญ่า: อยากให้เล่าให้ฟังว่าวันๆ ทำอะไรกับน้องสองคนบ้างค่ะ

เอ๋: โฮสต์แด๊ดไปทำงานเช้ามาก ออแพร์สาวไทยอย่างเรายังนอนหลับน้ำลายไหลอยู่เลยค่ะ เพราะตีห้าเขาก็ไปทำงานแล้ว ส่วนมากแล้วก๊จะเริ่มดูแลน้องตั้งแต่หกโมง หกโมงครึ่ง จะเน้นกิจกรรมในช่วงเช้า คือหลังอาหารเช้าก๊จะเป๊น project คนที่ชอบทำ project มากๆเนี่ยะคือ Natalie ทุกวันจะต้องมี Project มีบางทีกระดาษไม่มี หรือว่าทำ project ช้าเนี่ยะ Natalie จะถามแหละ Aey , when will we make project? Aey, let's make project! เวลาน้องถามทีไร ปลื้มใจทุกที ดีใจที่เห๊น Natalie ชอบทำ สำหรับ Natalie เอ๋จะเน้นในเรื่องของการเขียน การคำนวณบวกลบเลขพื้นฐาน การวาดรูป ระบายสี งานประดิษฐ์นี้สุดโปรดของ Natalie เลยค่ะ  ส่วนพ่อหนุ่มน้อย Bubby จะเน้นเรื่องท่อง A- Z นับเลขพื้นฐาน สอนเรื่องสี ประดิษฐ์อะไรง่ายๆ แปะๆ ติดๆ คืออย่างน้อยวันนึงเนี่ยะ ต้องมี project แล้วหนึ่งชิ้น เดี๋ยวนี้จะสอนน้องผ่านทางเกมส์ บางครั้งก๊ให้ Natalie กับ Bubby มามีส่วนร่วมในการทำอาหาร ทำขนมเล๊กๆ น้อยๆ พอหลังอาหารเที่ยง ก๊จะให้น้องย่อยสักพักแล้วก๊พาไปเล่นข้างนอก ใช้ชอล์กวาดรูปถนนบน driveway บ้าง วาดเป๊นเกมแบบบรรไดงูบ้าง หรือให้น้องปั่นจักรยานแถวๆบ้าน จากนั้นก๊จะพาไปนอนกลางวัน ตื่นมาก๊เล่นสักพัก แล้วก๊ให้ของว่างน้อง ถ้าโฮสยังไม่กลับเอ๋ก๊จะพาไปข้างนอก ไป park อยากให้น้องไป park เพราะว่าน้องจะได้เจอเด๊กๆ คนอื่น จะได้ไม่ขี้อาย พอโฮสกลับมา  Natalie กับ Bubby ก๊จะวิ่งแจ้นโชว์ผลงาน Project ที่ทำ ถ้าวันไหนเป๊นวันพิเศษเราก๊จะมีการทำการ์ดกันให้โฮส หรือว่าถ้าเป๊นเทศกาลต่างๆเนี่ยะ project ในวันนั้นๆก๊จะเป๊นอะไรที่เกี่ยวกับเทศกาลของวันนั้นๆ





 

ธัญญ่า: คิดว่าสิ่งใดที่เด๊กชอบจากตัวเรามากที่สุด

เอ๋: คำถามนี้เอ๋ได้ไปถาม Natalie มาแล้วค่ะ Natalie บอกว่า ชอบตรงที่เราทำ projects ให้กับเขาแล้วก๊ Bubby มากมาย สำหรับ Bubby คิดว่าที่ Bubby ชอบจากตัวเรามากที่สุดคงจะเป๊นตรงที่เราทำให้เขาหัวเราะก๊ากๆ เสมอ Bubby จะหัวเราะง่าย เอ๋ชอบเล่นตลกให้น้องดู ชอบทำให้น้องขำ

 

ธัญญ่า: ถึงเวลาเล่าความประทับใจกับเด็กๆแล้วคะ่

เอ๋: มีเรื่องประทับใจหลายเรื่อง เอ๋ประทับใจในความสามารถ พัฒนาการต่างๆของน้อง เวลาที่เอ๋ทำความสะอาด ทั้ง Natalie กับ Bubby ก๊จะช่วยกันเก๊บกวาด Natalie สามารถเก๊บที่นอนของตัวเองได้ หลายๆครั้งเลยที่เวลาที่เราพับผ้าอยู่ Natalie จะมาช่วย เอ๋สอนน้องให้พับผ้า ด้วยค่ะ ประทับใจในความรักของน้องที่มีให้เราด้วย เกือบสองปีที่อยู่ด้วยกัน เวลาที่เอ๋มีเรื่องเครียดส่วนตัว รุ่งเช้าของวันถัดมาเอ๋ก๊สามารถยิ้ม สามารถหัวเราะได้ก๊เพราะเจ้าชาย เจ้าหญิงตัวน้อยๆทั้งสองของเอ๋นี่แหละค่ะ มีอยู่ครั้งนึง อยู่ๆ Natalie ก๊ถามว่า เมื่อไรเราจะต้องกลับเมืองไทย เราอึ้งไม่รู้ว่าจะตอบยังไง ถามน้องกลับว่าทำไมรู้ น้องก๊ไม่บอก บอกแค่ว่า I will miss you aey. เล่นเอาต้องแอบไปปาดน้ำตากันเลย วันเดิมอีก Natalie อยู่ๆ ก๊เงียบไป แล้วก๊วิ่งไปอีกห้อง ต้องไปเรียกมาเล่นด้วยกัน Natalie บอกว่า I don't want you to get back to Thailand aey. I'll miss you aey. แล้วสักพัก Natalie ก๊บอกว่า...aey,my tears came. แล้ว Natalie ก๊เอามือมาปาดน้ำตา เท่านั้นแหละค่ะ เอ๋ปล่อยโฮเลย อุตส่าห์แอบไว้ไม่ให้น้องเห๊น เรากอดกันร้องไห้ใหญ่เลย Bubby เห๊น ร้องบ้าง Aey, I'll miss you too.

 

ธัญญ่า:  ความประทับใจของเอ๋กับโอสต์บ้างค่ะ
เอ๋
: ประทับใจโฮสตรงที่โฮสคอยช่วยเหลือเรา เป๊นห่วงดูแลเรา บ้างครั้งที่เรามีปัญหา มีบ้างที่มีน้อยใจหรือว่าเข้าใจผิดกัน ทุกครั้งที่เราคุยกัน เราจะสามารถปรับความเข้าใจกัน  อยู่กับโฮสแล้วทำให้เรารู้ว่า ถ้าเรามีปัญหาอะไรเกิดขึ้น โฮสก๊จะอยู่กับเรา คอยช่วยเหลือเราค่ะ

 

ธัญญ่า: เอ๋ได้เรียนที่ไหน เรียนอะไรบ้างค่ะ

เอ๋: เรื่องเรียน ปีแรกเรียนที่วิทยาลัยแถวบ้าน ลงเรียนไปสี่วิชา ตอนที่มาถึงใหม่ๆ เป๊นช่วงที่เขาเปิดเรียนกันไปแล้ว ก๊เลยหาคอร์สที่แบบเรียนด้วยตัวเอง เป๊น ESL แบบเรียนด้วยตัวเอง คือไปที่วิทยาลัยแล้วก๊เรียนกับคอมพิวเตอร์ จะมี sheets ให้อ่านประกอบด้วยพอเทอมต่อๆ มาก๊ลงเรียนคอร์ส conversation ไปสอง level แล้วอีกอันลงคอร์ส vocabulary ชอบคอร์ส conversation เพราะว่าคำศัพท์ที่เรียนมันเป๊นคำศัพท์ที่ได้เจอ ได้ใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้เวลาได้ยินเนี่ยะ มันคุ้นหู แล้วรู้สึกจะทำให้ตัวเองเข้าใจคำๆนั้นมากขึ้นค่ะ สำหรับปีสอง พอดีว่าโฮสย้ายบ้านใหม่ แต่ว่ายังอยู่ใน Illinois เหมือนเดิม ปีสองนี้เพิ่งได้ลงเรียนเพราะว่าตารางงานโฮสกับตารางเรียนมันไปกันไม่ได้ ก๊เลยเพิ่งจะได้เรียน คอร์สที่ลงตอนนี้คือ Pronunciation ชอบมากๆเลยค่ะ อาจารย์สอนดี ตั้งใจสอนมากๆ ที่เรียนก๊เป๊นวิทยาลัยแถวบ้านเหมือนกัน ขับรถประมาณครึ่งชม.ถึงค่ะ

 

 

 

ธัญญ่า: ได้ไปเที่ยวที่ไหนมาบ้างเล่าให้ฟังหน่อยค่ะ

เอ๋: ไปหลายที่มาก New Jersey, New York, Iowa, Georgia, Washington D.C., Las Vegas, Utah, Wisconsin, Indiana, Missouri, Ohio, Maryland เหมือนเยอะใช่มั้ยค่ะ ที่เหมือนเยอะเพราะว่าโฮสขับรถไปค่ะ เลยได้ผ่านหลายที่ สำหรับที่ๆได้แวบไปเที่ยวจริงๆ เนี่ยะก๊มี New York ( ตอนไปอบรมออแพร์ ) , Iowa, Georgia, Washington D.C., Las Vegas ไปกับโฮสทั้งนั้นค่ะ ค่าใช้จ่ายแทบไม่ได้ออกไรเลย มีแค่ที่ Las Vegas ที่ได้เที่ยวเองตอนกลางวัน กลางคืนค่อยไปดูน้องให้โฮส อันนี้ก๊เสียไปประมาณไม่ถึงสองร้อยเหรียญ สนุกสนานสุดๆ ชอบ Las Vegas มากๆ กลางวันก๊ออกเดินไปเที่ยวเอง

ได้เล่นอะไรหวาดเสียวทดสอบว่าแก่แค่อายุ แต่ใจมันยังเด๊กวัยรุ่นขบเผาะอยู่ ได้นั่งลีมูซีน ได้นั่ง first class ( ตอนจองจองธรรมดา แต่โชคดีได้นั่งซะ First class เลย หรูมั้ยละค่ะชีวิตออแพร์ คริคริ )  

ธัญญ่า: ได้ไปเที่ยวที่ไหนมาบ้างเล่าให้ฟังหน่อยค่ะ


ธัญญ่า: สิ่งที่คาดหวังก่อนมากับสิ่งที่ได้มาเจอ เหมือนหรือต่างกับที่คิดไว้ไหมกับโครงการนี้

เอ๋: คิดว่าเรื่องที่ต่างกับที่คิดไว้คงเป๊นเรื่องของภาษา ต้องอาศัยการปรับตัวมากในเรื่องนี้มากกว่าที่คิดไว้เยอะ      ก่อนมาคิดว่าตัวเองค่อนข้างจะพูดได้ สื่อสารได้ เวลาพูดที่เมืองไทย ฝรั่งก๊เข้าใจเรา แต่มาอยู่ที่นี่มันไม่ใช่ ส่วนมากเขาจะฟังเราไม่รู้เรื่อง อันนี้เครียดไปเลยค่ะ แต่ว่าก๊ผ่านการปรับตัว เคยชินแล้ว

 

ธัญญ่า: วางแผนจะทำอะไรต่อไปในชีวิตเมื่อจบโครงการออแพร์ค่ะ

เอ๋: ตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่าจะอยู่ที่อเมริกาต่อหรือว่าจะกลับเมืองไทยดีค่ะ ถ้าได้กลับไทยก็อยากเรียนที่ม.รามคำแหงให้จบ แล้วในขณะเดียวกันก๊อยากทำงานเกี่ยวกับออแพร์ คาดว่าจะไปสมัครทำงานเป๊นเจ้าหน้าที่ออแพร์ที่สำนักงานที่ไทยค่ะ แต่ว่าถ้าได้อยู่ที่อเมริกาต่อ ก๊อยากจะเรียน อยากได้ใบปริญญาให้พ่อกับแม่ค่ะ ส่วนในเรื่องของการทำงาน ก๊ยังอยากทำงานเกี่ยวกับออแพร์ อยากเป๊น Local Childcare Coordinator

ธัญญ่า: สุดท้ายแล้วค่ะ ธัญญ่าอยากให้เอ๋ฝากข้อคิดเกี่ยวกับการเป๊นออแพร์แก่ผู้สนใจค่ะ

เอ๋:  การมาเป๊นออแพร์ไม่ใช่เพียงแค่ลู่ทางที่จะทำเราได้มาเมืองนอกเท่านั้น ออแพร์ได้ให้อะไรต่างๆมากมายในช่วงชีวิตหนึ่ง ทำให้เราได้เรียนรู้วัฒนธรรมของต่างแดน ทำให้เราได้ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมและผู้คนที่นี้ สำหรับน้องๆ ที่กำลังอยากมาเป๊นออแพร์ ก๊ขอให้เตรียมตัวให้พร้อมก่อนมา พยายามหาข้อมูลเยอะๆก่อนที่จะตัดสินใจในการเลือกเอเจนซี่ ถ้าเป๊นไปได้ก๊อยากฝากเรื่องของการเก๊บชม.เลี้ยงเด๊กด้วย ยิ่งเรามีประสบการณ์มากเท่าไร มันก๊ยิ่งจะช่วยให้เราสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวกับเด๊กเมื่อมาอยู่ที่นี้ได้ หลายครั้งอาจมีการท้อในระหว่างการฝึกอบรมเก๊บชม.เลี้ยงเด๊ก ก๊ขอให้อดทน เมื่อมาแล้วอาจมีบ้างที่อยากกลับบ้าน คิดถึงเมืองไทย ก๊ขอให้อดทน คิดถึงเป้าหมายของเรา ทำไมเราอยากมา เมื่อมาแล้วก๊อยากให้เพื่อนๆ ทำหน้าที่ของออแพร์ไทยอย่างดีที่สุด



wanwisa1980@hotmail.com

 

 




สัมภาษณ์เพื่อนออแพร์ไทยในต่างแดน

กิฟท์ แนนนี่แคนาดากับพีอาร์หนึ่งใบ
ฝัน อดีตออแพร์เมกา
บลู ออแพร์ไทยในอเมริกา
ซิ่ว ออแพร์ไทยอเมริกา article
อ้อม ออแพร์ไทยนอร์เวย์ article
ทราย ออแพร์ไทยอเมริกา article
นก ออแพร์ไทยในอเมริกา article
บุ๋ม ออแพร์ไทยในอเมริกา article
ยุ้ย อดีตออแพร์ไทยในอเมริกา article
ติ๊ก ออแพร์ไทยในอเมริกา article
เหมียว ออแพร์ไทยในอเมริกา " เลี้ยงเด็กแฝด ไม่ใช่เรื่องยากส์ เหมียวทำได้ คุณก็ทำได้" article
ตูน ออแพร์ไทยในแคนาดา article
ไอซ์ ออแพร์ไทยในฝรั่งเศศ article
ติ๊ก ออแพร์ไทยในนอร์เวย์ article
พงศ์อิศเรส ออแพร์ชายไทยในเยอรมัน "อยากมาก็ได้มาเยอรมันสมใจ ออแพร์ชายที่มีแนวความคิดที่ดีมาก" article
ป้าออพัว อดีตออแพร์ไทยในอเมริกา "สมาชิกกิตติมศักดิ์ของไทยออแพร์คลับ ปัจจุบันสมรสแล้ว" article
แอน ออแพร์ไทยในเบลเยียม "ออแพร์สองประเทศแล้ว เนเธอแลนด์ ปัจจุบันเบลเยียม" article
อร ออแพร์ไทยในเดนมาร์ก " ออแพร์สองประเทศแล้ว เนเธอแลนด์ และปัจจุบัน ออแพร์เดนมาร์ก" article
โน๊ต ออแพร์ไทยในแคนดา " อดีตออแพร์เมกา ปัจจุบันออแพร์แคนาดา" article
อภิญญา ออแพร์ไทยในนอร์เวย์ "สองปีที่ได้เป็นออแพร์ทีนอร์เวย์ มีเรื่องและข้อมูลดีๆ เยอะเลยจ้า" article
ยิ้ม ออแพร์ไทยในอเมริกา "สาวไทยไซส์ XXL ก็มาเป็นออแพร์ได้ พร้อมประสบการณ์รีแม็ทช์มาแชร์กัน" article
ตุ๊กตุ่น อดีตออแพร์ไทยในอเมริกา "ดรอปเรียนมาเป็นออแพร์ ปัจจุบันสมรสแล้ว" article
เก๋ ออแพร์ไทยในแคนาดา "อดีตครูอนุบาลจากเมืองไทย ทีได้มาเป็นออแพร์สมใจที่แคนาดา" article
สาวน้อย ออแพร์ไทยในอเมริกา " 1 ใน 5 ผู้เข้าชิงออแพร์ไทยแห่งปี 2008" article
เปิ้ณ ออแพร์ไทยในอเมริกา "1 ใน 5 ผู้เข้าชิงตำแหน่งออแพร์ไทยแห่งปี 2008" article
ก้อย ออแพร์ไทยในอเมริกา " 1 ใน 5 ผู้เข้าชิงตำแหน่งออแพร์ไทยแห่งปี 2008 " article
นิด ออแพร์ไทยในแคนาดา ออแพร์ที่ทำกับโฮศต์เอเซียตลอดไม่ว่าจะอเมริกา หรือ แคนาดา article
บี ออแพร์ไทยในสวีเดน อดีตออแพร์อเมริกา ปัจจุบันเป็นออแพร์ทีสวีเดน article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในนิวยอร์ก"กว่าจะได้มาก็รอนานเป็นปี ภาษาก็ไม่ค่อยดี มาเลี้ยงเด็กแรกเกิด" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเยอรมัน "อดีตออแพร์ไทยในเยอรมัน ปัจจุบันเป็นเจ้าของโรงเรียนอนุบาลทีบ้านเกิดของเธอค่ะ" article
สัมภาษณ์ ออแพร์ชายไทยในเมกา "กว่าจะได้มาเป็นออแพร์สมใจต้อรอนาน แล้วผู้ชายดูแลเด็กได้จริงหรือเปล่านี้" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเมกา "ออแพร์ที่ถูกรีแม็ทช์และต้องกลับเมืองไทย ทั้งที่เป็นออแพร์มาได้แค่ 2 อาทิตย์ " article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเมกา"ประสบการณ์ออแพร์ที่ทำงานคู่กับออแพร์อีกคนในเวลาเดียวกัน และดูแลเด็ก 4 คน" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเดนมาร์ก "ไปโครงการออแพร์เองไม่ผ่านเอเจนซี่ กว่าจะได้ไป และถูกรีแม็ทช์" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในนอร์เวย์ "ผิดหวังจากอเมริกา แคนาดา แต่สุดท้ายก็ได้มาเป็นออแพร์ที่นอร์เวย์" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเมกา "ชีวิตออแพร์กับการเลี้ยงเด็กสามคน และข้อคิดดีๆ กับคำว่า Flexible" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในอเมริกา "เป็นออแพร์กับครอบครัวมังสาวิรัต และจบท้ายด้วยการรีแม็ทช์" article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

 

   

      

www.thaiaupairclub.com จุดประสงค์ของเวบ คือ มีไว้เพื่อเป็นจุดศูยน์กลางแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ ของสมาชิก และเพื่อสร้างมิตรภาพของออแพร์ ทั้งบุคคลที่สนใจโครงการ เป็นออแพร์อยู่ หรือ สิ้นสุดการเป็นออแพร์แล้วก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดมาจากประสบการณ์ของสมาชิกแต่ละคนที่แตกต่างกันไป ขอให้ใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาและรับข้อมูล ทางเวบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสนับสนุนคนไทย ให้เดินทางเข้าอเมริกาอย่างผิดกฏหมาย หรือผิดวัตถุประสงค์ของการเป็นออแพร์

www.thaiaupairclub.com is the first Thai au pair community web site in Thailand. We have friendly and warm welcome for everyone, plese feel free to join us. We would love to help each other by sharing opinions and experiences openly. More than that, we would love to make our au pair program to be great experiences for everyone. Au pair is experiences for life.

รูปภาพ และ บทความทั้งหมดบนเวบนี้ ไม่อนุญาตให้ทำการพิมพ์ หรือนำไปเผยแพร่ แจกจ่าย แก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บ tanya@thaiaupairclub.com