ReadyPlanet.com
dot
dot
รับข้อมูลข่าวสาร ThaiAuPairClub

dot
dot
ประมวลภาพสังสรรค์งานไทยออแพร์คลับจ้า
dot
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 6
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 5
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 4
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 3
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 2
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 1
dot
+++ เอเจนซี่ที่แนะนำ +++
dot


ลิฟอินแคร์กิฟเวอร์ แนนนี่แคนาดา ทำงานเรียนต่อเมืองนอก ไปต่างประเทศ
Cultureal Care Thailand


พงศ์อิศเรส ออแพร์ชายไทยในเยอรมัน "อยากมาก็ได้มาเยอรมันสมใจ ออแพร์ชายที่มีแนวความคิดที่ดีมาก" article

สวัสดีคะ่ นานๆ ธัญญ่าจะได้รับเกรียติจาก ออแพร์ชายไทยมาให้สัมภาษณ์กันนะค่ะ พงศ์อิศเรศ ออแพร์ชายไทยประเทศเยอรมันค่ะ ฟังชีวิตสาวๆ มาเยอะแล้ว คราวนี้มาฟังชีวิตพี่เลี้ยงเด็กจากออแพร์หนุ่มกันบ้างดีกวาค่ะ

ธัญญ่า: รู้จักโครงการออแพร์ไ่ด้อย่างไร
พงศ์อิศเรศ: มีเพื่อนเป็นออแพร์อยู่อเมริกา เลยลอง ค้นหาว่ามีผู้ชายเป็นออแพร์ได้มั้ย เสิจทางอินเตอร์เน็ต เจอเอเจนซี่มาเยอรมัน แล้วค้ารับ สมัครออแพร์ผู้ชายด้วย เลยลองสมัครดู
 
ธัญญ่า: ทำไมสนใจโครงการออแพร์ ที่ เยอรมัน
พงศ์อิศเรศ: ตั้งใจจะขอวีซ่าไปเรียนต่อที่เยอรมัน เคยไปเที่ยว แล้วติดใจในหลายๆ อย่างของที่นี่ แต่ตอนทำเรื่องวีซ่า ติดปัญหาเรื่อง เอกสารบางตัว เลยคิดว่า ทำยัง ไงเราจะได้มาเรียนต่อที่นี่ ก็มีโครงการออแพร์ เยอรมันนี้แหละครับที่ทำได้
 
 
ธัญญ่า: ประทับใจอะไรทีเยอรมันบ้าง
พงศ์อิศเรศ: เรารู้สึกดีจากที่มาครั้งแรก และทำให้อยากกลับมาอีก   แต่ข้อดี ก็มีเยอะถ้าจะหาดู ที่ชัดๆก็คือ อยู่เยอรมัน หรือยุโรป มีหลายประเทศ ที่เราเข้าออก ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าอีก จึงมีบ่อยครั้งที่นั่งรถไฟไปเที่ยวปารีส อัมสเตอร์ดัม และอีกหลายประเทศ ก็รู้สึกคุ้มดี และคิดว่าการพูดได้มากกว่าสองภาษา น่าจะเป็น เรื่องดีอยู่แล้ว ภาษาเยอรมันเป็นอีกภาษาที่น่าเรียนมากที่เดียวเพราะพูดมากที่สุดในยุโรป ชอบระบบคมนาคมและระบบการศึกษาของที่นี่ด้วย
 
ธัญญ่า: เป็นผุ้ชายคิดว่าทำได้หรือ
พงศ์อิศเรศ: จริงๆ ก่อนมาก็ถามตัวเองว่าจะอยู่กับเด็กได้มั้ย เพราะแรงจูงใจแรก เราไม่ได้ตั้งใจจะมาโครงการนี้โดยตรง แต่จะมาเรียน แต่ก็ได้คำตอบว่า ไม่น่ามีปัญหา เพราะเป็นคนชอบเล่นกับเด็ก เด็กส่วนใหญ่จะติด และชอบมาเล่นกับเรา นึกภาพตัวเอง อยู่กับพวกเค้าแล้ว ก็น่าจะไหว อีกอย่างคิดว่า ออแพร์ ไม่ใช่อาชีพที่จะวัดว่า ผู้หญิงหรือ ผู้ชายจะทำได้ดีกว่า สัญชาตญาณมันมีอยู่ในตัวกันทุกคนอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าใครมีความสุข ในการทำงาน ความสุขที่จะเลี้ยงและเล่นอยู่กับเด็กๆ ของอย่างนี้มันไม่กำจัดเพศครับ    เพียงแต่เราอาจไม่ค่อยชินกับภาพผู้ชายเลี้ยงเด็ก มากนัก เท่านั้นเอง
 
ธัญญ่า: กลัวไหมว่าเป็นผู้ชาย อาจจะได้โฮสต์นานหรือไม่ได้รับการเลือกเลย
พงศ์อิศเรศ: กลัวครับ แต่ก็ได้รู้มาว่ามีออแพร์ชายไทยที่อเมริกาแล้ว แต่ที่ยุโรปยัง ไม่เคยได้ยิน ว่ามีผู้ชายจากบ้านเรา แต่รู้มาว่ามีมาจากชาติอื่นๆเยอะมาก เลยคิดว่า งั้นก็น่าลุ้น เราก็ลองไปเป็นตัวเลือกจากเมืองไทยดูอาจมีคนสนใจก็ได้
  
ธัญญ่า: ก่อนมานี้ทำงานอะไร เรียนจบสาขาอะไรเอ่ย
พงศ์อิศเรศ: ก่อนมากำลังทำโปรเจท์จดลิขสิทธิ ผลิตภัณฑ์ กับเพื่อน เรียน จบ นิเทศศาสตร์ จาก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
 
 
ธัญญ่า: รู้ไหมทำไมโฮสต์ถึงเลือกเรา
พงศ์อิศเรศ: ที่ได้รับเลือกเคยถามแฟมิลี่ เค้าบอกว่า ดูจากรูปแล้วถูกชะตา ลูกเค้าก็อยากได้ออแพร์ผู้ชาย อีกอย่างอายุกำลังดี เค้าไม่อยากได้เด็กมาก และมาต่างประเทศเป็นครั้งแรก กลัวจะโฮมซิคคิดถึงบ้าน เพราะลูกเค้าซนมาก ถ้าได้ผู้ใหญ่หน่อยหน้าจะควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่า และเห็นเราทำอาหารได้ด้วย  
 
ธัญญ่า: พ่อแม่เด็กทำงานอะไร อาุยุเท่าไหร่
พ่อเด็กเป็น เจ้าของบริษัท ซื้อขายเกี่ยวกับซอฟท์แวร์ แม่เด็กเป็นแม่บ้าน
ธัญญ่า: มีลูกกี่คน กี่ขวบ
พงศ์อิศเรศ: ลูกสองคน โดมินิคคนโต หกขวบ นิโคลัสคนเล็ก สี่ขวบ
 
 
ธัญญ่า: มีัอะไรที่เป็นความต่างเรื่องวัฒนธรรมไหมที่เราเห็นเด่นๆ
พงศ์อิศเรศ: คนส่วนใหญ่ในยุโรป หรือเยอรมัน เขาคิดว่า การหายใจเอาน้ำมูก กลับเข้าไป คือเป็นสิ่ง ที่น่ารังเกียจมาก เหมือนเอาเชื้อโรคกลับเข้าไปในร่างกาย ถ้ามีน้ำมูกคุณต้องสั่งออกมาเลย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ไม่มีใครอายในการสั่งน้ำมูก จะสั่งดังน่าเกลียดแค่ไหนก็ไม่มีใครว่า ซึ่งเรื่องนี้ บ้านเราไม่ซีเรียสมาว่าจะต้องสังหรือสูดเข้าไป บางทีสั่งดังเพื่อนๆ ขำ เราก็อายต้องสั่งเบาๆ เวลาอยู่ท่ามกลางชุมชน แต่ทีนี้ไม่ใช่ดังสนั่นกันเลย ไม่มีอาย
ธัญญ่า: เรื่องนี้เกิดกับเราด้วยใช่ไหมค่ะ
พงศ์อิศเรศ: ไปใหม่ๆไม่รู้ นั่งในห้องเรียน อากาศหนาวน้ำมูกใสๆก็มาตลอดเวลาอยู่แล้ว ก็ซืดสูดเข้าตลอด คนหันมามองเราแบบรังเกียจมาก เราก็งง ก็ยังไม่รู้ตัว จนมีคนส่งทิชชู่ให้เรา และด้วยความที่เราไม่รู้ว่าต้องสั่งน้ำมูก ก็เอาทิชชูมาป้ายๆ ซับๆ แค่นั้น เท่านั้นล่ะ วันรุ่งขึ้นยายคนข้างๆย้ายโต๊ะหนีเลย แล้วเราก็สังเกตุว่า เวลามีคนสั่ง น้ำมูกดังมากก ทำไมคนไม่หัวเราะหรือหันไปทำหน้ารังเกียจจะมีก็แต่เรา เลยมาถามโฮสแฟมิลี่ เค้าก็เล่าให้ฟัง   แต่ออกจะสายไปซะแล้ว แฮะๆ
ธัญญ่า: ก็ถือเป็นความต่างในวัฒนธรรม แล้วตอนนี้มาอยู่ได้นานแค่ไหนแล้วค่ะ
พงศ์อิศเรศ: จะครบปีแล้วครับ
 
ธัญญ่า: วัน ๆทำอะไรกับเด็กบ้าง
พงศ์อิศเรศ:ตื่นแต่เช้าเตรียมอาหารเช้าให้พวกเค้าและเตรียมอาหารกล่องใส่เป้ไว้ให้ทั้งคู่กินตอนเที่ยงที่โรงเรียน ซึ่งก็ง่ายมาก ปอกผลไม้ ขนมปังทาแยม ประมาณนี้ พอเดินไปส่งที่ โรงเรียนก็กลับมาเก็บห้องนอนกับห้องของเล่นเค้า แล้วก็ไปเรียนช่วงบ่าย   ตอนเย็นก็ไปรับ เค้าที่โรงเรียน พากลับมาเล่นที่บ้าน ระบายสีบ้าง เล่นกีฬาบ้าง ฝรั่งจะไม่ชอบให้เด็ก ดูทีวีเยอะเกินไป เราต้องหากิจกรรมพาเค้าทำ ปกติรับหน้าที่ทำอาหารเย็น สามครั้ง ต่อสัปดาห์ ถ้าวันไหนเราทำอาหารแม่เด็กก็จะมาดูลูก หลังหกโมงเราก็พัก ส่วนใหญ่พ่อเด็ก จะส่งเด็กๆเข้านอนเอง ยกเว้นกรณีพิเศษเช่นติดประชุม ไปทานข้าวนอกบ้าน
ธัญญ่า: เห็นว่าเด็กสองคนทีเลี้ยงนี้ วีรกรรมเยอะมาก
พงศ์อิศเรศ: ใช่ครับ ประเภทบอกอย่างทำอย่าง ลองของเป็นที่สุด พี่น้องตีกันทั้งวันทิ้งไว้ในห้องเดียวกันไม่ได้   ที่สำคัญคนเล็กชอบกรี๊ดมาก เสียงแปดหลอด และไม่เลือกสถานที่ วีรกรรมที่ทดสอบความอดทนมักเป็นในที่สาธารณะ เพราะทุกคนจะหันมามองเราและเด็ก ซึ่งบางครั้งเค้าทะเลาะกันเองบ้าง บางครั้งเค้างอแงจะให้เราพาไปซื้อขนม มีวิชาอะไรก็งัดออกมาเต็มที่ตอนนั้น เพราะทุกสายตาก็จะจ้องว่าเราจะรับมือกับเด็กยังไง ก็กดดันพอตัว
 
ธัญญ่า: งั้นขอฟังสักเรืื่องเด็ดๆ
พงศ์อิศเรส: ขอเล่าเหตุการณ์ตัวอย่างให้ฟังถึงครั้งหนึ่ง ระหว่างทางเดินกลับบ้าน เด็กคนเล็กบ่น ไม่อยากเดิน งอแงจะให้โทรให้แม่มารับ ไม่ก็ให้เราอุ้ม ทุกครั้งด้วยความตัด รำคาญก็จะอุ้มให้สักพัก แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ คนโตจะให้อุ้มบ้าง แล้วคิดดูเด็ก อายุหกขวบหนักครับ ครั้งนี้จึงตัดสินใจว่ายังไงก็จะไม่อุ้มเด็ดขาด คนเล็กก็ร้องบอกว่า เจ็บขาเดินไม่ไหวเหนื่อย เราก็รู้ล่ะว่าไม้เดิม เราก็บอกไปว่า "อู้ย เหมือนกันเลยเนี้ยเจ็บมาก เกือบจะมารับไม่ได้ล่ะ " คนเล็กก็เริ่มงอแง ร้องไห้จะไม่เดิน เราก็บอกว่า" งั้นรอตรงนี้นะ เดี๋ยวจะเดินไปส่งพี่เธอ แล้วจะกลับมา ใครมาทักก็อย่าไปกับเค้านะ ระวังตัวด้วย แล้วเจอกัน "ทำหน้าตายๆ คนน้องเห็นเอาจริง แต่ยังไงก็ไม่ยอมเดิน เริ่มทำลาย
 

ข้าวของตัวเอง เอากระเป๋าเป้ฟาดกับ กำแพง ทุกครั้งก็จะบอกให้หยุด แต่ไม่เคยหยุด คราวนี้เลยเปลี่ยนเป็น "ฟาดเสร็จแล้วบอกนะ "ทำหน้ายิ้มๆ ก็ยังฟาดต่อ เราทำไม่สนใจ แล้วก็บอกว่า "ถ้าเธอ อยากให้มันพัง ก็ฟาดต่อไปเรื่อยๆ แต่ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีอะไรใส่มากิน อันนี้ก็ช่วยไม่ได้นะ และเธอคงนึกภาพออกว่า แม่เธอจะต้องพูดว่ายังไงถ้าเห็นสภาพเป้นี้ ฉันเองก็คง ต้องบอกไปตามความจริงอะนะ " พูดเสร็จก็ยิ้มให้ เด็กหยุด แล้วก็เดินตาม   คือหันมา เล่นสงครามจิตวิทยา กับเด็กแทน   ยอมรับว่าอาจ ไม่ใช่วีธีการที่ดีเท่าไร สำหรับเด็กและข้าวของ แต่ช่วยเรื่องสุขภาพจิตตัวเองได้เยอะจริงๆแฮะๆ   
ธัญญ่า: แต่จริงๆ แล้วเป็นวิธีที่ใช้ได้ดีทางหนึ่งซึ่งธัญญ่าก็ใช้แบบนี้เช่นกันค่ะ
 
ธัญญ่า: มีปัญหากับโฮสต์ไม่ค่ะ
พงศ์อิศเรศ: กับโฮสต์ไม่มีนะครับ โฮสต์ดีมากๆ ให้เกียรติ และเข้าใจเรามากกว่าลูกเค้าเอง   เค้าจะฟังเรามากกว่า ทำให้ไม่ลำบากใจ คือให้เราปกครองลูกเค้า วางกฎเกนฑ์ได้ตาม เห็นสมควร อยู่กันเหมือนเพื่อน คุยเล่นกัน โดยเฉพาะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับแม่บ้านเยอะ   ก็ยิ่งสนิทกันเป็นพิเศษ กลายเป็นว่ามีปัญหาอะไรไม่สบายใจก็จะมาปรึกษากัน จนบางที ก็รู้สึกดีที่เค้าให้ความไว้วางใจที่จะเล่าเรื่องหรือปัญหาส่วนตัวให้ฟังซึ่งฝรั่งเค้าไม่เปิดขนาดนั้นเท่าที่เจอมา ถ้าไม่ใช่เพื่อนกันจริงๆ กับเด็กก็แน่นอน เป็นไม้เบื่อไม้เมา แต่พวกเค้าไม่รู้ ว่าเราหน่ายพวกเค้าอยู่บ่อย ๆ เพราะเราไม่แสดงออก เด็กความจริงแล้วติดเรามาก แล้วชอบเล่นกับเรา พ่อแม่เค้าเห็นก็สบายใจ แต่ในความเป็นจริงแล้วเรามีปัญหากับเด็ก แต่เราไม่แสดงออก เพราะถือว่า ออแพร์มันก็เหมือนหน้าที่ ถึงบางครั้งเด็กดื้อ จนเราทนไม่ไหว ก็ใช่ว่าวันรุ่งขึ้นเราจะไม่ไปส่งเค้าไปโรงเรียน หรือพูดจาไม่เพราะกับเค้า ก็ต้องแยกแยะ หน้าที่กับอารมณ์ แต่ก็มีหลุดบ้าง ตามประสาปุถุชน

ธัญญ่า: เวลามีปัญหา แล้วแก้ไขกันอย่างไรบ้าง เผื่อ เพื่อนๆ ที่อ่านจะได้นำไป ปรับประยุกต์ใช้
พงศ์อิศเรศ: สุขภาพจิตสำคัญมากเพราะว่าเราอยู่ต่างประเทศ ไม่ได้มีเพื่อนๆพ่อแม่อยู่ใกล้ๆ ต้องรักษาสุขภาพจิตให้ดี สุขภาพจิตจะดีจะร้าย นอกจากขึ้นอยู่กับตัวเองล้วนๆแล้ว มันก็ขึ้นอยู่กับครอบครัวที่เราได้ไปอยู่ด้วย ได้ครอบครัวดีก็โชคดี ได้ครอบครัวไม่ดี ไม่ได้หมายความว่าโชคไม่ดี เพราะยังไงก็เป็นโอกาส ให้เราได้มาหา ประสบการณ์ ต่างประเทศ แต่ก็จะต้องมาหาวีธีรับมือ กับครอบครัวนั้นๆไปอีกที

ธัญญ่า : เป็นแนวคิดทีดีมากเลยค่ะ แล้วคิดถึงบ้านบ้างไหม
พงศ์อิศเรศ: ตั้งแต่อยู่มายังไม่คิดถึงบ้าน ทั้งๆก็มีเรื่องมากมายผ่านเข้ามาอยู่บ่อยเหมือนกัน อาจเป็นเพราะตัวเอง เรียนไกลบ้านต้งแต่เด็กด้วย เลยไม่ติดที่บ้านมากนัก          ถ้ามีปัญหา มักจะคิดว่า สุขทุกข์อยู่แค่วีธีคิด พยายามมองบวก เวลามีปัญหา มักจะมองเลยปัญหา ไปที่เป้าหมายว่า เรามาทำอะไร เราทำเพื่ออะไร พอเหนื่อยเครียดกับเด็ก ก็จะพยายามมองว่ามันเป็นธรรมชาติของเค้า แล้วเราจะปลงได้มากขึ้น เด็กที่บ้านค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเองมาก เวลาเราห้ามอะไร มักจะทำสิ่งตรงกันข้าม กับแม่ยิ่งแล้วใหญ่เจอหนักกว่าเรา ว่าแม่ พูดคำหยาบใส่แม่     
ธัญญ่า: เรียกวว่าพฤติกรรมเด็กที่มีต่อเราดีกว่าทีเขาทำต่อพ่อแม่ของเขาสะอีก
 
ธัญญ่า: ปัญหาอื่นๆ โดยรวมในการเป็นออแพร์ที่นี้ สำหรับเรามีไหม
พงศ์อิศเรศ: ป้ญหาส่วนใหญ่จะอยู่ที่เด็กเพราะงานเรามันโดยตรงกับเค้า   ก็ฝากบอกทุกคนที่สนใจว่า อยู่กับเด็กจะว่าง่ายก็ง่าย ยากก็ยากมันขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ แต่ที่คุณต้องรู้แน่ๆก่อน อย่างอื่นเลย คือ คุณต้องมีพื้นฐานความรักเด็กอยู่ค่อนข้างมาก อันนี้เพื่อความสุข และสุขภาพจิตของตัวคุณเอง เพราะถามว่าไม่รักเด็กมาอยู่เป็นออแพร์ได้มั้ย ตอบว่าได้ แต่ไม่อยากให้มานั่งทุกข์ระทมตรมตรอม หรือถ้าจะมาแล้วทำหน้าที่ออแพร์ไม่เต็มที่ เพราะเราไม่แคร์เด็กจริง ก็อย่ามา มันเสียชื่อถึง ภาพรวมระดับประเทศ และอาจตัดโอกาส คนอิ่นที่อยากจะตามมาเป็นออแพร์ เพราะออแพร์มีมาจากหลายเชื้อชาติ ส่วนใหญ่ ถ้าแฟมิลี่ไม่ประทับใจชาติไหน จะพูดต่อและเค้าไม่ได้ว่าเป็นรายบุคคลแต่อาจจะพูดว่า" ครั้งหน้าไม่เอาออแพร์ไทยล่ะ ไม่มีความรับผิดชอบ "เป็นต้น เคยได้ยินมาแล้วกับหู แต่เค้าว่าชาติอื่น เพราะถ้าไม่ชอบเด็กแต่แค่อยากมาเรียนหรือหาประสบการณ์ล่ะก็ ไม่แนะนำให้มา
ธัญญ่า: พูดได้ถูกต้องและถูกใจจริงๆคะ่
พงศ์อิศเรศ: เจอเด็กน่ารักๆ ก็โชคดีไป แต่ถ้าเจอเด็กอย่างว่า ระทมหนักแน่ เพราะมันไม่ใช่ว่าเราอยากเจอเด็กเมื่อไรก็ได้ที่เรามีอารมณ์อยากจะเล่นกับเค้า แต่เราต้องอยู่กับเค้าแทบทุกวันบางวันก็ทั้งวัน ทั้งที่บางทีเราไม่อยากแต่มันเป็นหน้าที่ แล้วเด็กอยู่กับเราทั้งวันก็มีหลายอารมณ์ให้เจอ ร้องไห้ ทะเลาะกัน แย้งของ หัวเราะ เงียบนั่งดูหนัง กรี๊ด อาจมีบางวันที่ดูเหมือนอารมณ์ดีทั้งวัน แต่อาจมี บางวันที่กรี๊ดร้อง ป่วนได้ทั้งวัน
 
ธัญญ่า: ถามเรื่องความสุข หรือว่า ความประทับใจ กับการได้มาเป็นออแพร์ที่นี้ค่ะ
พงศ์อิศเรศ: ก็มีเยอะครับ เราได้รู้จักเพื่อนใหม่จากหลายชาติ ทั้งจากโรงเรียน และจากเมืองที่เราอยู่ แล้วก็โฮสที่น่ารักซึ่งทำให้เรารู้สึกเหมือนเป็นคนในครอบครัวเค้า ชอบบรรยากาศหลังทานอาหารเย็นที่เรานั่งคุยสนุกสนานกันทุกวัน ก่อนมาเคยคิดว่า การเป็นผู้ชายจะลำบากมั้ยในการเป็นออแพร์ แต่พบว่าไม่เลย โฮสเองก็บอกว่า รู้สึกคิดไม่ผิด เพราะเราเข้ากับทุกคนได้ เด็กรักเรา และเด็กผู้ชายชอบเล่นกีฬา เราก็พาเค้าเล่นบาส เบสบอล เวลาเค้าเผลอหลับ ข้างล่างเราก็อุ้มเด็กขึ้นไปนอน แทนพ่อเค้าได้ งานที่ต้องใช้แรงบางอย่าง เราก็ช่วยแม่บ้านได้ไม่ต้องรอพ่อบ้านอย่างเดียว ส่วนเรื่องงานบ้านการจะทำได้สะอาดและเรียบร้อย มันก็อยู่ที่ตัวบุคคลที่ทำ มากกว่ามาเป็น คนแบบไหน แต่ก็โชคดีที่รับผิดชอบเฉพาะ ห้องเด็ก และครัว ซึ่งเค้าก็ชมว่าไม่เคย เห็นห้องลูกเป็นระเบียบขนาดนี้

อีกเรื่องก็ เผอิญว่าเมืองที่อยู่ติดชายแดนประเทศฝรั่งเศสกับประเทศลักเซมเบริค ซึ่งเมืองเค้าสวยมากๆก็เลยมีโอกาสนั่งรถไปเที่ยวบ่อยๆแค่ครึ่งชัวโมง
 
ธัญญ่า: ได้ไปเที่ยวอังกฤษด้วยใช่ไหมค่ะ
พงศ์อิศเรศ: ใช่ีครับไปกับโฮศต์ นั่งรถไปกับโฮสจากเยอรมันไปลอนดอนประเทศ อังกฤษ เพื่อเยี่ยมคุณ ยายของเด็ก นั่งกันค่อนวัน สนุกมากๆ เลยได้ถือโอกาสไป เยี่ยมเพื่อนๆ ที่เรียนที่นั่น สนุกเลยไปอังกฤษฟรี  
 
ธัญญ่า: ว่างๆ ทำอะไรบ้างค่ะ มีอะไรทีสนใจเป็นพิเศษ และได้ทำแล้วหรือยัง หรือวางแผนว่าจะทำหรือยัง
พงศ์อิศเรศ: ว่างๆก็อยู่หน้าคอม จนบางทีรู้สึกจะอยู่มากไปหน่อย ที่สนใจพิเศษ ก็คงเป็นการเตรียมทำเรื่องเรียนต่อหลังจบโครงการ กำลังดำเนินการไปด้วยอยู่เหมือนกันครับ
 
 
ธัญญ่า: อยากจะให้ฝากถึงคนทีสนใจโครงการออแพร์ของประเทศนี้นะคะ่
พงศ์อิศเรศ: ก็อยากจะบอกว่า เยอรมันเป็นประเทศที่น่าสนใจมาหาประสบการณ์อีกประเทศหนึ่ง หลายคนอาจกังวลว่าต้องมานั่งเรียนภาษาเยอรมันก่อนรึเปล่า หรือต้องเคยเรียนมาก่อนแล้ว ถึงน่ามา ตัวผมเอง ไม่เคยเรียนมาก่อนจ นกระทั้งสนใจในประเทศนี้และอยากมา จึงไปลงเรียนเบื้องต้นที่กรุงเทพก่อนไปทำวีซ่าไม่กี่เดือน เพราะฉะนั้น อย่ากังวล ถ้าคุณกลัวจะสื่อสารกับคนที่นี่ไม่รู้เรื่องในช่วงแรก เพราะคนเยอรมัน ปัจจุบันพูดภาษา อังกฤษกันมากขึ้น ช่วงแรกก็ ใช่ภาษาอังกฤษคุยกับโฮสเหมือนกัน ก็ไม่มีปัญหา และบอกได้เลยว่าภาษาเยอรมันคุ้มค่าที่จะเรียนจริงๆ อีกอย่างที่นี่มีโรงเรียน ภาษาราคาถูกมากที่ชื่อว่า Volkshochschule ซึ่งจะมีทุกเมืองทั่วเยอรมัน มีภาษาต่างๆเปิดสอน และวิชากิจกรรมที่น่าสนใจเช่นถ่ายภาพ วาดรูป ซึ่งไม่แพงเลย ใครอยากเรียนภาษาอังกฤษเยอรมัน สเปนฝรั่งเศษ ญี่ปุ่น จีน วาดรูป วีชาอาชีพ อีกมากมายถูกๆก็เลือกเรียนได้ และที่สำคัญมาเป็นออแพร์ที่นี่ เที่ยวยุโรปสนุกแน่ อิตาลี สเปน ฝรั่งเศษ เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม สวีเดน และอีกหลายประเทศที่เราเข้า ออกไปโดย ไม่ต้องขอวีซ่าอีก เพราะฉะนั้น ถามใจตัวเองตอนนี้ว่า กล้าพอจะออกมาค้นหาตัวเอง คนเดียวที่นี่มั้ย ถ้าใจตอบว่ากล้า ก็ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว เดินหน้ามาเลย โอกาสออแพร์มันมีลุ้นให้กับทุกคนอยู่แล้ว อีกอย่างจบโครงการแล้ว คุณก็สามารถเรียนต่อ ที่ประเทศนี้ได้ด้วยเช่นกันถ้าคุณสนใจ  
ธัญญ่: ประทับใจและภูมิใจกับหนุ่มออแพร์ไทยคนนี้จริงๆค่ะ พงศ์อิศเรศยินดีคุยทางอีเมลล์กับเพือนๆด้วยนะคะ่ อีเมลล์ pongissarase@hotmail.com



สัมภาษณ์เพื่อนออแพร์ไทยในต่างแดน

กิฟท์ แนนนี่แคนาดากับพีอาร์หนึ่งใบ
ฝัน อดีตออแพร์เมกา
บลู ออแพร์ไทยในอเมริกา
ซิ่ว ออแพร์ไทยอเมริกา article
อ้อม ออแพร์ไทยนอร์เวย์ article
ทราย ออแพร์ไทยอเมริกา article
นก ออแพร์ไทยในอเมริกา article
บุ๋ม ออแพร์ไทยในอเมริกา article
ยุ้ย อดีตออแพร์ไทยในอเมริกา article
ติ๊ก ออแพร์ไทยในอเมริกา article
เหมียว ออแพร์ไทยในอเมริกา " เลี้ยงเด็กแฝด ไม่ใช่เรื่องยากส์ เหมียวทำได้ คุณก็ทำได้" article
ตูน ออแพร์ไทยในแคนาดา article
ไอซ์ ออแพร์ไทยในฝรั่งเศศ article
ติ๊ก ออแพร์ไทยในนอร์เวย์ article
ป้าออพัว อดีตออแพร์ไทยในอเมริกา "สมาชิกกิตติมศักดิ์ของไทยออแพร์คลับ ปัจจุบันสมรสแล้ว" article
แอน ออแพร์ไทยในเบลเยียม "ออแพร์สองประเทศแล้ว เนเธอแลนด์ ปัจจุบันเบลเยียม" article
อร ออแพร์ไทยในเดนมาร์ก " ออแพร์สองประเทศแล้ว เนเธอแลนด์ และปัจจุบัน ออแพร์เดนมาร์ก" article
โน๊ต ออแพร์ไทยในแคนดา " อดีตออแพร์เมกา ปัจจุบันออแพร์แคนาดา" article
อภิญญา ออแพร์ไทยในนอร์เวย์ "สองปีที่ได้เป็นออแพร์ทีนอร์เวย์ มีเรื่องและข้อมูลดีๆ เยอะเลยจ้า" article
ยิ้ม ออแพร์ไทยในอเมริกา "สาวไทยไซส์ XXL ก็มาเป็นออแพร์ได้ พร้อมประสบการณ์รีแม็ทช์มาแชร์กัน" article
ตุ๊กตุ่น อดีตออแพร์ไทยในอเมริกา "ดรอปเรียนมาเป็นออแพร์ ปัจจุบันสมรสแล้ว" article
เก๋ ออแพร์ไทยในแคนาดา "อดีตครูอนุบาลจากเมืองไทย ทีได้มาเป็นออแพร์สมใจที่แคนาดา" article
เอ๋ ออแพร์ไทยในอเมริกา "1 ใน 5 ผู้เข้าชิงตำแหน่งออแพร์ไทยแห่งปี 2008" article
สาวน้อย ออแพร์ไทยในอเมริกา " 1 ใน 5 ผู้เข้าชิงออแพร์ไทยแห่งปี 2008" article
เปิ้ณ ออแพร์ไทยในอเมริกา "1 ใน 5 ผู้เข้าชิงตำแหน่งออแพร์ไทยแห่งปี 2008" article
ก้อย ออแพร์ไทยในอเมริกา " 1 ใน 5 ผู้เข้าชิงตำแหน่งออแพร์ไทยแห่งปี 2008 " article
นิด ออแพร์ไทยในแคนาดา ออแพร์ที่ทำกับโฮศต์เอเซียตลอดไม่ว่าจะอเมริกา หรือ แคนาดา article
บี ออแพร์ไทยในสวีเดน อดีตออแพร์อเมริกา ปัจจุบันเป็นออแพร์ทีสวีเดน article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในนิวยอร์ก"กว่าจะได้มาก็รอนานเป็นปี ภาษาก็ไม่ค่อยดี มาเลี้ยงเด็กแรกเกิด" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเยอรมัน "อดีตออแพร์ไทยในเยอรมัน ปัจจุบันเป็นเจ้าของโรงเรียนอนุบาลทีบ้านเกิดของเธอค่ะ" article
สัมภาษณ์ ออแพร์ชายไทยในเมกา "กว่าจะได้มาเป็นออแพร์สมใจต้อรอนาน แล้วผู้ชายดูแลเด็กได้จริงหรือเปล่านี้" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเมกา "ออแพร์ที่ถูกรีแม็ทช์และต้องกลับเมืองไทย ทั้งที่เป็นออแพร์มาได้แค่ 2 อาทิตย์ " article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเมกา"ประสบการณ์ออแพร์ที่ทำงานคู่กับออแพร์อีกคนในเวลาเดียวกัน และดูแลเด็ก 4 คน" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเดนมาร์ก "ไปโครงการออแพร์เองไม่ผ่านเอเจนซี่ กว่าจะได้ไป และถูกรีแม็ทช์" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในนอร์เวย์ "ผิดหวังจากอเมริกา แคนาดา แต่สุดท้ายก็ได้มาเป็นออแพร์ที่นอร์เวย์" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเมกา "ชีวิตออแพร์กับการเลี้ยงเด็กสามคน และข้อคิดดีๆ กับคำว่า Flexible" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในอเมริกา "เป็นออแพร์กับครอบครัวมังสาวิรัต และจบท้ายด้วยการรีแม็ทช์" article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

 

   

      

www.thaiaupairclub.com จุดประสงค์ของเวบ คือ มีไว้เพื่อเป็นจุดศูยน์กลางแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ ของสมาชิก และเพื่อสร้างมิตรภาพของออแพร์ ทั้งบุคคลที่สนใจโครงการ เป็นออแพร์อยู่ หรือ สิ้นสุดการเป็นออแพร์แล้วก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดมาจากประสบการณ์ของสมาชิกแต่ละคนที่แตกต่างกันไป ขอให้ใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาและรับข้อมูล ทางเวบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสนับสนุนคนไทย ให้เดินทางเข้าอเมริกาอย่างผิดกฏหมาย หรือผิดวัตถุประสงค์ของการเป็นออแพร์

www.thaiaupairclub.com is the first Thai au pair community web site in Thailand. We have friendly and warm welcome for everyone, plese feel free to join us. We would love to help each other by sharing opinions and experiences openly. More than that, we would love to make our au pair program to be great experiences for everyone. Au pair is experiences for life.

รูปภาพ และ บทความทั้งหมดบนเวบนี้ ไม่อนุญาตให้ทำการพิมพ์ หรือนำไปเผยแพร่ แจกจ่าย แก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บ tanya@thaiaupairclub.com