ReadyPlanet.com
dot
dot
รับข้อมูลข่าวสาร ThaiAuPairClub

dot
dot
ประมวลภาพสังสรรค์งานไทยออแพร์คลับจ้า
dot
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 6
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 5
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 4
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 3
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 2
bulletประมวลภาพสังสรรค์ครั้งที่ 1
dot
+++ เอเจนซี่ที่แนะนำ +++
dot


ลิฟอินแคร์กิฟเวอร์ แนนนี่แคนาดา ทำงานเรียนต่อเมืองนอก ไปต่างประเทศ
Cultureal Care Thailand


แอน ออแพร์ไทยในเบลเยียม "ออแพร์สองประเทศแล้ว เนเธอแลนด์ ปัจจุบันเบลเยียม" article

 

วันนี้ธัญญ่าอยากจะแนะนำเพื่อนๆ ให้รู้จัก สาวไทยที่เป็นออแพร์ถึงสองประเทศในดินแดนยุโรป อดีตออแพร์เนเธอแลนด์ ปัจจุบันเป็นออแพร์ที่เบลเยียม มารู้จักกับแอนดีกว่าค่ะ
 
ธัญญ่า: สวัสดีค่ะแอน
แอน: สวัสดีค่ะ ธัญญ่า
 
ธัญญ่า: ข้อแรกสุดฮิตค่ะ ทำไมสนใจมาโครงการพี่เลี้ยงเด็กต่างแดนค่ะ
แอนสนใจโครงการนี้ เพราะว่าแอนอยากฝึกภาษาแบบจริงๆจังๆ เพราะแอนจบด้านภาษามาโดยตรง แต่มีความคิดว่าตัวเองยังไม่เก่งหรือสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดีพอ และความฝันที่เพื่อนๆหลายคนอาจจะมีคือการได้ใช้ชิวิตเมืองนอกตามลำพัง การได้เที่ยวและทำงานต่างประเทศด้วยลำแข้งตัวเอง ด้านการเลี้ยงเด็กก็ไม่มีปัญหาสำหรับแอนอยู่แล้วเพราะแอนก็รักเด็กค่ะ เลยคิดว่าน่าจะลองดูสักครั้งค่ะ
 
 
ธัญญ่า: แอนเรียนจบอะไรมาค่ะ
แอนแอนจบเอกภาษาอังกฤษ เกียรนิยมอันดับสอง มาจาก มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ค่ะ
ธัญญ่า: เก่งจังเลย
 
ธัญญ่า: แล้วก่อนมาเป็นออแพร์นี้ แอนทำงานอะไรมาก่อนค่ะ
แอน: ไม่ได้ทำงานอะไรก่อนที่จะมาเป็นออแพร์ค่ะ พอจบมาก็ได้ช่วยงานทางบ้าน จนได้มาเจอกับโครงการนี้
 
ธัญญ่า: แล้วทำไมเลือกมาประเทศทางยุโรปค่ะ
แอน: คือแอนคิดว่า โครงการออแพร์ทางยุโรปมาง่ายกว่าโครงการออแพร์ของอเมริกา ในเื่รื่องของค่าใช้จ่าย ประสบการณ์เลี้ยงเด็ก ความสามารถในการขับรถ และ หลักฐานการเงินนะค่ะ
 
ธัญญ่า: แล้วไปเนเธอแลนด์แล้ว ทำไมคิดมาต่อที่เบลเยียมค่ะ ไม่เบื่อเลี้ยงเด็กเหรอ
แอน: ไม่ค่ะ
 
ธัญญ่า: แล้วทำไมเลือกมาเป็นออแพร์ต่อที่ประเทศนี้
แอน:ที่มาต่อโครงการนี้ที่เบลเยียมเพราะเป็นประเทศที่ไม่แตกต่างจากเนเธอแลนอ์มากมาย และแอนก็สามาถพูดภาษาดัซซึ่งเป็นหนึ่งในภาษาของคนที่นี่พูดกันได้บ้างค่ะ (ที่นี่เขาพูดดัซหรือเฟลมิช ฝรั่งเศส ค่ะ ) หรืออาจจะเป็นเพราะว่าแอนกลัวความหนาวของประเทศอื่นมากไป กลัวว่าจะทนอยู่ไม่ได้ค่ะ
อีกอย่าง อายุของแอนก็ยังมีสิทธิ์สำหรับโครงการนี้ที่เบลเยียมด้วยเลยคิดว่าน่าจะลองดูค่ะ ก่อนที่จะอายุเกิน หมดสิทธิ์มา และจะเสียดายภายหลัง
ธัญญ่า: เป็นเหุตผลที่ดีที่เดียวค่ะ อย่างนี้ การเคยมาเป็นออแพร์ทีเนเธอแลนด์่ช่วยอะไรกับการมาเป็นออแพร์ที่เบลเยียมบ้างค่ะ
แอน: ช่วยได้หลายอย่างค่ะ แอนก็รู้ถึงการดำเนินชิวิตในแถบนี้บ้างแล้ว การปรับตัวก็ไม่น่ามีปัญหา และก็มีครอบครัวเก่าที่เนเธอแลนด์ที่พร้อมช่วยเหลือเราตลอดเวลาด้วย ทำให้การมาเป็นออแพร์ที่เบลเยียมครั้งนี้แอนหาโฮสและดำเนินการเองหมดค่ะ
 
ธัญญ่า: มาพูดเรื่องของเด่นของด้อยของแอนกันบ้างดีกว่า เริ่มข้อเด่นของแอนก่อน
แอน:  ข้อเด่นของแอนก็คือ การที่แอนเป็นคนเข้ากับคนง่าย ปรับตัวกับสิ่งแวดล้องไหม่ๆได้ดีแต่เรื่องความหนาวเนี่ยแอนต้องขอเวลานานหน่อยค่ะ ด้วยการที่เป็นคนพูดเก่ง ยิ้มแย้มแจ่มใสและใจเย็น ก็เลยทำให้แอนเข้ากับเด็กได้ง่ายด้วยค่ะ
 
ธัญญ่า: แล้วข้อด้อยของเราละ
แอน:    ข้อด้อยเหรอค่ะ หายากค่ะเพราะปกติไม่ค่อยยอมรับข้อด้อยของตัวเอง อิอิ แต่ข้อด้อยของแอนก็น่าจะเป็นเรื่องการที่เราเกิดอารมณ์เหงาหรือท้อแท้ได้ง่ายในบางเวลาค่ะ อาทิเช่น การที่ต้องเริ่มเรียนรู้และรู้จักกับครอบครัวใหม่ เด็กใหม่ แต่อาการแบบนี้เกิดขึ้นก็ช่วงสองสามเดือนแรกของการมาที่นี่ค่ะ ครั้งแรกที่แอนอยู่ที่เนเธอแลนด์แอนก็มีอาการแบบนี้เหมือนกัน หรือเรียกง่ายๆว่า โรคคิดถึงบ้านมั้งค่ะ แต่อีกหน่อยพอได้รู้จักครอบครัวมากขึ้น ได้เพื่อนมากขึ้น ได้เห็นได้เทียวในสถานที่ใหม่ๆ แอนก็คิดว่าคงไม่มีปัญหาแล้วล่ะค่ะ
 
ธัญญ่า: ทำไมถึงเลือกบ้านที่ทำงานอยู่ด้วยนี้ค่ะ
แอน: เหตุผลที่แอนเลือกครอบครัวนี้ก็คือ เขาเคยไปเที่ยวเมืองไทย ชอบเมืองไทยและวัฒนธรรมไทยค่ะ เป็นเหตุผลที่แอนไห้มาเป็นอันดับหนึ่งเหมือนที่แอน เลือกครอบครัวที่เนเธอแลนด์ มันเหมือนกับว่าอย่างน้อยเขาได้สนใจหรือชอบอะไรที่เกี่ยวกับเราโดยที่เรายังไม่ได้เจอกันจริงๆ และมันก็เป็นความประทับใจแรกของแอนด้วยที่เขาชอบเมืองไทย
 
ธัญญ่า: แล้วพ่อแม่เด็กทำงานอะไร และอายุพวกเขาประมาณเท่าไหร่ค่ะ
แอน: พ่ออายุ ประมาณ สามสิบหกปีค่ะ ทำงานเป็น ผู้บริหารด้านความสัมพันธ์ของสื่อและการสื่อสาร (ไม่ทราบว่าจะแปลว่าอย่างไรนะค่ะ ขอความช่วยเหลือค่ะ Director Communications and Media relations) ของบริษัท วอลโว กรุ๊ป ค่ะ (Volvo Group Representation, EU) ส่วนคนแม่อายุประมาณ สามสิบปี ทำงานเป็น ผู้จัดการการตลาดของบริษัท Samsonite (European Marketing Manager American Tourister )
 
 
ธัญญ่า: เลี้ยงเด็กกี่คนค่ะ
แอน: ครอบครัวนี้มีลูกสาวสองคนค่ะ คนเล็กเพิ่งจะครบหนึ่งขวบเมื่อวันที่ 12 ธันวามปีนี้เอง ส่วนคนโต กำลังย่างเข้าสามขวบอีกไม่กี่เดือนค่ะ

ธัญญ่า: เด็กผู้หญิงสองคน วัยกำลังน่ารักเลยเนอะ แล้วรู้ไหม ทำไมบ้านนี้เขาถึงเลือกเรา
แอน: อันดับแรกที่บอกคือเขาชอบคนไทยและวัฒณธรรมไทยค่ะ เขาเลยอยากได้ออแพร์คนไทย และที่สำคัญเขาก็ชอบอาหารไทยด้วยแต่เขาไม่สามารถทำเองได้ เขายกแม่ครัวจากเมืองไทยมาซ่ะเลยค่ะ อิๆ อีกอย่างคือเขาก็ถูกชะตากับแอนทางรูปถ่ายและการพูดคุยทางอีเมลล์ค่ะ เลยขอแมชแอนหลังจากคุยกันได้แค่ห้าวันเองค่ะ
 
ธัญญ่า: มาอยู่เมืองนอก (แต่ไม่เมืองนา ) คิดหรือเห็นว่าอะไรที่ที่นี้ต่างจากวัฒนธรรมไทยมั้งค่ะ
แอน: ถ้าพูดเรื่องด้านความแตกต่างทางวัฒณธรรมก็อาจจะมีเรื่องการดำเนินชิวิตของคนที่นี่ เพราะคนที่นี่ส่วนไหญ่เขาทำงานหรือดำเนินชิวิตเป็นระบบ ระเบียบ อย่างเช่นรถไฟหรือการคมนามคมอื่นๆ ที่นี่เขาเป็นระเบียบมากค่ะ ถึงเวลาก็ออกทันที ตั้งแต่แอนมาอยู่ แอนเจอรถไฟสายแค่ไม่กี่ครั้งเองค่ะ ส่วนไหญ๋เป็นเพราะอากาศที่หนาวเกินไปจะเกิดปัญหาทางเครื่องยนต์ หรือเวลาที่เมื่อมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นเขาก็จะพูดคุย ถกเถียงกันเลย ไม่ต้องมาคอยแอบซ่อนแล้วกลายเป็นปัญหาทีหลัง บางครั้งครอบครัวที่นี่เขาพูดคุยกันแอนคิดว่าเขาทะเลาะกันเฉยเลยค่ะ แต่คือเขาคุยกันค่ะ เคลียร์กันจบก็จบ หรือที่แอนเจอบ่อยๆก็คือเรื่องธรรมเนียม การหอมแก้ม ทุกวันนี้แอนก็ยังไม่ค่อยชินค่ะ ที่นี่ถ้าเราได้ของขวัญมาเราต้องแกะต่อหน้าผู้ให้เลยนะค่ะ ไม่เช่นนั้นจะไม่สุภาพค่ะ ก็ต่างจากเมืองไทยที่เราแกะที่หลังหรือตอนไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องแกะต่อหน้า
 
ธัญญ่า: แล้วแอนมาอยู่เบลเยียมได้นานยังค่ะ
แอน: แอนมาอยู่เบลเยียมกับครอบครัวนี้ได้ห้าเดือนแล้วค่ะ
  
ธัญญ่า: เล่าให้ฟังหน่อยค่ะวัน ๆทำอะไรกับเด็กบ้าง
แอน: ส่วนไหญ่แอนอยู่กับเด็กคนโตแค่วันละไม่กี่ชัวโมงค่ะเพราะเขาไปโรงเรียนทุกวัน แอนก็อยู่กับคนเล็ก เด็กเล็กก็จะนอนส่วนไหญ่ เวลาที่แอนอยู่กับเด็กๆ แอนก็จะชวนเขาเล่นของเล่นต่างๆ หรือของเล่นที่มีเสียงดนตรี หรือไม่ก็การระบายสีหรือประดิษฐ์งานศิลปะเพราะออกไปเล่นข้างนอกไม่ได้เลยค่ะช่วงนี้ อากาศหนาวและฝนตกบ่อย ตอนนี้เปิดเพลงหรือเล่นเครื่องเล่นที่มีเสียงดนตรีจนเด็กคนเล็ก เต้นและหัวเราะทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเพลงไปแล้ว
-          
ธัญญ่า: กิจกรรมที่ทำกับเด็กแล้วเราประทับใจ มีไหม
แอน: สิ่งที่แอนทำกับเด็กทุกวันก็คือการปั่นจักรยาน แอนต้องปั่นจักรยานไปรับเด็กจากโรงเรียนค่ะ โดยที่แอนปั่นและจะมีโบกี้เล็กๆไห้เด็กได้นั่งทั้งสองคน เด็กๆก็ชอบกันมากเลยค่ะ แต่พี่เลี้ยงปั่นกันเหนื่อย แต่เมื่อได้ฟังเด็กพูด จ้อ ๆ หรือร้องเพลงไปก็หายเหนื่อยไปหน่อยค่ะ
 
ธัญญ่า: มีปัญหากับเด็กหรือกับโฮสต์ไหม่ค่ะ
แอน: ตอนแรก็มีปัญหาค่ะ เรื่องพาหนะที่ใช้รับเด็กเพราะใบขับขี่ที่แอนได้มาจากไทยไม่ สามารถใช้ได้กับที่นี่ และแอนก็ต้องใช้เวลานานเป็นสามสี่เดือน จนกว่าแอนจะสามารถขอสอบ ใบขับขี่ที่นี่ จนเราหาทางแก้ได้โดยการปั่นจักรยานไปก่อนค่ะ
 
ส่วนปัญหากับโฮสก็เคยมีเรื่องการทำงานที่เกินเวลาหรือไม่เป็นระบบ แอนก็บอกเขาไปว่า แอนไม่สบายใจเรื่องนี้ อยากจะทำให้มันเคลียร์ ไม่อยากเก็บปัญหาไห้จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ เขาก็รับฟังและชอบที่เราพูดกับเขาตรงๆ จากนั้นเขาก็มีการปรับเปลี่ยนบ้างซึ่งแอนก็พอใจค่ะ ตอนนี้ก็เลยไม่มีปัญหาอะไรคาใจ
 
 
 ส่วนกับเด็ก จะมีบ้างก็กับน้องคนโต เพราะเขายังไม่ยอมรับเราเต็มที่ แต่หลังๆก็เริ่มอ่อนลงแล้วค่ะ ก็ต้องใช้เวลาไป ด้านน้องคนเล็กตอนนี้ก็เสร็จแอนเรียบร้อยแล้วค่ะ เริ่มเรียกชื่อแอนได้บ้างแล้ว
 
ธัญญ่า: ทางแก้ปัญหาของแอนคืออะไร       
แอน: เมื่อมีปัญหาแอนก็ต้องเริ่มแก้ที่ต้นเหตุค่ะ เช่นปัญหากับโฮส แอนก็ต้องไปคุยกับเขา บอกเขาว่าเราต้องการอะไรหรือเขาต้องการอะไรจากเรา เราจะได้ทำงานได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธฺภาพ ถ้าเป็นปัญหาของตัวเอง เช่นอาการคิดถึงบ้าน อาการเหงา แอนก็เริ่มหา กิจกรรมใหม่ๆทำค่ะ เช่นการดูหลัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆเช่นภาษาหรือคอมพิวเตอร์ ถ้ามีโอกาศก็ออกไปข้างนอก ไปถ่ายรูป ไปเดินดูเมืองหรือช๊อปปิ้งค่ะ ถ้าอยู่แต่ในบ้านไม่ได้ทำอะไร ก็ย่อมหนีไม่พ้นอาการเหล่านั้นแน่นอนค่ะ
 
ธัญญ่า: แล้วเรื่องเรียนค่ะ ได้เรียนหรือเปล่าค่ะขณะเป็นออแพร์ที่นี้
แอน: ตอนนี้แอนเพิ่งจบคอร์สเรียนภาษาฝรั่งเศสไปค่ะ เริ่มเรียนตั้งแต่สับดาห์แรกที่มาเลยค่ะ เรียนที่มหาลัยเก้นของที่นี่ค่ะ เขามีคอร์สต่างๆมากมายไห้เลือกและเป็นมหาลัยที่โด่งดังของที่นี่ด้วยค่ะ ตอนนี้ก็รอดูว่าจะเรียนภาษาฝรั่งเศสต่อหรือเรียนอย่างอื่นค่ะ เพราะมหาลัยเขาจะเปิดอีกครั้งก็เดือนกุมภาพันธุ์ค่ะ
 
ธัญญ่า: แล้วเที่ยวละค่ะ
แอน: ตั้งแต่แอนมาที่เบลเยียมสองเดือนนี้แอนก็ยังไม่ได้เริ่มเที่ยวที่ไหนเลยค่ะ มีแต่กลับไปเนเธอแลนด์ไปเยี่ยมครอบครัวที่นั่น อาจจะเป็นเพราะปีก่อนแอนได้เที่ยวประเทศรอบๆนี้มาเยอะแล้วค่ะ ตอนนี้เลยวางแผนระยะยาวไปเที่ยวประเทศไกลๆหน่อย แต่อากาศช่วงนี้หนาวค่ะ เลยคิดว่าอีกสักสามสี่เดือนก็เริ่มวางแผนเที่ยวอีก ตอนนี้ก็ไปเที่ยวแค่เมืองใกล้ๆ แอนเวิฟ หรือบรัซเซลพอค่ะ
  
ธัญญ่า: ยามว่างๆ ทำอะไรจ๊ะ
แอน: วันว่างๆของแอน แอนก็ชอบปั่นจักรยานไปรอบๆค่ะ ได้ออกกำลังกายและได้เรียนรู้เส้นทางโดยรอบไปในตัว หรือไม่แอนก็ไปเดินเล่นในเมืองค่ะ ไปดูสถานที่สวยๆต่างๆ หรือบางทีถ้าที่บ้านเขามีกิจกรรม แอนก็จะร่วมกิจกรรมกับเขาค่ะ
 
ธัญญ่า: มีอะไรทีสนใจเป็นพิเศษ และได้ทำแล้วหรือยัง
แอน: มีค่ะ ตอนนี้ที่ต้องการทำก็คือการเรียนขับรถและสมัครสอบขับขี่ที่นี่ค่ะ ที่สนใจอีกอย่างก็คือเรื่องท่องเที่ยวค่ะ ยังมีสถานที่อยากไปอีกหลายที่เลยค่ะ ส่วนเรื่องภาษาก็เรียนรู้ทุกวันค่ะ เพราะครอบครัวนี้เขาพูดสามภาษา คือภาษาอังกฤษ ดัซ และฝรั่งเศสค่ะ
 
ธัญญ่า: วางแผนว่าจะทำอะไรต่อไปหลังจากจบโครงการออแพร์ทีประเทศนี้
แอน: หลังจากจบโครงการที่นี่ แอนอยากจะไปทำงานต่อที่แคนาดาค่ะ หรือไม่ก็อาจจะหางานทำที่เมืองไทย ช่วงหนึ่งปีที่นี่ก็ต้องเก็บความรู้และคิดเรื่องนี้ก่อนค่ะ ยังมีเวลาหาข้อมูลอีกสักระยะก่อนที่จะตกลงทำอะไร หรือถ้ามีโอกาสก็จะพยายามหางานทำที่นี่ค่ะ
 
ธัญญ่า: อยากให้เล่า ความสุข หรือว่า ความประทับใจ กับการได้มาเป็นออแพร์ค่ะ
แอน: ความประทับใจของแอนก็ต้องเริ่มจากครอบครัวที่แอนได้มาอาศัยอยู่ด้วยค่ะ เริ่มตั้งแต่ครอบครัวแรกที่เนเธอแลนด์ที่แอนได้รับความรัก ความสุขและความประทับใจจากเขามาเต็มที่ เลยทำไห้แอนรู้สึกดีกับโครงการนี้และตัดสินใจเป็นออแพร์อีกครั้งค่ะ ด้านอื่นๆก็เป็นเรื่องประสบการณ์ต่างๆ กับการ
 

ธัญญ่า: อยากจะให้ฝากถึงคนทีสนใจโครงการออแพร์ของประเทศนี้นะคะ่

แอน: ก็อยากฝากบอกรุ่นน้องออแพร์ที่สนใจโครงการนี้ทุกๆคนนะค่ะ ถ้าเรามั่นใจและต้องการทำอะไรเพื่ออนาคตหรือความฝันของเราแล้ว ก็ลุยเต็มที่เลยนะค่ะ การทำอะไรก็ตามย่อมได้อย่างเสียอย่างค่ะ อย่างเช่น โครงการนี้อาจจะไม่ได้รับค่าตอบแทนที่มากมายอย่างที่บางคนคิด แต่ประสบการณ์ที่เราได้มา ไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงินหรือเทียบกับเงินเดือนสูงๆที่คนอื่นได้รับกันนะค่ะ เมื่อเราได้มาทำในสิ่งที่เราต้องการแล้วและพบว่ามันไม่ใช่ในสิ่งที่เราคิดหรือคาดหวัง ก็อย่าไปเสียใจหรือท้อแท้นะค่ะ เพราะอย่างน้อยเราได้ทำและค้นพบสิ่งที่ตัวเองต้องการด้วยตัวเราเอง
ธัญญ่า: ขอบคุณแอนมากค่ะ และขอให้มีความสุขกับการเป็นออแพร์เบลเยียมไปแพ้ไปกว่าที่เนเธอแลนด์เลยนะค่ะ และหากเพื่อนๆ คนไหนต้องการคุยกับแอน แอนไม่ยินดีรู้จักเพื่อนใหม่จากไทยออแพร์คลับทุกคนนะค่ะ ติดต่อแอนได้ที่ silly_ann3@hotmail.com



สัมภาษณ์เพื่อนออแพร์ไทยในต่างแดน

กิฟท์ แนนนี่แคนาดากับพีอาร์หนึ่งใบ
ฝัน อดีตออแพร์เมกา
บลู ออแพร์ไทยในอเมริกา
ซิ่ว ออแพร์ไทยอเมริกา article
อ้อม ออแพร์ไทยนอร์เวย์ article
ทราย ออแพร์ไทยอเมริกา article
นก ออแพร์ไทยในอเมริกา article
บุ๋ม ออแพร์ไทยในอเมริกา article
ยุ้ย อดีตออแพร์ไทยในอเมริกา article
ติ๊ก ออแพร์ไทยในอเมริกา article
เหมียว ออแพร์ไทยในอเมริกา " เลี้ยงเด็กแฝด ไม่ใช่เรื่องยากส์ เหมียวทำได้ คุณก็ทำได้" article
ตูน ออแพร์ไทยในแคนาดา article
ไอซ์ ออแพร์ไทยในฝรั่งเศศ article
ติ๊ก ออแพร์ไทยในนอร์เวย์ article
พงศ์อิศเรส ออแพร์ชายไทยในเยอรมัน "อยากมาก็ได้มาเยอรมันสมใจ ออแพร์ชายที่มีแนวความคิดที่ดีมาก" article
ป้าออพัว อดีตออแพร์ไทยในอเมริกา "สมาชิกกิตติมศักดิ์ของไทยออแพร์คลับ ปัจจุบันสมรสแล้ว" article
อร ออแพร์ไทยในเดนมาร์ก " ออแพร์สองประเทศแล้ว เนเธอแลนด์ และปัจจุบัน ออแพร์เดนมาร์ก" article
โน๊ต ออแพร์ไทยในแคนดา " อดีตออแพร์เมกา ปัจจุบันออแพร์แคนาดา" article
อภิญญา ออแพร์ไทยในนอร์เวย์ "สองปีที่ได้เป็นออแพร์ทีนอร์เวย์ มีเรื่องและข้อมูลดีๆ เยอะเลยจ้า" article
ยิ้ม ออแพร์ไทยในอเมริกา "สาวไทยไซส์ XXL ก็มาเป็นออแพร์ได้ พร้อมประสบการณ์รีแม็ทช์มาแชร์กัน" article
ตุ๊กตุ่น อดีตออแพร์ไทยในอเมริกา "ดรอปเรียนมาเป็นออแพร์ ปัจจุบันสมรสแล้ว" article
เก๋ ออแพร์ไทยในแคนาดา "อดีตครูอนุบาลจากเมืองไทย ทีได้มาเป็นออแพร์สมใจที่แคนาดา" article
เอ๋ ออแพร์ไทยในอเมริกา "1 ใน 5 ผู้เข้าชิงตำแหน่งออแพร์ไทยแห่งปี 2008" article
สาวน้อย ออแพร์ไทยในอเมริกา " 1 ใน 5 ผู้เข้าชิงออแพร์ไทยแห่งปี 2008" article
เปิ้ณ ออแพร์ไทยในอเมริกา "1 ใน 5 ผู้เข้าชิงตำแหน่งออแพร์ไทยแห่งปี 2008" article
ก้อย ออแพร์ไทยในอเมริกา " 1 ใน 5 ผู้เข้าชิงตำแหน่งออแพร์ไทยแห่งปี 2008 " article
นิด ออแพร์ไทยในแคนาดา ออแพร์ที่ทำกับโฮศต์เอเซียตลอดไม่ว่าจะอเมริกา หรือ แคนาดา article
บี ออแพร์ไทยในสวีเดน อดีตออแพร์อเมริกา ปัจจุบันเป็นออแพร์ทีสวีเดน article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในนิวยอร์ก"กว่าจะได้มาก็รอนานเป็นปี ภาษาก็ไม่ค่อยดี มาเลี้ยงเด็กแรกเกิด" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเยอรมัน "อดีตออแพร์ไทยในเยอรมัน ปัจจุบันเป็นเจ้าของโรงเรียนอนุบาลทีบ้านเกิดของเธอค่ะ" article
สัมภาษณ์ ออแพร์ชายไทยในเมกา "กว่าจะได้มาเป็นออแพร์สมใจต้อรอนาน แล้วผู้ชายดูแลเด็กได้จริงหรือเปล่านี้" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเมกา "ออแพร์ที่ถูกรีแม็ทช์และต้องกลับเมืองไทย ทั้งที่เป็นออแพร์มาได้แค่ 2 อาทิตย์ " article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเมกา"ประสบการณ์ออแพร์ที่ทำงานคู่กับออแพร์อีกคนในเวลาเดียวกัน และดูแลเด็ก 4 คน" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเดนมาร์ก "ไปโครงการออแพร์เองไม่ผ่านเอเจนซี่ กว่าจะได้ไป และถูกรีแม็ทช์" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในนอร์เวย์ "ผิดหวังจากอเมริกา แคนาดา แต่สุดท้ายก็ได้มาเป็นออแพร์ที่นอร์เวย์" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในเมกา "ชีวิตออแพร์กับการเลี้ยงเด็กสามคน และข้อคิดดีๆ กับคำว่า Flexible" article
สัมภาษณ์ออแพร์ไทยในอเมริกา "เป็นออแพร์กับครอบครัวมังสาวิรัต และจบท้ายด้วยการรีแม็ทช์" article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

 

   

      

www.thaiaupairclub.com จุดประสงค์ของเวบ คือ มีไว้เพื่อเป็นจุดศูยน์กลางแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ ของสมาชิก และเพื่อสร้างมิตรภาพของออแพร์ ทั้งบุคคลที่สนใจโครงการ เป็นออแพร์อยู่ หรือ สิ้นสุดการเป็นออแพร์แล้วก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดมาจากประสบการณ์ของสมาชิกแต่ละคนที่แตกต่างกันไป ขอให้ใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาและรับข้อมูล ทางเวบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสนับสนุนคนไทย ให้เดินทางเข้าอเมริกาอย่างผิดกฏหมาย หรือผิดวัตถุประสงค์ของการเป็นออแพร์

www.thaiaupairclub.com is the first Thai au pair community web site in Thailand. We have friendly and warm welcome for everyone, plese feel free to join us. We would love to help each other by sharing opinions and experiences openly. More than that, we would love to make our au pair program to be great experiences for everyone. Au pair is experiences for life.

รูปภาพ และ บทความทั้งหมดบนเวบนี้ ไม่อนุญาตให้ทำการพิมพ์ หรือนำไปเผยแพร่ แจกจ่าย แก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บ tanya@thaiaupairclub.com