ReadyPlanet.com
dot
dot
รับข้อมูลข่าวสาร ThaiAuPairClub

dot
dot
ประมวลภาพสังสรรค์งานไทยออแพร์คลับจ้า
dot
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 6
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 5
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 4
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 3
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 2
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 1
dot
+++ เอเจนซี่ที่แนะนำ +++
dot


ลิฟอินแคร์กิฟเวอร์ แนนนี่แคนาดา ทำงานเรียนต่อเมืองนอก ไปต่างประเทศ
Cultureal Care Thailand


"The Nanny Diaries" หนังบันทึกพี่เลี้ยงเด็ก article

 

วันนี้ได้มีโอกาสได้ดูหนังเก่า ของปีที่แล้ว ดูแล้วก็นึกถึง เพื่อน ๆ ชาวออแพร์ขึ้นมา เพราะหนังเรื่องนี้ แค่ชื่อเรื่อง มันก็โดนพวกเราอย่างจังๆ
 
The nanny diaries แปลไทยสไตล์ธัญญ่า ก็เรียกหนังนี้ในชื่อไทยว่า บันทึกพี่เลี้ยงเด็ก
 
Nanny ก็คือพี่เลี้ยงเด็ก และ คำว่า Au Pair ก็ใช่ด้วยเช่นกัน แต่คำว่า Nanny เป็นคำเริ่มต้น แรกๆ ของคำศัพท์ตระกูลพี่เลี้ยงเด็ก เริ่มมาจากประเทศอังกฤษ และ จากที่ได้อ่านมา พบว่า ที่เรียกว่า Nanny นี้ เพราะว่าเป็นการเรียกคุณยาย ทีสมัยก่อนเขาก็จะให้ยาย หรือ ย่าดูแลเด็ก ๆ เช่นกัน ดังนั้นยายหรือย่า ก็ไม่ใช่แค่ grandmother หรือ grandma อย่างเดียว บางครอบครัวลูกหลานเขาก็เรียกว่า ย่ายายว่า Nanny เช่นกัน

หนังเรื่องบันทึกพี่เลี้ยงเด็ก ดูไปก็ไม่ห่างจากชีวิตจริงของสาวๆ ออแพร์หลายคนสะเท่าไหร่ เริ่มจาก นักศึกษาปริญญาตรี จบออกมา มีความฝันในการทำงานอย่างทำตำแหน่งสูงๆ เพื่อให้ได้รายได้ดีๆ อย่างทีหลายๆคนฝัน แต่ดันได้จับพลัดจับพรูมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กให้กับบ้านของมหาเศรษฐี ซึงมีลูกชายคนเดียว
 
 
 
เทียบแล้วก็คล้ายๆ กับออแพร์ไทยหลายคน จบปริญญาตรีฝันอย่างมีงานดี เป็น ผู้ัจัดการ หรือ เจ้าของกิจการ หรือว่าตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง แต่จับผลัดจับพรูมาโครงการออแพร์ มาเลี้ยงเด็กฝรั่งสะงั้น ว่าไปก็มีส่วนคล้ายกับพวกเรานะ
 
ไม่พอมาต่อค่ะ การที่นางเอกของเรื่องมาทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กโดยจัดพลัดจับพรูมา เธอเองก็ไม่กล้าไปบอกแม่ของเธอ แม่เป็นพยาบาลที่ทำงานหนักเพื่อส่งเธอ ซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียวให้ได้เรียนในระดับปริญญา แอนนี่อายและรู้ว่าแม่ต้องผิดหวังในตัวเธอ และถ้าบอกไปแม่ก็ต้องขัดขานไม่ให้เธอมาทำงานแน่ๆ เธอก็เลยโกหกแม่ว่าได้งานทำแล้ว แต่ไม่ได้บอกว่าทำพี่เลี้ยงเด็ก มีแต่เพื่อนสนิทของเธอเท่านั้นทีรู้ว่าเธอมาเป็นแนนนี่
 
แต่ต่อมาแม่ของเธอก็รู้เรื่องจนได้ เพราะเด็กไม่สบายอย่างมาก เธอเองก็ไม่รู้จะเรียกหาใครดี มันฉุกเฉิน แอนนี่เลยบอกความจริงกับแม่ของเธอ และแม่มาช่วยเธอดูแลเด็กที่ไม่สบาย เมื่อแม่ได้รู้ความจริงว่า ที่แท้จริงแล้วงานทีลูกได้ทำคือ แนนนี่  แม่ผิดหวัง แม่เป็นพยาบาลทำงานหนัก ก็หวังจะให้แอนนนี่ได้ทำงานที่เป็นระดับผุ้บริหารไม่ใช่มาทำงานอย่างนี้ ไม่คุ้มค่ากับที่ร่ำเรียน หรือ เสียเวลาไปทำงานอื่นจะดีกว่า ฟังดู การเป็นแนนนี่ พี่เลี้ยงเด็กมันแย่อะไรหนักเหรอนี้ จริงๆ แล้วมันอยู่ที่ว่า เราทำงานนี้ เราได้ประสบการณ์อะไรจากมันมากกวา เช่นเดียวกับที่แอนนนี่ก็ได้ประสบการณ์เช่นกัน
 
พอมาจุดนี้ แล้ว คล้ายกับชีวิตของสาวออแพร์ไทยหลายๆคน ทีต้องการมารวมโครงการออแพร์แต่ทีบ้านก็ไม่สนับสนุนเหตุผลก็ไม่ผิดกับที่แม่ของแอนนนี่แหละค่ะ เป็นอาชีพที่ไม่สมคุณค่ากับทีได้ร่ำเรียนมาก เหตุผลทางระดับชั้นงานที่เป็นงานชั้นแรงงานมากกว่าสมอง  หรือเหตุผลของความกังวลไม่อยากปล่อยให้ลูกสาวไปอยู่กับคนอื่น ใครก็ไม่รู้ ไปอยู่ตั้งไกล จะตามไปช่วยได้งัยนี้ ออแพร์หลายคนพอบอกพ่อแม่ก็มีปัญหา บางคนไม่ได้มา  บ้างคนก็บอกเพราะมันจำเป็นต้องบอกแต่ก็รั้นมาได้ บ้างคนก็บอกพ่อบอกแม่ให้เข้าใจ แต่ว่าเวลาบอกใครว่าไปทำอะไร ก็อาจจะไม่ได้บอกว่าทำพี่เลี้ยงเด็ก เหลี่ยงไปว่ามาเรียนภาษาคือ คล้ายๆ นางเอกของเรื่องที่บอกแม่ว่าได้งานทำ เหลี่ยงไม่ได้บอกความจริงว่าทำงานอะไร เห็นไหมช่างสนุก ดูหนังที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริงของเรา ฮ่าๆ
 
ครั้นเธอได้มาทำงานดูแลเด็ก เป็นพี่เลี้ยงเด็กของเด็กผู้ชายแค่คนเดียว เด็กคนเดียวโตแล้วแปดขวบได้แล้วแหละ แต่เด็กคนนี้ไม่มีความเป็นมิตรกับเธอเลย เอาใจอะไรก็ไม่ถูก ดื้อ ซน ไม่ถูกใจไปโม้ดดดดดดดด
 
นี้ก็ไม่ผิดกับสาวๆ ออแพร์ที่เริ่มต้นชีวิตออแพร์ มาถึงบ้าน เด็กทีดูไว้ในรูปก็น่ารักดี แต่พอมาถึงต้องเลี้ยงจริงๆ ทำไมไม่น่ารักอย่างหน้าตาหรืออย่างทีคิด เด็กไม่ติด เด็กไม่เล่นด้วย เศร้า เซ็ง
 
จนสุดท้ายทีสุด แนนนี่ของเราก็เอาชนะใจเด็กได้ในทีสุด อิๆ ก็เหมือนพวกเราเลยทีในทีสุดแล้ว เราก็ปรับตัว และ เข้ากับเด็กๆ จนได้  หรือเด็กปรับตัวเข้ากับเราได้ในทีสุด  อิๆ
 
ครอบครัวเป็นครอบครัวที่ร่ำรวยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ลูกก็มีคนเดียว แต่พ่อเจ้าชู้ ทะเลาะกับภรรยาประจำ ภรรยาก็ตามแต่สามี และงานสังคม ปล่อยลูกอยู่กับแนนนี่นั้นแหละ กลายเป็นว่ามีเงินมากมายแต่ไม่มีเวลาให้กับลูก ซึ่งตรงนี้มันก็สะท้อนให้พวกเรารู้ความจริงที่ว่า บ้านทีร่ำรวยแล้ว จริงๆ เขาก็อาจไม่ได้มีเวลาให้กับลูก ยุ่งแต่งาน งานสังคมเพื่อหน้าตา และ ก็ปัญหาภายในต่างๆ  ออแพร์บางคนทำงานหนักมาก เด็กเห็นหน้าพี่เลี้ยงมากกว่าพ่อและแม่แท้ๆ  พูดง่ายๆ ดูแลยันเช้าตื่นลืมตา ถึง พาเข้านอนกันเลยทีเดียว ออแพร์รักเด็กที่เลี้ยงอย่างลูกเลยละ เรียกว่ามีลูกตัวเองจะเลี้ยงดีเท่านี้หรือเปล่าหนอ
 
สุดท้ายหนังก็จบลงที่เธอไม่ได้เป็นแนนนี่อีกต่อไป แต่เธอก็ได้แสดงความในใจของเธอให้กับแม่ของเด็กได้รับรู้ จุดหลักของเรื่องสื่อว่า เด็กต้องการอะไร ผ่านตัวแนนนี่  แม่ควรมีเวลา ไม่ใช่แค่เงินให้กับเด็ก  และในหนังเรื่องนี้ก็ได้มีเรื่องของความรักของแอนนี่ นางเอกของเรื่องกับหนุ่มรูปงามเพื่อนบ้านของนายจ้างเธอจ้า อิๆ ซึ่งอันท้ายนี้ก็คงจะไม่พ้นเหมือนกับออแพร์หลายๆ คนหรือเปล่าเอ่ย (อาจจะไม่ใช่หนุ่มข้างบ้านก็ตาม) อิๆ
 
หนังสื่อออกมาให้เห็นว่า พี่เลี้ยงได้รับความรัก ความเชื่อใจ และความจริงใจจากเด็ก แต่อย่างไรก็ตาม เด็กก็ต้องการความรักจากพ่อแม่ด้วย ดังนั้นตัวเรา การทีจะเป็นพ่อคนแม่คน มันไม่ใช่แค่สักแต่ว่ามีเงินอย่างเดียว เวลาที่จะอยู่กับลูก ป็นสิ่งสำคัญ การเป็นออแพร์ของพวกเรา ก็ทำให้พวกเราได้รู้ดียิ่งขึ้น ว่าวัยเด็กเป็นวัยทีสำคัญมากแค่ไหน วันหนึ่งพวกเราจะเป็น พ่อคนแม่คนอย่างมีประสิทธิภาพ (น้าน เลี้ยงลูกชาวบ้านให้รอดก่อนดีกว่า มั้งธัญญ่าก่อนคิดถึงลูกตัวเอง ฮ่าๆ)
 
ถ้าใครสนใจหนังเรื่องนี้ก็มีหนังสือด้วยนะค่ะ จริงๆ หนังสือมีมาก่อนแล้วจากหนังสือเขาก็เอามาทำเป็นหนัง หนังและหนังสือ ถ้าใครมาถึงแล้วยังไม่ได้ดูหรืออ่าน หาอ่านและหาเช่าได้ตามห้องสมุดทั่วไปในอเมริกาเลยจ้า
 
สุดท้ายนี้ธัญญ่าก็เชื่อว่า บันทึกพี่เลี้ยงของเพื่อนๆ ในชีวิตจริง ก็สนุกไม่แพ้กับหนัง The nanny diaries ที่ธัญญ่านำมาเล่าในวันนี้นี้อย่างแน่นอนค่ะ ถ้าใครอยากแบ่งปันเรื่องเล่าชีวิตออแพร์ พี่เลี้ยงเด็กของคุณ เว็บบอร์ดไทยออแพร์คลับ ยินดีต้อนรับทุกคนค่ะ 
 
 
ด้วยรักจากใจ.....ธัญญ่า

 

 

 

 




มุมออแพร์น่ารู้

อยากเป็นออแพร์ใช่ไหม article
108 คำถามกับโครงการออแพร์ อเมริกา article
เตือนภัยเพื่อนๆ ชาวออแพร์ที่หาโฮสต์เอง article
ตัวแทนโครงการ ออแพร์ทั้ง 14 แห่งในอเมริกา article
การขอหนังสือเดินทาง (passport) article
การขอใบประวัติอาชญากรรม (ใบรับรองความประพฤติจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) article
คำแนะนำยามสัมภาษณ์กับโฮสต์ article
10 ความคาดหวังจากโฮศต์สู่ออแพร์ article
ปลอดภัยไว้ก่อน article
การออกนอกประเทศขณะเป็นออแพร์ article
แต่งกายรับฤดูหนาว article
Time out การลงโทษ! article
โอกาสทางการศึกษากับโครงการ"ออแพร์" article
คิดให้ดีก่อนจะมาเป็นออแพร์ article
Daylight Saving Time article
เทศกาล Halloween(All-hallow-evening )
เทศกาล Thanksgiving
Scam โฮสต์หลอกหลวง article
ฉันคืออแพร์ พี่เลี้ยงเด็กอินเตอร์ article
ฟุดฟิดฟอไฟไปกับธัญญ่า (ตอน2) article
ฟุดฟิดฟอไฟไปกับธัญญ่า( ตอนที่ 1) article
Rematch การเปลี่ยนครอบครัว article
10 คำแนะนำ สำหรับการเป็นผู้ประสบความสำเร็จ article
Social Security Card article
ประกาศปรับรายได้ออแพร์อเมริกา article
บทสัมภาษณ์ของธัญญ่ากับหนังสือ EXIT article
ธัญญ่าและโครงการออแพร์ ทางITV article
Tanya on Mc Sentinel Newspaper article
ท่องจำขึ้นใจ article
ประกาศขึ้นค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าประเทศอเมริกา article
ปัญหา ปัญหา article
เทศกาล Easter article
คำถาม-คำตอบ ที่ควรรู้กับโครงการออแพร์ article
108 คำถามกับโครงการออแพร์ (หน้า 2)
108 คำถามกับโครงการออแพร์ (หน้า 3)
108 คำถามกับโครงการออแพร์ (หน้า 4)
ประวัติไทยออแพร์คลับ



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

 

   

      

www.thaiaupairclub.com จุดประสงค์ของเวบ คือ มีไว้เพื่อเป็นจุดศูยน์กลางแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ ของสมาชิก และเพื่อสร้างมิตรภาพของออแพร์ ทั้งบุคคลที่สนใจโครงการ เป็นออแพร์อยู่ หรือ สิ้นสุดการเป็นออแพร์แล้วก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดมาจากประสบการณ์ของสมาชิกแต่ละคนที่แตกต่างกันไป ขอให้ใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาและรับข้อมูล ทางเวบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสนับสนุนคนไทย ให้เดินทางเข้าอเมริกาอย่างผิดกฏหมาย หรือผิดวัตถุประสงค์ของการเป็นออแพร์

www.thaiaupairclub.com is the first Thai au pair community web site in Thailand. We have friendly and warm welcome for everyone, plese feel free to join us. We would love to help each other by sharing opinions and experiences openly. More than that, we would love to make our au pair program to be great experiences for everyone. Au pair is experiences for life.

รูปภาพ และ บทความทั้งหมดบนเวบนี้ ไม่อนุญาตให้ทำการพิมพ์ หรือนำไปเผยแพร่ แจกจ่าย แก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บ tanya@thaiaupairclub.com